• ธี_คำภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 54
  • จำนวนผู้ชม : 117021
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2551
Posted by ธี_คำภรณ์ , ผู้อ่าน : 1170 , 08:03:38 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    ศาสนาที่เกิดขึ้นเป็นภูมิปัญญาและการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษย์ของมนุษยชาติ อาศัยกาลเวลาที่พ้นผ่าน ศาสนาเจริญตามลำดับ จากยุคหนึ่งเข้าสู่อีกยุคหนึ่ง บางยุคเจริญถึงกับแทบจะเรียกว่าครั่งศาสนา และบางยุคคนก็ปล่อยปละละเลยจนยากจะหาคนดูและเมื่อสิ้นสุดแต่ละยุคศาสนาก็มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆไม่หยุดหย่อนตามกระแสนิยมและความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาของคนยุคนั้นๆ

    อาศัยกาลเวลาที่เคลื่อนคล้อย ศาสนาก็ได้หายจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง เช่นศาสนาพุทธ ได้หายไปจากเขตปิตุภูมิไปเจริญในประเทศต่างๆ หลายนาๆประเทศ และก็มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปตามประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆบางทีมองเหมือนกับว่าคนละศาสนากันเพราะระเบียบการปฏิบัติแต่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่พอตั้งใจและสนใจมองจริงๆ จะเข้าใจและรู้ว่า เนื้อแท้แล้วคือ เรื่องเดียวกัน

    บางประเทศมีพิธีกรรมเยอะแยะมากมายจนบางทีเราคิดว่า แหม๋คิดได้อย่างไร เพราะศาสนาที่มันเปลี่ยนแปลงตามปัญญาและความคิดของคนแต่ละยุคอย่างนี้จึงทำให้คนหลายต่อหลายคนไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่า แท้ที่จริงหัวใจหรือแก่นแท้ของศาสนาอยู่ที่ไหน

    บางที่มีบางคนที่อาศัยศาสนาเป็นช่องทางในการเสริมขบวนการของตนเองให้สำเร็จโดยบอกว่า นี่คือศาสนา แล้วก็มีผู้คนจำนวนมากที่เชื่อและทำตามจนเข้าทางของเขา และบางที่ผู้คนสนใจแต่เรื่องพิธีกรรมไม่ได้สนใจแก่น เพราะเขาได้ประโยชน์จากพิธีกรรมนั้นๆ แม้แต่คนที่เป็นผู้นำศาสนาเองบางทีเน้นแต่เรื่องพิธีกรรมแต่ไม่ได้ย้ำถึงแก่นให้ผู้คนได้รับรู้และนำไปใช้ เลยกลายเป็นเจ้าพิธีกรรมไปมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องด้วย

    สังคมปัจจุบันผู้คนกำลังตกอยู่ในวังวนของ มายาทางวัตถุที่อยู่ภายนอก สิ่งไหนคนไหนว่าดีก็ดีไปตามเขาว่า โดยไม่ได้พิจารณาด้วยเหตุผลตามความเป็นจริงว่า มันดีจริงอย่างที่พูดไหม  เลยทำให้เกิดปัญหาขึ้นในทุกหย่อมหญ้า ดูเหมือนว่าศาสนาที่ตนนับถือไม่มีหรือไม่ได้คุ้มครองคนที่นับถือเลย ด้วยความคิดเช่นนี้ผู้คนที่ต้องอ้อนวอนให้สิ่งที่ตนไม่เห็นมาช่วยตามประสาคนเดือดร้อน แต่อัศวินม้าขาวก็ไม่ได้มาช่วยหรอก

    เมื่อสังคมยึดถือเรื่องวัตถุภายนอกเป็นหลัก จึงทำให้เขาเข้าหาศาสนาโดยหวังพึ่งให้ได้วัตถุภายนอกที่เขาต้องการดังกล่าว จึงเกิดมีเจ้าพิธีกรรมขึ้นทุกหนแห่งตามความต้องการของผู้คนและนั่นคือผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่มากมายมหาศาลยิ่งทำให้ผู้คนเข้าใจผิดกันใหญ่ว่า นั่นคือศาสนา

    เมื่อผู้คนเข้าใจศาสนาว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีผลดลบันดาลให้ได้สิ่งต่างๆ เมื่อไม่ได้ตามที่ตนวอนขอจึงกลายเป็นว่าศาสนาช่วยอะไรเขาไม่ได้

    แท้ที่จริงแล้วศาสนาเป็นเรื่องของจิตใจ บุคคลใดที่เข้าใจศาสนาอย่างแท้จริงบุคคลนั้นก็จะเกิดความคิดทางจิตใจ มีอิสระอยู่ในจิตใจทำให้เขามีอยู่เหนือทุกอย่างที่อยู่ภายนอกตัว และแม้กระทั่งตัวเขาเอง เรียกว่า คนอยู่เหนือโลก

    จะพัฒนาให้เป็นคนอยู่ "เหนือโลก" ได้นั้น มีวิธีการเยอะแยะมากมาย จนบางทีบางคนถึงกับท้อว่า ทำไมมันเยอะอย่างนี้เรียนไม่หวาดไม่ไหว กลายเป็นความเข้าใจผิดไปอีกอย่างว่า จะปฏิบัติให้เป็นคนอยู่เหนือโลกได้ตั้งจำหัวข้อเยอะแยะมากมายสุดจะนับให้ถ้วน

    ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการของสำนักไหน ที่ไหน ด้วยวิธีการอย่างไรจุดประสงค์หลักนั่นคือ การฝึกฝนและฝึกซ้อมจิตใจให้มีความหนักแน่นและคงทนต่อเรื่องราวต่างๆ จนสามารถมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่เข้ามากวน รุมเร้า

    พุทธศาสนามุ่งสอนให้ผู้คนไม่มีอะไร ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องวัตถุ แต่หมายถึงเรื่องของจิตใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่จิตใจไม่มีอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มีผลทำให้จิตใจเป็นอะไรได้  จิตใจที่ไม่มีอะไรหมายถึงไม่ได้ยึดอะไร ไม่ได้ติดอะไร แต่ะไม่ได้หมายถึงปล่อยปละละเลยไม่ได้สนใจอะไร ทิ้งหน้าที่ ทิ้งครอบครัว ทิ้งทุกอย่างนั้นเป็นการเข้าใจผิด แต่หมายถึงความเข้าไปเกี่ยวข้องสิ่งต่างๆด้วยจิตใจที่อิสระ เมื่อสิ่งเหล่านั้นแปรเปลี่ยน จิตใจก็ไม่ทุกข์ ไม่เดือดร้อน

    จิตใจที่เป็นอิสระคือจิตใจที่มีพลังเต็มร้อย จะทำสิ่งใด จะคิดสิ่งใดย่อมมีแต่ความพร้อมและผลที่ออกมาก็จะดีและสมบูรณ์ต่างกับจิตใจที่มีอำนาจแฝงนั่นคือ จิตใจที่ถูกกระตุ้นและควบคุมด้วยความอยากความต้องการ ความมุทะลุ ผลที่ตามมาคือความทุกข์และความเดือดร้อนใจ

    หลายที่หลายอาจารย์ได้พูดถึงหัวใจ พุทธศาสนา ไว้ไม่เหมือนกัน บางที่ก็บอกว่า ศีล สมาธิ ปัญญา คือหัวใจพุทธศาสนา บางที่ก็บอกว่า ความไม่ประมาท คือหัวใจพุทธศาสนา บางที่ก็บอกว่า การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตของตนให้ขาวรอบ เป็นหัวใจพุทธศาสนา ถ้าเราสนใจมองดีๆจะรู้ได้ทันทีว่า แม้แต่ศีล สมาธิ ปัญญา ก็เป็นเรื่องของจิตใจ มุ่งเน้นให้จิตใจมีปัญญา อันได้แก่เห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เป็นผลให้เกิดการคลาย และปล่อยวาง นั่นคือปล่อยวางทางจิตใจ  แม้แต่เรื่อง ความไม่ประมาท ก็เป็นเรื่องของจิตใจ คืออย่าประมาทกับการรักษาจิตใจ นั่นคือถ้าคุณประมาทเมื่อไหร่ คุณก็ไม่เกิดการฝึกฝนและพัฒนา เป็นผลให้คุณต้องตกเป็นทาสของอำนาจแฝงต่อไปอย่างหนีไม่พ้น สุดท้ายคุณก็ไม่มีทางเป็นไท ก็เป็นเรื่องของจิตใจอีกนั่นแหละ แม้แต่การไม่ทำบาปทั้งปวงเป็นต้นก็ตาม สุดท้ายก็เน้นเรื่องจิตใจนั่นคือทำจิตใจของตนให้ขาวรอบ หมายความว่า อย่าให้มันหม่นหมองเพราะอำนาจแฝงเลย จงทำมันให้ขาวรอบผ่องใสไร้สิ่งแปะเปื่อนเถิด

    เพราะฉะนั้น การรักษาจิตใจให้มั่นคง ไม่หวั่นไหวเพราะอำนาจแฝง นั่นคือหัวใจของพุทธศาสนา เมื่อเราเข้าใจอย่างนี้เราก็จะเข้าใจและเข้าถึงหัวใจพุทธศาสนาได้อย่างไม่ยากเลย อยากจะบอกกับทุกคนว่า พุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะปฏิบัติให้เข้าถึง หลักธรรมทั้งหมดของพุทธศาสนาเกิดขึ้นมาจาก ร่างกายของเรานั่นเอง จงหมั่นคำนึงและศึกษากายกับจิตของตนเถิด ด้วยการพิจารณาตนเอง ตักเตือนตนเอง หยุดยั้งตนเอง สยบตนเอง แก้ไขตนเอง สุดท้ายเป็นการปล่อยวางตนเอง นี่คือแก่นธรรมของพุทธศาสนา...................................

.............................ขอให้โชคดีเข้าใจและเข้าถึงทุกคน...............12/07/2008


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

(0)
นมัสการคะ หวานใช้คำถูกมั้ยคะ

ถ้าไม่ใช่ ต้องขอให้ท่าน บอกกล่าวด้วยนะคะ



มาอ่านบทคำสอนดีดี อีกครั้งคะ
ความคิดเห็นที่ 8
ปู่สถิตย์ภูมิ วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sathitpum

(0)
วัตถุคงเป็นเรื่องหยาบเกินไป
จิตใจคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ

กราบนมัสการมาด้วยความเคารพครับ
ความคิดเห็นที่ 7
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

(0)
ความคิดเห็นที่ 6
indexthai วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

(0)
ต่อว่า ..ครูสังคมโรงเรียนราชวินิต มัธยม
เกิดชาตินี้ชาติไหนขออย่าได้เฉียดใกล้ครูสังคมวิทยา.. โรงเรียนราชวินิต มัธยม
"ครูด้านสังคมวิทยาโรงเรียนราชวินิต มัธยม" ผู้แยกดีแยกชั่ว แยกถูกแยกผิด ไม่ได้
อวิชชา "ครูด้านสังคมวิทยาโรงเรียนราชวินิต มัธยม"
แด่ "ครูด้านสังคมวิทยาโรงเรียนราชวินิต มัธยม" ด้วยตะบอง
วิจารณ์ "ครูด้านสังคมวิทยาโรงเรียนราชวินิต มัธยม" ..ตรงประเด็น
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/08/entry-1
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

(0)
ของคู่กัน ...
ความคิดเห็นที่ 4
ธี_คำภรณ์ วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangdoremon
ชีวิตคือการเรียนรู้ อยู่เพื่อเรียนรู้ชีวิต: กลุ่มเขียนข้าว

(0)
ขอคุณและขอบใจ
กำลังใจและแวะมาให้
โอกาสหน้าฟ้าส่างค่อยมาใหม่
เติมกำลังใจให้กันและกัน.
...........เจริญธรรม..............ธี คำภรณ์
ความคิดเห็นที่ 3
ลานเทวา วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

(0)
ยามนี้คนเรากำลังหลงอยู่กับ สัทธรรมปฏิรูป


ความคิดเห็นที่ 2
ซันญ่า วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

(0)

ธรรมะเป็นยาแก้โรคทางใจ สำหรับฆารวาส
สัจจะ ความซื่อตรง
ทมะ ความข่มใจ
ขันติ ความอดทน
จาคะ ความเสียสละ..............กราบนมัสการพระคุณเจ้า
บทความนี้โดนใจ มากค่ะ มาแนวนี้ได้กระตุ้นเตือน
ชาวพุทธได้อีกเยอะ..........ขอบคุณท่านมากที่แวะไปเยี่ยม ที่ฝั่งฟ้าโน้น ค่ะ........
ความคิดเห็นที่ 1
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

(0)
แก่นกับกระพี้ต้องอยู่คู่กันครับ ปราศจากพิธีกรรมก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งศรัทธา ปราศจากศรัทธา ก็หมดกันทั้งแก่นและกระพี้ครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน