• บ้านพระธรรม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 525009
  • จำนวนผู้โหวต : 148
  • ส่ง msg :
  • โหวต 148 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2552
Posted by บ้านพระธรรม , ผู้อ่าน : 1175 , 13:12:19 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          มีอาจารย์เซ็นนามว่าเคียวเกน  ท่านเป็นอาจารย์เซ็นในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ในประเทศจีน  แต่กว่าที่ท่านจะเข้าใจในหลักธรรมของพระพุทธองค์ได้   ก็ต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด    ต้องทุ่มเททั้งชีวิตกว่าจะพบคำตอบอันแท้จริงนั้นได้   

          ท่านเคียวเกนในอดีตนั้น ถือว่าเป็นนักวิชาการที่เก่งจนหาตัวจับยาก  แต่ต่อมาได้ตระหนักรู้ว่า  การมีความรู้เพียงตำราอย่างเดียว  ยังไม่ช่วยตอบคำถามเรื่องของ“ชีวิต” ให้กระจ่างแก่ตัวเองได้    จึงไปฝากตัวเพื่อศึกษาเซ็นกับอาจารย์อิซัน  

          ฝ่ายอาจารย์อิซันรู้ว่าสิ่งที่เคียวเกนเรียนรู้มานั้น ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่างในเรื่องการเข้าใจชีวิตแก่เขาแต่อย่างใด   ท่านต้องการที่จะให้เคียวเกน   รู้จักแสวงหาคำตอบด้วยตัวเอง  จึงกล่าวเชิงทดสอบเคียวเกนว่า

          “ฉันรู้ว่าเธอเป็นนักวิชาการที่เก่งมาก  แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจในเรื่องนั้น  ฉันอยากถามปัญหาสักข้อ   และให้เธอตอบฉันมาสักคำหนึ่ง  ด้วยคำตอบที่มาจากการเข้าใจของเธอเองว่า    ก่อนที่เธอจะเกิดมาบนโลกใบนี้     เมื่อครั้งที่มีการแบ่งแยกระหว่างทิศตะวันออกและทิศตะวันตกออกจากกัน    เธอเป็นใครมาจากไหน   และเธอจะไปไหนหลังจากสูญสิ้นไป”

          ฝ่ายเคียวเกนก็พยายามตอบสุดกำลังความสามารถของตัวเอง   แต่จนแล้วจนรอด  เขาก็ไม่สามารถให้ความกระจ่างในปัญหานั้นได้   เพราะท่านอิซันไม่รับรองคำตอบเหล่านั้น   เพียงกล่าวกับเขาว่า

          “นั่นเป็นเพียงความรู้ที่เขียนอยู่ในตำราเท่านั้น    ไม่ใช่คำตอบที่มาจากภูมิปัญญาที่แท้จริง

ของเธอ”

          ฝ่ายเคียวเกนเมื่อได้รับฟังคำเฉลยเช่นนั้น   ทำให้รู้สึกว่าความรู้ที่ตนเองเรียนรู้มา   ถูกปิดทับด้วยกำแพงหนาในใจ   ที่ไม่อาจฝ่าทะลวงออกไปได้   ทำให้เขารู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว   การเรียนรู้ชีวิตมิใช่อ่านจากตำราแล้ว   จะทำให้ตนเองเข้าใจชีวิตที่แท้จริงได้  

          ในที่สุดเคียวเกนก็ยอมแพ้และสิ้นหวังที่จะตอบคำถามนั้น  เขาได้ร้องขอคำตอบจากอาจารย์อิซัน    แต่กลับได้รับคำกล่าวว่า

          “ถึงแม้ฉันจะเฉลยคำตอบนี้แก่เธอ    มันก็เป็นเพียงคำตอบของฉัน   มันก็ยังไม่ช่วยให้เธอเข้าใจอะไรได้อยู่ดี   ทางที่ดีเธอควรเข้าใจคำตอบจากประสบการณ์ของเธอเอง   เมื่อนั้นเธอจะหายสงสัยในคำตอบนั้น”

          ด้วยคำกล่าวนี้   เคียวเกนจึงจำต้องลาอาจารย์อิซันไปด้วยความรู้สึกละอาย   แต่เขาก็ตั้งใจที่จะตอบคำถามที่อาจารย์อิซันถามให้ได้  จึงได้ปลีกตัวไปอยู่เงียบๆคนเดียว  เพื่อค้นคว้าคำตอบที่อยู่ในตำราอย่างบ้าคลั่ง   โดยหวังที่จะเอาชนะความสงสัยนั้น   จนถึงกับขังตัวเองอยู่ในห้อง   และค้นหาจากหนังสือเป็นจำนวนมาก   แต่สุดท้ายก็ยังมืดมิดอยู่ดี   เขาจึงรำพึงกับตัวเองว่า

 “รูปภาพของขนมย่อมไม่อาจทำให้หายหิวได้”

          ว่าดังนั้นแล้ว   เคียวเกนจึงฉีกตำราที่เขาเรียนมา   และสมุดบันทึกความรู้ทั้งหมดทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใย   เขาได้ลาอาจารย์อิซัน  เพื่อไปค้นหาคำตอบของชีวิตกับอาจารย์เอชุ    โดยอาสาเป็นคนเฝ้าสวน    

          ขณะที่เคียวเกนมาเป็นคนเฝ้าสวน  เขาเปลี่ยนวิธีการแสวงหาความรู้โดยการเฝ้าศึกษาภายในจิตใจตน   เฝ้าทบทวนอารมณ์ที่ผ่านเข้ามาอย่างมีสติ   อยู่มาวันหนึ่งขณะที่เคียวเกนกำลังทำความสะอาดสวน  

          เขาได้แบกตะกร้าขยะและใบไม้แห้งเพื่อจะนำไปทิ้ง   พอถึงที่เทขยะจึงได้สาดขยะที่มีก้อนหินผสมอยู่ด้วยไปข้างหน้า   ก้อนหินได้กระเด็นไปกระทบกับลำต้นไม้ไผ่ดัง “แกร็ก”   พอท่านได้ยินเสียง “แกร็ก”   จากการกระทบกันของก้อนหินและไม้ไผ่เท่านั้นเอง   ท่านรู้สึกว่าตัวเองและจักรวาลได้หายไป   ความมืดที่ปกคลุมจิตใจมานานได้สลายตัวจางหายไปอย่างสิ้นเชิง  

          ท่านได้สัมผัสสัจจะแห่งธรรมชาติที่มีอยู่   รู้ความจริงเรื่องก่อนที่คนเราจะเกิดมา   และหายสงสัยคำถามที่อาจารย์อิซันเคยถามท่าน   นับแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา     เคียวเกนรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า  และจุดธูปเทียนในห้องบูชาของตน  พร้อมกับคำนับไปยังทิศที่อาจารย์อิซันอาศัยอยู่   และกล่าวด้วยความรู้สึกขอบคุณว่า

          “ขอบคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง  ความกรุณาที่ท่านมอบให้ยิ่งใหญ่กว่าบิดามารดาเสียอีก  หากท่านอธิบายข้อสงสัยให้ในวันนั้น  ผมคงไม่มีโอกาสเข้าใจธรรมชาติอันแท้จริงในวันนี้   และย่อมไม่ทำให้ผมเข้าใจในมหาปีติในครั้งนี้”

๒.ขอบคุณท่าน "ชุติปัญโญ" ที่อุตส่าห์รวบรวม และพิมพ์ต้นฉบับไว้

๓.หวังว่า อ่านจบแล้ว จะทำให้ "ซาโตริ" กันได้บ้าง ไม่มากก็น้อย....

๑.วันนี้ขออนุญาต หยิบนิทานเซ็นมาฝาก.....ผู้ดูแลบล๊อก (ก้อนหินยิ้ม) กำลังเตรียมตัวสอบ  ส่วนหลวงตาติดภารกิจหลายอย่าง...

ปล.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
ณัฐรดา วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

(0)
มาอ่านนิทานเจ้าค่ะ
แล้วค่อยไปใช้ปัญญาคิดอีกที
ความคิดเห็นที่ 6
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 16/03/2009 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
การสอนของนิกายเซ็น จะเป็นการสอนด้วยกิริยา และให้คิดเองโดยใช้ปัญญาคิดค้นหาด้วยตัวเอง
ก็ชอบนะเจ้าค่ะ
เช่น"แมลงปอ เด็ดปีก พริกแดง" แล้วให้คิดเอง...หุ..หุ..
หลวงตาชัยฯ คิดออกเพราะมีปัญญานำ
แต่ก้อนหินยิ้ม คิดไม่ออกอะดิ...
ความคิดเห็นที่ 5
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 15/03/2009 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
กลับจากสอบมาแล้วเจ้าค่ะ

ถูกข้อสอบ น๊อกเอาเจ้าค่ะ
ทำไมพระอาจารย์ ท่านไม่ออกเรื่อง "ซาโตลิ" ก็ไม่รู้
ออกเรื่อง ไวภาษิกะ
เสาตันติกะ..แง...แง..ไม่หนุกเล๊ย
ความคิดเห็นที่ 4
พระจันทร์แดง วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

(0)
นมัสการด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 3
chaiyassu วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

(0)
นมัสการครับท่าน ลานเทวา
มีอารมณ์ขันนะครับ....
ความคิดเห็นที่ 2
chaiyassu วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

(0)
เจอนิทานเซ็นไปเรื่องหนึ่ง
ก็แปลกดี
ตอนพิมพ์ ปล. ก็วางเรียงตำแหน่ง
๑.......
๒......................
๓.......................
แต่พอโพสต์ข้อความ
ไหงดันกลายเป็น
๓...............................
๒................................
๑.................................
ปล.
ประหลาดดีแท้
ความคิดเห็นที่ 1
ลานเทวา วันที่ : 11/03/2009 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

(0)

บางอาจารย์ เซ็น แล้วจ่าย

บางอาจารย์ เซ็น แล้วไม่จ่าย


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน