• บ้านพระธรรม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 525006
  • จำนวนผู้โหวต : 148
  • ส่ง msg :
  • โหวต 148 คน
<< กุมภาพันธ์ 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by บ้านพระธรรม , ผู้อ่าน : 1312 , 06:19:34 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

            ในมูลกสูตรแห่งอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๔ ข้อ ๕๘ หน้า ๑๒๕ พรรณนาเรื่องราวไว้ว่า

 พระพุทธเจ้าทรงเป็นห่วงว่าพระสาวกของพระองค์จะเสียทีแก่นักบวชลัทธิอื่น จึงได้เรียกพระสาวกมาประชุมกันแล้วถามคำถามว่า ถ้าพวกเธอถูกนักบวชลัทธิอื่นถามด้วยคำถามอย่างนี้ ๆ เธอจะตอบเขาว่าอย่างไร

ถ้าถูกถามว่า  

ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีอะไรเป็นมูล

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีอะไรเป็นบ่อเกิด

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีอะไรเป็นใหญ่

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีอะไรเป็นยอด

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีอะไรเป็นแก่น

ถ้าถูกถามอย่างนี้ เธอจะตอบเขาว่าอย่างไร

เมื่อทรงสอบถามแต่ละรูปพอสมควรแล้ว ก็ทรงเฉลย

ทั้งนี้เพื่อให้พระสาวกยึดถือไว้เป็นหลักการร่วมกันว่า ศาสนาของพระองค์มีหลักการเบื้องต้นสั้น ๆ อย่างนี้

หากแม้จะมีใครถามก็ให้ตอบไปในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่เป็นที่ดูแคลน

แล้วทรงเฉลยไว้อย่างไร ?

ทรงเฉลยอย่างนี้

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีฉันทะเป็นมูล

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีมนสิการเป็นบ่อเกิด

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีสติเป็นใหญ่

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีปัญญาเป็นยอด

          ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีวิมุตติเป็นแก่น

สั้น ๆ แต่ก็ทำให้เราเห็นสาระของหลักธรรมว่า จริง ๆ แล้วก็มีประเด็นหลัก ๆ ให้เรากำหนดไว้ ๕ ข้อเท่านั้น

อาจกล่าวได้ว่า จับเพียงหลักการ ๕ ประการนี้ ก็ถือว่าครอบคลุมหลักคำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

ลองมาพิจารณาดูทีละข้อ

(๑)

คำว่า มีฉันทะเป็นมูล มีอธิบายว่าอย่างไร ?

ฉันทะ ตามศัพท์แปลว่า ความพอใจ

ความพอใจนับว่าเป็นพลัง หรือแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เราทำสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่รู้จักเบื่อ เหน็ดเหนื่อย หรือย่อท้อ

จะลงมือทำสิ่งใดก็ตาม ถ้ามีสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องกระตุ้นแล้ว ก็มองเห็นความสำเร็จอยู่รำไร

ในหลักอิทธิบาท (ทางแห่งความสำเร็จ) จึงเริ่มต้นด้วยฉันทะ

เมื่อฉันทะเกิด วิริยะ (ความขยัน) จิตตะ (เอาใจใส่) วิมังสา (ตรวจตราสิ่งที่ได้ลงแรงไป) ก็ตามมา

ฉันทะจึงเป็นมูลของธรรมทั้งหลายทั้งปวง

(๒)

คำว่า มีมนสิการเป็นบ่อเกิด มีอธิบายว่าอย่างไร ?

มนสิการ โดยความหมายระบุถึงกระบวนการไต่สวน ไตร่ตรอง พินิจ พิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อค้นหาความจริง หรือทำความจริงให้กระจ่าง

คนที่มีมนสิการ จะเป็นคนช่างสังเกต ช่างคิด ช่างตั้งคำถาม  ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ล้วนเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ

เหมือนพระเถระรูปหนึ่ง เดินทางไกล ได้เห็นพยับแดดก็พิจารณาเห็นไตรลักษณ์กระทั่งได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ธรรมทั้งหลายทั้งปวงมีมนสิการเป็นบ่อเกิด

(๓) คำว่า มีสติเป็นใหญ่ มีอธิบายว่าอย่างไร ?

สติ ถือเป็นธรรมสำคัญ มีอุปการะมากต่อชีวิต เป็นหัวใจของบรรดาธรรมะทั้งหมดของพระพุทธศาสนา ธรรมะ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ สรุปลงที่สติทั้งสิ้น

ปัจฉิมโอวาทที่ทรงสอน หรือเตือนพระสาวกอย่าประมาทในการทำกิจ ซึ่งตัวความไม่ประมาทนี้ โดยเนื้อแท้ก็คือตัวสตินั่นเอง

สติเป็นธรรมมีอุปการะมากทั้งในระดับวิถีชีวิตทั่วไป กระทั่งเป็นสะพานที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงพระนิพพาน เพราะกระบวนการของการปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน ไม่ว่าจะในแง่ของสมถะ หรือวิปัสสนาก็ตาม ล้วนใช้สติเป็นเครื่องกำหนดสภาวะทั้งสิ้น ในองค์ธรรมเครื่องตรัสรู้ที่เรียกว่า โพชฌงค์ จึงเริ่มต้นด้วย สติสัมโภชฌงค์ หรือแม้แต่ในหลักสติปัฏฐาน ๔ ก็ใช้สติเป็นตัวเชื่อมทั้งสิ้น

ธรรมทั้งหลายทั้งปวงจึงมีสติเป็นใหญ่

(๔) คำว่า มีปัญญาเป็นยอด มีอธิบายว่าอย่างไร ?

ปัญญานับเป็นยอดธรรมเพราะเป็นตัวประหารกิเลส มีปัญญาย่อมสามารถเห็นสรรพสิ่งตรงตามความเป็นจริง มีปัญญาย่อมสามารถแก้ไข คลี่คลายสิ่งที่เป็นข้อขัดข้อง หรืออุปสรรคทั้งปวงที่เกิดขึ้นได้

วงจรของปฏิจจสมุปบาทพิจารณาให้ดีจะเห็นชัดเจนว่า กระบวนการของความทุกข์ทั้งหลายเริ่มต้นที่อวิชชา เมื่อใดก็ตามชีวิตมีอวิชชาเป็นตัวนำ ความทุกข์ติดตามมาอย่างแน่นอน ในขุททกนิกาย จุฬนิเทศจึงตรัสไว้ว่า ทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง มีอวิชชาเป็นมูล

ถ้าจะดับทุกข์จึงต้องพลิกอวิชชา ให้เป็นวิชชาให้ได้

มีพระพุทธพจน์หลายแห่งที่กระตุ้นเตือนให้เรามองเห็นถึงความสำคัญของปัญญา เช่น ทรงตรัสว่า “ความเสื่อมจากทรัพย์เป็นเรื่องเล็ก เสื่อมจากญาติก็ยังนับเป็นเรื่องเล็ก แต่เสื่อมจากปัญญาถือเป็นเรื่องใหญ่”

เหตุนั้นจึงทรงสอนให้เราไม่ประมาทในปัญญา หมายความว่า จะทำ จะพูด จะคิดสิ่งใดก็ตามให้ใช้ปัญญาเป็นหลัก เอาปัญญานำหน้า ไม่เอาอารมณ์ความรู้สึก หรือแม้แต่ความคิดเห็นต่าง ๆ นำหน้า เพราะไม่ปลอดภัย

(๕) คำว่า มีวิมุตติเป็นแก่น มีอธิบายว่าอย่างไร ?

วิมุตติ โดยความหมายได้แก่ความหลุดพ้นจากปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องทั้งปวง ซึ่งเรียกรวม ๆ ว่า ทุกข์

ชีวิตทุกชีวิตปรารถนาความสุข แต่ความสุขจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราจำกัดความทุกข์ออกไปได้แล้วเท่านั้น ซึ่งตัวการที่ทำให้เกิดความทุกข์ก็คือตัวกิเลสทั้งหลายทั้งปวงที่ครอบงำจิตใจของเรานั่นเอง

การกำจัดความทุกข์จึงต้องไปกำจัดที่สาเหตุ นั่นคือตัวกิเลสที่อยู่ภายในตัวของเราให้หมดไป

โดยเฉพาะกิเลสที่เป็นมารดาของกิเลสทั้งปวงก็คือ โลภะ โทสะ และโมหะ

ชีวิตหลุดจากเจ้า ๓ ตัวนี้ได้เมื่อไหร่ ก็จะพบความสุขนิรันดร์ และถือได้ว่า เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
driftworm วันที่ : 10/02/2010 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(0)
บางอย่างเห็นได้ยาก
.
ความคิดเห็นที่ 12
บ้านพระธรรม วันที่ : 10/02/2010 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
ขอบคุณ
> คุณพี่สุ ..พี่สาวผู้น่ารักแสนดีเสมอสำหรับน้องๆ มีความสุขนะเจ้าค่ะ
>คุณพี่คนช่างเล่า ขอบคุณเจ้าค่ะ การเรียนตอนนี้ก็สนุกหนักเอาการอยู่เจ้าค่ะ เล่นเอาหัวหมุนเลยล่ะ
>คุณพี่ปวิภา..ขอบคุณเจ้าค่ะ ก้อนหินยิ้มยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมคุณพี่นานเลยเจ้าค่ะ แต่ก็กราบขอบพระคุณนะเจ้าค่ะ ที่คุณพี่ไม่เคยลืมบ้านพระธรรม เลยคะ
>คุณพี่ Red.. มีความสุขเสมอนะเจ้าค่ะ เช้านี้ยังไม่ได้เข้าไปฟังเพลงเพราะๆๆๆ เก่า ของพี่ที่บล๊อคนานล่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
บ้านพระธรรม วันที่ : 10/02/2010 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
สวัสดีในเช้าที่สดใสนะเจ้าค่ะ

ขอบคุณ
>คุณพี่ มิตรภาพไร้พรมแดน ดีใจเจ้าค่ะที่มาอ่านธรรมะบ้านพระธรรม
> ครูไทยใจเกินร้อย..จริงๆ เจ้าค่ะ ครูไทยแสนดี มีเมตตาใจเกินร้อยนะเจ้าค่ะ
>คุณพี่ตื่น (เสมอ) ชื่อเพราะเจ้าค่ะ ความหมายดีจัง ทุกสิ่งทุกอย่างต้อง "ตื่น"อยู่เสมอนะค่ะ
>ขอบคุณคุณพี่ปรัชญาชนบท....ก้อนหินไม่ได้แวะเยี่ยมท่านนานมาแล้วเลย...เดี๋ยวจะแวะไปหานะเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
บ้านพระธรรม วันที่ : 10/02/2010 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
อืม..ธรรมสวัสดีเจ้าค่ะ
ก้อนหินยิ้ม ไม่ได้เข้าบ้านพระธรรม หลายวันเลยเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมนะเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
มิตรภาพไร้พรมแดน วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaitoncity
...มิตรภาพและสิ่งดีๆที่นี่มีให้....

(0)
เข้ามารับธรรมะหน่อยครับ..
ความคิดเห็นที่ 8
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

(0)
น้อมรับสิ่งที่ดีๆ เพื่อชีวิตที่ดีๆ
ขอกราบขอบพระคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ตื่น วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/know

(0)
สาธุ...
ล้วนเป็นธรรมะที่น่าฟัง น่าจดจำ
เก็บไว้เตือนตนเสมอเสมอ
ความคิดเห็นที่ 6
ปรัชญาชนบท วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/j-direk

(0)
ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีฉันทะเป็นมูล
ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีมนสิการเป็นบ่อเกิด
ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีสติเป็นใหญ่
ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีปัญญาเป็นยอด
ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีวิมุตติเป็นแก่น



ธรรมะสวัสดี
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

(0)
ธรรมะ สวัสดีเช้าวันเสาร์ค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 4
คนช่างเล่า วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

(0)
วันเวลางวดเข้ามาทุกขณะแล้วซินะ

ใกล้จบแล้ว ธรรมะสวัสดี
ความคิดเห็นที่ 3
roselobster วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 06.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

(0)
ธรรมะสวัสดิ์ค่ะ
...
ความคิดเห็นที่ 2
redribbons07 วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 06.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

(0)

ฉันทะ

มนสิการ

สติ

ปัญญา

วิมุตติ


สาธุ



ความคิดเห็นที่ 1
ปวิภา วันที่ : 06/02/2010 เวลา : 06.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

(0)

...
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน