• บ้านพระธรรม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 525009
  • จำนวนผู้โหวต : 148
  • ส่ง msg :
  • โหวต 148 คน
<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 20 มกราคม 2552
Posted by บ้านพระธรรม , ผู้อ่าน : 2139 , 07:14:35 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อธิบายชีวิตตามแนวแนวปฏิจจสมุปบาท

          ปฏิจจสมุปบาท เป็นหลักธรรมที่พยายามแสดงให้เห็นความเป็นเหตุเป็นปัจจัยของสรรพสิ่งว่าอิงอาศัยกันและกันเกิดขึ้นอย่างไร หัวใจของปฏิจจสมุปบาทอยู่ที่ประโยคสรุปว่า “เมื่อสิ่งนี้มีนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้เกิดสิ่งนี้ก็เกิด เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี เมื่อสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ”

          ปฏิจจสมุปบาทมี ๒ ท่อน ท่อนแรกแสดงกระบวนการเกิดทุกข์  ท่อนที่สองแสดงกระบวนการดับทุกข์

          ชีวิตเป็นกระบวนการของเหตุปัจจัยที่อิงอาศัยและกันเกิดขึ้น

          พุทธธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ก็แสดงความเป็นเหตุเป็นผลเชื่อมโยงเป็นระบบ ทำให้เรามองเห็นความเชื่อมโยงของหลักคำสอนเหล่านั้นว่า ต่างก็เกื้อกูลและสนับสนุนเพื่อมุ่งอธิบายให้เห็นกระบวนการของชีวิตบนพื้นฐานของเหตุปัจจัย

          มนุษย์ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ ๒ ประการ  คือ นามและรูป นามรูปนี้ก็อาศัยวิญญาณเป็นตัวก่อกำเนิด ดังบทบาลีในปฏิจจสมุปบาทว่า “วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ”  เมื่อมีนามและรูปครบสมบูรณ์แล้ว ก็ทำให้เกิดกระบวนการอื่น ๆ ตามมา ซึ่งเราเรียกรวม ๆ ว่า ชีวิต

          วิเคราะห์ส่วนประกอบส่วนที่เป็นนามรูป เราก็จะเห็นว่า ทั้งนามและรูป ก็มิได้มีอยู่หรือดำรงอยู่เพียงลำพัง หากแต่อิงอาศัยปัจจัยอื่นเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

          เช่น รูป จำแนกองค์ประกอบพื้นฐานย่อยลงไปอีกคือ มหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูป ๒๔ ขณะที่นาม ก็อิงอาศัยการปรุงแต่งของอารมณ์ทีมากระทบทางอายตนะ ทำให้เกิดจักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ และมโนวิญญาณ 

          นี้เป็นเพียงการกล่าวโดยย่อ หากจะพิจาณากันอย่างพิสดารแล้ว จะเห็นว่า ภายใต้จิตดังกล่าวนี้ ยังจำแนกประเภทตามบทบาทหน้าที่ได้ถึง ๑๒๑ ดวง ในจำนวน ๑๒๑ ดวงนี้ ที่เป็นโลกิยจิตก็มี (๘๑) ที่เป็นโลกุตตรจิตก็มี (๔๐)

          การจำแนกแยกแยะมนุษย์เป็นหน่วยย่อยอย่างนี้ เพื่อต้องการให้มองเห็นกระบวนการของเหตุปัจจัยที่อิงอาศัยกันและกันเกิดขึ้น เป็นการจำแนกเพื่อให้มองเห็นชีวิตในแง่ของปรมัตถสัจจะ แทนที่เราจะมองชีวิตในแง่ที่เป็นสมมติสัจจะ เป็นตัวคน เป็นตัวตนของเราของเขา แล้วก็หลงมัวเมา ยึดมั่นถือมั่น สั่งสมภพสั่งสมชาติไม่มีที่สุดสุด

          เป็นการจำแนกเพื่อให้เรามองเห็นสัจจะที่ซ่อนอยู่ในชีวิตว่า เมื่อชีวิตตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุปัจจัย อิงอาศัยกันและกันเกิดขึ้นเช่นนี้ สัจจะ ๓ ประการที่ซุกซ่อนอยู่ก็จะเปิดเผยตัวเองออกมาให้เราได้มองเห็น

          สัจจะ ๓ ประการดังกล่าวได้แก่ ๑. ความเป็นอนิจจัง  ๒.ความเป็นทุกข์ และ ๓. ความเป็นอนัตตา

          เมื่อสัจจะปรากฏ เราก็จะได้บรรเทาความมัวเมา เบื่อหน่าย และหาทางหลุดพ้นจากวงจรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ดังนัยแห่งบทบาลีว่า

สัพเพ สังขาร อนิจจา             สัพเพ สังขารา ทุกขา,

สัพเพ ธัมมา อนัตตา              ยทา ปัญญาย ปัสสติ

อถ นิพพินทติ ทุกเข              เอส มคโค วิสุทธิยา

เมื่อใดก็ตามที่เรามองเห็นด้วยปัญญาตามความเป็นจริงว่า

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นี่เป็นทางแห่งความหมดจด

ตัวการสำคัญที่ทำให้เรามองไม่เห็นสิ่งนี้ก็คือ อวิชชา หมายถึง ความไม่รู้ตามความจริง ดังนัยแห่งพระพุทธพจน์ที่ว่า “ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล นับเข้าในส่วนแห่งอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีอวิชชาเป็นมูล”

ถ้าจะถามว่า แล้วทำไมคนเราจึงไม่รู้ตามความเป็นจริง ? 

การที่เราไม่รู้ตามความเป็นจริงว่าไปแล้วก็มีหลายสาเหตุ แต่เมื่อกล่าวอย่างรวบรัดคงเหลือเพียง ๒ สาเหตุ คือ

สาเหตุแรก มาจากตัวความจริงเองที่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง หรือมีเงื่อนไขซับซ้อนหลายประการ บางส่วนปรากฏชัดต่อหน้าเรา แต่บางส่วนก็ซุกซ่อนอยู่ ไม่เปิดเผยออกมาให้เห็น ทำให้คนตัดสินความจริงเฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และละเลยเหตุปัจจัยอื่น ๆ  ทำให้ได้ความจริงไม่ครบส่วน

สาเหตุที่สอง มาจากตัวมนุษย์เองที่มีธรรมชาติคิด และปรุงแต่งไปตามความเคยชินของตน กล่าวคือ แม้จะไม่มีข้อมูล ข้อมูลไม่ครบส่วน มนุษย์ก็สามารถสร้างสรรค์จินตนาการล่วงหน้าไปได้

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการนำตนเองออกจากทุกข์ตามแบบฉบับง่าย ๆ ของผู้เขียนคือ

๑.วางใจของเราให้เป็นกลางทุกครั้งเมื่อมีสิ่งใด หรือเรื่องใดมากระทบ อย่าเพิ่งตัดสินอย่างใดอย่างหนึ่งทันที ไม่ว่าจะในแง่บวกหรือแง่ลบ เราต้องไม่กระโจนเข้าใส่อย่างทันทีทันใด ให้จิตของเราทำหน้าที่แค่ “กำหนดรู้”

๒.ท่องไว้ในใจว่า “ทุกอย่างมีที่มาที่ไปเสมอ” ถ้าเรายังไม่รู้ “ที่มา” ก็อย่าเพิ่งสรุป หรือถามหา “ที่ไป” การกำหนดไว้ในใจอย่างนี้จะช่วย “ชะลอ” การตัดสินใจแบบทันทีทันใด ทำให้สติปัญญาของเราได้เข้ามาทำหน้าที่แทนอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งจะปลอดภัยกว่า

ฝึกอย่างนี้บ่อย ๆ เข้า ทำให้เคยชิน ความทุกข์ทั้งหลายจะเข้ามาจับตัวเราได้ยากขึ้น สำนวนบาลีใช้คำว่า “มัจจุราชจะมองไม่เห็น”

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
forgive วันที่ : 29/01/2009 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

(0)
สาธุค่ะ พระอาจารย์.
ความคิดเห็นที่ 8
ลานเทวา วันที่ : 25/01/2009 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

(0)
ความคิดเห็นที่ 7
ฟ้าฤดูร้อน วันที่ : 25/01/2009 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/awake
เตือนตน : จงระวังอย่านำทรรศนะคติหรือความคิดเห็นมาปนกับคำสอน จากคำสอนของท่าน ว.วชิระเมธี

(0)
สัจจะ ๓ ประการดังกล่าวได้แก่ ๑. ความเป็นอนิจจัง ๒.ความเป็นทุกข์ และ ๓. ความเป็นอนัตตา

เมื่อสัจจะปรากฏ เราก็จะได้บรรเทาความมัวเมา เบื่อหน่าย และหาทางหลุดพ้นจากวงจรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด.

ขอบคุณสำหรับคำสอนนี้ที่เตือนสติค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
ท่านเจ้าคุณ วันที่ : 23/01/2009 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sutku
สุทธิคุณ กองทอง 

(0)
ธรรมชาติดีจังครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 09.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
เห็นแล้ว
ก้อนหิน ชอบและอยากหอมแก้มเจ้าเด็กชายตัวน้อยๆ คนเดินข้างหลังหลวงตา..จังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
wadwangnoy วันที่ : 21/01/2009 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

(0)
ขอเชิญอ่านธรรมวัดวังน้อยฯ เพื่อเป็นกุศลในสัมมาปฎิบัติ ขอเจริญพร
ความคิดเห็นที่ 3
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 20/01/2009 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
หลวงตากลับมาแล้ว
มาพร้อม มงกุฏเพชรของพระพุทธศาสนา
คือปฏิจจสมุปบาท.....
สาธุ เจ้าค่ะ
ก้อนหินยิ้ม
๒๐ มกราคม ๒๕๕๒
ความคิดเห็นที่ 2
ณัฐรดา วันที่ : 20/01/2009 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

(0)
"ถ้าไม่รู้ที่มา อย่าเพิ่งสรุปที่ไป"
ให้สติมากเลยเจ้าค่ะ
เข้าใจคำว่า " มัจจุราขมองเราไม่เห็น" เพิ่มขึ้นด้วยเจ้าค่ะ
สาธุ
http://www.oknation.net/blog/nadrda2
ความคิดเห็นที่ 1
ting วันที่ : 20/01/2009 เวลา : 07.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

(0)
สาธุคะ มีกรรมคือการกระทำ ก็มีผล
ใครที่รู้ว่าเคยทำอะไรไว้ไม่ดีกลับตัวทำดี
ก็ไม่สาย
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน