• เสน่ห์คณิตศาสตร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saneh_maths@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 131662
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
เสน่ห์คณิตศาสตร์
บทความทางคณิตศาสตร์ที่มีเสน่ห์ มีมุขฮาที่น่ารัก นำเสนอแบบเข้าใจง่าย ไร้กลิ่นวิชาการ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sanehmaths
วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2550
Posted by เสน่ห์คณิตศาสตร์ , ผู้อ่าน : 2784 , 09:47:18 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           

           ก่อนปิดภาคเรียนที่โรงเรียนได้เกิดโรคระบาดขึ้น !!! อย่าเพิ่งตกใจไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไรหรอกครับ     แต่เป็นพฤติกรรมการเล่นของนักเรียนที่เก็บก้อนหินมาเล่นหมากเก็บ  เล่นกันตั้งแต่ชั้น ป.1-.6 ทั้งนักเรียนหญิงนักเรียนชาย ไม่มีการแบ่งเพศแบ่งชั้นวรรณะ ขอให้มีเวลาว่าง  เขาจะนั่งแบ่งกลุ่มกันประมาณกลุ่มละ 3-5 คน ผมรู้สึกดีอย่างหนึ่งที่เห็นนักเรียนเล่นอะไรที่มันไม่สิ้นเปลืองแต่ได้พัฒนาสมอง ดีกว่าไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่บางทีก็มีผลเสียมากกว่าผลดี ???     ผมนั่งสังเกตนักเรียนเล่นแล้วก็เกิดมุมมองเกี่ยวกับการเล่นหมากเก็บโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น          ผมมองว่าการเล่นหมากเก็บมันเป็นทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์อย่างหนึ่งและเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ตรงตามเป้าหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ..2544 ที่เรากำลังใช้กันอยู่ในสมัยปัจจุบัน   แต่สำหรับในสมัยโบราณนั้นชาวโรมันเขาจะใช้ก้อนหินโดยที่เรียกก้อนหินนี้ว่า “Calculi” โดยนำมาใช้ในการคิดคำนวณซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า “Calculate” ต่อมาก็พัฒนามาเป็น “Calculus” คงจะพอคุ้น ๆ นะครับ   

           คณิตศาสตร์นั้นถูกกำหนดให้อยู่ในกลุ่มสาระที่สร้างพื้นฐานการคิด การเรียนรู้และการแก้ปัญหา พอพูดถึงการ     แก้ปัญหาก็ทำให้ผมนึกถึง จอร์จ โพลยา (George Polya : ..1887-1985)  นักคณิตศาสตร์ชาวฮังการี        โพลยาได้แบ่งกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ออกเป็น 4 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1. เข้าใจปัญหา (Understand)   2. วางแผนอย่างชาญฉลาด (Devise a Plan)   3. ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ (Carry out the Plan) และ   4. มองย้อนกลับไป (Look Back)  โพลยาเชื่อว่าความสามารถในการแก้ปัญหานั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยกำเนิดเพียงอย่างเดียว แต่ความสามารถดังกล่าวเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้  หรือถ้าใครได้อ่านหนังสือพิมพ์คงจะเคยเจอประโยคหนึ่งอยู่ในหน้าโฆษณา  เขาเขียนไว้ว่าพันธุกรรมมีผลต่อความฉลาดของมนุษย์เพียง 42 %เท่านั้น อีก 52 %นั้นมาจากการเรียนรู้               

          ถ้าพูดแบบชาวบ้าน ๆ  ก็คือว่าไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้ครับ… 

กลับมาคุยเรื่องหมากเก็บกันต่อนะครับ อย่างที่ผมบอกว่ามันเป็นทักษะ/กระบวนการอย่างหนึ่ง   เด็กเขาจะกำหนดกติกามารยาทกันเองในกลุ่ม เพื่อสร้างข้อตกลงเบื้องต้น ภาษาคณิตศาสตร์เขาเรียกว่านิยาม (Definition) ครับ เขาจะเริ่มจากการเล่นที่ง่าย ๆ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ขยับไปสู่ปัญหาที่ยากขึ้นตามลำดับ ขณะที่นักเรียนกำลังเล่นสมองก็จะทำงานไปพร้อม ๆ กัน   โดยที่นักเรียนไม่รู้ตัวว่าได้เกิดทักษะ/กระบวนการขึ้นแล้ว มีนักเรียนหลายคนเล่นจนเกิดความชำนาญการ    อย่าลืมนะครับว่าความชำนาญการเกิดจากการฝึกฝน   

ทำนองเดียวกันถ้าเรานำหลักการเหล่านี้มาใช้ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์       โดยให้นักเรียนได้ทำแบบฝึกหัดหรือแก้ปัญหาบ่อย ๆ ผมมั่นใจว่าลูกศิษย์ของเราต้องประสบความสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์แน่นอนครับ…   ”The best way to learn mathematics is to do mathematics” นอกจากการเล่นหมากเก็บที่กำลังระบาดอย่างหนักแล้ว การเล่นลูกแก้วของนักเรียนชาย            หรือการกระโดดยางของนักเรียนหญิง ซึ่งทุกโรงเรียนคงจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ดีนะครับ       เราลองพิจารณาหรือวิเคราะห์ดี ๆ แล้วจะเห็นว่ามันมีทักษะ/กระบวนการซ่อนอยู่เหมือนกันครับ .

สิ่งสำคัญขอให้เรารู้จักมองการเล่นของนักเรียน เราก็สามารถนำสถานการณ์ต่าง ๆ    ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมาเป็นสื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้  โดยหยิบสิ่งใกล้ตัวมาเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้นะครับ  เพราะ “Mathematics lives in everywhere”    แม้ว่าบางครั้งการเล่นของนักเรียนอาจจะดูไม่เหมาะสมหรือไม่สมเหตุสมผลในสายตาครู แต่หน้าที่ครูอย่างเราก็คงจะต้องแนะนำตักเตือนถึงความเหมาะสมของการเล่นให้อยู่ในขอบเขต  รู้จักการแบ่งเวลา ไม่ใช่ว่าเวลาเรียนเราเล่นเวลาเล่นเรายิ่งเล่น 

ก่อนจบบทความผมมีตัวอย่างชีวิตของนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อว่า เอมานูเอล ลาสเกอร์ (Emanuel Lasker : ..1868-1941) ตามประวัติเขาเป็นคนที่ชอบเล่นหมากรุกมาก เล่นมาตั้งแต่เด็กจนโต ที่สำคัญเล่นจนได้เป็นแชมป์โลก 27 สมัยติดต่อกัน (..1894-1921) สุดท้ายเขาก็เป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ 

ไม่แน่นะครับการที่เราเห็นนักเรียนเล่นหมากเก็บวันนี้  อาจจะมีอะไรเก็บไปให้เราได้ภูมิใจในอนาคตก็ได้  จริงไหมครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ต้นศร วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mathnine

มาดูแล้วเยี่ยมมากๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ... สำหรับบทความวันนี้

มีความสุขทุกวันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

ขอบคุณสำหรับข้อมูล และความรู้ที่มีให้เพื่อนบ้านมาตักตวง

มาชวนไปรับเงินขวัญถุง ต้นทุนจากความศรัทธา
ที่วิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ยอดอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์

Johann Carl Friedrich Gauss (ค.ศ.1777-1855)

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านได้รับประโยชน์จากบทความเสน่ห์คณิตศาสตร์มากน้อยเพียงใด
มาก
74 คน
ปานกลาง
2 คน
น้อย
2 คน

  โหวต 78 คน