*/
  • พญาสุขุม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dawn.2550@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 155
  • จำนวนผู้ชม : 303618
  • จำนวนผู้โหวต : 304
  • ส่ง msg :
  • โหวต 304 คน
<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณรู้สึกอย่างไร กับการปาฐกถาครั้งแรกต่อประชาชนพม่าของอองซาน ซูจี
พูดได้ดีมาก เพราะเน้นปรองดองเพื่อชาวพม่า
11 คน
ไม่ชอบ เพราะเธอเหมือนปลงตกยอมอยู่ใต้อำนาจรัฐทหาร
0 คน
เฉย เฉย รอดูไปก่อน ศึกนี้อีกนาน
3 คน

  โหวต 14 คน
วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม 2557
Posted by พญาสุขุม , ผู้อ่าน : 3317 , 17:20:48 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน chailasalle , สมชัย และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

ถ้าท่านติดตามข่าวทางพระพุทธศาสนา

ในปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗

เรื่องเด่นคือ

ครั้งแรกของการอุปสมบทภิกษุณี ๘ รูปในประเทศไทย


เหตุเกิดที่เกาะยอ จังหวัดสงขลา


เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

ต่อมาก็เป็นคำสั่งอันแข็งกร้าวของมหาเถรสมาคม

บอกว่า การอุปสมบทดังกล่าวเป็นโมฆะ

 

คำสั่งดังกล่าวขาดความชอบธรรม

และค้านกับความรู้สึกของคนทั้งประเทศ

ในฐานะที่ผมไปดูงานที่เกิดขึ้นในวันนั้นด้วย

จึงจำเป็นต้องบันทึกไว้

เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม


ผมทายว่าในอนาคตภิกษุณีจะชนะอย่างสง่างาม 


เพราะมีความชอบธรรมมากกว่า เพราะ


๑.ภิกษุณีบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้เหมือนภิกษุ


๒.พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้มีภิกษุณี


แม้ในสมัยนั้นจะไม่มีความพร้อมให้เกิดนักบวชหญิง


แต่พระพุทธเจ้ายังกล้าหาญอนุญาตให้มีนักบวชหญิง


ด้วยเหตุผลว่า บรรลุธรรมได้

 

ดูจากข่าว ตัวแทนมหาเถรสมาคมออกมาแสดงความเห็น


ราวกับมีอำนาจห้ามและอนุญาตให้

คณะสงฆ์ประเทศอื่นเข้าออกประเทศได้

 

ในเวลาเดียวกัน


สถาบันทำลายพุทธวจนได้แปลบาลีผิด

จนทำให้พระไตรปิฎกผิดเพี้ยน


มหาเถรสมาคมกลับนิ่งเฉย


ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็ก

อย่างครูนัท สอนพระไตรปิฎกลุยอยู่คนเดียว


แต่กับเรื่องภิกษุณีกลับมีมติจริงจังมาก

 

เรื่องที่ควรทำ กลับไม่ทำ


คำว่ามหาเถรสมาคมเป็นเสือกระดาษ


ผมไม่ได้พูดเป็นคนแรก


สิ่งที่ผมคิดคือ ทำไมจึงเป็นเสือกระดาษ

เพราะไม่อยู่ข้างความชอบธรรมนั่นเอง

 

การบวชภิกษุณีที่ประเทศไทยในปัจจุบัน


มีทั้งความพร้อม ความชอบธรรม


และเป็นความต้องการของประชาชนฝ่ายฉลาดและนิสัยดี


สิ่งที่ฝืนพลังแห่งฟ้าดิน จักต้องแตกสลายและสูญพันธุ์


อาจเป็นได้ที่มหาเถรสมาคมจะหายไป

จากประเทศไทยก่อนภิกษุณี


ขออภัยถ้าความจริงนี้แรงเกินไป 


แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นภาย ๒๐ ปีข้างหน้านี้

 

 

ที่ผมทายไว้อย่างนี้


มีเงื่อนไขคือ


๑.ปัจจุบันภิกษุณีมีวัตรปฏิบัติที่ดี เรียบร้อย น่าเลื่อมใส


๒.ภิกษุณีส่งเสริมให้บุคลากรของตนมีความรู้ มีการศึกษาในระดับสูง


๓.ภิกษุณีทำตัวมีประโยชน์ต่อสังคม

ช่วยเหลือผู้ยากไร้ จัดงานศพให้ฟรีเป็นต้น


๔.ภิกษุณีรู้จักจัดกิจกรรม และใช้สื่อประชาสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ

๕.ประสานงานกับทุกฝ่ายที่นิสัยดีมีปัญญา

ถ้ากลุ่มภิกษุณีที่เกาะยอยังคงทำ ๕ ข้อนี้อยู่


กลุ่มที่จากไม่ยอมรับ อย่างมหาเถรสมาคมก็จะหันมายอมรับ


เพราะถ้าดื้อดึงไป มหาเถรสมาคมอาจถูกคนรุ่นใหม่รังเกียจเอาได้

ว่า เรื่องควรทำไม่ทำ

เรื่องควรเคร่ง ไม่เคร่ง

เรื่องที่เก่ง คือ รังแกผู้หญิง

 

ผมเคารพมหาเถรสมาคมนะครับ


ผมเขียนสิ่งนี้เพื่อให้ท่านเตรียมรับคำกล่าวหาอันจริงและเผ็ดร้อน

ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้านี้

 

ผมสังเกตว่าอาจารย์ผม

หรือคนที่รู้จริงและเก่งพระไตรปิฎก

มักชอบให้ให้มีภิกษุณีในประเทศไทย


ส่วนพวกที่ไม่อยากให้มีภิกษุณี

รู้ไม่จริง รู้ผิด รู้ไม่ตลอด


พอมาสนทนากันจริงจริงก็มักจนคำพูด


ท่านใดที่กล้าบอกว่าตนรู้จริงในทางพุทธ

แต่ไม่เห็นด้วยกับการมีภิกษุณีในประเทศไทย


ผมยินดีเดินทางไกลไปสนทนากับท่าน หากท่านต้องการ

 

ขอนำเอาข้อมูลการสรุปงานเสวนา


ของคุณนิตยา บุญภักดีมาฝากครับ

รายงานสรุปเวทีเสวนาเรื่อง

"ความไม่เข้าใจเรื่องภิกษุณีของคนไทย"

บ่ายวันนี้ (16 ธ.ค. 57) ที่หอจดหมายเหตุท่านพุทธทาส

สวนรถไฟ จตุจักร ค่ะ

 

 

วันนี้มีวิทยากรหลายท่าน เล่าเรียงกันไปเลยนะคะ

แต่ถ้าใครอยากอ่านละเอียดแบบความต่อความ

ให้ไปอ่านที่ทวิตเตอร์ ซึ่งผึ้งรายงานสดไว้ค่ะ

(ขอบอกว่าดุเดือดเชือดเฉือนมากค่ะ)

 

 

อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ - วันนี้ประเด็นหลักของอาจารย์ ส. คือ 


1. การบวชภิกษุณีเป็นบัญญัติของพระพุทธองค์

เป็นเจตนารมณ์ที่อยากเห็นพุทธบริษัทสี่ช่วยกันค้ำจุนสืบต่อพุทธศาสนา 


2. การบวชภิกษุณีในเมืองไทยคือการเติมเต็มเสาหลักของพุทธศาสนา


3. ภายใต้ความเป็นพุทธไม่เคยมีการแบ่งแยกว่าเป็นสงฆ์ชาติใด

ก่อนไทยมีพุทธ คณะสงฆ์จากทวีปลังกาเป็นคนเข้ามาประดิษฐาน

เมื่อคณะสงฆ์ในลังกาทวีปถูกทำลาย

สยามวงศ์จากไทยก็ไปช่วยฟื้นฟูขั้นมาใหม่

ภิกษุณีจากลังกาทวีป ชมพูทวีป

เผยแพร่ไปถึงจีน ไต้หวัน

ต่อมาจีนก็ได้มาช่วยฟื้นฟูภิกษุณีที่ศรีลังกา

ต่างล้วนเป็นพุทธ ดำรงอยู่ในพระไตรปิฎก

และพระธรรมวินัยเดียวกัน


4. มหาเถรสมาคมก่อตั้งสมัยรัชกาลที่ 5

จนถึงปัจจุบันมีปัญภาภายในหลายเรื่องที่แก้ไม่ได้

การทำให้สถาบันสงฆ์กลายเป็นโครงสร้างอำนาจ

นับเป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมของพุทธศาสนาเมืองไทย


5. ผู้หญิงอยากบวชเป็นภิกษุณี

หากทำถูกต้องตามพระธรรมวินัย ก็ควรทำไปเลย

อย่าไปอยู่ใต้โครงสร้างอำนาจแบบมหาเถรสมาคม

ควรรักษาคุณภาพและเจริญงอกงามตามแบบของตน

 

คุณหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน


1. สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาเป็นสิทธิตามธรรมชาติ

ใครมาพรากมิได้ รัฐธรรมนูญทุกยุคกำหนดไว้


2. กฎหมายเป็นเครื่องมือรับประกันสิทธิ

คุ้มครองไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ

เมื่อมีการยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้ว

กรรมการสิทธิจะต้องไปดำเนินการสืบหาความจริงต่อไป

และใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้ามาคุ้มครอง

 

คุณสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง จากขบวนผู้หญิงเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย


1. ผู้หญิงที่เข้าวัด บอกว่ารู้สึกสนิทใจกับพระผู้หญิงมากกว่า

ปลอดภัยและสามารถปรึกษาปัญหาชีวิตได้


2. พุทธบริษัทสี่เปรียบเสมือนเก้าอี้มีสี่ขาเพื่อพยุงและสร้างสมดุลให้คงอยู่ได้

สังคมจะได้ประโยชน์หากมีภิกษุณี ไม่มีอะไรเสียหายเลย


3. สังคมไทยกำลังผลักดันให้มีกฎหมายส่งเสริม

ความเสมอภาคระหว่างเพศ

ประกาศของมหาเถรสมาคมสวนทางกับพัฒนาการของสังคม

 

อ.สมฤทธิ์ ลือชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาพุทธ


1. สังคมไทยนับแต่อดีตถูกเคลือบไว้ด้วยมายาคติ

ว่าผู้หญิงเป็นสิ่งสกปรกเพราะมีประจำเดือน

ห้ามเข้าใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิทางศาสนา

ถึงเวลาต้องขจัดมายาคติ


2. มหาเถรสมาคมถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรวมศูนย์อำนาจทางศาสนา

ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

ทั้งๆที่พระไตรปิฎกพูดถึงความสำคัญของการมี "สังฆะ"

ซึ่งเน้นพุทธบริษัทสี่ให้อยู่ร่วมกัน

ค้ำจุนและตรวจสอบซึ่งกันและกัน

แต่โครงสร้างและหน้าที่ของมหาเถรสมาคม

กลับละเลยความเป็นสังฆะ

ประชาชนหมดสิทธิตรวจสอบเจ้าอาวาส

ผู้อยู่ในสมณศักดิ์

เปิดช่องให้มีการสะสมทรัพย์สินและอำนาจมากมาย


3. มายาคติอีกตัวหนึ่งคือ

เมื่อผู้หญิงต้องการบวชก็มีเสียงค้านว่า

ไม่ต้องบวชก็บรรลุธรรมได้เพราะการบรรลุธรรมอยู่ที่ใจ

หากเชื่อเช่นนั้นจริงก็ควรสึกกันออกมาทั้งหมด

เพราะไร้เหตุผลที่จะครองวิถีนักบวช

 

หลังจากวิทยากรเปิดประเด็นจบแล้ว

ผู้เข้าร่วมฟังก็ลุกขึ้นอภิปรายกันอย่างเข้มข้นค่ะ

มีทั้งคุณระเบียบรัตน์ พงศ์พานิช

ซึ่งทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทในเรื่องนี้

อาจารย์มโน (ขออภัยผึ้งจำนามสกุลท่านไม่ได้)

ซึ่งเรียนปริญญาเอกด้านนี้โดยตรง

ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระไตรปิฏก

ในเชิงประวัติศาสตร์ไว้ละเอียดละออมากค่ะ

แล้วก็มี นักกฎหมายจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ชี้ประเด็นว่าประกาศของมหาเถรสมาคม

เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างไร

ตามอ่านได้จากทวิตเตอร์ที่แปะลิ้งค์ไว้ให้นะคะ

 

สุดท้ายเมื่อผู้ดำเนินรายการขอให้วิทยากรช่วยสรุปทิ้งท้าย

ทุกท่านพูดไปในทิศทางเดียวกันค่ะว่า

เรื่องการร้องเรียนต่อมหาเถรสมาคม

และการดำเนินการทางกฎหมายก็ควรดำเนินการต่อไป

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การบวชภิกษุณีก็ต้องดำเนินต่อไป

ตามที่พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธบัญญัติไว้แล้วค่ะ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Anacarika วันที่ : 10/04/2015 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ดูเหมือนมหาเถรสมาคมติดใจ ตรงที่ ภิกษุณีในพระพุทธศาสนาเถรวาท ขาดตอนไป ทำให้ไม่มีพระอุปัชฌาย์ เมื่อไม่มี ก็บวชให้ไม่ได้ ที่บวชก็เป็นมหายาน ประมาณนั้น ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 24/12/2014 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

ตอบท่านสมชัยครับ
ขอบคุณมากที่คอมเมนท์จนได้แนวทางเลยล่ะครับ

ตอบว่า
เรื่อง ภิกษุณีเถรวาทมีจริงหรือไม่
ถ้าให้ตรงประเด็นไม่ขี่ม้าเลียบค่ายก็คงสรุปว่า
เรื่องของภิกษุณีเถรวาทพอถกเถียงกันถึงที่สุดจะมาจบลงที่
ยืมได้กับยืมไม่ได้
และเรื่องสำคัญคือ เรื่องนานาสังวาส

สมมติว่าเวลานั้นภิกษุณีสงฆ์ในลังกามีน้อยไม่ครบองค์สงฆ์ที่จะให้อุปสมบท
จึงต้องมีการยืมจากภิกษุณีจากนิกายมหายานมาเพื่อให้วงศ์ของภิกษุณีเถรวาทสืบทอดได้ต่อไป
ปัญหาที่มีคือยืมข้ามนิกายกันได้หรือไม่
สิ่งที่ตัดสินว่ายืมได้หรือยืมไม่ได้
อยู่ที่เรื่องนานาสังวาส

มีกลุ่มคนที่คิดกับเรื่องนานาสังวาส ๓ แบบด้วยกัน
๑.แบบอำมหิตหรืออุกกฤษ์
๒.แบบนักปราชญ์หรือหลักมหาปเทส
๓.แบบคนไร้กติกา

๑.แบบอำมหิตหรืออุกกฤษ์
กลุ่มนี้จะคิดว่า ถ้าคนละนิกายก็ทำสังฆกรรมร่วมกันไม่ได้ในทุกกรณี
สมมตินิทานว่าถ้ามีใครมาฆ่าพระภิกษุเถรวาทในโลกจนเกือบหมด
เหลือไว้แค่ ๔ รูป
แม้ ๔ รูปนี้จะเป็นพระมีพรรษามากและเก่งแค่ไหน
ก็จำต้องปล่อยให้ภิกษุเถรวาทขาดสูญวงศ์ไป
เพราะการบวชต้องมีสงฆ์ ๕ รูปเป็นอย่างน้อย
ไม่สามารถไปยืมมหายานมานั่งหัตถบาสแม้แต่ ๑ รูป ก็ไม่ได้

๒.แบบนักปราชญ์หรือหลักมหาปเทส
จากนิทานข้างบน
กลุ่มนี้จะบอกว่ายืมมาได้โดยมีเงื่อนไขคือ
ให้ทำตามหลักมหาปเทส ๔ ที่พระพุทธองค์ได้ให้ไว้
และพิจารณาหลักสีลสามัญญตาว่า
มีศีลในระดับที่เข้ากันได้หรือไม่
เพราะทั้งสายเถรวาทและมหายานก็มีสายสมณวงศ์มาจากพระพุทธเจ้าเหมือนกัน
พระภิกษุณีก็เช่นเดียวกัน
ทั้งเถรวาทและมหายานล้วนมาจากพุทธวงศ์
จึงควรยืมกันได้อย่างมีเงื่อนไข

๓.แบบคนไร้กติกา
กลุ่มนี้ไม่ให้ความสำคัญกับนานาสังวาสเลย
คิดเพียงว่า
ในเมื่อเรามาจากพระพุทธเจ้าเหมือนกัน
นับถือพระพุทธองค์เหมือนกัน
จะมาแบ่งฝักฝ่ายกันทำไม
ในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่แบ่งไว้
คนรุ่นหลังมาแบ่งเองแล้วกีดกันกันเอง

ความคิดเห็นที่ 1 bepran , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

สำหรับประเด็นนี้ ผมอภิปรายอะไรมากนักไม่ได้ เพราะเป็นผู้ชาย ถ้าความเห็นค้านกับเอ็นทรี่นี้ ผมอาจถูกผลักไปอยู่ข้างมหาเถรสมาคมทันที และอาจถูกคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย ต่อว่าเอา เพียงแต่อยากให้ตั้งสติ ขึ้นมาสักนิด อย่าเพิ่งโหนตามกระแส เรื่องนี้อย่าให้กลายเป็นเรื่องการเมืองขึ้นมา มองดูมหาเถรสมาคมอย่างเป็นกลางก่อน อยากให้ผู้ที่อภิปรายทั้งหลาย ที่กล่าวมา ศึกษาพระไตรปิฎก ให้ชัดๆ หยิบยกคำตรัสทุกแง่มุมที่มีในพระสูตร อย่าหยิบบางสูตรมาสนันสนุนเหตุผลของตน โดยไม่หยิบบางสูตร ที่พระองค์ตรัสเอาไว้ ถึงปัญหาที่จะเกิดภายหลัง

พิจารณาถึงครุธรรม 8 ว่าเหตุใดพระบรมศาสดาถึงได้บัญญัติสิ่งนี้ขึ้นมา

อีกอย่างอย่าได้สับสนกับสิทธิของสตรีว่ามีเสมอเท่าบุรุษตามกฎหมาย มีเท่าเทียมกันแน่นอน เพียงแต่สมัยนี้จะหาภิกษุณีนิกายเถรวาท มาจากไหนที่จะมาบวชให้กับสตรี

การพิจารณาประเด็นทั้งหลายเหล่านี้ ต้องพยายามแยกวิจารณ์ ทั้งทางโลก ทางธรรม ทางวินัยของศาสนา และทางกฎหมายปัจจุบัน ถ้าเอามาวิจารณ์ปะปนกัน จะคุยกันไม่รู้เรื่อง เช่นหยิบเอาภิกษุปัจจุบันที่มีวัตรไม่ดี เป็นต้น

อีกประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณา คือในแง่ของสรีระร่างกาย ขบวนการฮอโมนท์เพศ ที่มีผลต่อส่วนรวม เรื่องนี้ก็มีในพระสูตร เป็นต้น

และต้องเข้าใจถึงพระผู้ใหญ่ ในการรักษาพระวินัย โดยเฉพาะที่เป็นเถรวาท จะไม่เปลี่ยนแปลงบัญญัติใหม่นอกเหนือจากที่มีอยู่แล้ว เพราะเช่นนี้จึงเกิด นิกาย มหาสังฆิกะ แยกออกจากเถรวาท จนกลายเป็น มหายาน และอื่นๆเช่นวชิรยาน เป็นต้น ซึ่งนิกายที่แยกย่อยเหล่านี้ จึงมีการเปลี่ยนแปลงวินัยทั้งเพิ่มเติมและตัดทอนจากพระวินัยเดิมที่พระบรมศาสดาบัญญัติไว้ ดังนั้นถ้าผู้ที่ต้องการบวชเป็นภิกษุณี บวชในนิกายมหายานก็ได้ไม่แปลก จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปบีบให้นิกายเถรวาทเปลี่ยนแปลงข้อบัญญัติที่มีอยู่เดิม

เรื่องนี้คุยกันยาว ผมยกตัวอย่างบางพระสูตร มาประกอบให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษา และมองอีกมุมหนึ่งบ้าง
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕
อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
วรรคที่ไม่ได้สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
สันธานวรรคที่ ๑
โคตรมีสูตร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
กัมโมชสูตร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗
จุลวรรค ภาค ๒
ภิกขุนีขันธกะ
เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมี

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓
ภิกขุนีวิภังค์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒
มหาวิภังค์ ภาค ๒

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน