• ครูหวด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : phasatmala@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 196
  • จำนวนผู้ชม : 142069
  • ส่ง msg :
  • โหวต 88 คน
เรื่องเล่าจากครูหวด
การเมือง,การศึกษา,วรรณกรรมและการท่องเที่ยว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sangkom
วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม 2554
Posted by ครูหวด , ผู้อ่าน : 1802 , 06:10:30 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Chaoying , ting และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ค่ายรักษ์ภาษาไทย

ฟ้าครึ้มฝนแต่เช้า สันเขาทุกด้านจึงถูกคลุมอยู่ด้วยเมฆสีดำ บางแห่งย้อยย้วยไปมา ศิลปินผู้ร่วมทางบ่นเสียดายที่วันนี้ไม่ได้นำกล้องติดตัวมาด้วย  ผมเองไม่แน่ใจว่าเด็กที่บ้านได้เตรียมสิ่งของให้ครบถ้วนหรือไม่  มันยิ่งซื่อ ๆ อยู่ด้วย และก็จริงอย่างวิตก กล้องถ่ายรูปนอนแอ้งแม้งอยู่หน้าโต๊ะคอมฯนู่นเทียว แต่คงไม่เป็นไรเพราะเพื่อนฝูงหลายคนมีกล้องกันทุกคน เราคงขอเขาได้ดอก

“อ้าว ถึงไหนแล้วเจ้านาย...?” น้ำเสียงวิตกกังวลดังมาตามคลื่น

ผมเองไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร คอยเพื่อนศิลปินที่นัดไว้จนสายโด่ง ยังไม่เห็นหน้าโผล่มาสักกะคน ทั้งที่นัดหมายเป็นมั่นเหมาะ เย็นวันก่อนเจอกันยังตกลงแล้วว่าพวกเขาจะเอารถมาทิ้งไว้บ้านผม แล้วใช้รถของผมคันเดียวเดินทางไปเป็นวิทยากรให้ชาวค่ายฯ

กว่าจะต่อสายได้ กว่าจะรู้ว่าเสื่อเต๋อกับเสือย้อยอยู่ไหน อย่างไรก็ปาเข้าแปดนาฬิกากว่า ๆ แล้ว ผมต่อว่าเขาทันที  เขาตอบมาว่ากำลังจะไป เมื่อถามว่าอยู่ไหน “อยู่โรงเรียนครับเจ้านาย ให้มารับด้วย” ทว่าหูดันแว่วได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ขับผ่านย่านจอแจที่ไหนสักแห่งซึ่งค่อนข้างแน่ใจว่าเพื่อนอำตูเข้าแล้ว จึงขู่สำทับไปว่าเบี้ยวงานนี้ ไม่ต้องมาคบกันอีก...

อีกสิบนาทีต่อมา ผมโทรไปหาอีกครั้ง เต๋อหรืออาจารย์อนุศาสน์ พลธรรม บอกว่าถึงครึ่งทางแล้ว เอารถเก๋งไปเอง โล่งใจวะ แต่ไม่วายพูดดักทางไปว่า “อย่าโกหกเชียว คนเรานะน่ะ รู้เล่นรู้จริงด้วย ไม่ใช่ว่าจะพูดเล่นตลอด...” สาเหตุที่อัดเพื่อนไปแรง ๆ ก็ด้วยทราบนิสัยศิลปินทั้งสอง จริงเล่นบางทีแยกไม่ออก โดยเฉพาะเสือย้อยเวลาได้น้ำพรรค์อย่างว่าเข้าไปแล้ว สติสตังลอยเลื่อนไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ กิริยาพาทีไม่ต่างกับเด็กน้อย ด้วยเหตุดังกล่าวจำต้องอาศัยการพูดตรง ๆ จึงเอาอยู่ โชคดีที่ทั้งสองเป็นเพื่อนเป็นน้องสนิทชิดเชื้อมานาน จึ่งดั่งตัดไม่ได้ ขายไม่ขาด

เมื่อทราบว่าเขาได้เดินทางล่วงหน้าไปแล้วจริง ๆ สบายใจไปได้เปลาะหนึ่ง

ประยูร จันทวงษ์  ศิลปินนักปั้นนักแกะสลักจากด่านเกวียนไม่มีปัญหา  เขาบอกกับผมว่าพี่เต๋อบอกไปรับด้วย อยู่โรงเรียน โทรมาตะกี้นี่เอง เอาละซี, อันไหนจริง ไหนลวงวะ ขนาดไม่มีการเมืองสักกะนิดเพื่อนยังลับลวงพรางกันถึงปานนี้ ใจชื่นขึ้นโขเมื่อเจ้าภาพโทรมาบอกว่าทั้งสองเดินทางมาถึงแล้ว

คนล่าช้ากลับเป็นผมและศิลปินยูร

โรงเรียนวังตะกู  ตั้งอยู่ตำบลเจาทอง อำเภอภักดีชุมพล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ได้จัด “ค่ายรักษ์ภาษาไทย” ขึ้นเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่(เสี่ยง)จัด โดยการดำริของครูในโรงเรียน โดยเฉพาะครูสาวที่ชื่อยุพิน  ต่อโชติ ได้นำเรื่องปรึกษาครูอาวุโสที่ชื่อเยี่ยม ทองน้อย ซึ่งเป็นครูนักคิดนักเขียนคนเดียวในอำเภอที่กว้างขวางในหมู่นักเขียน ปกติครูเยี่ยม จะยืนดูอยู่ห่าง ๆ หรือไม่ก็ให้กำลังใจเพื่อนฝูงอยู่เงียบๆ แต่งานนี้สนับสนุนเต็มที่ เนื่องจากการอ่าน การเขียนคือเลือดที่ไหลเวียนในร่างรูปของเขาอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร และคณะครู โชคดีที่ ผอ.จรีวรรณ วัฒนะจิตพงศ์ เป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  มีเชิงชั้นในการบริหารครบวงจร สำคัญคือรักการอ่าน รักงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ตอนแรกคิดจะจัดค่ายเฉพาะโรงเรียนบ้านวังตะกู ซึ่งดูแล้วออเยาะศิลป์เกินไป อย่างว่าค่ายลูกเสือ ค่ายอื่น ๆ ยังพอหาทางสนุกสนานไม่ให้เบื่อให้กับเด็ก ๆ ได้ ยิ่งเป็นเด็กประถมฯ (1-6) ยิ่งราวจับปูใส่กระด้ง จึงออกหนังสือเชิญคณะครูและนักเรียนภายในศูนย์เครือข่าย(ใกล้ ๆ) มาร่วมด้วย เช่นโรงเรียนบ้านโนนผักหวาน สามแยกโนนสวรรค์ แหลมทองผดุงวิทย์ และบ้านหินเหิบ  รวมแล้วทำให้มีนักเรียนมาร่วมเข้าค่ายรักษ์ภาษาไทยครั้งนี้โขอยู่เหมือนกัน

 ครูเยี่ยม ชิมลางด้วยการเชิญมิตรรักนักเขียนใกล้ตัวและสนิทสนมเป็นการส่วนตัวมา 2 – 3 คน เช่นสังคม เภสัชมาลา, เสถียร ยอดดี และประยูร ลาแสง (รายหลังติดต่อไม่ได้จึงไม่ได้มา) นอกจากนี้ยังเชิญครูศิลปะจากโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา มาร่วมเป็นวิทยากรด้วย  ครูอนุศาสน์ พลธรรม, คณิตศาสตร์  ปานาเขียว และประยูร จันทวงษ์  สามสหายต่างวัยมีความสามารถทั้งการวาด ปั้น ดนตรีและการขับร้อง

แน่นอนว่างานนี้สร้างความหนักใจแก่วิทยากรอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่าน ๆ มาเคยแต่ไปพูดไปแสดงให้คนใหญ่ฟัง หากแต่ครั้งนี้กลับเป็นเด็กนักเรียนที่ไม่ต่างจากสำนวนว่า ก ข ไม่กระดิกหู  ยิ่งมาดูหัวข้ออภิปรายหรือกิจกรรม แล้วยิ่งอยากร้องไห้ “กิจกรรมจุดประกายความคิดเรื่องการอ่านและการเขียน, ภาษาที่ใช้ในเนื้อเพลง,หนังสือทำมือ ฯลฯ”

ปกติหัวข้ออย่างนี้มันต้องเริ่มที่ครูก่อน แล้วค่อยนำมาสู่เด็ก แต่วังตะกูกลับอาสากล้าทำเป็นโรงเรียนแรก ผมเองยังไม่กล้าที่จะจัดค่าย ฯ เช่นโรงเรียนแห่งนี้ อย่างเก่งก็เพียงจัดประกวดการเขียนเรียงความ คำขวัญ แต่งกลอน คัดลายมือ ยิ่งพอผู้บริหารไม่เอ่ยปาก  เราก็หยุดความคิดฝันทันที

ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทยก็จริง แต่นักเรียนหลายคนไม่ทราบว่าเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างไร ก่อนวันที่จะมาเป็นวิทยากร ผมได้ถามนักเรียน ป.5-6  ในชั่วโมงสอนของตัวเองว่าวันที่ 29 กรกฎาคม สำคัญอย่างไร กว่า 99 % ตอบไม่ถูกและไม่ตอบ มีเพียงคนเดียวที่ตอบว่าเป็นวันภาษาไทย และเมื่อถามต่อไปว่าอักษรไทยหรือภาษาไทยเกิดขึ้นในสมัยไหน อย่างไร

เงียบ...

ผมจึงพูดทีเล่นทีจริงว่า นักเรียนอย่าบอกเชียวนะว่าใครเป็นครูสอนภาษาไทย  อีกวันถัดมาผมจึงจัดทำชุดการสอน “ประวัติความเป็นมาของภาษาไทย” ฉบับย่อให้นักเรียนได้ศึกษาและไปอ่านเพิ่มเติมที่บ้าน บางสิ่งบางอย่างสำหรับการศึกษาไทย เห็นแล้วก็เป็นตาอยากหัว(เราะ) สอนให้เด็กรู้หมดว่าประเทศสหรัฐ,อังกฤษ ฯลฯ แม่น้ำไนท์ แม่น้ำเทมส์  ฯลฯ ภูเขาแอลป์ เทือกเขาหิมาลัย ฯลฯ อยู่ที่ไหนอย่างไร แต่ไม่สอนหรือบอกว่าภูเขาที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่นี้ชื่ออย่างไร แม่น้ำซี แม่น้ำเจา ฯลฯมาจากไหน สำคัญอย่างไร ฯลฯ โอ้ย หลายอย่างที่ยิ่งปฎิรูป ยิ่งกลายเป็นลูบไปลูบมา (ตาบอดคลำช้าง)

แม้หัวข้อเรื่องจะหนักหนา แต่โชคดีที่วิทยากรเตรียมตัวมาดี และที่โชคดีทีสุด คือ นักเรียนมีพื้นฐานการอ่านและการเขียนเกินตัว ครูเสถียร ยอดดี นักเขียนใหญ่จากค่ายบางกอก ได้เปิดประเด็นในการเป็นห่วงภาษาไทยในแง่ที่ถูกตัดขาดจากภูมิหลังของชื่อนั้น ๆ  เช่น อำเภอบุนนาก ที่หมายถึงต้นไม้ชนิดหนึ่ง นายอำเภอ(ต่างถิ่น)กลับเห็นว่าไม่ไพเราะไปเปลี่ยนเป็น “บุญมาก” ซึ่งคนละรากเหง้ากันเลยทีเดียว เผอิญในอำเภอหนองบัวแดง ภักดีชุมพลหมู่บ้านก็ถูกเปลี่ยนชื่อจากนักการปกครอง(กระจอกด้านภูมิรู้)หลายหมู่บ้าน เช่น บ้านโนนหินขาว เปลี่ยนเป็น “โนนศรีสง่า”  ที่ไม่เปลี่ยนก็ดันไปเขียนผิด ผิดแล้วแทนที่จะได้รับการแก้ไขให้ถูก กลับดันทุรังจะให้อื่นเขียนผิดไปด้วย เช่น แม่น้ำเซิน (รากศัพท์มาจากซับซึม) ดันเขียนเป็นแม่น้ำเชิญ ไม่เขียนเปล่าทำเป็นป้ายตัวบะเริ่มอยู่ข้างถนน แขกไปไทมาเห็นเต็มลูกกะตา ผ่าเถอะ,แม่น้ำซี(เจาะไซให้ทะลุ)นี้ก็เหมือนกัน เปลี่ยนเป็นแม่น้ำชี (สำนวนไทยกลาง)มากระทั่งทุกวันนี้ ซ้ำครูบาอาจารย์บางคนไปสอนนักเรียนนักศึกษาผิด ๆ ถูก ๆ อีกว่าแต่ก่อนเป็นที่อยู่ของแม่ชีคนหนึ่ง แล้วผูกเรื่องเป็นนิทานเล่าให้เด็กฟัง ได้ยินแล้วไม่ทราบว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี    

ครูเสถียร เป็นห่วงในเรื่องนี้มาก เขาจึงหวังเอาไว้ว่า “บ้านหินเหิบ" จะไม่ถูกเปลี่ยนในลำดับต่อไป ซึ่งไม่แน่ว่าจะอยู่ยงคะกระพันหรือเปล่า  เพราะเจ้านาย นักการศึกษาเขาได้เปลี่ยนสร้อยท้ายไปบ้างแล้ว

จริง ๆ นะครับพวกผมไม่ได้ห่วงภาษาจะวิบัติหรือไม่วิบัติอะไรนั่นหรอก เพราะเข้าใจใจสัจธรรมของภาษาที่มีทั้งเกิดและตาย มีพัฒนาการตามลำดับ เช่น ซิมิ ๆ อะไรนั่น ไม่ใช่เรื่องจะเสียหาย อีกหน่อยก็หายไปสาระบบ ที่ห่วงมากคือการอ่าน และเขียนภาษาไทยไม่ถูก ใช้ไม่เป็น และไม่เห็นคุณค่าภาษาแห่งชาติตน

เรื่องการใช้ภาษาไทย เช่น เรื่องสั้น บทความ นวนิยาย ฯลฯ เขียนอย่างไร เริ่มด้วยวิธีไหนฯลฯ อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่หรือคุณครูเรานี้ก็เหอะ  หลับกันเป็นแถวมาแล้ว ยิ่งได้ฟังนักเขียนที่เป็นนักเขียนจริง ๆ (เขียนเก่งแต่พูดไม่เก่ง)รับรองว่าง่วงแล้วง่วงอีก ไม่ได้ทั้งเนื้อทั้งน้ำ งานนี้ผิดคิวหรือเปล่าวะคุณครูเยี่ยม?

และแล้วการง่วงเหงาหาวนอนก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อครูศิลปะ (คณิตศาสตร์ ปานาเขียว)แสดงการวาดรูปสด ๆ ด้วยแปรงทาสีให้นักเรียนดู เขาตวัดแปรงราวการร่ายรำ ไม่ถึงนาทีเป็นรูปเป็นร่าง เป็นท้องฟ้า กระท่อมลอมฟาง ตามมาด้วยนิทานจากวิทยากรอีกท่านที่สร้างเสียงหัวเราะงอหายให้แก่นักเรียน

จากที่คิดว่าจะยาก กลับง่ายและมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง สำคัญคือผู้บริหารและคณะครูที่มาในงานเกิดประกายความคิดว่า ปีหน้าจะต้องจัดใหม่ จัดให้ยิ่งใหญ่กว่านี้ เชิญผู้บริหาร ครู นักเรียนทั้งศูนย์เครือข่ายหรืออำเภอมาร่วม  แล้วก็เชิญวิทยากรระดับประเทศมาให้ความรู้ และปลูกจิตสำนึกการอ่านการเขียนแก่พวกเขา

เป็นน้ำเสียงและเรื่องเล่าที่อิ่มพองในอก  ค่ายอะไรต่อมิอะไรยังจัดได้ จัดดี ค่ายที่สร้างคนให้เป็นคนสมบูรณ์เช่นนี้ ไม่ส่งเสริมสนับสนุนไม่ใช่คนรุ่นใหม่แล้วล่ะ

จริงไหมครับท่าน..?

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 08/08/2011 เวลา : 04.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ตอนนี้ ผมกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ หมายถึงว่ากำลังจะมีแนวคิดอย่างวังตะกูโมเดล คือมีผอ.หลายท่านบอกว่าเชิญนักเขียนมาแล้วไยไม่เชิญประธานศูนย์ อันที่จริงท่านพี่อาทิตย์ แถวหมอ เป็นประธานศูนย์ฯอำเภอภักดีชุมพล ท่านเป็นแฟนคลับของฟ้า พูลวรลักษณ์ ครับผม ยังแซวผมเลยว่าอ่านกวีกระวาดของคุณอุดร ทองน้อย ในมติชนสุดฯทีไรไพล่คิดว่าเป็นเยี่ยม ทองน้อย ทุกที เอ้อ. ตอนนี้พวกผอ.กำลังคิดที่จะทำโครงการของบจากอบต.เพื่อมาทำค่ายรักษ์ภาษาไทย เริ่มจากอบรมครูก่อน ผมเองกะจะใช้วิทยากรมืออาชีพ อย่างวงเดือน ทองเจียว พร้อมคณะ ท่านคิดว่าดีไหม ?

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 08/08/2011 เวลา : 03.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

เขียนต่อสิเพื่อน ยังไม่เข้าเนื้อหาที่สนทนาเล้ย....

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 05/08/2011 เวลา : 00.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ว่าจะไปนอนแล้ว โอ้ว่าดึกแล้วหนอ..ดันมาเห็นครูหวด..กับเรื่องภาษาไทยเนี่ย..ไม่ได้ ต้องแวะมาแลก่อนนอน แต่ติดไว้ก่อน คอ่ยกลับมาอ่านนิ..ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
น่าจะเป็นพี่ครูหนวด เพื่อนซี้เจ้าหญิงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ยามครับ วันที่ : 04/08/2011 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมนั่งกำกับการเขียนรายงาน เรื่อง เด็กไทย ข้าวไทย กับลูกสาวอยู่ครึ่งวัน ปรากฎว่า เด็กยังไม่สามารถเรียบเรียงความคิดออกมาได้ การปูเรื่องก็ยังไม่ได้ ปะติดปะต่อไม่ถูก ยิ่งบทสรุปซึ่งถือเป็นไคลแมกซ์ นั้น ยังไม่ไปถึงไหนเลย (เรียน ป 5)

บ่ายๆ หลานสาวอีกคนก็เอารายงานมาส่งให้ดูด้วย คนนี้เรียน ม 2 ยังไม่ได้เป้าเหมือนกัน

เรื่องอ่านบ้าง ผมชอบฟังเด็กอ่านหนังสือ เด็กคนไหนมาบ้าน มาเล่นอะไรนี่ ผมเอาหนังสือให้อ่านให้ผมฟัง ครึ่งชั่วโมงก็ยังดี อ่านผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ก็ทนฟังไป ไม่รู้จะช่วยอะไรเรื่องพัฒนาการเขาได้หรือเปล่า

ได้เห็นโรงเรียนจัดค่ายพวกนี้แล้ว น่าสนับสนุนครับครู

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยามครับ วันที่ : 04/08/2011 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมนั่งกำกับการเขียนรายงาน เรื่อง เด็กไทย ข้าวไทย กับลูกสาวอยู่ครึ่งวัน ปรากฎว่า เด็กยังไม่สามารถเรียบเรียงความคิดออกมาได้ การปูเรื่องก็ยังไม่ได้ ปะติดปะต่อไม่ถูก ยิ่งบทสรุปซึ่งถือเป็นไคลแมกซ์ นั้น ยังไม่ไปถึงไหนเลย (เรียน ป 5)

บ่ายๆ หลานสาวอีกคนก็เอารายงานมาส่งให้ดูด้วย คนนี้เรียน ม 2 ยังไม่ได้เป้าเหมือนกัน

เรื่องอ่านบ้าง ผมชอบฟังเด็กอ่านหนังสือ เด็กคนไหนมาบ้าน มาเล่นอะไรนี่ ผมเอาหนังสือให้อ่านให้ผมฟัง ครึ่งชั่วโมงก็ยังดี อ่านผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ก็ทนฟังไป ไม่รู้จะช่วยอะไรเรื่องพัฒนาการเขาได้หรือเปล่า

ได้เห็นโรงเรียนจัดค่ายพวกนี้แล้ว น่าสนับสนุนครับครู

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูหวด วันที่ : 04/08/2011 เวลา : 05.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangkom

ขอขอบคุณความคิดเห็นที่ 4 จะปรับปรุงแก้ไขการเขียนผิด หรือ ตก ๆ หล่น ๆ ในโอกาสต่อไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ting วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

เห็นในเฟคบุ๊คเขียนไม่ถูกกันเยอะเลยคะ
ทั้งที่จบปริญญากันทั้งนั้นทำบ่อยมันจะเป็นนิสัยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เต๋อคนดิน วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thur

ยังเหมือนเดิมครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เต๋อคนดิน วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thur

ยังเหมือนเดิมครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
KBD_1 วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

จะว่าไป เหล่าคนบ้าๆ ดีๆ ที่ได้ทำงานดีๆ บ้าๆ อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะนิสัยรักการอ่านนี่แหละค่ะ ตอนเด็กๆ น่ะ เราไม่รู้หรอกว่าโตขึ้นเราจะเป็นอะไร เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นเภสัช เป็นนักวิจัย เป็นวิศวกร ฯลฯ เริ่มที่อ่าน(ภาษาไทย)ออกเขียนได้ค่ะ

คิดถึงคุณครูทุกท่าน รวมทั้งบรรดาศิลปินที่กล่าวมาด้วยค่ะ นึกภาพออกตามคำบรรยาย อิอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน