• บ้านพระธรรม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 524978
  • จำนวนผู้โหวต : 148
  • ส่ง msg :
  • โหวต 148 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by บ้านพระธรรม , ผู้อ่าน : 27281 , 15:54:43 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทสวดโพชฌงค์ 7 มีความสำคัญลึกซึ้งมากกว่าที่คิด

 

บทสวดโพชฌงค์ 7 มีความสำคัญลึกซึ้งมากกว่าที่คิด นะคะ

วันนี้ก้อนหินยิ้ม ได้รับบทความจากเพื่อนรัก ท่านหนึ่ง

กรุณาส่งบทความ “บทสวดโพขฌงค์ ๗” มาให้ค่ะ

 

อ่านแล้ว...เห็นความสำคัญลึกซึ้งของ “บทสวดโพขฌงค์ ๗” แล้ว

คิดถึงเพื่อนๆ ค่ะ

จึงขอนำมาลงให้อ่านและศึกษา กันต่อนะคะ

 

ความว่า....แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอาพาธด้วยโรคภัย

พระจุนทะเถระก็ยังมาแสดงโพชฌงค์ เพื่อบำบัดอาการอาพาธของพระศาสดาจนหาย

 

ความหมายในโพชฌงค์ 7 ประการ มีความหมายพิศดารประการใด อย่างไร

 

จริงๆ แล้ว ความหมายในโพชฌงค์ 7 ประการนี่

เป็นข้อธรรม และก็เป็นกระบวนการกำจัดมลพิษภายในจิตวิญญาณ

 เป็นขบวนการในการจัดระเบียบของจิตวิญญาณความรู้สึกนึกคิดของตน

ให้เป็นผู้ซื่อตรงถูกต้องตามครรลองคลองธรรม หรือครรลองของสภาวะธรรมนั้นๆ

ซึ่งมีอยู่ในตนของตน

 

ฉะนั้น ความหมายของโพชฌงค์

ในข้อแรกก็คือ สติสัมโพชฌงค์ 

นั่นก็คือ โพชฌงค์ข้อแรกต้องปฏิบัติตนให้เป็นคนมีสติ

และในความหมายของโพชฌงค์ก็คือ วิถีแห่งการบรรลุธรรม

วิถีแห่งความพ้นทุกข์หรือไม่ก็วิถีแห่งการตัดอาสวะกิเลส

เป็นกระบวนการทางจิตชนิดหนึ่ง

 เป็นอารมณ์แห่งจิตที่ทำงานเป็นอารมณ์แห่งจิตที่มีสาระ

เป็นอารมณ์แห่งจิตที่มีความหมายพัฒนาไปเป็นจิตที่ประเสริฐ

ในสติสัมโพชฌงค์ เมื่อบุคคลใดเป็นผู้ยังให้เกิดขึ้น ยังให้ตั้งขึ้น และมีขึ้น

 

พระพุทธเจ้ากล่าวว่าเมื่อมีสติแล้วจะต้องมีธัมมวิจยะ คือการวิจารณ์ธรรม 

เลือกเฟ้นธรรม แสวงหาธรรม ที่เหมาะตรงถูกต้องแก่ตนที่สามารถปฏิบัติได้

 เมื่อมีสติมีการแสวงหาวิจารณ์ธรรมที่ดีอยู่แล้ว ที่ตรงถูกต้องก็ต้องทำด้วย

ความเพียร มานะพยายามบากบั่นอย่างยิ่ง เมื่อมีความเพียรแล้ว

 ผลที่ได้รับกลับมาก็คือความปีติสุข นั่นก็คือเป็นอารมณ์หนึ่งในโพชฌงค์

เมื่อมีปิติสุขซึ่งเป็นผลที่ได้รับจากการทำด้วยความวิริยะพากเพียรแล้ว

 

สิ่งที่จะตามมาจากปีติสุขก็คือ ความผ่อนคลาย ความปล่อยวาง 

ในสิ่งที่เป็นทาสจากตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นรับรส

กายถูกต้องสัมผัสใดๆ ผ่อนคลายจากความชั่วเลวร้ายเสียหาย ทั้งกาย วาจาและใจ

เมื่อมีความผ่อนคลายปล่อยวางแล้วก็จะขยับเข้าไปถึงความหมายหรือองค์คุณแห่งสมาธิ

คือความตั้งมั่นแห่งจิต

ผลแห่งสมาธินั้นเมื่อตั้งมั่นดีแล้ว จะเป็นเอกัคคตา คือเป็นหนึ่งเดียว

มีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว กระบวนการต่างๆ

 

เหล่านั้นทั้ง 7 ประการที่กล่าวมาแล้ว

เป็นกระบวนการของโพชฌงค์ ทั้ง7

เราจะเห็นว่าเป็นกิริยาอาการของการที่จะนำพาเรา

เข้าไปสู่วิถีแห่งการพัฒนาจิตวิญญาณ

ที่สามารถจะมีอิสระเสรีภาพในสิ่งที่ร้อยรัดผูกพัน

หรือห่วงหาอาวรณ์ใดๆ ต่อตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกได้กลิ่น

 ลิ้นรับรส และกายถูกต้องสัมผัส

 

และหากกล่าวโดยสรุปแล้ว

ความหมายของโพชฌงค์ 7 ประการก็คือ

กุญแจที่จะปลดปล่อยไขประตูและก็ปลดปล่อยเราให้ออกมาจากคุกของอารมณ์

คุกที่กักขังเราไว้ คุกที่ควบคุมกักขังตัวเรานั้น ไม่ใช่เป็นคนอื่น ใครอื่น สิ่งอื่น

หรือที่อื่นๆ แต่เป็นตัวเราเองที่เรากักขังตัวเองไว้ ในอารมณ์ใดๆ

โดยที่เราไม่รู้เท่าทันมัน

รวมทั้งขังตัวเองเอาไว้ในสุข ทุกข์ เวทนา

และก็กิจกรรมหรือการที่เป็นไปในกาย เช่นเกิดอาพาธ เกิดโรค

หรือกักขังตัวเองไว้ในเวทนาของโรคนั้นๆ

 

ฉะนั้นการเจริญโพชฌงค์ก็คือการปลดปล่อยตัวเองออกจากเวทนา

และโรคร้ายเหล่านั้นก็จะหมดออกไปจากอารมณ์

เมื่อโรคออกจากอารมณ์เหล่านั้น ใจก็เป็นปรกติ

 

 

โพชฌงค์ 7 ประการ

1.สติสัมโพชฌงค์(ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับเรื่อง)

2.ธัมมวิจยะสัมโพชฌงค์( ความเฟ้นธรรม,ความสอดส่องค้นหาธรรม )

3.วิริยะสัมโพชฌงค์(ความเพียร)

4.ปีติสัมโพชฌงค์(ความอิ่มใจ)

5.ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์(ความสงบกายสงบใจ)

6.สมาธิสัมโพชฌงค์(ความมีใจตั้งมั่น,จิตแน่วในอารมณ์)

7.อุเบกขาสัมโพชฌงค์(ความมีใจเป็นกลางเพราะเห็นตามเป็นจริง)

 

จากหนังสือพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต) 

 

ก้อนหินยิ้ม/บ้านพระธรรม ๐๐๐๔

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ปล.ขอบคุณเพื่อนรัก ที่ส่งบทความนี้มาให้ก้อนหินยิ้ม ค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
ณัฐรดา วันที่ : 27/02/2009 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

(0)
ค่ะ ไม่เพราะน้องคงไม่รู้อะไรดีๆอย่างนี้
ความคิดเห็นที่ 11
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 26/02/2009 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
ขอบคุณพี่ณัฐรดา นะเจ้าค่ะ
มีความสุข กับการศึกษาคัมภีร์วิสุทธิมรรค นะคะ
ความคิดเห็นที่ 10
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 26/02/2009 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
ขอบคุณคุณป้าอักฯ เจ้าค่ะ
ที่นำเอาบทสวดจากบ้านพุทธมนตรา
มาแปะประกอบเรื่อง ด้วยนะคะ

ทำให้เรื่องราวสมบูรณ์ ขึ้นเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 26/02/2009 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
คุณพี่ forgive ค่ะ
บลกลอนของแถม ก็เป็นของคุรพี่พระจันทร์แดง เจ้าค่ะ
ท่านส่งมาให้บ้านพระธรรม ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 26/02/2009 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
ไม่มั๊ง? เจ้าค่ะ หลวงตา
ก้อนหินว่า ต้องทั้ง 2 ฝ่าย
คือทั้วผูสวดและผู้ฟัง
ว่ามีภูมิธรรมของตนเองบริสุทธิ์เพียงใด
ความคิดเห็นที่ 7
chaiyassu วันที่ : 26/02/2009 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

(0)
บทสวดโพชฌงค์มีตำนานเล่าขาน
ในการเยียวยาอาพาธ
ที่มีเป็นพระสูตรเด่นชัดก็ได้แก่
๑.มหากัสสปโพชฌงคสูตร
๒.มหาโมคคัลลานโพชฌงคสูตร
๓.มหาจุนทโพชฌงคสูตร
ทั้ง ๓ สูตรนี้กลายเป็นตำนานสวดที่เรียกว่า สามภาณ
ซึ่งเป็นชุดพระสูตรที่ใช้สำหรับสวดให้คนอาพาธฟังในปัจจุบัน
แต่จะได้ผลชงักเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่
อันนี้แล้วแต่ผู้ฟัง
ว่ามีภูมิธรรมที่จะพิจารณาเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็นที่ 6
พระจันทร์แดง วันที่ : 26/02/2009 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

(0)
เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าทำไมบทสวดโพชฌงค์ ถึงสามารถบำบัดอาการป่วยไข้ได้
ความคิดเห็นที่ 5
ณัฐรดา วันที่ : 25/02/2009 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

(0)
มาอ่านแล้วค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
forgive วันที่ : 25/02/2009 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

(0)
สาธุค่ะ..
ชอบของแถมคำกลอนด้วยค่ะ.
ความคิดเห็นที่ 3
อักษราภรณ์ วันที่ : 25/02/2009 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

(0)
http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/14381

สาธุค่ะ


อิ อิ
ขออนุญาต
เอาบทสวดจากบ้านพุทธมนตรา
มาแปะประกอบเรื่องค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
บ้านพระธรรม วันที่ : 25/02/2009 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
ตามด้วยบทสวดค่ะ

บทสวดโพชฌงค์ ๗ ประการ
โพชฌังโคปริตร

โพชฌังโค สะติสังขาโต โพชฌงค์ ๗ ประการคือ สติสัมโพชฌงค์
ธัมมานัง วิจะโย ตะถา ธรรมะวิจะยะสัมโพชฌงค์
วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ ปีติสัมโพขฌงค์
โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สมาธิ อุเบกขาสัมโพชฌงค์
สัตเตเต สัพพะทัสสินา เหล่านี้ อันพระมุนีเจ้า
มุนินา สัมมะทักขาตา ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง ตรัสไว้ชอบแล้ว
ภาวิตา พะหุลีกะตา อันบุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว
สังสวัตตันติ อะภิญญายะ ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง
นิพพานายะ จะ โพธิยา เพื่อความตรัสรู้และเพื่อพระนิพพาน
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ ด้วยการกล่าวคำสัจนี้
โสตถิ เต โหนตุ สัพพะทา ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

เอกัสมิง สะมะเย นาโถ ในสมัยหนึ่งพระโลกนาถเจ้า
โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง ทอดพระเนตร พระโมคคัลลนะและพระกัสสะปะ
คิลาเน ทุกขิตา ทิสวา เป็นไข้ได้รับความลำบากถึงทุกขเวทนาแล้ว
โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ ทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการให้ท่านทั้งสองฟัง
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา ท่านทั้งสองก็เพลิดเพลินพระธรรมเทศนานั้น
โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ หายโรคในบัดดล
เอ เต นะ สัจจะวัชเชนะ ด้วยการกล่าวคำสัจนี้
โสตถิ เต โหนตุ สัพพะทา ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

เอกะทา ธัมะราชาปิ ครั้งหนึ่งแม้พระธรรมราชาเอง
เคลัญเญนาภิปีฬิโต ทรงประชวรเป็นไข้
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ รับสั่งให้พระจุนทเถระ
ภะณาเปตวานะ สาทะรัง แสดงโพขฌงค์นั้นถวายโดยความเคารพ
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย
ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส หายจากพระประชวรนั้นโดยพลัน
เอ เต นะ สัจจะวัชเชนะ ด้วยการกล่าวคำสัจนี้
โสตถิ เต โหนตุ สัพพะทา ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ปะ***นา เต จะ อาพาธา ก็อาพาททั้งหลายนั้น
ติณณันนัมปิ มะเหสินัง อันพระมหาฤาษีทั้งสามองค์หายแล้วไม่กลับเป็นอีก
มัตคาหะตะกิเลสาวะ ดุจดังกิเลสอันมรรคกำจัดแล้ว
ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง ถึงซึ่งความไม่เกิดอีก เป็นธรรมดาฉะนั้น
เอ เต นะ สัจจะวัชเชนะ ด้วยการกล่าวคำสัจนี้

โสตถิ เต โหนตุ สัพพะทา ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อเทอญ
ความคิดเห็นที่ 1
บ้านพระธรรม วันที่ : 25/02/2009 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
และแถมด้วยคำกลอนด้วยค่ะ

โพชฌงค์ 7
สติ ระลึกได้
อยู่ข้างกาย อย่าให้ห่าง
แนบจิต ติดตรงกลาง
กลายเป็นใจ หทัยเย็น

ธัมมา วิจะยะ
เฟ้นธรรมะ ดับทุกข์เข็ญ
หายร้อน กิเลสเห็น
มองดูทาง สว่างใส

วิริยะ ความเพียรพร้อม
อดทนออม กำลังใจ
ปัดเป่า ความร้ายให้
ห่างจากไป ไกลจากตน

ปีติ ก็บังเกิด
สามสิ่งเลิศ จากบทบน
ใจอิ่ม ดั่งชิมพรหม
ส่างระทม ที่ตรมตรอม

ปัสสัท ธิแลสุข
สยบทุกข์ ให้ก้มยอม
ใจสบาย กายก็น้อม
สู่จิตหนึ่ง ถึงปัญญา

สมาธิ อันเลิศแล้ว
จิตผ่องแผ้ว สว่างจ้า
ปัญญา เกิดตามมา
พิจารณา สิ่งเป็นธรรม

อุเบก ขาวางทุกข์
บังเกิดสุข ปล่อยวางกรรม
จิตใส ไร้ กิเลสทำ
สิ่งสุดล้ำ คำ นิพพาน

สิ่งกล่าว มาทั้งหมด
โพฌงค์บท อันเลิศขาน
หนทาง แห่งนิพพาน
พ้นบ่วงมาร พาลผจญ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน