• samrotri
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tsumruang@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 91723
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน
อ่านข่าวและนำข่าวมาเก็บไว้เพื่อใช้เองและให้สมาชิกเข้ามาอ่านและนำไปใช้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/samrotri
วันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม 2550
Posted by samrotri , ผู้อ่าน : 1131 , 20:56:31 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ส่งข่าวนี้มาให้พวกเราอ่าน  มีแนวคิดแตกต่างกับที่กำลังจะแก้ให้เงินบาทอ่อน กับบอกว่า เงินบาทแข็งเป็นประโยชน์ อยากให้เพื่อนสมาชิกเวบOK-NATION พิจารณา บ้าง เพราะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีทั้งโทษ และ ประโยชน์

          เรามองแต่ด้านโทษ เราลองมาอ่านในแง่ด้านประโยชน์ ของค่าเงินบาทแข็งดูบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อปัจจุบันเงินบาทแข็ง ก็น่าจะเร่งใช้ประโยชน์ จากค่าเงินบาทแข็งให้เต็มที่

[สกรู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐ อังคารที่ 24 ก.ค. 50 - 18:00]



“เลิกนโยบายเงินบาทอ่อน จะทำให้ประเทศไทยพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ และยิ่งเงินบาทแข็งก็ยิ่งจะทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนลดน้อยลง คนไทยจะกินดีอยู่ดีเฉลี่ยทั่วถึงทั้งประเทศ”

นี่คือแนวคิดสวนกระแส ของ มีพาศน์ โปตระนันท์



มีพาศน์ โปตระนันท์ เป็นใคร มาจากไหน?

ประวัติการศึกษา จบนิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับ ชวน หลีกภัย และมีชัย ฤชุพันธุ์, เนติบัณฑิตไทย และปริญญา LL.M. มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 1 หัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา หัวหน้าศาลประจำกระทรวง และผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่

ปัจจุบัน...มีพาศน์ เป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยรามคำแหง นักวิชาการด้านนโยบายเศรษฐกิจการเงิน การคลัง กฎหมาย


“ผมไม่เห็นด้วยกับนโยบายค่าเงินบาทอ่อน”

มีพาศน์ ย้ำ

กว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นโยบายทางการเงินของประเทศไทยมักจะพยายามดำเนินนโยบายค่าบาทอ่อน เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก
ทั้งลด ทั้งกดค่าเงินบาท จากดอลลาร์ละ 18 บาท ในปี 2516... และไม่นานมานี้ ก็กลายเป็นดอลลาร์ละเกือบ 40 บาท

มองให้ลึกซึ้ง นโยบายบาทอ่อนไม่เป็นธรรมกับคนไทยทั้งประเทศ...บาทยิ่งอ่อน ยิ่งมีผลให้ของแพง น้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ค่าครองชีพก็ยิ่งสูง... ประชาชนส่วนใหญ่ยากจน

นโยบายบาทอ่อน เท่ากับว่า...

เก็บภาษีคนยากจน หรือเอาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งประเทศไปอุดหนุนการส่งออก นำพามาซึ่งความร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีของผู้ส่งออกจำนวนมาก

ที่สำคัญ...ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ เป็นบริษัทข้ามชาติ

“นโยบายค่าเงินบาทอ่อน ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวย คนจนมีมากขึ้น แต่ไม่มีใครรู้สึก จึงปฏิบัติมาเรื่อยๆ”


ปัญหาบาทอ่อนในวันนี้ ทุกภาคส่วนกลัวว่าจะนำมาซึ่งวิกฤติเศรษฐกิจครั้งที่ 2 มีพาศน์ บอกว่า หากมองด้วยใจเป็นกลาง เปรียบเทียบกับต่างประเทศ จะพบว่า...นโยบายบาทอ่อน ผิดพลาดอย่างมหันต์
ประเทศไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดีพอควร เพราะเราอยู่ในระบบแข่งขัน ผู้ประกอบการค่อนข้างแข็งแรง มีความเจริญก้าวหน้าพอสมควร

ประเทศที่เศรษฐกิจค่อนข้างดีเช่นนี้ มักได้เปรียบดุลบัญชีเงินสะพัด และดุลชำระเงิน ค่าเงินมักจะลอยตัวสูงขึ้นเองเป็นธรรมดา เช่น ค่าเงินเยอรมัน สวิส ฮอลแลนด์ สิงคโปร์

ตัวอย่าง ค่าเงินฟรังก์สวิสขึ้นจากฟรังก์ละ 6 บาท เป็น 28 บาท เพราะเขาไม่ใช้นโยบายค่าเงินอ่อน ส่งผลให้น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้า บริการที่ซื้อจากต่างประเทศ รวมทั้งค่าจ้างต่างประเทศวิจัย พัฒนา ถูกลงหลายเท่าตัว

ผลที่ตามมา...ประชาชนมีรายได้สูงขึ้นตามความเจริญของประเทศ ค่าครองชีพต่ำลงตามกำลังซื้อที่เพิ่มสูงมากขึ้น ภาคส่งออกก็มีต้นทุนต่ำลง และได้ประโยชน์จากการขายภายในประเทศได้มากขึ้นมหาศาล

กรณีเยอรมนี ชาวเยอรมันมีฐานะ มีกำลังซื้อสูง ซื้อรถยนต์เบนซ์มาใช้ มากมายทั่วทั้งประเทศ เยอรมนีก็กลายเป็นประเทศที่รวยมาก

มีพาศน์ อธิบายว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นโดยเสรีจะเป็นผลดีต่อประชาชนและผู้ส่งออกส่วนใหญ่ ทำให้

น้ำมันราคาถูกลงได้ถึงหนึ่งเท่าตัว ค่าไฟฟ้าก็จะถูกลง

สินค้าในประเทศก็จะถูกลง เพราะผู้ผลิตมีต้นทุนต่ำลง เกิดการแข่งขันตัดราคาเพื่อแย่งส่วนแบ่งของตลาด ปริมาณสินค้าที่ขายได้จะเพิ่มขึ้น การผลิต ความต้องการแรงงานก็จะเพิ่มขึ้น อัตราค่าแรงงานก็จะเพิ่มสูงขึ้น

สินค้า...บริการจากต่างประเทศจะถูกลงหนึ่งเท่าตัว ค่าครองชีพต่ำลง อัตราเงินเฟ้อก็ต่ำ เครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิต วัตถุดิบที่ต้องนำเข้าก็จะถูกลงไปด้วย

“เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะเป็นเงินบาทที่มีอำนาจซื้อมากขึ้น”

ปรากฏการณ์บาทแข็ง จะทำให้กำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นได้มหาศาล สินค้า บริการขายได้มากขึ้น ผู้ผลิต เจ้าของโรงงานย่อมผลิตสินค้าขายได้มากขึ้น

จีดีพีจะเพิ่มขึ้น สินค้าที่ผลิตได้จำหน่ายในประเทศได้มากกว่าปัจจุบันเป็นทวีคูณ จะกลายเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่โตมากที่สุด ทำให้เราไม่ต้องพึ่งภาคส่งออกมากเกินไปจนถึงกับต้อง ส่งสินค้าไปขายในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

ประเทศที่ร่ำรวยอย่างญี่ปุ่น มีการผลิตเพื่อใช้เองภายในประเทศราว 3 ใน 4 สหรัฐฯ ก็ผลิตเพื่อใช้เองเกือบทั้งหมด ผลิตเพื่อส่งออก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นี่คือกลไกเศรษฐกิจที่ไม่ฝืนธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ประชาชนทั้งประเทศรวมทั้งผู้ที่ยากจนข้นแค้นแสนสาหัสที่ไม่มีใครห่วงใย มีรายได้เป็นเงินบาท จะมีฐานะดีขึ้น...อย่างมีนัยสำคัญ

นี่คือกลไกธรรมชาติที่จะลดช่องว่างระหว่างมหาเศรษฐี กับคนยากจนมีผลมากกว่าวิธีการสังคมนิยมใดๆ อย่างการเก็บภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สิน มาตรการเหล่านี้ถึงจะน่าสนใจ แต่จะนำไปช่วยคนยากจนได้บ้าง...ก็มีผลเพียงเล็กน้อย

“ถ้าประชาชนร่ำรวย ประเทศก็ย่อมจะร่ำรวย จะเป็นประเทศที่ยากจนย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศก็คือประชาชนโดยรวม”

มีพาศน์ บอกอีกว่า การเพิ่มการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้มาก ทำให้ประเทศไทยมีผลผลิตหลากหลายมากขึ้น ชาวโลกจะเลื่อมใสยกย่องประเทศไทยและคนไทยมากขึ้น สินค้าส่งออกจะมีระดับสูงขึ้น ได้ราคาสูงขึ้น และขยายตัวรวดเร็ว

ท่ามกลางค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น ดูเผินๆผู้ส่งออกเสียหาย แต่ความจริง...อาจตรงกันข้าม

ค่าเงินบาทแข็งตามธรรมชาติ ไม่เป็นผลเสียกับชาวนา ปีนี้ประเทศไทยส่งออกข้าวมากเป็นประวัติการณ์กว่า 8 ล้านตัน และยังมีแนวโน้มเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายปี

การที่ข้าวมีราคาดีหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับค่าเงินบาท ราคาข้าวภายในประเทศขึ้นอยู่กับปริมาณข้าวที่เหลือในประเทศมากหรือน้อย ไม่ต่างกับราคาพืชผลชนิดอื่น

“จริงอยู่...ค่าเงินบาทแข็งไม่เป็นผลดีกับผู้ส่งออก แต่ก็เป็นกับผู้ส่งออกส่วนน้อยบางกลุ่ม” มีพาศน์ ว่า “รัฐบาลจะต้องหาวิธีช่วยในรูปแบบอื่น...ลดภาษีรูปแบบต่างๆ หรือให้สินเชื่อต่ำ ไม่ใช่คอยแต่ถ่วงความเจริญของเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนส่วนใหญ่”
การหาทางออกด้วยแนวทางนโยบายบาทอ่อน อย่างกันเงินสำรอง 30% ก็ทำให้เศรษฐกิจเสียหายไปเป็นล้านล้านบาท

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยพยายามทำให้เงินบาท อ่อน จึงเป็นการฝืนความจริง...ฝืนกลไกตลาด ไม่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ทำอย่างนี้ก็เหมือนฝืนธรรมชาติ ไม่เกิดผลดีแก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ผู้ส่งออกที่ไม่มีความสามารถพอ...รัฐบาลก็ต้องปล่อยให้ล้มไปบ้าง ทำนองเดียวกันกับประเทศจีน ปล่อยให้กิจการที่ไม่แข็งแกร่งขาดทุนล้มลงไปมากมาย มีคนตกงานหลายสิบล้านคน คงเหลือแต่กิจการที่เข้มแข็ง มีกำไร

ท้ายที่สุด วันนี้ประเทศจีนเป็นประเทศที่เข้มแข็ง ตัวเลขจีดีพีโดยรวมโตกว่าปีละ 10 เปอร์เซ็นต์

ปัญหาคนว่างงาน รัฐบาลก็ช่วยเหลือด้วยการใช้วิธีที่ไม่มีผลเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ จัดให้ทำงานกับบริษัทที่เข้มแข็งและมีกำไร

ทรรศนะของ มีพาศน์ การปล่อยให้กิจการที่ขาดทุนล้มลงไป เป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ถ้าไม่ปล่อยให้เลิกกิจการ หรือเปลี่ยนเป็นกิจการอย่างอื่นที่มีกำไร ก็จะทำให้ประเทศมีกิจการที่อ่อนแอ ขาดทุน

“ยิ่งมีกิจการแบบนี้มากเท่าไหร่ หน่วยการผลิตที่แข็งแกร่ง มีกำไรก็มีน้อยลง ผลชัดเจนก็คือประเทศอ่อนแอ ประชาชนยากจน”

มีพาศน์ โปตระนันท์ กล่าวทิ้งท้าย ให้หลายฝ่ายที่เห็นว่า ปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็ง คือหายนะ...ได้นำไปคิด.

.............................................................................................

พบข่าวการใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง นำมาเสนอ ดังข่าวข้างล่างนี้

คอลัมน์ ย่อยข่าว


โดย ข่าวสด วัน เสาร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 09:18 น.



กฟผ.-ปตท.เร่งคืนหนี้ตปท.

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า มอบหมายให้รัฐวิสาหกิจในสังกัดใช้โอกาสจังหวะที่เงินบาทแข็งค่าเร่งคืนหนี้ต่างประ เทศ โดยในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประ เทศไทย (กฟผ.) นั้นมอบหมายให้ไปเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (ไอพีพี) เร่งคืนหนี้ต่างประเทศ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านนายพิชัย ชุณหวชิร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในขณะนี้ ปตท. กำลังพิจารณาที่จะทำสัญญาซื้อเงินเหรียญสหรัฐล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด) ในโครงการของ ปตท. และบริษัทลูก ช่วง 1 ปีครึ่งที่จำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 4,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 134,800 ล้านบาท

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
PBG วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 01.41 น.

ไม่ทราบท่านอาจารย์ มีญาติทำธุรกิจส่งออก ที่จ้างพนักงานมากๆหรือไม่ คงไม่มี ี เพราะเป็นอาจารย์ และก็ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอืน เป็นเหมือนพวกข้าราชการ ที่ใส่เกียร์ว่าง พูดไปพูดมา ไม่มีข้อมูล ส่งออกเจ๊งแล้วเจ๊งเลย พวกที่กำลังปิดกิจการ ขาดทุนมาตั้งแต่ปลายปีที่แ้ล้ว ทุกเดือน ทนทำจนทุนหมด ธนาคารก็เตรียมยึด ทำมา 20 ปีแล้ว ไ่ม่เห็นมีปัญหา พอมีรัฐบาลชุดเกียร์ว่างนี้ ปล่อยใหพวกคนทำงาน มีรายได้ตายไป เพราะคิดอุ้มแต่พวกตลาดทุน เงินฝากเงินออม
ไม่ดูรากหญ้าที่ทำงานเสียภาษีให้ประเทศ แล้วยังมีพวก นักวิชาการที่ไม่เคยทำงานออก มาพูดไปพูดมา ไม่รับผิดชอบ ไม่รู้เรื่องธุรกิจ เลย สอนเป็นแต่สอนนักเรียน ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนดอลล่าร์เป้น 36 บาท
สิ แล้วไม่ต้องพูด ไม่ต้องช่วยเอกชนอะไรเลย เราอยู่กันเองมาตลอด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]