• เสน่ห์คณิตศาสตร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saneh_maths@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 131662
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
เสน่ห์คณิตศาสตร์
บทความทางคณิตศาสตร์ที่มีเสน่ห์ มีมุขฮาที่น่ารัก นำเสนอแบบเข้าใจง่าย ไร้กลิ่นวิชาการ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sanehmaths
วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม 2551
Posted by เสน่ห์คณิตศาสตร์ , ผู้อ่าน : 3996 , 13:07:11 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม ??? เป็นเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนมาตั้งนานแล้วครับ จนวันหนึ่งมีลูกศิษย์ในสังกัดมาถามวันที่เข้าค่ายเก็บตัวเพื่อเตรียมสอบคณิตศาสตร์นานาชาติ  รอบระดับประเทศ ถามว่า “ sin  cos  tan เรียนไปทำไมครับ”  คำถามบางคำถาม ฟังดูง่ายแต่ตอบยาก อาจจะยากด้วยคำอธิบาย ยากด้วยตัวอย่างที่จะยกมาอ้างอิง  ยากที่อายุของผู้เรียน เป็นต้น  คนที่มีลูกกำลังหัดพูดหัดถาม คงเคยเจอกับคำถาม “ทำไมต้องเป็นอย่างโน้น ทำไมต้องเป็นอย่างนี้” ถ้าเราตอบไม่ดี หรือไม่มีศิลปะในการตอบ เด็กอาจจะจำสิ่งที่ผิด คนเป็นพ่อเป็นแม่คงต้องมีคำตอบหรือเหตุผลอยู่ในใจกันทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีเมียหนึ่งลูกสองอย่างครูชอิฐ   ชิวชิว... กับคำถามแบบนี้ครับ

กลับมาที่คำถามเริ่มต้น ที่ผมนำมาตั้งชื่อเรือง ก่อนตอบหากเราดูหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2542 ได้กำหนดโครงสร้างหลักสูตรออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือกลุ่มที่เป็นพื้นฐานการคิด  การเรียนรู้และการแก้ปัญหา กลุ่มที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์  และกลุ่มที่ช่วยเสริมสร้างสนับสนุนการเรียนรู้  จะเห็นว่าคณิตศาสตร์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่เป็นพื้นฐานการคิด  ตรงนี้อาจจะเป็นคำตอบหนึ่งที่เราอาจนำไปคลายความสงสัยของนักเรียนได้  แต่ภาษาแบบนี้ไม่เหมาะกับวัยคนถามแน่นอนครับ  แต่หากเปรียบเป็นอาหาร คณิตศาสตร์ถือว่าเป็นอาหารสมองที่นักเรียนต้องได้รับ เพราะสมองจะต้องมีการคิด การคำนวณ สมองจึงจะเจริญเติบโต  แบบนี้นักเรียนอาจจะเข้าใจมากขึ้น

 สำหรับผมคิดว่าสมองเป็นอวัยวะที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ต้องคิดโจทย์ หาวิธีการคิดใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ “The best way to learn mathematics is to do mathematic” ส่วนอาหารตา ที่ครูมนูญ ชอบอ้างว่าเป็นอาหารที่จำเป็นที่สุดสำหรับชีวิต เวลาเดินผ่านสาวสวย ๆ บริโภคจนตาเหล่กันไปข้าง ตรงนี้ก็ไม่ว่ากัน จริงไหมครับ

 อีกสาเหตุหนึ่งที่นักเรียนสงสัยว่าจะเรียนไปทำไม อาจเป็นเพราะครูเราไม่ได้นำความรู้ไปเชื่อมกับปัญหาที่นักเรียนพบ  ทำให้นักเรียนมองไม่เห็นสะพานเชื่อมระหว่างคณิตศาสตร์กับโลกที่เป็นจริง ปัจจุบันนี้การสอนคณิตศาสตร์จะเน้นให้เด็กคิด โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน นักเรียนก็จะค้นพบคำตอบเองว่า “เรียนไปทำไม”

  แต่ในบางครั้งการทำอะไรก็ไม่จำจะต้องมีเหตุผลว่า เราทำเราเรียนไปเพื่ออะไร   ตามประวัติศาสตร์ มีลูกศิษย์คนหนึ่งถามยูคลิดว่า “เมื่อข้าเรียนเรขาคณิตแบบนี้ไปแล้ว  ข้าจะได้รับสิ่งใดเป็นการตอบแทน”    ประมาณว่าเรียนไปทำอะไรว่ะ !!!

 ยูคลิด (Euclid : ก่อน ค.ศ. 450-380) บิดาแห่งเรขาคณิต ตอบลูกศิษย์ว่า

“เจ้าจงเอาเงินนี่ไป เพราะเจ้าจะต้องได้สิ่งตอบแทน เมื่อเจ้าเรียนจบ”

        คำตอบของยูคลิดน่าจะสื่อความหมายว่าการเรียนไม่จำเป็นว่าจะต้องเรียนไปทำไม แต่เรียนเพื่อความสุข เมื่อเห็นบทพิสูจน์ที่สวยงามของเรขาคณิต

หรืออย่างเช่นมีคนถามว่าคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ (Pure Math) วิจัยไปแล้วนำไปใช้อะไรได้บ้าง นอกจากเก็บไว้ในตู้ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ผมมีตัวอย่างอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่น่าจะอธิบายคำถามนี้ได้ คือ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein : ค.ศ.1879-1955) เจ้าของทฤษฏีสัมพัทธภาพ คณิตศาสตร์ที่เขาใช้เป็นเครื่องมือในการอธิบายทฤษฏีสัมพัทธภาพ เชื่อไหมครับว่าไอน์สไตน์ ไม่ได้คิดคณิตศาสตร์ขึ้นเอง   แต่ได้ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่รีมันน์ (Bernhard Riemann : ค.ศ.1826-1866)ได้คิดเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน มาประยุกต์ใช้

แสดงให้เห็นว่าเรื่องบางเรื่องอาจจะตอบไม่ได้ว่ามีประโยชน์อะไรในวันนี้ และไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไม แต่ในวันข้างหน้าคนที่นำไปใช้คงจะให้คำตอบนี้ได้ดีที่สุด 

          มาถึงคำถามที่ตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มต้นว่า “sin cos tan เรียนไปทำไม” 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...มีเรื่องเล่าว่า

ในชั่วโมงคณิตศาสตร์  ขณะที่ครูยอดกำลังสอนเรื่องตรีโกณมิติ เนื้อหาที่มีสูตรยุ่งยากและซับซ้อน

เด็กชายมนูญ ขาซ่าประจำห้องก็ถามโพล่งออกมาว่า

“ครูครับ ทำไมผมต้องมานั่งเรียนอะไรยาก ๆ อย่างนี้ด้วย”

“เพื่อช่วยชีวิตคนนะสิ”  ครูยอดตอบ

เด็กชายมนูญ  ตัวแสบนั่งเงียบครู่หนึ่ง  แต่ยังไม่ลดละความซ่าลง  แล้วตะโกนอีกว่า

“ครูครับ  ตรีโกณมิตินี่นะ มันมีไว้ช่วยชีวิตคน” 

เด็กชายมนูญเน้นเสียง ไม่เชื่อเหตุผลที่ครูยอดบอก

“ใช่”  ครูยอดตอบหนักแน่น แต่นุ่มนวล

ก่อนขยายความต่อว่า

“เอาไว้กันไม่ให้พวกโง่ ๆ อย่างเธอ Ent’ ติดคณะแพทย์น่ะสิ”




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "ความลับการมีอายุยืนยาวในญี่ปุ่น  ตอนที่ 2 !!" [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

ขอบคุณครับ สำหรับบทความดี ๆ เช่นนี้

ปัจจุบันก็ยังใช้ป้องกันไม่ให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ ด้วย !!!

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สีน้ำเงิน วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 20.10 น.

ก็เป็นวิชาพื้นฐาน สาขาหนึ่ง เพื่อนำไปต่อยอดในวิชาอื่นต่อไป เหมือน ภาษา ทำไมต้องเรียน ทำนองเดียวกัน

การคิดคำนวณ จำ หรือ อะไรต่างๆ เกี่ยวกับตัวเลข มันมีส่วนช่วยลับสมองด้วย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ผมยังจำของคุณพ่อซึ่งท่านเป็นนายพลเรือได้ว่า แคลคูลัสนั้น ตอนท่านเรียนก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม แต่เชื่อเถอะว่า มันเอาไปใช้ต่อเรือรบได้ ซึ่งก็จริง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tatuk วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

Give me a firm place to stand,
and I will move the earth
Archimedes

"หาจุดยืนที่มั่นคงให้ฉัน แล้วฉันจะเคลื่อนโลกให้ดู"
อาร์คิมีดีส

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
2CUTE วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/2cute

คุณครูก็ พูดตรงซะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำใส วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 

ชัดเลย เอิ๊กๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ยอดอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์

Johann Carl Friedrich Gauss (ค.ศ.1777-1855)

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านได้รับประโยชน์จากบทความเสน่ห์คณิตศาสตร์มากน้อยเพียงใด
มาก
74 คน
ปานกลาง
2 คน
น้อย
2 คน

  โหวต 78 คน