• samrotri
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tsumruang@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 90398
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน
อ่านข่าวและนำข่าวมาเก็บไว้เพื่อใช้เองและให้สมาชิกเข้ามาอ่านและนำไปใช้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/samrotri
วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม 2550
Posted by samrotri , ผู้อ่าน : 1391 , 11:57:20 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โดย มติชน วัน อังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 07:51 น.



นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อดูความพร้อมในการปรับรูปแบบบริการประชาชนว่า

กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งขณะนี้มีคนป่วยใช้บริการวันละมากกว่า 2,000 คน

จุดที่แออัดที่สุดคือแผนกผู้ป่วยนอก ทำให้คุณภาพการรักษาพยาบาลลดลง จึงต้องเร่งพัฒนาเพื่อให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ซึ่งมีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นจุดรองรับการรักษาผู้ป่วยที่อาการรุนแรง ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงร่วมด้วย

โดยจะลดแผนกผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาลใหญ่และเพิ่มบริการตรวจรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงในหน่วยบริการใหม่ที่เป็นโรงพยาบาลสาขา โดยตั้งเป้าดำเนินการให้ได้ร้อยละ 30 ภายใน พ.ศ.2554 จะเริ่มที่โรงพยาบาลมหาราชจังหวัดนครราชสีมาเป็นแห่งแรก



นพ.สำเริง แหยงกระโทก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในการลดความแออัดโรงพยาบาลมหาราช ได้วางแผนพัฒนาไว้ 2 ส่วน

ส่วนแรกคือการเพิ่มและเสริมสร้างศักยภาพของโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง ที่มีอยู่แล้ว 5 แห่ง สามารถให้การตรวจรักษาโรคทั่วๆ ไป ได้แก่ โรงพยาบาลโคราชเมมโมเรียล โรงพยาบาลเดอะโกลเดนเกท โรงพยาบาลค่ายสุรนารี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และโรงพยาบาลขามทะเลสอ

และส่วนที่ 2 คือการเปิดโรงพยาบาลใหม่เพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่
1.โรงพยาบาลหัวทะเล และ
2.โรงพยาบาลเทศบาลนคร นครราชสีมา

ลงทุนโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เริ่มแรกจะมีเตียงรองรับได้ 60 เตียงก่อน และจะขยายเพิ่มขึ้นต่อๆ ไป

โรงพยาบาลทั้ง 7 แห่งนี้ จะมีบริการมาตรฐานเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป

..............................................


น.พ.สำเริง ไตรติลานันท์ คนกลางในรูป
ถ่ายพร้อมเพื่อน ร่วมรุ่น ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา พญาไท รุ่น 35

ผม น.พ.สำเริง ไตรติลานันท์ เจ้าของบล็อกแก็งค์นี้ เห็นข่าวนี้ แล้วยินดี ที่ จะมีการลดความแออัด ของคนไข้นอกที่ ร.พ.ศูนย์ ลง และ อยากให้ลดความแออัดของ ร.พ.อำเภอลงด้วย โดย นอกจากสร้างพยาบาลสาขา ช่วย ร.พ.ศูนย์ ตามข่าว ขึ้นแล้ว

ถ้าเร่งพัฒนาสถานีอนามัย ที่อยู่ใกล้บ้านคนไข้ ที่เขาสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย ด้วยการเดินมาหา หรือ ขี่จักรยาน หรือ จักรยานยนต์มาหา ได้ ให้กลายเป็นศูนย์สุขภาพชุมชน โดยใช้แพทย์ใน ร.พ.อำเภอนั้น มาออกตรวจคนไข้นอกที่สถานีอนามัยพร้อมทีมสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วยทันตแพทย์ , เภสัชกร , พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขอื่นๆ ที่จำเป็น มาพร้อมกันคันเดียว แทนที่ จะให้ประชาชนที่ป่วย 30-50 ครอบครัวต้องเดินทางมา ร.พ.
เป็นมารอตรวจ ที่สถานีอนามัยใกล้บ้านรอทีมสุขภาพแทน ในช่วงเช้าทุกวัน แล้ว ตอนบ่ายทีมสุขภาพก็ กลับไป ร.พ.เพื่อดูแลคนไข้ในพื้นที่ ที่ส่งมาให้นอน ร.พ.โดยได้รับการดูแลจากแพทย์ทีมสุขภาพ ที่ออกตรวจที่สถานีอนามัยนั้น ๆ เองจะเป็นการลดคนไข้ของ ร.พ.อำเภอลง ได้ประโยชน์ทั้ง ร.พ. และ คนไข้เอง

แพทย์ ร.พ.อำเภอ จะได้ทำงานที่ร.พ.เฉพาะดูแลคนไข้ในพื้นที่ ที่มานอน ร.พ.และ

คนไข้เองก็ไม่ต้องเดินทางเสียเวลามาแออัดรอตรวจ ที่ ร.พ. เป็นเดินมา รอพบแพทย์ที่สถานีอนามัยใกล้บ้านที่มีทีมสุขภาพไปตรวจให้

ถ้าจะมา ร.พ. ก็รอขอใบส่งตัว ที่แพทย์จะเขียนให้และส่งต่อให้ถูก ร.พ.ที่เหมาะสม ที่ควรไปหา

แต่ถ้าฉุกเฉิน หรือ อุบ้ติเหตุ เป็นข้อยกเว้น สามารถเข้ารักษาได้ทุก ร.พ.ที่ใกล้ที่สุด ได้ฟรี ไม่ต้องรอใบส่งตัว ด้วยนั่นเองเมื่อเข้าสู่ระบบการดูแลรูปเครือข่าย ดังลิงค์ข้างล่าง

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samrotri&month=04-2007&date=28&group=1&gblog=9

หรือ ถ้าไม่สามารถส่งทีมสุขภาพออกไปบริการที่สถานีอนามัย ได้ก็ยังมีทางที่ กสท.กำลังพัฒนาให้ทุกสถานีอนามัย มีระบบให้แพทย์ และ ทีมสุขภาพไม่ต้องเดินทางไปได้โดยการ ใช้ การแพทย์ทางไกล(Telemedicine)ตามข่าวข้างล่าง

ข่าวเดลินิวส์ วันพฤหัส ที่ 21 มิถุนายน 2550 เวลา 00:00 น. | จำนวนผู้อ่าน 699 คน ผู้โหวต 0 คน
คะแนนข่าว

‘กทช.’ เร่งอุ้มรากแก้ว ‘เทเลเมดิซิน’ ผ่าตัดผ่านดาวเทียม!


เนื้อข่าวสำคัญ ของข่าวนี้ คือ การสนับสนุนกิจการการแพทย์ ในการใช้ “ระบบอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียมอำนวยความสะดวกในการตรวจรักษาผู้ป่วยจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นห่างไกล” หรือ “เทเลเมดิซิน (Telemedicine)” ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ USO โดยโทรศัพท์ทางไกลผ่านดาวเทียมจะเป็นเครื่องมือหลัก ทั้งกับโทรศัพท์ประจำอนามัย และโทรศัพท์สาธารณะสำหรับชาวบ้านทั่วไป



“เบื้องต้นจะขยายพื้นที่ดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ประมาณ 3,000 หมู่บ้าน และจะเร่งดำเนินการกระจายให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศภาย ในปี 2552”...รศ.สุธรรมระบุ

ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเรื่องดีสำหรับคนรากแก้วในท้องถิ่นห่างไกล

การสื่อสารจะนำประโยชน์ทุกด้าน...รวมถึงการผ่าตัดรักษาผู้ป่วย.

การ “พัฒนาพื้นที่ห่างไกล” ไม่ว่าจะชายแดน ยอดดอย บนเกาะ ให้มีความเจริญในระดับที่เหมาะสมในด้านต่าง ๆ รวมถึงการป้องกันแก้ไขปัญหาพิบัติภัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ระบบ “โทรคมนาคม” ก็ถือว่ามีส่วนสำคัญ จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดให้มีอย่าง ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

“การบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation : USO)” หรือ “โครงการ USO” ก็ถือเป็นโครง การหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง

โครงการนี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. วัตถุประสงค์คือเพื่อให้ท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกล ได้มีโอกาสใช้บริการโทรคมนาคมอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อีกหลายอย่าง ทั้งโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ตลอดจนการส่งเสริมวัฒนธรรม การส่งเสริมอาชีพ รวมไปถึงการบรรเทาภัยพิบัติต่าง ๆ และประโยชน์ อื่น ๆ สำหรับผู้คนที่อยู่ห่างไกลเมืองใหญ่

“กทช. มีหน้าที่ดำเนินการเรื่องบริการโทรคมนาคมที่ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ซึ่งขณะนี้ได้กระจายการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานสู่พื้นที่ที่ห่างไกล แล้วในหลายพื้นที่ในบางจังหวัด โดยเป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ กทช. ดำเนินการมาตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ตามแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ปี 2548- 2550”...เป็นการระบุของ พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการ กทช. เกี่ยวกับโครงการ USO

กับรายละเอียดของโครงการ USO นี้ ศ.เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรม การ กทช. แจงว่า...การดำเนินการให้บริการโดยทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั้งประเทศ อาจจะไม่สามารถทำได้ในทันที แต่ก็ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งขณะนี้ได้มี การจัดทำแผนแม่บทแล้ว โดยมีสาระสำคัญคือ ผู้ที่จะเข้ามารับใบอนุญาตประกอบ กิจการโทรคมนาคมจาก กทช. จะไม่สามารถเลือกให้บริการเฉพาะพื้นที่ในเมือง ใหญ่ ๆ หรือในเขตที่มีกำไรเท่านั้น แต่จะต้องออกไปให้บริการในพื้นที่ที่ห่างไกล มีกำไรน้อย หรือไม่มีกำไรเลยด้วย

“หากผู้ให้บริการหรือผู้ประกอบกิจการไม่สามารถจะเข้าไปให้บริการในพื้นที่ห่างไกล หรือไม่อยากเข้าไปดำเนินการ กทช. ก็จะให้จ่ายเงินร้อยละ 4 จากรายได้ที่ได้รับ นำมาเข้ากองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะที่ กทช. จัดตั้งขึ้น เพื่อนำไปพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ”

กองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมฯ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ...

1.จัดให้มีการบริการ USO โดยทั่วถึง,

2.ใช้เงินทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมไทย,

3.ใช้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการโทรคมนาคม

ซึ่งทั้ง 3 ประการนี้ได้ริเริ่มดำเนินการแล้ว โดยการให้บริการ USO จะแบ่งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยให้ ทีโอที เข้าดำเนินการ 70% และอีก 30% ให้ กสท ดำเนินการ ตามแผนงานที่กำหนดพื้นที่ไว้ราว 6,000 หมู่บ้าน

การคัดสรรหมู่บ้านเข้าโครงการ USO กทช. ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ห่างไกล หมู่บ้านที่ยังไม่มี “โทรศัพท์สาธารณะ” ยกตัวอย่างประเทศไทยมี 76 จังหวัดรวมกรุงเทพฯ เมื่อคิดเป็นจำนวนอำเภอ-ตำบล-หมู่บ้าน หากเอา 10 คูณ จะได้ผลลัพธ์ออกมาคือประมาณ 760 อำเภอ หรือ 7,600 ตำบล หรือ 76,000 หมู่บ้าน ซึ่งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้เคยดำเนินการไว้ส่วนหนึ่งแล้ว โดยจัดให้มีโทรศัพท์ทางไกลสาธารณะชนบทประมาณ 70,000 หมู่บ้าน จึงเหลืออีกประมาณ 6,000 หมู่บ้าน ซึ่ง กทช. จะดำเนินการต่อ

นอกจากนี้ กทช. จะเข้าไปดำเนินการในเรื่อง “โทรศัพท์ประจำสถานีอนามัย”

ในพื้นที่ห่างไกลไปพร้อมกันด้วย โดยเข้าสำรวจแล้วมีประมาณ 8,000 สถานีอนามัย ซึ่งได้จัดทำเป็นแผนงานในระยะ 2 ปีไว้แล้ว โดยเบื้องต้นได้ให้บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท เข้าไปดำเนินการก่อนประมาณ 4,000 แห่ง

“พร้อมกันนี้ยังได้เปิดให้มีการบริการสำหรับคนชรา ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสด้วย เช่น โครงการ จัดให้มีบัตรโทรศัพท์ฟรีสำหรับผู้ด้อยโอกาส คนยากจน และคนชรา เป็นต้น โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลได้อย่างชัดเจนภายในปลายปี 2550 นี้ ซึ่ง กทช. ก็ได้ทำการวิจัยทดลองและให้บริการโดยทั่วถึงในต่างจังหวัดและพื้นที่ตำบลต่าง ๆ โดยใช้เงินกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมฯ” ...ศ.เศรษฐพรกล่าว

ด้าน รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. อีกคน เสริมว่า... พื้นที่โครงการ USO ที่ กทช. เข้าดำเนินการไปแล้วก็เช่น
สถานีอนามัยป่าแป๋ และสถานีอนามัยสล่าเชียงตอง อ.แม่สะเรียง และสถานีอนามัยกองก๋อย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน
ซึ่งเป็นพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร เมื่อมีฝนตกชาวบ้านในพื้นที่จะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก นอกจากนี้ก็มีที่ จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี จ.พังงา และอีกหลายจังหวัด

ทั้งนี้ การสนับสนุนกิจการการแพทย์ ในการใช้

“ระบบอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียมอำนวยความสะดวกในการตรวจรักษาผู้ป่วยจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นห่างไกล” หรือ “เทเลเมดิซิน (Telemedicine)”

ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ USO โดยโทรศัพท์ทางไกลผ่านดาวเทียมจะเป็นเครื่องมือหลัก ทั้งกับโทรศัพท์ประจำอนามัย และโทรศัพท์สาธารณะสำหรับชาวบ้านทั่วไป

“เบื้องต้นจะขยายพื้นที่ดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ประมาณ 3,000 หมู่บ้าน และจะเร่งดำเนินการกระจายให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศภาย ในปี 2552”...รศ.สุธรรมระบุ
ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเรื่องดีสำหรับคนรากแก้วในท้องถิ่นห่างไกล

การสื่อสารจะนำประโยชน์ทุกด้านไม่ว่าการรักษาโดยแพทย์ หรือ ทีมสุขภาพ ที่ ร.พ.อำเภอในพื้นที่นั้น หรือ แพทย์เฉพาะทางจาก ร.พ.จังหวัด หรือ ร.พ.ศูนย์ มาช่วยให้บริการได้...รวมถึงการผ่าตัดรักษาผู้ป่วย ซึ่ง มีหุ่นดาวินซี ที่บังคับโดยศัลยแพทย์ ในที่ ร.พ.จังหวัด หรือ ร.พ.ศูนย์ โดยไม่ต้องมาที่สถานีอนามัยใกล้บ้านประชาชนเลย




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]