• เสน่ห์คณิตศาสตร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saneh_maths@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 131661
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
เสน่ห์คณิตศาสตร์
บทความทางคณิตศาสตร์ที่มีเสน่ห์ มีมุขฮาที่น่ารัก นำเสนอแบบเข้าใจง่าย ไร้กลิ่นวิชาการ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sanehmaths
วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม 2551
Posted by เสน่ห์คณิตศาสตร์ , ผู้อ่าน : 3588 , 10:23:44 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ช่วงนี้ที่โรงเรียนจะสังเกตเห็นนักเรียนไม่ว่าจะระดับประถมหรือมัธยม ในมือจะมีของเล่นบางอย่าง หมุนไปหมุนมาให้หน้าแต่ละหน้ามีสีเดียวกัน ซึ่งเราเรียกของเล่นชิ้นนี้ว่า“รูบิก” ตามประวัติเจ้าลูกบาศก์หกหน้าบิดได้นี้เกิดจากความคิดของ “เออร์โน รูบิก (Erno Rubik)” ประติมากรและอาจารย์สถาปัตย์ของสถาบันประยุกต์ศิลป์และหัตถกรรม (Academy of Applied Arts and Crafts) ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี  เขาเป็นผู้ลุ่มหลงในรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงสามมิติ โครงสร้างและความเป็นไปได้ที่ซ่อนอยู่ในการผสมของรูปทรงและวัสดุทั้งในทฤษฎีและการปฏิบัติ โดยเขาได้สร้างต้นแบบเมื่อปี 2517 และได้จดสิทธิบัตรผลงานในบ้านเกิดด้วยชื่อว่า “เมจิกคิวบ์ (Magic Cube)”  ต่อมาบริษัทไอเดียลทอยส์ (Ideal Toys) ผู้จัดจำหน่ายของเล่นชิ้นนี้เปลี่ยนชื่อลูกบาศก์ใหม่ว่า “ลูกบาศก์รูบิก (Rubik's Cube)” ให้เป็นชื่อเดียวกับผู้ประดิษฐ์ของเล่นชิ้นที่ว่านี้
          กติกาการเล่น ก็ง่ายๆ ครับ เพียงแค่เราเรียงสีแต่ละหน้าให้ได้สีเดียวกัน โดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด เป็นทักษะที่จะต้องมีสูตรในการเล่น ไม่งั้นอาจใช้เวลาร่วมเดือน ขณะที่บางคนสามารถคืนสภาพเดิมให้กับลูกบาศก์รูบิก ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที  เป็นความสนุกและท้าทายที่จะสลับสีให้กลับไปเรียบร้อยเหมือนเดิม การเล่นแบบนี้เรียกว่า “สปีด (Speedcubing)” คือแก้รูบิกให้เร็วที่สุด   การแข่งขันเขาจะให้ผู้เล่นมีโอกาสแก้รูบิกทั้งหมด 5 ครั้งต่อหน้ากรรมการโดยที่ไม่ต้องแข่งพร้อมกันกับผู้เล่นคนอื่น จากนั้นจะตัดเวลาดีที่สุดและแย่ที่สุดแล้วนำเวลาที่เหลือมาหาค่าเฉลี่ย ซึ่งการแข่งขันแบบนี้ทำให้ผู้เข้าแข่งขันตื่นเต้นน้อยกว่าการแข่งขันพร้อมกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ

อย่างไรก็ดียังมีการแข่งขันรูบิกอีกประเภทที่ไม่เน้นความเร็วแต่เน้นแข่งจำนวนครั้งในการบิดให้น้อยที่สุดเพื่อให้รูบิกกลับสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ผู้เขาแข่งขันมีเวลา 1 ชั่วโมงที่จะแก้รูบิก แล้วเขียนวิธีการหมุนลงกระดาษเพื่อส่งให้กรรมการตรวจ โดยมีรูบิกให้ทดลองแก้ 3 ลูก ซึ่งตามทฤษฎีสามารถหมุนได้ต่ำสุด 24 ครั้ง แต่เท่าที่ผ่านมามีคนทำได้น้อยสุด 26 ครั้ง การแข่งขันรูปแบบนี้ค่อนข้างยากเพราะบางครั้งแม้เขาจะสามารถแก้รูบิกได้แต่ก็ไม่สามารถเขียนบอกได้ว่าต้องหมุนอย่างไร

การหมุนลูกบาศก์ของรูบิก เป็นเรื่องของทฤษฏีทางคณิตศาสตร์ที่ชื่อว่าทฤษฏีกลุ่ม (Group Theory)       ซึ่งมีจำนวนรูปแบบการเรียงสับเปลี่ยนที่แตกต่างกันทั้งหมด 

(8!×38−1)×(12!×212−1)/2= 43,252,003,274,489,856,000 รูปแบบ ประมาณ 43 ล้าน ล้าน ล้าน รูปแบบ ถึงแม้จะมีรูปแบบการจัดเรียงเป็นจำนวนมากแต่ทุกรูปแบบสามารถแก้ได้ภายในการบิด 29 ครั้งหรือน้อยกว่านี้  ส่วนระบบการแก้รูบิกก็มีด้วยกันหลายระบบครับ แต่ที่นิยมแพร่หลายในการแข่งขันเนื่องจากเล่นได้ง่ายคือระบบ CFOP ของยุโรปซึ่งย่อมาจาก C-Cross, F-Fist 2 Layer, O- OLL (Orient Last Layer) และ P-PLL (Permute Last Layer) จากการสังเกตนักเรียนส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการแก้รูบิกแบบ CFOP ในการเล่น

 ถามว่าการเล่นรูบิกมีส่วนช่วยอะไรในการเรียนคณิตศาสตร์บ้าง ? อย่าลืมว่าการเรียนคณิตศาสตร์ในเชิงนามธรรมนั้นต้องใช้จินตนาการสูง การเล่นรูบิกสามารถช่วยสร้างจินตนาการขั้นพื้นฐานของภาพ 3 มิติได้ และที่สำคัญต้องฝึกจำสูตรต่างๆ ทั้งยังมีเรื่องของจังหวะเข้ามาเกี่ยวข้องในการเล่นด้วย ทั้งนี้ของเล่นทุกชนิดล้วนช่วยพัฒนาความคิดของผู้เล่นไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง และสำหรับรูบิกเองก็เป็นของเล่นอีกชิ้นที่ฝึกกระบวนการคิดของผู้เล่น ซึ่งเบื้องหลังความท้าทายจากการจัดเรียงหน้าอันยุ่งเหยิงให้กลับคืนสู่ความมีระเบียบนั้นล้วนมีหลักการทางคณิตศาสตร์ซ่อนอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่รูบิกจะกลายเป็นอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอนคณิตศาสตร์  นี่คือประโยชน์จากการเล่นครับ

“ครูครับ  ครูชอบเล่นรูบิกไหมครับ” เด็กชายจักรกริชถามครูมนูญ

ครูมนูญกูรูทางเล่นของ  พูดห้วน ๆ “ไม่ชอบ”

“แล้วครูชอบเล่นอะไรครับ”

“รูบิ๊ก (Ru-big)”




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

กลับมาฮิตกันอีกแล้วหรือครับ

ตอนผมเป็นเด็กเล่นได้แค่หน้าเดียวก็ดีใจแย่แล้ว จำได้ว่ามีการประกวดแข่งขันทำได้ 6 หน้าในรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่ง คนที่ชนะเลิศทำได้แค่ 1 นาทีเศษเท่านั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ยอดอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์

Johann Carl Friedrich Gauss (ค.ศ.1777-1855)

View All
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านได้รับประโยชน์จากบทความเสน่ห์คณิตศาสตร์มากน้อยเพียงใด
มาก
74 คน
ปานกลาง
2 คน
น้อย
2 คน

  โหวต 78 คน