*/
  • someone_in_somewhere
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nony@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-07-29
  • จำนวนเรื่อง : 69
  • จำนวนผู้ชม : 71247
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
<< มกราคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม 2564
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 148 , 15:32:36 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           การพนันขันต่อทกรูปแบบ  ทั้งที่กฎหมายยอมรับและไม่ยอมรับ เช่น การเล่นไฮโล  การซื้อหวยซื้อล็อตเตอรี่ ฯลฯ   ในทางศาสนาจัดว่าเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง เพราะหากประกอบอยู่เนือง ๆ จะพาคนเล่นไปสู่ความเสื่อมเสียทั้งส่วนตัว  ส่วนครอบครัว และส่วนรวม         ดังนั้น  สำหรับคนที่ปรารถนาจะลด ละ เลิกการพนัน  หรือหลีกหนีผลักไสไปให้พ้นจากชีวิต ทางพระพุทธศาสนาได้ได้แนะแนวทางที่จะเอาชนะการพนันไว้ด้วยหลักธร....

อ่านต่อ

วันจันทร์ ที่ 11 มกราคม 2564
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 167 , 15:25:48 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทางของคนเสื่อม   [๓๐๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามสิ้น ไปแล้ว เทวดาตนหนึ่งมีรัศมีอันงดงามยิ่ง ทำพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า [๓....

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2563
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 236 , 10:27:47 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

       กฐิน  มาจากภาษาบาลี ว่า กฐินํ  แปลว่า ไม้สะดึง  กรอบไม้สะดึง  ในสมัยพุทธกาล  ไม้สะดึงเป็นไม้แบบสำหรับตัดเย็บผ้าจีวร  มีการปูหรือลาดผ้า โดยใช้ไม้สะดึงเป็นกรอบแล้วขึงให้ตึงเพื่อให้สะดวกในการตัดเย็บ  เมื่อตัดเย็บเสร็จแล้ว จึงนำไปย้อม  เรียกผ้าที่สำเร็จโดยการใช้ไม้สะดึงว่า กฐินจีวร หรือ ผ้ากฐิน  ในสมัยพุทธกาล  การตัดเย็บ ย้อม  และการทำพินทุกัปปะ( การทำเครื่องหมายที่ผ้า ตามพระวินัยบัญญัติ )ต....

อ่านต่อ

วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2563
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 274 , 16:55:20 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

คุณค่าของกตัญญูกตเวที        คำว่า ”กตัญญู” แปลว่า  ผู้รู้อุปการะที่ผู้อื่นทำแล้ว  หมายถึง  บุคคลที่รู้จัก บุญคุณของผู้อื่นที่ทำแล้วแก่ตน   ผู้ที่เราควรรู้จักบุญคุณมี 4 ประเภท  คือ 1.มารดา บิดาหรือผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูตนจนเติบใหญ่  2.อุปัชฌาย์อาจารย์ 3.พระมหากษัตริย์ 4.พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลทั้ง 4 ประเภทนี้ท่านเรียกว่า บุพการี  คือ ผู้ที่ทำอุปการคุณแก่คนอื่น  เพื่อความสุข ความ....

อ่านต่อ

วันจันทร์ ที่ 30 กันยายน 2562
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 1608 , 17:19:49 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

                                               ความสุขของคฤหัสถ์      อันความสุขจะเกิดขึ้นได้นั้น  ก็ต้องอาศัยเหตุผลภายในและปัจจัยภายนอกประกอบกัน องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนพุทธบริษัทโดยสมควรแก่สภาพความเป็นอยู่ของบุคคลนั้นๆ  ในที่นี้พระองค์ทรงแสดงความสุขอันเกิดจากปัจจัยภายนอกแก่ท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี ผู้เป็นมหาเศรษฐีในกรุงสาวัตถี  แคว้นโกศลว่า       ดูก่อนคฤหบดี  ความสุขทั้งหลายอันคฤหัสถ์ช....

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 26 มิถุนายน 2562
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 433 , 11:18:26 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                                                                                    พาลบัณฑิตสูตร                                          สูตรว่าด้วยพาลและบัณฑิต        พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม. ตรัสแสดงลักษณะของคนพาล ๓ อย่าง   คือ   คิดชั่ว   พูดชั่ว   ทำชั่ว   คนพาลจะต้องประสบทุกข์โทมนัสถึง ๓ ประการในปัจจุบัน* และตายไปก็จะเข้าสู่นรก, กำเนิดดิรัจฉาน   หรือถ้าเกิดใน....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม 2561
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 967 , 15:12:17 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

  ผู้ไม่ประมาท   1. ความไม่ประมาท :  อัปปะมาโท  แปลว่า  ความไม่ประมาท บุคคใดไม่มีความประมาทในธรรมทั้งหลาย   จัดเป็นมงคลอันประเสริฐ การมีสติระลึกถึงซึ่งกุศลธรรมทั้งหลาย ที่ยังไม่บังเกิดขึ้น  ให้เกิดขึ้นในสันดาน และมีสติกำกับตัวอยู่เสมอทุกขณะจิต  ไม่ว่าจะคิด พูด ทำ  ในสิ่งใด ๆ ไม่พลั้งเผลอ เรียกบุคคลเช่นนี้ว่า "ผู้ไม่ประมาท"    2. ความสำคัญของความไม่ประมาท : เป็นปัจจัยเพื่อการพัฒนาชีวิตในทุกร....

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 2 ธันวาคม 2561
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 583 , 10:07:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                         ปุญญกิริยาวัตถุสูตร              [๑๒๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยทาน ๑ บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยศีล ๑บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยภาวนา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยทานนิดหน่อย ทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลนิดหน่อย ไม่เจริญบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยภาวนาเลย เมื่อตายไป เขาเ....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 27 เมษายน 2561
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 982 , 17:10:12 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปัจฉิมโอวาท          “ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! บัดนี้เราเตือนท่าน สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม ( สมบรูณ์ ) เถิด” นี้เป็นปัจฉิมวาจาของพระตถาคต.     พระไตรปิฏกเล่ม 10  ทีฆนิกายมหาัคค์ ๓. มหาปรินิพพานสูตร ว่าด้วยมหาปรินิพพานของพระพุทธเจ้า   ****************************  ....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน 2560
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 794 , 17:55:23 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

                      พระผู้มีพระภาคตรัสแสดงธรรมแแก่ภิกษุทั้งหลายว่า  ไม่ทรงเห็นรูปอย่างอื่นแม้รูปหนึ่ง ที่ครอบงำจิตของบุรุษได้เหมือนรูปของสตรีเลย  แล้วทรงแสดงทีละข้อถึงเสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะของสตรีที่ครอบงำจิตของบุรุษได้ อย่างไม่มีเสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะอื่นเสมอเหมือน  ในทำนองเดียวกัน ทรงแสดงถึงรูป เสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะของบุรุษที่ครอบงำจิตของสตรีได้ อย่างไม่มีเสียง รส กลิ่น โผฏฐัพพะอื่น....

อ่านต่อ

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน 2560
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 687 , 15:02:36 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    พระผู้มีพระภาคตรัสสอนว่า  เพียงแค่คิดในกุศลธรรม ก็ยังมีอุปการะมาก  จึงไม่ต้องกล่าวถึงการลงมือทำด้วยวาจา .  . อ่านรายละเอียดใน พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔  มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์  ๘. สัลเลขสูตร       ทรงแสดงว่า พระตถาคตจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ทำนองคลองธรรม  ก็คงมีอยู่แล้ว คือข้อที่สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง, สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ( ไม่ใช่ตัวต....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม 2560
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 587 , 18:36:57 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ (ประมวลเรื่องที่ตรัสโต้ตอบกับพระเจ้าปเสนทิโกศล มีทั้งหมด ๒๕ สูตร) โกสลสังยุตต์  ตติยวรรค  อิสสัตถสูตรที่ ๔  เป็นเรื่องเกี่ยวกับทานที่มีผลมาก มีใจความดังนี้    [๔๐๕] สาวัตถีนิทาน ฯ             พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทาน บุคคลพึงให้ใน....

อ่านต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มีนาคม 2560
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 477 , 17:17:24 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                          พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลสรรเสริญพระผู้มีพระภาค 10 ข้อ  คือทรงเห็นว่าพระผู้มีพระภาค 1. ทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก2. ทรงมีศีล3. ทรงเสพเสนาสนะอันสงัด4. ทรงสันโดษด้วยปัจจัย 4 ตามมีตามได้5. ทรงเป็นผู้ควรของคำนับ6. ทรงมีถ้อยคำขัดเกลากิเลส7. ทรงได้ฌาน 4 ตามปรารถนา8. ทรงระะลึกชาติได้9. ทรงมีทิพยจักษุ10. ทรงทำให้แจ้ง*เจโตวิมุตติ *ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะอ....

อ่านต่อ

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม 2560
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 398 , 16:04:31 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                 พระพุทธเจ้าตรัสแสดงอสัปปุริสทาน และสัปปุริสทาน (ทานของคนชั่ว คนดี ) อย่างละ ๕ คือให้ทานด้วยไม่เคารพ, ให้ไม่ดีงาม, ไม่ให้ด้วยมือของตน, ให้สิ่งที่เป็นเดน ( หรือให้เหมือนอย่างทิ้งขว้าง ), ให้โดยไม่เห็นอนาคต ( ปราศจากความเชื่อใน ผลของทาน ) ส่วนที่ดีคือตรงกันข้าม     ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๗. อสัปปุริสทานสูตร   กล่าวถึงเรื่....

อ่านต่อ

วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม 2560
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 483 , 18:08:28 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                      ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ตติยปัณณาสก์  ติกัณฑกีวรรค  ๘. สัปปุริสทานสูตร  กล่าวถึงพระพุทธเจ้าตรัสแสดง สัปปุริสทาน(ทานของคนดี) ๕ ประการพร้อมทั้งผลของทานแต่ละประการ   ๑ ในสัปปุริสทาน คือ การให้ทานไม่กระทบตน  ไม่กระทบผู้อื่น   ซึ่งใจความในพระไตรปิฎกมีดังนี้                "ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัปปุริสทาน ๕ ประการนี้ ๕ ประก....

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม 2559
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 1262 , 20:19:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  (ความย่อจากพระไตรปิฎกฉบับประชาชน)                     จตุตถปาราชิกกัณฑ์ (ว่าด้วยปาราชิกสิกขาบทที่ ๔)                 เริ่มเรื่องว่า พระพุทธเจ้าประทับ ณ เรือนยอดในป่ามหาวัน ใกล้กรุงเวสาลี สมัยนั้นมีภิกษุหลายรูป ที่ชอบพอเป็นมิตรสหายกัน จำพรรษาอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา สมัยนั้น เกิดทุพภิกขภัย๑ ในแคว้นวัชชี (ราชธานี ชื่อกรุงเวสาลี) ภิกษุทั้งหลายลำบากด้วยเรื่องอาหารบิณฑบาต จึงปรึกษากันว่า จะท....

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม 2559
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 570 , 11:09:10 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

  ทรงแสดงความไหลมาแห่งบุญ, แห่งกุศล มีความสุขเป็นอาหาร ซึ่งเป็นไปเพื่อสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เพื่อประโยชน์และความสุข ๔ อย่าง คือภิกษุผู้ บริโภคปัจจัย ๔ ของผู้ใด แล้วเข้าสู่เจโตสมาธิอันไม่มีประมาณอยู่ ความไหลมาแห่งบุญของผู้นั้น ย่อมไม่มี ประมาณ ( ลำดับปัจจัย ๔ แต่ละข้อนับเป็น ๑ ข้อ )   ทรงแสดงความไหลมาแห่งบุญ, แห่งกุศล อีก ๔ อย่าง คือ อริยสาวกประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวใ....

อ่านต่อ

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม 2559
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 846 , 18:44:56 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

(ความย่อจากพระไตรปิฏกฉบับประชาชน)         สมัยนั้น อุบาสกคนหนึ่งไม่สบาย ภิกษุฉัพพัคคียื (มีพวก ๖) เกิดพอใจในภริยาของอุบาสกนั้น จึงพูดพรรณนาคุณแห่งความตาย อุบาสกนั้นเชื่อ ก็ตั้งหน้ารับประทานแต่ของแสลง เป็นเหตุให้โรคกำเริบและตายด้วยโรคนั้น. ภริยาของอุบาสกจึงติเตียน ยกโทษภิกษุฉัพพัคคีย์เหล่านั้น ความทราบถึงพระพุทธเจ้า ทรงเรียกประชุมสงฆ์ ไต่สวน ได้ความเป็นสัตย์แล้ว จึงทรงติเตียน และทรงบัญญัติเพิ....

อ่านต่อ

Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 1254 , 18:10:47 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           เริ่มเรื่องเล่าว่า พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เวฬุวนาราม ใกล้กรุงราชคฤห์ ครั้งนั้น ภิกษุชาวแคว้นอาฬวีให้ก่อกุฎิ ที่ไม่มีเจ้าของ (ในที่ซึ่งไม่มีใครจับจอง) เป็นของจำเพาะตน (เพื่อประโยชน์ของตนเอง) เป็นกุฎีไม่มีประมาณ (ไม่กำหนดเขตแน่นอน) ด้วยการขอเอาเอง (คือขอของใช้รวมทั้งขอแรง) กุฎิยังไม่เสร็จ พวกเธอก็มากไปด้วยการขอ เช่น ขอคน ขอแรงงาน ขอโค ขอเกวียน ขอพร้า ขอขวาน เป็นต้น ก่อความเดือดร้อ....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน 2559
Posted by someone_in_somewhere , ผู้อ่าน : 720 , 12:13:08 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในพระไตรปิฎก  กล่าวถึง  ลักษณะวินิจฉัยพระธรรมวินัย  ว่า   ๑.ถ้าเป็นไปเพื่อความกำหนัดยินดี   มิใช่เพื่อปราศจากความกำหนัดยินดี ๒. เป็นไปเพื่อผูกมัดไว้ในภพ   มิใช่คลายการผูกมัด ๓. เป็นไปเพื่อสะสมกิเลส  มิใช่เพื่อรื้อถอนกิเลส ๔. เป็นไปเพื่อความปรารถนาใหญ่   มิใช่เพื่อความปรารถนาน้อย ๕. เป็นไปเพื่อไม่ยินดีด้วยของตน   มิใช่เพื่อยินดีด้วยของของตน ( สันโดษ) ๖. เป็นไปเพื่อคลุกคลีด้วยหมู่   มิใช่เพื่อ....

อ่านต่อ


/2