*/
  • ไฟเย็นก็เป็นไฟ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : savecyber@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-06-27
  • จำนวนเรื่อง : 102
  • จำนวนผู้ชม : 169588
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
วันอังคาร ที่ 25 กันยายน 2561
Posted by ไฟเย็นก็เป็นไฟ , ผู้อ่าน : 360 , 12:04:15 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ผู้รักษาประตู 

    ตำแหน่งนี้ทำให้บรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" เป็นกังวลมาตลอดในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาทั้งกับ ซิมง มิโญเลต์ และ ลอริส คาริอุส ที่ช่วยกันแบ่งปันการเล่นผิดพลาดจนทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล อ่อนระทวยจนทำใจเอาไว้แล้วว่าหากสองคนนี้ลงสนามคงได้เห็นอะไรย่ำแย่แน่นอน หลัง อลิสซง เบ็คเกอร์ นายทวารชาวบราซิเลียน มาเฝ้าเสาในถิ่นแอนฟิลด์

    ต้องยอมรับว่านี่คือการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญ เพราะ อลีสซง ทำผลงานได้ดีเยี่ยมพร้อมกับสถิติรักษาคลีนชีต 4 เกมจาก 6 แมตช์แรกในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถมเสียแค่ 2 ประตู แต่เจ้าตัวได้เรียนรู้แล้วว่าการเล่นในลีกผู้ดีไม่ควรใช้เวลาจับบอลนานเหมือนเกมเซเรีย อา เพราะไม่งั้นจะโดน เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ฉกบอลไปจากเท้าก่อนส่งให้  ราชิด เกซซาล ซัดประตู ในเกมเฉือนเลสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม ผลงานโดนรวมของโกล์มือ 1 ทีมชาติบราซิล ถือว่าน่าพอใจและทำให้แฟนบอล "หงส์แดง" นึกถึง เปเป้ เรน่า นายทวารชาวสแปนิช ที่เฝ้าเสาได้อย่างเหนียวแน่นและทำผิดพลาดน้อยมาก 

คะแนน : 8  เต็ม 10

กองหลัง

    นี่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ยังคงห่างไกลจากความคำว่าคุณภาพโดยเฉพาะในช่วง 2 ฤดูกาลแรกภายใต้การกุมบังเหียนของ คล็อปป์ โดยนายใหญ่ชาวเยอรมันได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเขาเป็นคนที่มีมันสมองเลิศเลอในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

    แม้ว่าการได้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มาร่วมทีมจะต้องสูญเงินในบัญชีไปถึง 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,375 ล้านบาท) เมื่อเขาย้ายมาร่วมทีมในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ กองหลังเลือดดัตช์ แสดงให้เห็นแล้วว่าตอนนี้เขาคือหัวใจในเกมรับของ "เดอะ เร้ดส์" ที่ขาดไม่ได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีใครเจาะแนวรับเข้าไปยิงประตูในถิ่นแอนฟิลด์ได้เลยในเกมลีกนับตั้งแต่ที่ มิคาอิล อันโตนิโอ ดาวเตะเวสต์แฮม ทำได้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับรวมๆ แล้วก็นานกว่า 751 นาทีเลยทีเดียว  แน่นอนว่า ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังระดับโลกของจริง แต่ก็ยังมีเซนเตอร์ฮาล์ฟอีกคนที่โชว์ฟอร์มพุ่งแรงขึ้้นมาอย่างน่าตื่นเต้น

    โจ โกเมซ กองหลังชาวอังกฤษ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นคู่หูสำคัญของ ฟาน ไดค์ ซึ่งทำให้แนวรับของ "เดอะ เร้ดส์" แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทันตาเห็น โกเมซ ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว และในซีซั่นนี้เป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขามีอนาคตสดใสรออยู่ข้างหน้า เขาปรับตัวได้ดีกับการเล่นทั้งแบ็กซ้าย และแบ็กขวาถ้าจำเป็นต้องลงเล่น

 ขณะที่ เดยัน ลอฟเรน มีปัญหาบาดเจ็บในช่วงต้นฤดูกาล โกเมซ สามารถฉกฉวยโอกาสของเขาเอาไว้ได้ ส่วน โจเอล มาติป ซึ่งเพิ่งลงเล่นตัวจริงและทำประตูได้ในเกมชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเยี่ยมในแผงแบ็กโฟร์ของทีมเช่นกัน

    นอกจากนี้ คล็อปป์ ยังได้โบนัสก้อนโตสำหรับฟอร์มสุดยอดเกินห้ามใจของไอ้หนู เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาวัย 19 ปี ที่ระเบิดฟอร์มสุดยอด และแทบจะกลายเป็นตัวหลักของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ในเวลานี้ด้วย "ไอ้หนูเทรนต์" คือผลผลิตเกรดเอจากศูนย์เยาวชนสโมสร เขาสร้างความอันตรายในการเล่นบริเวณริมเส้น และยังเปิดบอลได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งยังสามารถพัฒนาการเล่นได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนทางฝั่งซ้าย แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการแบบเขย่งก้าวกระโดดจริงๆ หลังจากย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ ทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ และตอนนี้ฟูลแบ็กชาวสกอตแลนด์ กลายเป็นนักเตะกำลังสำคัญนับตั้งแต่ที่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว โรเบิร์ตสัน เป็นนักเตะที่ไม่เคยกลัวที่จะเติมเกมรุก การเปิดบอลที่สามารถขู่แนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี และยังทำแอสซิสต์ไปแล้ว 3 ครั้งในซีซั่นนี้

    แน่นอนว่าขุมกำลังของทีมในเกมรับมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น เพราะยังมียางอะไหล่อย่าง อัลแบร์โต้ โมเรโน่ และ นาธาเนียล ไคลน์ โดยพวกเขาพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อจะมีโอกาสแย่งตำแหน่งของตัวเองกลับคืนมาให้ได้ 

จากจุดอ่อนตอนนี้แนวรับของ ลิเวอร์พูล กลายเป็นจุดแข็งหนาปึ้กไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากจะพูดกันตามจริงเกมรับของ "หงส์แดง" ยังไม่ได้โดนบททดสอบที่แท้จริงๆ มากนัก ในเกมกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเป็นเพียงทีมท็อปซิกซ์ทีมเดียวเท่านั้นที่พวกเขามีโอกาสได้ปะทะแข้ง 

    ขณะที่ในเกมพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก รอบแบ่งกลุ่ม แนวรับ "หงส์แดง" เสียไปสองประตู ฉะนั้นในเกมที่จะต้องไปเยือน เชลซี เกมลีกวันเสาร์ที่ 29 กันยายนนี้ (ต้องเจอกันเกม คาราบาว คัพ วันพุธนี้ด้วย) ตามด้วยเปิดรังแอนฟิลด์ รับมือ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในอีกสัปดาห์ถัดไป จะเป็นบทพิสูจน์ว่าเกมรับของพวกเขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน

คะแนน : 8.5 เต็ม 10

กองกลาง

    ต้องยอมรับว่าตำแหน่งนี้คือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในการเสริมทัพของ ลิเวอร์พูล โดยพวกเขาคว้าตัว นาบี เกอิต้า และ ฟาบินโญ่ มาร่วมทีม ขณะเดียวกับขุมกำลังที่มีอยู่ในปัจจุบันทำให้ คล็อปป์ ต้องปวดหัวมากๆ ในการเลือกลูกทีมลงสนาม แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะทำให้นักเตะทุกคนต้องแข่งขันกันเองเพื่อคว้าโอกาสของพวกเขา

 เจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งเล่นด้วยฟอร์มสุดยอดในวัย 32 ปี แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการจัดการกับ เนย์มาร์ เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนฟอร์มการเล่นในลีกก็ถือว่าสุดยอดเกินห้ามใจจริงๆ แม้ว่าอายุของเขาจะเกินหลักสามสิบไปแล้วก็ตามแต่เรื่องพละกำลังยังเหลือเฟือ และการทุ่มเทให้กับทีมแบบเกินร้อย ฉะนั้นยากมากที่จะแย่งตำแหน่งของเขา

ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม มักจะโดนจับเป็นตัวสำรองในฤดูกาลนี้ โดย นาบี เกอิต้า ซึ่งย้ายจาก ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 52.75 ล้านปอนด์ (ราว2,373 ล้านบาท) ได้ลงเล่นตัวจริง 4 จาก 6 เกมแรก สำหรับผลงานของ ดาวเตะชาวกีนี เขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการเป็นผู้นำในแผงมิดฟิลด์ ที่สำคัญ เกอิต้า สามารถปรับตัวเข้ากับวงการลูกหนังเมืองผู้ดีได้เร็วมากๆ

    ส่วน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม กับบทบาทใหม่ตอนนี้สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงแบบถาวรหลังจากเล่นเกมลีก 6 แมตช์แรก และยิงประตูเบิกร่องให้ทีมชนะ สเปอร์ส 2-1 ส่วน ฟาบินโญ่ ซึ่งย้ายมาจาก โมนาโก ด้วยค่าตัว 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,755 ล้านบาท) ตอนนี้เขาต้องอดทนรอโอกาส แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้สัมผัสเกมไปแล้วไม่กี่นาทีแมตช์ชนะ "เปแอสเช" 

ดาวเตะเลือดบราซิเลียน ยังไม่มีประสบการณ์เกมพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ รับประกันว่าเวลาของเขาใกล้จะมาถึงในเร็วๆ นี้ แต่กระนั้นมันก็ค่อนข้างจะยากมากๆ สำหรับเขาในการที่จะเบียดแย่งตำแหน่งเพื่อลงเล่นตัวจริง ในเวลานี้ เพราะต้องยอมรับเลยว่าแผงกองกลางของ "หงส์แดง" ตอนนี้ฟอร์มเข้าฝักทุกคนแน่นอนว่างานนี้ อดัม ลัลลาน่า และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ คงต้องเจอกับงานสุดหินในการแย่งตำแหน่ง 

อย่างไรก็ตามการที่ คล็อปป์ เลือกเซ็นสัญญากองกลาง จะทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งกันอย่างเข้มข้นตลอดทั้งซีซั่น กระนั้นการที่ทีมมีโปรแกรมลงแข่งทั้ง 4 รายการ แน่อนว่าเป็นโอกาสสำหรับทุกๆ คนที่จะได้ลงเล่น หรือบางครั้ง กุนซือเลือดด๊อยท์ช อาจจำเป็นต้องใช้ระบบโรเตชั่นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกทีมได้รับบาดเจ็บ 
 
คะแนน : 9 เต็ม 10

กองหน้า 

    "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ซัดไป 135 ประตูจากการเล่นทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และสามประสานแดนหน้า "เอสเอ็มเอฟ" ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ช่วยกันตะบันตาข่ายคู่แข่งรวมเบ็ดเสร็จจำนวน 91 ประตูเลยทีเดียว

    สำหรับสามประสานทำให้บรรดาคู่แข่งต้องหวาดหวั่นจนขาสั่น และสาวก "เดอะ ค็อป" ต่างยิ้มระรื่นที่เห็นพวกเขาลงสนามพร้อมกันในฤดูกาลนี้ โดย มาเน่ ซัดไปแล้ว 4 ประตู ส่วน ฟีร์มีโน่ กับ โม ซาลาห์ จัดการส่งบอลซุกก้นตาข่ายไปคนละ 3 ประตู 

อย่างไรก็ตามตอนนี้เริ่มมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฟอร์มของ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ในช่วงต้นฤดูกาลนี้  มีความเป็นไปได้ว่าที่สถานการณ์เป็นแบบนี้เกิดจากการเปรียบเทียบมาตรฐานระดับสูงที่เจ้าตัวได้สร้างเอาไว้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมามากกว่าปัญหาเรื่องฟอร์มตก

    สำหรับในเกมล่าสุดกับ "นักบุญ" ซาลาห์ยิงได้ 1 ประตู แต่จริงๆ แล้วหากมองจากโอกาสเขาน่าจะซัดแฮตทริกด้วยซ้ำ ขณะที่ ฟีร์มีโน่ ก็กลับมาอยู่ในฟอร์มที่เฉียบคมอีกครั้ง เขาโชว์ลีลาชั้นยอดในแมตช์ช่วยต้นสังกัดชนะ เลสเตอร์, สเปอร์ส และ แซงต์-แชร์กแมง 

ด้าน มาเน่ ตอนนี้ฟอร์มฮอตเกินห้ามใจ ซัด 2 ประตูในเกมแรกที่พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากนั้นก็ซัด คริสตัล พาเลซ และ เลสเตอร์ ทีมละประตู อย่างไรก็ตามการที่จะทำผลงานได้อย่างสุดยอดเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ 

    กระนั้น คล็อปป์ ก็ยังมีทางเลือกสำหรับ 3 กองหน้าตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจจะถูกจับลงเล่นแค่คนเดียวหรือสองคนเพื่อให้พวกเขาได้มีเวลาพักฟื้นร่างกายสำหรับลงเล่นเกมใหญ่ อย่างในกรณีที่ส่ง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงตัวจริง ในเกมพบ "เปแอสเช" และนักเตะก็ตอบแทนความไว้วางใจของเจ้านายด้วยการโหม่งประตูเบิกร่องในแมตช์นั้นด้วย

ขณะที่ เซอร์ดาน ชากีรี่ ดาวเตะเลือดสวิส เจ้าของค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์ (ราว 607.5 ล้านบาท) ยังสามารถลงมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทีมอย่างในแมตช์ล่าสุดที่ทุบ เซาธ์แฮมป์ตัน เขามีส่วนทำแอสซิสต์ 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรก (หนึ่งในนั้นเป็นจังหวะฟรีคิกชนคานก่อน ซาลาห์ จะวิ่งมาซ้ำเข้าประตู) 

135 ประตูอาจจะเป็นเป้าหมายที่สูงมากในการพยายามที่จะทำให้ได้ แต่ด้วยแนวรุกที่เต็มไปด้วยการทำลายล้าง แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะยิงระเบิดเถิดเทงยิ่งกว่านี้หลายเท่า 
 
คะแนน : 9.5 เต็ม 10

ผู้จัดการทีม

    เกือบ 3 ปีนับตั้งแต่ที คล็อปป์ เข้ามาทำงานให้กับยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ และเขาต้องเจอกับสภาวะกดดันอย่างหนักในการนำ "หงส์แดง" คืนสู่ความยิ่งใหญ่ แม้เจ้าตัวจะประสบความสำเร็จอย่างสูงสมัยที่อยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ตาม 

ลิเวอร์พูล แพ้นัดชิงชนะเลิศ 3 รายการในช่วงระหว่างที่ กุนซือเลือดด๊อยท์ช กุมบังเหียน ได้แก่ คาราบาว คัพ, ยูโรปา ลีก ในฤดูกาล 2015-16 และนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่ามา "เดอะ เร้ดส์" จบฤดูกาลในอันดับ 8, อันดับ 4 และอันดับ 4 จากทั้งหมด 3 ซีซั่นที่กุมบังเหียน 

    ไม่มีอะไรต้องสงสัยว่าลิเวอร์พูล มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ในช่วงรหว่างที่เข้าคุมทัพ ในซีซั่นนี้การได้ผู้รักษาประตู และกองหลังที่เหนียวแน่นทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา แม้ว่า คล็อปป์ จะล้างแชมป์มานานก็ตาม แถมยังต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล แต่ในฤดูกาลนี้พวกเขาเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม และมีโอกาสดีมากๆ ที่จะประสบความสำเร็จ 

Cr. Sbobet 168



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน