• ประชามีสุข
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-17
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 170515
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
ฅนบ้านรงระ
ก้าวไปข้างหน้าประชามีสุข
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sanyaa0606
วันเสาร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2554
Posted by ประชามีสุข , ผู้อ่าน : 1481 , 20:29:01 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นอนนา

จำเดิมเมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้า มีอายุราว ๑๔ ปี ซึ่งเป็นวัยที่นม เพิ่งแตกพาน

สรีระร่างกาย และฮอร์โมนพัฒนา สู่การ เป็นวัยรุ่นตอนต้น เตรียมตัวสู่การเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต

ในชุมชนชนบทเกษตรกรรมในยุคนั้น ผู้ปกครองมักมอบหมาย
หน้าที่ให้ลูก ๆ มีหน้าที่เลี้ยงโค กระบือ ซึ่งมีอยู่เกือบทุกครอบครัว เพราะการทำนา
ใช้แรงงานสัตว์ ไม่มีเครื่องจักรใช้ ในยามเย็น

เมื่อเสร็จจากภารกิจการเล่าเรียน ผมก็มารับหน้าที่ตามที่ได้สั่งไว้

ในช่วงนั้น โค-กระบือ สำคัญ นักหนา เพราะใช้ควายไถนา ให้พวกเรา ปักดำ โคและกระบือ จึงมีความจำเป็นที่ทุกครอบครัวต้องเลี้ยงไว้ ครอบครัวผมมี ควายราว ๔ – ๕ ตัว ที่ไถนาเป็นมีอยู่ ๒ ตัว ผลัดการไถให้พวกผมดำนา แรงงานในการดำนาก็เป็นพี่น้อง และพ่อแม่ในครอบครัวทั้งนั้น


 

พี่น้อง ผม และพ่อ แม่ มีทั้งหมด ๖ คน ดำนา เพียงแค่ ๕ คน เพราะพี่ชายคนโต ไปค้าขายที่กรุงเทพฯ สมัยนั้น ดูเหมือน คนหนุ่มสาว ไม่มีใครสนใจ กรุงเทพ ฯ มากนัก ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในระบบเกษตรกรรม แรงงานในครอบครัวจึงมีเพียงพอ พอเหมาะพอควร กับที่นาที่มีอยู่ของครอบครัว ประมาณ ครอบครัวละ ๑๐ – ๒๐ ไร่ ทำนาโดยใช้แรงงานครอบครัว ทำไปเรื่อยแบบเหนื่อยก็พัก ในราว ๑ – ๒ เดือน ก็จะเสร็จ ทุกครอบครัว จะทำในลักษณะนี้ เพราะไม่มีเครื่องจักร มาเก็บเกี่ยวเช่นปัจจุบัน 

ในห้วง เดือนพฤศจิกายน พ้นผ่านงาน กฐินสามัคคี ก็ได้ฤกษ์ เวลานาที และเป็นสัญญาณว่า ต้องเร่งรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จ ทันตามเวลา ข้าวในนา จะไม่เสียหาย มากมายนัก ในห้วงนี้เอง ที่พ่อกับแม่ จะอพยพกันไปนอนนา เป็นเวลาแรมเดือน ทั้งที่นอนหมอน มุ้ง เครื่องครัว โค –กระบือ ถูกเคลื่อนย้ายไปปักหลักที่ท้องนา

 

 

แม่บอกว่า นอนนา ได้งานเยอะ กว่าอยู่ที่บ้าน ได้เอาใจใส่เต็มที่ แม่จะตื่นนอน ตั้งแต่เช้า จนเป็นนิสัย ติดตัวมานานนม เพื่อหุงหาอาหาร ให้พร้อมสำหรับทุกคนในครอบครัว ภารกิจของแม่จะเสร็จสิ้นลง ก่อนที่ตะวันจะโผล่พ้นฟ้า และลงมือเกี่ยวข้าวไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เช้าตรู่ ถึงอากาศเย็นมีน้ำค้างบ้าง ก็มิได้เป็นอุปสรรคสำคัญ กว่าพวกเราจะมาถึงนา แม่ก็ได้งานไปบานตะไท อีกทั้งภารกิจด้านโค-กระบือ แม่ก็จัดแจงเสียสิ้น วัวควาย มีหญ้าอ่อนให้กินเต็มปาก ทุกเวลา ไม่มีเสียงอแงให้ได้ยินอีกต่อไป

ด้านพ่อเอง ก็ไม่ต่างกัน ท่านมีหน้าที่มัดข้าว ให้เป็นฟ่อน ๆ ข้าว ๑ ฟ่อน มาจากการเก็บเกี่ยวข้าว ๘ กำ ที่เราเกี่ยวรวม ๆ กันไว้ เป็น ๘ กำ พ่อจะใช้ใม้ตอกมัดเป็นฟ่อน ๑ ฟ่อน ๘ กำ ฟ่อนใหญ่น้อย ขึ้นอยู่กับขนาดกำของแต่ละคน ฟ่อนผมคงเล็ก ๆ กว่าใคร ๆ เพราะเป็นวัยรุ่น และเป็นชาวนาฝึกหัดที่มิคุ้นเคย และมิเชี่ยวชาญพอเพียงกับ การนี้ พ่อมัดข้าวตอนเช้าตรู่ เช่นเดียวกัน เพราะรวงข้าวจะอ่อน เพราะน้ำค้าง ลงโลมไล้ พ่อมัดข้าว ได้วันละ ๑๐๐ ฟ่อนโดยเฉลี่ย ถือว่าเร็วแบบหาตัวจับยาก ในเช้าวันเสาร์ และอาทิตย์ ที่ผมมานอนนา พ่อจะสอนให้มัดข้าวอยู่เสมอ แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะผมไม่เก่งในการใช้ไม้ตอก นั่นเอง

เย็นวัน ศุกร์ ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว ผมต้องรีบ กลับจากโรงเรียน เพื่อเตรียมเสื้อผ้า และของใช้ที่จำเป็น สำหรับการไปนอนนา

เป็นเวลา ๒ วัน ไปนอนนา กับพ่อและแม่ ช่วยทำงาน ตามที่พอช่วยได้บ้าง ตามประสาเด็ก นับเป็นความสุข ความอบอุ่น ตามประสาเด็ก ๆ ที่ได้มานอน แปลกที่แปลกถิ่น ต้องตื่นเต้นบ้าง ลมหนาวโชยมา ปะทะร่าง เสียงสะนูว่าว ดัง คืนเดือนหงาย นั่งผิงไฟข้างกระท่อมฟาง เป็นบรรยากาศที่หายากนัก ในสมัยปัจจุบัน

.ในคืนพระจันทร์เต็มดวง พ่อแม่และผม ล้อมวงกินข้าว ใต้ตนบกใหญ่ ใบครื้ม ที่พ่อเลือกทำเลเป็นที่พักพิง ชั่วคราว ทำกระท่อมฟางแบบง่าย ตามแต่อุปกรณ์ที่จะเอื้ออำนวย เพื่อเป็นที่นอนตลอดฤดูกาลทำนา ปีนี้

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ พ่อ แยกตัวไปนั่ง มวนยาเส้น ดูดเข้าปอด และพ่นควันออกเป็นระยะ ด้านแม่ก็แยกไปนั่งเคี้ยวหมากอยู่ อีกด้าน ซักพัก การเกี่ยวข้าวใต้แสงจันทร์ เต็มดวงจึงเริ่มต้นขึ้น สปีดความเร็วเต็มที่ ไม่ให้เสียเวลา ไปแม้แต่น้อย สิ่งที่พ่อแม่ทำนับเป็นวิถีชีวิตของชาวนา ที่ผูกพันกับผืนนา มีความสุขกับอาชีพชาวนา

ในเวลาบ่ายคล้อย พ่อจะผละจากงานเกี่ยวข้าว แยกตัวไป ขนข้าวมากองรวม ๆ โดยใช้รถเข็นเป็นพาหนะ ในการขนข้าว ไปรวมกันที่ลานกองข้าว   ลานกองข้าวนี้ นี้ เป็นลานแบบภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดมา แต่อดีต พ่อเลือกทำเลลานข้าว ที่มิไกลจากกระท่อมฟางเท่าใดนัก เพื่อความสะดวกในการดูแล ระมัดระวังจาก ไฟ หรือแม้แต่ โค กระบือ ที่ชอบมาเล็มเลีย รวงข้าวนัก บางปี ก็มักได้ข่าวโจรปล้น ขโมยข้าวบ้าง โดยเฉพาะปีที่ข้าวราคาดี

ลานข้าวนี้ พ่อจะเตรียมนำจอบ ไปถางถางให้โล่งเตียน เป็นพื้นที่สี่เหลื่ยมจัตุรัส เมื่อถางพื้นที่ได้สะอาดแล้ว จำนำดินไปผสมกับขี้ควาย คุลกเคล้าให้เข้ากัน ผสมน้ำเล็กน้อย พอชื้น ๆ นำไปฉาบพื้นที่ ลานข้าว ตากไว้ให้แห้ง เพียงเท่านี้ ก็เพียงพอสำหรับลานข้าว ไว้ทุบข้าวเก็บข้าวเปลือก ลำเลียงสู่ฉางข้าว เป็นลำดับต่อไป

การกองข้าว พ่อจะเรียงข้าวเป็นชั้น ๆ เพื่อรอเวลาในการทุบข้าว แต่สังเกตเห็นว่า พ่อจะกองข้าวไว้ ๒ กอง กองเล็กเป็นกองที่ได้คัดเลือกอย่างดีแล้วว่า จะเตรียมไว้เป็นข้าวพันธ์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับเพาะปลูกในปีถัดไป พ่อจะคัดต้นที่มีลักษณะดี โดยเลือกจากบริเวณที่ต้นข้าวมีความอุดมสมบูรณ์ รวงใหญ่ ต้นสูง แข็งแรง ออกลูกดกเต็มรวง เมื่อทุบข้าวเสร็จ จะแยกไว้ตากหาก เพื่อเป็นข้าวพันธ์ 


ปีนั้น กว่าที่งานเก็บเกี่ยวจะเสร็จ ก็ล่วงเวลามาถึงเดือน ธันวาคม ในสมัยนั้น ก็ไม่ถือว่า ช้าเกินไปนักเพราะครอบครัว อื่น ๆ ก็จะเสร็จในระยะเวลาที่ไกล้เคียงกัน  เมื่อขั้นตอนการเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลง ก็ถึงคราวต้องนำข้าวขึ้นฉาง ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่ต้องออกแรงหนัก หน่อย พ่อจึงไปขอแรง จากญาติพี่น้อง มาช่วย

ก่อนนำข้าว ขึ้น ฉาง แม่จะทำหน้าที่เก็บใบไม้ ดอกไม้มงคล ชนิดต่าง ๆ ที่หาได้ ไกล้ ๆ บ้าน มาทำพิธี เซ่นไหว้บอกกล่าวให้ข้าวขึ้นฉาง ดูเหมือนแม่จะเคารพ ข้าว ในฐานะพระแม่โพสพ และเคารพต่อจารีตประเพณีที่ถือปฏิบัติ สืบต่อ ๆ กันมา  

พ่อบอกให้ เก็บข้าวที่ได้มาทั้งหมด ขึ้น ฉางข้าว จนเต็ม บอกว่า มีความเต็มฉาง จะอุ่นใจ อย่างน้อย ก็มีข้าวกินตลอดปี ไม่อดข้าวแล้วสำหรับปีนี้ 

ผมนำสัมภาระ ต่าง ๆ ขึ้น บนบ้าน เสร็จแล้ว ภารกิจ นอนนา ในปีนี้ ..................................................................

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อ้อยดอยหล่อ วันที่ : 12/11/2011 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doilor


นอนในกระต็อบเฝ้านาตอนหน้าหนาวก็จะหนาวมาก แต่ถ้านอนในกองฟางจะอุ่นสบายกว่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]