• บ้านพระธรรม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 143
  • จำนวนผู้ชม : 524977
  • จำนวนผู้โหวต : 148
  • ส่ง msg :
  • โหวต 148 คน
<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม 2554
Posted by บ้านพระธรรม , ผู้อ่าน : 2918 , 10:31:23 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

เหนือพื้นดิน...ยังมีน้ำ

 

เหตุการณ์น้องน้ำมาเยี่ยมเยือน ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า...

 

เหนือฉันยังมีพ่อแม่พี่น้อง  ที่ให้พักพิง ให้ความอบอุ่น

 

เหนือความทุกข์ยังมีเพื่อนๆ ที่คอยปลอบโยน หอมแก้มด้วยแระ..อิ..อิ..

 

เหนือความวุ่นวาย ยังมีทางแก้ไข

เหนือปัญหา ยังมีปัญญา

เหนือความฝัน ยังมีความจริง

เหนือเด็กวัด ยังมีหลวงตา

 

แล้วเหนือก้อนหิน..จะมีอะไรเจ้าค่ะ...เอิ๊ก..เอิ๊ก..มียิ้มเจ้าค่ะ

มีก้อนหินยิ้มเจ้าค่ะ..อิ..อิ..

ก็ก้อนหินยิ้มไง...

 

ก้อนหินยิ้ม

๒๗ ธค.๒๕๕๔


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 30/12/2011 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)

ความคิดเห็นที่ 13
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 30/12/2011 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)

ความคิดเห็นที่ 12
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 29/12/2011 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับน้ำ ในพระพุทธศาสนานะเจ้าค่ะ
อาทิ
1.การทำสงครามระหว่างพระญาติ ก็เพราะแย่งน้ำกัน
2.เกิดโรคระบาดทุพภิกขภัยเกิดอหิวาตกโรค ระบาดที่เมืองเวสาลี
3.เกิด"ฝนโบกขรพรรษ" เป็นฝนพิเศษ ณ เมืองเวสาลี ด้วยอำนาจของพระพุทธองค์เพื่อช่วยเรื่องทุพขภัยในครั้งนั้น
4.บัว 4 เหล่าที่เกิดในน้ำ
5.น้ำปานะ คือ เครื่องดื่ม ที่คั้นจากลูกไม้ หรือ น้ำคั้นผลไม้ ฉันได้หลังเที่ยงไปแล้วนั่นเอง หรือ ฉันได้ทั้งวันทั้งคืนก่อนรุ่งอรุณ
6.น้ำยังเป็นสัญลักษณ์ของการให้นับตั้งแต่พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระองค์แรกที่ใช้น้ำเป็นสัญลักาณ์การมอบวัดเวฬุวนาราม ถวายแด่พระพุทธเจ้า
เป็นต้น
ความคิดเห็นที่ 11
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 29/12/2011 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
เมื่อพระพุทธองค์เสด็จไปถึงเมืองเวสาลี เกิดฝนตกหนัก เรียกว่า "ฝนโบกขรพรรษ" เป็นฝนพิเศษ เพราะผู้ใดต้องการจะเปียกฝน ก็เปียก ผู้ใดไม่ต้องการเปียก ก็จะไม่เปียก ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมถึงเข่า ถึงเอว ถึงคอ แล้วน้ำพัดพาเอาซากศพเหล่านั้นลงไปในแม่น้ำคงคาจนหมดสิ้น แผ่นดินก็สะอาดบริสุทธิ์ขึ้น
ต่อมาพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับยืนอยู่ที่ประตูพระนคร ตรัสเรียกพระอานนท์มาแล้วตรัสสอน "รัตนสูตร" แก่พระอานนท์ แล้วโปรดให้ทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมไปทั่วเมือง ในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า
เพื่อกำจัดอุปัทวะเหล่านั้น ที่ประตูพระนครเวสาลี สวดอยู่เพื่อป้องกัน ใช้บาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้าตักน้ำ เที่ยวประพรมอยู่ทั่วพระนคร ก็เมื่อพระเถระกล่าวคำว่า "ยังกิญจิ" เท่านั้น พวกอมนุษย์ทั้งหลายที่อาศัยกองหยากเยื่อ และประเทศแห่งฝาเรือนเป็นต้น ซึ่งยังไม่หนีไปในกาลก่อน ก็พากันหนีไปทางประตูทั้ง ๔ เมื่อพวกอมนุษย์ไปกันแล้ว โรคของมนุษย์ทั้งหลายก็สงบ"
ความคิดเห็นที่ 10
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 29/12/2011 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
พระมหาบูรณะ ยังบอกด้วยว่า
สมัยพุทธกาล เมื่อครั้งเกิดอหิวาตกโรค ระบาดที่เมืองเวสาลี ในช่วงเวลานั้นเกิดภัยแล้ง ข้าวกล้าในไร่นาเกิดความเสียหายหนัก ผู้คนอดอยาก ล้มตายเป็นจำนวนมาก ชาวเมืองเวสาลีนำซากศพเหล่านั้นไปทิ้งไว้นอกเมือง ในพระไตรปิฎกกล่าวว่า
“เพราะกลิ่นซากศพของคนที่ตายทั้งหลาย พวกอมนุษย์ทั้งหลายก็เข้าเมือง ต่อแต่นั้นคนก็ตายมากต่อมาก เพราะความปฏิกูลนั้น อหิวาตกโรคย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย”
ชาวเมืองเวสาลีช่วยกันค้นหาสาเหตุของทุพภิกขภัยครั้งนี้ ได้กราบทูลพระราชาว่า คงเป็นเพราะพระองค์ไม่ตั้งอยู่ในธรรมกระมัง จึงเกิดทุกข์เข็ญเช่นนี้ พระราชารับสั่งให้ช่วยตรวจสอบว่า พระองค์ไม่ตั้งอยู่ในธรรมข้อใด ประชาชนก็ช่วยกันพิจารณาตรวจสอบแต่ไม่พบข้อบกพร่องแต่อย่างใด ต่อมามีบางพวกเสนอว่า บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าได้บังเกิดขึ้นแล้ว พระองค์เป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ขอได้โปรดกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระพุทธองค์มาโปรดชาวเมืองเวสาลีด้วยเถิด
ในขณะนั้นพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เมืองราชคฤห์ และพระเจ้าพิมพิสารทรงอุปัฏฐากพระพุทธองค์อยู่ เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบว่าชาวเมืองเวสาลีได้ทูลอาราธนาพระองค์เสด็จดับทุกข์ให้ จึงทรงรับด้วยทรงทราบชัดว่า
เมื่อเราแสดงรัตนสูตรในเมืองเวสาลีแล้ว อารักขาจะแผ่ไปตลอดแสนโกฏิจักรวาล ในเวลาจบพระสูตร ธรรมาภิสมัยจักมีแก่สัตว์แปดหมื่นสี่พัน"
ความคิดเห็นที่ 9
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 29/12/2011 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
นอกจากนี้แล้ว
พระสูตรสั้นๆ อีกพระสูตรหนึ่งในพระไตรปิฎกชื่อว่า สุริยสูตรแสดงพุทธพยากรณ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับภัยโลกร้อน ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต อันที่จริงอาจกล่าวได้ว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นชาวโลกคนแรกที่พูดถึงภัยโลกร้อน ในพุทธพยากรณ์โลกจะร้อนขึ้นทุกปี โดยไม่ทราบสาเหตุจนกระทั่งวันหนึ่งมนุษย์จึงเห็นดวงอาทิตย์อีกดวงหนึ่งปรากฏขึ้นในท้องฟ้า จึงรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของโลกร้อนนั้นมาจากการเกิดขึ้นของดวงอาทิตย์ดวงใหม่ ความร้อนนั้นมีผลต่อสภาพแวดล้อม และต่อมาเกิดดวงอาทิตย์ดวงที่สาม ดวงที่สี่ เรื่อยไปจนครบเจ็ดดวง เมื่อครบเจ็ดดวงโลกทั้งหมดก็ลุกเป็นไฟ
ความคิดเห็นที่ 8
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 29/12/2011 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

(0)
น้ำที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ตามคำบอกล่าวของพระมหาบูรณะ ชาตเมโธ (ป.ธ.๙) ดังนี้
ในทางพุทธศาสนานั้มหันตภัยจากธรรมชาติหลักฐานหนึ่งที่ชาวพุทธควรศึกษาคือ "มหันตภัยโลกในพระไตรปิฎก" ทั้งนี้ พระมหาบูรณะ ชาตเมโธ (ป.ธ.๙) หัวหน้าฝ่ายคัมภีร์พุทธศาสน์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และเจ้าอาวาสวัดฉิมทายกาวาส บางกอกน้อย กทม. ได้กล่าวว่า ในพระไตรปิฎกเองมีหลักฐานการเกิดมหันตภัยทางธรรมชาติหลายครั้ง เช่น ระหว่างมีการจารึกพระไตรปิฎกนั้น ชมพูทวีปทั้งหมดประสบภัยแล้งที่ยาวนานหลายปี ผู้คนตายไปจำนวนมาก นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเป็นภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในยุคนั้น และอาจเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเกิดภัยแล้งที่บรรยายไว้ในคัมภีร์ศาสนาอื่นอีก เช่น ศาสนายูดาย หรือพระเวท
ความคิดเห็นที่ 7
TaTee วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

(0)
ความคิดเห็นที่ 6
อาโป วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป

(0)

..
ความคิดเห็นที่ 5
บ้านพระธรรม วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
สงครามเพราะแย่งน้ำ
ในสมัยพุทธกาล เกิดภาวะทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง น้ำแล้ง ฝนขาด ประชาชนเดือดร้อนกันไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ในเมื่อฝนแล้ง น้ำขาด แต่คนจำเป็นต้องกินต้องใช้ ทรัพยากรน้อย แต่ความต้องการมาก จึงเกิดปัญหาตามมา
พระญาติวงศ์ทั้งสองฝ่ายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ล้วนมีอาชีพเกษตรกรรม คือ การทำนา แต่ในภาวะฝนแล้ง น้ำแห้งขาดคราว ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการน้ำ จึงเกิดการแย่งน้ำเข้านา แย่งกันกันไปแย่งกันมา จึงเกิดเป็นความบาดหมาง จากความบาดหมาง กลายเป็นความแค้น และจากความแค้นก่อเป็น “สงครามแย่งน้ำทำนา” พระญาติวงศ์ทั้งสองฝ่าย จึงจัดทัพช้าง ทัพม้า ทัพรถ ทัพพลเดินเท้า เข้ามาเผชิญหน้ากันอยู่ริมสองฝั่งน้ำ
ขณะที่สงครามแย่งน้ำกำลังจะเปิดฉากขึ้นมานั่นเอง พระพุทธองค์ก็ทรงทราบเรื่องและเสด็จดำเนินมาประทับท่ามกลางกองทัพของทั้งสองฝ่าย
ทุกคนเมื่อเห็นพระพุทธองค์เสด็จมา จึงเกิดสติ หยุดยั้งอยู่ในที่ตั้งของตัวเอง รอดูสถานการณ์เฉพาะหน้าว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
นาทีนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสถาม
“พวกเธอกำลังจะทำอะไร”
“ทำสงครามแย่งน้ำพระพุทธเจ้าข้า”
“น้ำกับคน อย่างไหนมีค่ามากกว่ากัน”
“คนพระพุทธเจ้าข้า”
“หากคนมีค่ามากกว่าน้ำ ถ้าเช่นนั้นมันคุ้มกันหรือไม่ ที่พวกท่านกำลังจะฆ่าคนเพื่อแย่งน้ำ”
“ไม่คุ้มพระพุทธเจ้าข้า”
“ถ้าไม่คุ้มแล้วทำทำไม”
สิ้นพระสุรเสียงตรัสถาม ทุกอย่างเงียบกริบ มือที่ถืออาวุธค่อยๆ ลดลง พระญาติวงศ์ทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับที่ตั้ง สงครามระหว่างคนสายเลือดเดียวกัน จึงเป็นอันยุติ
(บทความพิเศษเรื่องเสียงแห่งสติ – เสียงแห่งพระพุทธองค์ของท่านว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย)
ความคิดเห็นที่ 4
บ้านพระธรรม วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
น้ำเป็นธาตุอันหนึ่งในบรรดาธาตุสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกชีวิต
น้ำมีคุณประโยชน์มาก
แต่ในบางขณะน้ำก็เป็นสาเหตุของสงคราม ของการทะเลาะกัน และภัยพิบัติ
อาทิเช่นในสมัยพุทธกาลมีการรบ
มีทำสงครามเพราะกรณีแย่งน้ำกันระหว่างพระญาติของพระพุทธเจ้า
และน้ำก็ยังเป็นสาเหตุของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เรียกว่าอุทกภัยน้ำท่วม
นั้นหมายความว่าการมีน้ำมากเกินไปก็เกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายและชีวิต
และทรัพย์สิน และแม้แต่หากขาดน้ำ
มีน้ำน้อยเกินไปทำให้เกิดสภาพแห้งแล้ง ผู้คน สัตว์ ต้นไม้ล้มตาย
เรื่องราวทั้งหมดนี่ก็คือน้ำ
ความคิดเห็นที่ 3
บ้านพระธรรม วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับความอยู่รอดของเหล่าสัตว์มีชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ดิรัจฉาน และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
ต้องอาศัยน้ำเป็นเครื่องยังชีพ

น้ำยังทำให้แหล่งธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ป่าไม้ ต้นไม้ ต้นหญ้าเป็นต้นดำรงอยู่ได้
น้ำเป็นบ่อเกิดของสิ่งมีชีวิตทุกประเภท
ไม่มีมนุษย์คนใดหรือไม่มีสังคมใดจะอยู่ได้โดยปราศจากน้ำ
ความคิดเห็นที่ 2
บ้านพระธรรม วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
หลังจากที่พวกเราแยกย้ายบ้านกันไปอยู่กันละทิศละทาง
ก็ต้องมาอยู่รวมกันอีกครั้งที่บ้านแม่
กลับมาอีกครั้งสนุกจังค่ะ

ตอนเย็นๆ ก็กินกับข้าวฝีมือของแม่ แทนต้องทนกินร้านข้าวแกงที่ตลาดเช่นเคย
พอกลับมาเจอ..ก็เมาส์แตก
คนนั้นอย่างนั้น
คนนี้อย่างนี้

ความสุขเช่นในอดีต กลับคืนมาสู่เราอีกครั้งก็ตอนหนีน้องน้ำนี้แหละค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
บ้านพระธรรม วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

(0)
บ้านพระธรรมร้าง มานานเลยเจ้าค่ะ
เพราะน้องน้ำมาเยี่ยม

ก็ไม่น่าเชื่อว่า
ครั้งนี้ทำให้พี่น้องรักกันน่าดูเลยแหละ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน