*/
  • พันธุ์สังหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 389
  • จำนวนผู้ชม : 740669
  • จำนวนผู้โหวต : 2382
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2382 คน
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 มกราคม 2555
Posted by พันธุ์สังหยด , ผู้อ่าน : 5758 , 14:23:27 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน Patui , ลูกแม่ลำดวน และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

หลักสูตร ปฏิสัมภิทาญาณ(แห่งเดียวในโลก)


(ภาพยืมมาจากบล้อกเกอร์ในโอเคครับ ชื่อแปะอยู่นั่นแล้ว อิอิ)

 

 

การเรียนพุทธศาสนาในปัจจุบันนั้น ผู้คนมักสนใจศึกษาเอาจากหนังสือตำรับตำราและคำสอนของพระเกจิ อาจารย์ยุคหลัง จากสำนักต่าง และนักเขียนนักอธิบายธรรม ทำให้เกิดบางอย่างที่กลายเป็นเสมือนเปลือกห่อหุ้มพระธรรมไว้ ทำให้ผู้คนยิ่งเข้าใจธรรมเข้าถึงพระธรรมน้อยลงไปทุกวัน สาเหตุหนึ่งเพราะผู้คนให้ความสำคัญกับคำอธิบายธรรมจากเกจิอาจารย์มากเกินไปจนถึงกับเอามาตีความมาทำความเข้าใจ และยึดติดกลายเป็นความเห็น(อตฺตวาทุปาทาน) เมื่อตนเองคิดและตีความเอาตามความเข้าใจ จากข้อมูลที่ได้ (โดยมิได้รับผลจากการปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง)ว่าคงจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ บางคนเรียนมากก็พูดไปตามตำรา ที่ยึดติดมาจากอาจารย์หลวงพ่อนั่นว่าอย่างนั้น หลวงพ่อนี่ว่าอย่างนี้ น่าเศร้าใจ ที่ชาวพุทธในยุคปัจจุบัน หลงเสียเวลากับเปลือกที่ห่อหุ้มพระธรรมอยู่อย่างหนาหลายชั้น ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์บางท่านยังรับรองว่า พุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ นั่นหมายถึง หากจะเข้าใจต้องทดลอง ตามกระบวนการที่มีให้ จึงจะได้ผล หากทำถูกผลก็ปรากฏให้เห็นแก่ผู้ลงมือปฏิบัติ มีผลหลายระดับ ตั้งแต่ปุถุชนผู้ถึงสรณะ พระอริยขั้นโสดาบัน จนถึงขั้นพระอรหันต์ผู้ได้อรหัตผล

คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ศาสดา นั้นเป็นแนวทางในการลงมือปฏิบัติ แต่คำสอนของนักคิดนักเขียนในยุคหลังนั้น เน้นอธิบายหัวข้อธรรมตามที่ตนเองเข้าใจ บ้างสรุปเป็นคำที่สวยหรูด้วยโวหาร ท่วงทำนองถ้อยคำ ของผู้ได้ฌานกวี(โลกียฌานอย่างหนึ่ง) อ่านแล้วแช่มชื่นใจ เอิบอิ่มชั่วครู เมื่อหนังสือจบลงก็ยังอยากหยิบเล่มอื่นมาอ่านต่อ อ่านไปเรื่อย นานไปก็คิดเอาเองว่าตนเองเข้าใจธรรมลึกซึ้งถึงขั้นอวดโอ่ได้(กล่าวอย่างนี้จะแรงไปไหม แต่เราไม่ประนีประนอมดอกนะ)ก็พยายามคิด พยายามสอนคนอื่นตามที่ตนเองเห็นถูกบ้างผิดบ้างไปตามเรื่อง หารู้ไม่ว่ามีผลกรรมตามติดมาฐานบิดเบือนคำสอนของพระศาสดาโดยไม่ตั้งใจ เพราะไม่ได้ศึกษาตามระบบให้เข้าใจ อาศัยแต่จับจด จับโน่นมาผสมนี่ แล้วหลงเข้าใจไปเอง บางคนเรียนมากไป จนถึงกับคิดเอาเองว่าพระพุทธเจ้าเป็นเพียงนักปรัชญาที่ฉลาดมากคนหนึ่ง(ไปโน่น) บางคนก็จบปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนาจากต่างประเทศ แล้วก็มาเป็นอาจารย์สอนพระถวายความรู้ ทั้งที่ตัวเองก็ยังคลุกคลีอยู่กับกิเลสทุกวัน หาใช่อริยบุคคลในพุทธศาสนาตามที่อวดอ้างไม่ ที่แย่กว่านั้นคือพระเสียค่าเล่าเรียนไปฟังจากนักวิชาการทางพุทธศาสนา ซึ่งอ้างอิงคำตามความเข้าใจผิดบ้างถูกบ้าง ต่อ ๆ กันมา (อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่นไม่เข้าใจโครงสร้างพระธรรมเป็นต้น) พระสงฆ์ปัจจุบันไม่ค่อยสนใจตำราดั้งเดิมที่พระสงฆ์ในทุกรุ่นร่ำเรียนกันมา ดูถูกตำราเดิมที่เรียนฟรี กลับอยากไปเสียเงินเรียนมหาลัยเอาวุฒิทางการศึกษา บางคนจบทางด้านอภิธรรม อธิบายจิตได้พิสดารพันลึก แต่ลงมือปฏิบัติจริงไม่ได้หลงทิศหลงทางไปก็มาก บางคนก็คิดค้นเอาวิชากัมมัฏฐานใหม่ ๆ กันขึ้นมาสอน โดยลืมวิชาเก่าดั้งเดิมที่ครูอาจารย์อริยสงฆ์ยุคเก่าก่อนอบรมสั่งสอนสืบต่อกันมา นานไปตนเองหลงทางพาญาติโยมที่เชื่อตามหลงทางกันไปด้วย ผลการปฏิบัติก็ไม่เกิดจริง ทำแล้วไม่ได้ผล บางคนก็ไปเรียนวิชาจากเดียรถีร์นอกรีตมา แอบอ้างเป็นพุทธศาสนาสอนกันเป็นสำนักใหญ่ให้คนหลงมาศรัทธานับถือ สุดท้ายผลไม่ได้ตามที่ตั้งใจเสียเวลาเสียใจ เสียความตั้งใจ ทำลายศรัทธาญาติโยมไปก็มาก ทำให้สาธุชนคนมีศรัทธาหลงยึดติดบุคคลนับถือบุคคลมากกว่านับถือคำสอนของพระพุทธเจ้า ยึดเอาหลวงพ่อต่าง ๆ เป็นที่พึ่งเมื่อท่านละสังขารไปก็หมดอาลัยในศาสนาเห็นว่าพระที่มีไม่เหลือดีไปหมด ไม่มีพระดีให้นับถือ ทั้ง ๆ ที่คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ควรยึดเอาเป็นที่พึ่งยังอยู่ พระที่ทำด้วยขันธ์ ๕ มีกายเนื้อเช่นนี้ไหนเลยจะคงทน แต่พระธรรมสิจึงจะอยู่กับเราไปชั่วชีวิต ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่นับถือพระธรรมน้อมนำมาไว้ในใจ

 พระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยนัยหลายหลากเช่นนี้ จนนับวันหาคนที่เข้าถึงพระธรรมจริง ๆ น้อยลงทุกที คิดแล้วก็น่าเป็นห่วงอายุของพุทธศาสนา จะหาทายาทสืบทอดให้ครบ ๕,๐๐๐ ปีตามพุทธทำนายคงยาก พระอาจารย์ระดับพระราชาคณะบางท่านยังเคยเตือนเลยว่า อย่าว่าแต่ ๕,๐๐๐ ปีเลย อีกร้อยปี ก็พยายามประคองให้ถึงเถิด เพราะพระในยุคปัจจุบันคุณภาพต่ำเหลือเกิน เน้นเรียนเรื่องทางโลกเสียมากไม่สนใจสืบทอดพระธรรม เพราะงานที่แท้จริงของผู้ออกบวชนั้น คือการศึกษาท่องจำพระธรรมวินัย และฝึกปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ให้เห็นผลแท้จริงหรือจะเรียกว่าเพื่อมรรคผลก็คงได้ เพราะนักบวชไม่ต้องทำงานเลี้ยงชีพแบบฆราวาส เวลาที่เหลือมากมายจึงเหมาะสำหรับท่องจำและศึกษาพระธรรมวินัยให้เชี่ยวชาญ เพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งคำสอนของพระศาสดา พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ในทำนองว่า บุคคลใดบูชาเราด้วยของหอมและระเบียบ(พวงดอกไม้)หาใช่บูชาเราอย่างแท้จริงไม่ แต่บุคคลใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมบุคคลนั้นชื่อว่าบูชาเราตถาคตอย่างแท้จริง นั่นเพราะ พระองค์เล็งเห็นแล้วว่า ต่อไปภายหน้าพวกพระภิกษุจะพากันละเลยการฝึกตนให้แตกฉานในพระธรรมและทำให้แจ้งแทงตลอดในคำสอน แต่จะหันมาชวนให้ญาติโยมผู้มีศรัทธา พากันทำบุญด้วยอามิสทานกันเป็นส่วนมาก ซึ่งการทำอย่างนั้นหาได้ดำรงศาสนาเราไว้ได้แม้เพียงชั่วข้าวต้มอึกหนึ่งไม่ แต่การปฏิบัติธรรมให้เข้าใจแจ่มแจ้งด้วยตนเอง ของสาวกทุกระดับต่างหาก จึงจะช่วยสืบทอดศาสนาต่อไปได้ รู้จริง รู้แจ้งแล้วยืนยันได้ บอกต่อไปได้ ทำได้ผลจริงกันต่อไป นั่นต่างหากที่สำคัญ

หากจะว่าไปแล้วในสมัยพุทธกาล แม้พระอรหันต์ยังต้องศึกษาท่องจำพระธรรมวินัย  พระพุทธเจ้าเคยตรัสแก่พระอุบาลีเถระไว้ ให้อุบาลีทรงจำพระวินัยที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ เคยตรัสสั่งพระอานนท์ไว้ให้ทรงจำพระสูตร และอบรมสั่งสอนศิษย์รุ่นหลัง แม้แต่พระสารีบุตรก็พยายามร้อยกรองหมวดหมู่คำสอนของพระพุทธเจ้าให้เป็นระเบียบเพื่อการจดจำ และอบรมสั่งสอนศิษย์รุ่นหลังให้ทรงจำเอาไว้ เพราะมีแต่การทรงจำคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้เท่านั้น จึงจะนำพาอายุพุทธศาสนาให้สืบต่อไปเพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนเป็นอันมากในอนาคต และมีการปรับอาบัติพระที่บวชมาแล้วไม่ศึกษาพระธรรมวินัย ให้ต้องอาบัติทุกราตรีตั้งแต่วันที่บวชจนกว่าจะลาสิกขาหรือสิ้นชีวิต ฐานไม่เอื้อเฟื้อพระธรรมวินัย

 ในฐานะแห่งการฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน พระธรรมเป็นอุปกรณ์สำคัญในการยกจิตขึ้นสู่ความรู้แจ้งแทงตลอดในธรรม นักปฏิบัติจำนวนมากในปัจจุบันรวมทั้งพระสงฆ์สำนักต่าง ๆ มักเข้าใจผิดว่าไม่ต้องเรียนรู้มาก แค่เรียนกัมมัฏฐานแล้วลงมือทำเท่านั้นความรู้แจ้งจะมาเอง ทำให้มีหลายสำนักลงมือปฏิบัติสมถะกัมมัฏฐานกันเป็นการใหญ่ บางคนพอบวชเรียนกัมมัฏฐานเบื้องต้น(ซึ่งความจริงแล้วต้องเรียนตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงพระอรหัต ให้เป็นก่อนแล้วค่อยไปลงมือทำ)แล้วเข้าป่าไปลงมือฝึกทำ ผิด ๆ ถูก ๆ เสียเวลาไปเกือบครึ่งค่อนชีวิต บางองค์ก็ได้โลกียฌาน มีฤทธิ์ปาฏิหาริย์เกิดจากการฝึกจิต จนคิดไปว่าตัวเองบรรลุแล้วซึ่งมรรค ผล นิพพาน บางคนก็ได้ถึงขั้นวิปัสสนูกิเลส ๑๐ (ดูวิปัสสนูกิเลส ๑๐ อย่าง)บางคนก็ไปเรียนเวทย์มนต์คาถา มนตรา ยันต์ ใช้พลังจิต พระเวทย์จนอาคมขลังต์ศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็หลงทางไปใช้อำนาจที่ได้ไปในทางก่อกรรม(ที่ชาวบ้านเรียกว่าไสยศาสตร์ มนต์ดำ หรือไสยดำ) นานไปก็อวดชาวบ้านว่าเป็นพระเข้มขลังต์ ซึ่งพระพุทธเจ้ามิได้ทรงยกย่องเลย ทรงยกยกย่องผู้ที่ทรงธรรมต่างหาก แม้เทวดา หรือผู้เป็นใหญ่ในนรกก็เกรงใจผู้ที่ทรงธรรมเท่านั้น หาเกรงใจผู้มีอิทธิฤทธิ์ไม่ พระเหล่านี้หลังจากตายไปแล้วก็มักเวียนว่ายตายเกิดไม่พ้นความทุกข์ไปได้เพราะวิบากกรรมที่ตนได้ทำไว้ ยิ่งมีอำนาจจิตสมาธิแรง วิบากกรรมยิ่งให้ผลรุนแรงตาม

ความจริงความเข้าใจง่าย ๆ เมื่อจิตใจไม่มีธรรมไม่เข้าใจพระธรรมจะบรรลุธรรมได้อย่างไร และในโลกนี้ ผู้ที่ตรัสรู้ธรรมด้วยพระองค์เองมีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้น ส่วนผู้ที่ฟังตามทีหลังล้วนเป็นสาวก ต้องฟังคำสอน เรียนรู้วิธีการแล้วค่อยไปปฏิบัติทั้งนั้น ใครอวดอุตริจะตรัสรู้เช่นพระพุทธเจ้าถือว่าตีตนเสมอ เราเป็นเพียงสาวกต้องฟังตามคำสอนของพระองค์ และยืนยันสืบทอดในสิ่งที่พระองค์ทรงสอนไว้เท่านั้น เพื่อนำเอาคำสอนนั้นเป็นอุปกรณ์ในการวิปัสสนาธรรม พระที่อ่อนพระธรรม เรียนธรรมมาน้อย จึงบรรลุธรรมขั้นสูงได้ยาก ยิ่งหากไม่มีครูอาจารย์ผู้ฉลาดในอรรถในธรรมด้วยแล้วยิ่งห่างไกลความจริงมาก

พระธรรมที่แท้จริงนั้นผู้ใดเห็นเข้าแล้ว(ได้ดวงตาเห็นธรรมหรือโสดาบัน)จะเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อโลก ต่อชีวิต ต่อความคิดเห็นของคนคนนั้นไปตลอดกาล เรียกว่าผู้ถึงกระแสนิพพานจะไม่มีถอยหลังกลับไปเป็นคนเลวได้อีก มีแต่จะพัฒนาชีวิต จิตใจให้เข้าใจพระธรรมมากขึ้นไปสู่ความเข้าใจธรรมที่สูงขึ้น

พระธรรมอยู่ในชีวิตก็จริง แต่มีระดับชั้นของความเข้าใจ คนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในธรรมมาก่อน จะฟังธรรมขั้นสูงเลยทีเดียวนั้นไม่ได้ เพราะจิตใจยังไม่พร้อม จึงต้องเริ่มจากการฟอกจิตใจด้วยธรรมเบื้องต้นไปก่อน พระพุทธเจ้าจึงฟอกจิตของผู้ฟังด้วยการแสดงอนุบุพพีกถา(ดูคำอธิบายอนุบุพพีกถาประกอบ) ถึงกระนั้นบางคนบางท่านยังต้องแสดงซ้ำหลายครั้งจึงจะทำใจยอมรับได้ จึงค่อยตรัสถึงธรรมในหมวดอื่น ๆ  ปัจจุบันพระสงฆ์ส่วนใหญ่จึงทำได้เพียง แสดงอนุบุพพีกถาให้สาธุชนผู้สนใจรับฟังเท่านั้น เพราะแม้ตนเองก็ยังไม่เคยได้ฟังธรรมขั้นที่สูงกว่านั้น ส่วนน้อยที่ตั้งใจสอนอย่างจริงจัง ในขณะที่สาธุชนอีกจำนวนหนึ่ง ประพฤติตนปฏิบัติธรรมมาหลายปี แต่ไม่เคยสอบความรู้ของตัวเองเพื่อปรับตัวไปเรียนขั้นที่สูงขึ้น ถ้าเรียกอนุบุพพีกถาว่าเรียนขั้นอนุบาล คนส่วนใหญ่ก็อยู่อนุบาลกันไปตลอดชีวิต ไม่เคยคิดจะเลื่อนชั้นไปเรียนขั้นที่สูงขึ้นไป เพื่อความเข้าใจในธรรมที่มากขึ้น จะได้เป็นอุปกรณ์ในการทำมรรคผล นิพพาน การพ้นทุกข์ให้บังเกิด(ปริญเญยญาณทัศนะ) บางคนฟังธัมมะเหมือนเป็นขนมหวานของชีวิต อยากฟัง อยากกินก็ไปหา อร่อยอยู่ชั่วครู่ชั่วคราวก็ทุกข์ใหม่ ไม่ยอมเสียสละเวลาเพื่อพัฒนาตนเองให้มากกว่านั้น ความจริงคือ พระธรรมเป็นทุกส่วนของชีวิต มิใช่เรื่องล้อเล่น มนุษย์จะลำบากยากแค้นแสนสาหัสกับชีวิต หรือมีความสุขกายสบายใจ ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจในพระธรรมทั้งนั้น

พระธรรมมีระดับชั้น พระธรรมของพระโสดาบันก็ระดับหนึ่ง พระธรรมของพระสกิทาคามี ก็อีกระดับหนึ่ง พระธรรมของพระอรหันต์ก็อีกระดับหนึ่ง ยิ่งความรู้ความเข้าใจในธรรมต่างระดับกัน ความคิดความเห็นเกี่ยวกับโลกและชีวิตก็ต่างกัน ความเป็นอยู่ของพระอริยเจ้า กับมนุษย์ปุถุชนกิเลสหนา จึงแทบเข้ากันไม่ได้อยู่กันไม่ได้ เพราะปุถุชนจะเห็นเป็นเรื่องยากอย่างสาหัส เป็นอุดมคติ และยากที่จะทำได้ ในขณะที่พระอรหันต์ท่านอยู่สบายของท่าน ฉะนั้นธรรมของพระอรหันต์จึงพูดให้ปุถุชนฟังไม่ได้ นอกจากเขาจะไม่เข้าใจแล้ว บางคนยังอคติคิดไม่ดี มองว่าท่านบ้า ๆ บอ ๆเพ้อฝัน เสียด้วยซ้ำ หรือหากมีการบอกต่อ คนฟังก็ไม่เชื่อเพราะเขาไม่เห็นทางว่าจะทำได้  จนกลายเป็นว่า เรื่องราวในพุทธศาสนาเป็นเรื่องแหกตา โกหก หลอกลวง นิทานหลอกเด็ก (อะไรนะ นิโรธสมาบัติ ไม่หายใจ ๗ วัน ๗ คืน ไม่ตายรึ บ้าแล้ว)แต่สำหรับผู้ที่ปฏิบัติไปตามขั้นตอนโดยลำดับจะพบว่า เมื่อฝึกฝนได้ระดับแล้ว ทุกเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ตรัสไว้ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ พิสูจน์ได้ ท้าพิสูจน์ให้รู้ด้วยตัวเองด้วยซ้ำ เพราะสำหรับปุถุชนกิเลสหนาไม่ได้ฝึกฝนตนเองใครจะไปทำได้ ใครจะไปเชื่อ  แค่บอกทางให้ฟังบางคนยังสะบัดหน้าหนี มองเป็นเรื่องตลก ทั้ง ๆ ที่พระบางรูปก็ทำมาแล้วทำได้มาแล้ว พิสูจน์แล้ว ว่าขั้นตอนถูกต้องวิธีการได้ผล ผลเกิดจริงตามที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ไม่ผิดเพี้ยน  จึงบอกต่อ ท่านก็บอกต่อ

แต่คนไม่ลงมือทำ ทำไม่ถูก ไม่ได้ผล ก็ไม่เชื่ออยู่ดี ทั้ง ๆ ที่คำสอนอายุ ๒๖๐๐ ปีแล้ว(นับตั้งแต่เริ่มแสดงธรรมครั้งแรก)มีผู้ปฏิบัติได้ผลมาโดยตลอด ไม่เรียกว่าเป็นวิทยาศาสตร์จะเรียกอะไร สิ่งสำคัญคือวิธีการฝึกฝนที่ถูกต้อง ขั้นตอนที่ถูกต้อง และการลงมือทำที่มากพอ ซึ่งจุดนี้แหละเป็นเหตุให้ได้ผลน้อยที่สุด เริ่มจากการปฏิบัติที่ผิดตั้งแต่ต้น เริ่มจากความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติมีน้อย ความรู้ความเข้าใจในพระธรรมมีน้อย บางคนบอกว่าปฏิบัติธรรมมาหลายปี ถามขั้นตอนการปฏิบัติตั้งแต่ขั้นต้นจนจบ กลับตอบไม่ได้ ลำดับไม่ได้ บอกไม่ได้ ถามพระธรรมเบื้องต้น ยังไม่รู้

บางคนรู้แต่ไม่ครบองค์ บางคนรู้ครบองค์แต่ไม่เข้าใจคำอธิบาย บางคนเข้าใจคำอธิบายผิดตั้งแต่ต้น เลยทำไม่ได้ผล ถามพระธรรมระดับกลางไม่รู้ ขั้นสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึง แสดงว่าปฏิบัติมาหลายปีเสียเวลาไปเปล่ายังไม่ถึงที่หมาย

นั่นเพราะปฏิบัติอย่างสะเปะสะปะ ไม่ตั้งใจพัฒนาจึงไม่ก้าวหน้า อย่างนี้ต่อให้ตลอดชีวิตก็ยังย่ำอยู่ที่เดิม อย่าว่าแต่ญาติโยม แม้พระ พระหนุ่ม พระแก่ระดับครูบา ระดับเกจิ พระอาจารย์ หลายรูป จึงลาสิกขาไป เพราะทำไปแล้วจิตใจว่างเปล่าหลงทาง ไม่มีที่ยึดเกาะ ไม่มีเครื่องอยู่ สุดท้ายจึงหวนกลับไปสู่วิถีของชาวโลกอีกครา

เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนั้น และเพื่อสืบทอดอายุพุทธศาสนามิให้สูญหายไปจากโลกเร็วเกินไปนัก พระภิกษุสงฆ์และสาธุชนจึงควรศึกษาพระธรรมวินัยและทรงจำ นำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อความเข้าใจแตกฉานในอรรถในธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อจะได้นำไปกล่าวสั่งสอนคนรุ่นหลัง เป็นการต่ออายุพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบ ๆ ไปภายหน้า

ขั้นการเตรียมตัวสืบทอดพระธรรม คือ การท่องจำหมวดหมู่ของพระธรรมให้ขึ้นใจ

ตามขั้นตอนการเรียนของ ปฏิสัมภิทาญาณ(แห่งเดียวในโลก)ของวัดท่าจันทร์วิปัสสนา

ขอเสนอ นวโกวาท  หมวดธรรมสำหรับผู้ศึกษาใหม่ ฉบับกลางที่ใช้เรียนคือ

ฉบับของมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรณาณวโรรส เล่มเล็กสำหรับท่องราคาเล่มละ ๒๕ บาท


(ปกเก่า ปัจจุบันพิมพ์ใหม่แล้วเล่มเล้กกะทัดรัดน่าพกพา หารูปไม่ได้)

เน้นเฉพาะ หมวดธรรมวิภาคตั้งแต่ ทุกะหมด ๒ ไปจนถึง จบ คิหิปฏิบัติหมวด ๖ ในส่วนของวินัยนั้นจะท่องไว้ด้วยก็ได้ไม่ห้าม แต่ให้สอบท่องปากเปล่าส่งพระอาจารย์  เฉพาะหมวดธรรมวิภาคทุกคำไม่ตกหล่น สอบผ่านแล้วจะได้เรียนธรรมขั้นต่อ ไป

ประโยชน์อย่างหนึ่งในการท่องหมวดธรรมคือได้เข้าใจศัพท์ในทางธรรม และเข้าใจโครงสร้างของพระธรรม เมื่อฟังคำอธิบายจากพระอาจารย์ต่าง ๆ จะได้เข้าใจง่ายขึ้น ตรงขึ้น และปฏิบัติได้ง่ายขึ้น ทั้ง นวโกวาท เล่มนี้มีองค์ประกอบอันเป็นเหตุให้การประพฤติปฏิบัติธรรมได้ผล อยู่ในนั้นด้วย(ดูรายละเอียด โพธิปักขิยธรรม ๓๗) นับว่าเป็นอุปกรณ์เบื้องต้น เป็นคู่มือสำคัญสำหรับนักปฏิบัติธรรมเลยก็ว่าได้

จากนั้นในขณะท่อง เรียนพระกัมมัฏฐานวิชาอักษรควบคู่ ฝึกจิตเป็นปากกา ฝึกใช้จิตเขียนอักษร ฝึกการเข้าออกฌาน สมาธิ จนเชี่ยวชาญชำนาญ (ขั้นนี้ต้องมีพระอาจารย์สอนไปทำไป สอบไปเป็นขั้น ๆ )จากขั้นต้นสอบเลื่อนไปเรียนขั้นต่อไป เรียนไปทำไปสอบไป จนจบกระบวนการนับว่ารู้(แต่ขาดความชำนาญ)จึงจะกลับไปทำหาความชำนาญต่อไปด้วยตัวเองและมาสอบสมาธิในแต่ละขั้น ในระดับชั้นนี้เรียกว่าขั้น ปริญญาตรี(มีรายละเอียดอีกมาก)

จนเมื่อสอบผ่านปริญญาตรี(ทางวิชากัมมัฏฐาน)แล้ว จากนั้นเมื่อสมาธิมั่นคงดีแล้ว พระธรรมที่ท่องไว้ขึ้นใจแล้วนั้น เอาไปเขียน เพื่อจารึกพระธรรมไว้ในใจ เพื่อไปทำข้อสอบในขั้นปริญญาโทต่อไป

ตอนนี้ ต้องท่อง ธรรมวิภาคของชั้นนักธรรมโทให้ขึ้นใจ สอบปากเปล่าเพื่อนำเอาไปเขียนในสมาธิ และเรียนคำอธิบายพระธรรมประกอบจากสำนักปฏิสัมภิทาญาณ เรียกว่าขั้นปริญญาโท(ทางวิชากัมมัฏฐาน)

ในขั้นนี้จะมีโอกาสได้เข้าใจนัยยะลึกของทางพุทธศาสนา มีโอกาสได้พบเห็นความมหัศจรรย์ทางจิตเยอะแยะมากมาย

ทั้งอารมณ์และความรู้สึกของผู้ประพฤติปฏิบัติ จะเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากจนน่าแปลกใจ ชั้นนี้การปฏิบัติจะส่งผลให้เห็นอย่างชัดเจน จนสามารถเทียบกับธรรมวิภาคชั้นนักธรรมโทที่ท่องเอาไว้ได้เลย ผลของการปฏิบัติที่ถูกต้องจะเป็นไปตามตำราเขียนไว้ไม่ผิดพลาด ขณะเดียวกันการทำกัมมัฏฐานก็เข้าสู่ระดับเข้มข้นของฌานไปด้วย

ระยะนี้ไอคิวของผู้ปฏิบัติจะสูงกว่าที่มีอยู่เดิมทุกคน(จะไม่ขยายความให้มากไปในที่นี้เพราะรายละเอียดเยอะมากเกินไป) สอบผ่านขั้นปริญญาโท(ทางวิชากัมมัฏฐาน) ก็ผ่านเข้าสู่ขั้นปริญญาเอก(ทางวิชากัมมัฏฐาน) และเข้าสู่ปริญเญยญาณทัศนะ(ปริญญาที่พระพุทธเจ้านับว่าเป็นสาวกของพระองค์) ต่อไป

ปริญญาที่พระภิกษุและสาธุชนควรจะมีให้ได้ในชีวิต ก็คือปริญเญยญาณทัศนะนี่เอง หาใช้ปริญญาตรีโท เอก ทางโลกไม่

เพราะมีแต่ความรู้ระดับนี้ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะนับมรรคผลได้ ทั้งความแตกฉานในอรรถ ในธรรม ในนิรุตติ และในปฏิภาณ ก็จะเป็นเหตุให้ผู้ปฏิบัติ ได้ปฏิสัมภิทาญาณ  เป็นกำลังในการเผยแพร่สืบทอดคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อประโยชน์แก่คนรุ่นหลังอีกเป็นจำนวนมาก

ทั้งการท่องพระธรรมและจารึกเอาไว้ในใจนั้น ไม่ว่าจะทำได้แค่ไหน บุญก็ยังมากกว่าบุญกิริยาวัตถุ ๑๐(ดูบุญกิริยาวัตถุ๑๐)ยังมากกว่าบารมี ๓๐ ทัด ที่พระโพธิสัตว์ทุกยุคเพียรบำเพ็ญ เพราะนี่คือ ธรรมบารมี พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมี แต่ละชาติก็เพื่อการรู้แจ้งแทงตลอดในธรรมเพื่อการตรัสรู้ธรรม ด้วยความยากลำบาก แต่เรามีพระธรรมที่ทรงแสดงไว้แล้ว เพียงรีบจารึกจดจำเอาไว้ให้มาก  ในขณะที่ยังมีพระธรรมวินัยของพระองค์อยู่ ถือว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งแล้วสำหรับมนุษย์

ไม่ต้องรอบำเพ็ญบารมีทีละชาติเพื่อรู้ธรรม สามารถเรียนรู้จดจำได้ทั้งหมด ๘,๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์โดยไม่มีใครหวงห้าม มีแต่คนยินดี ไม่บอกแล้วใครจะรู้ว่าเป็นโอกาสดีขนาดไหน ธัมมะบารมีบุญสุดประมาณได้ทั้งมีโอกาสได้มรรคผลนิพพาน พ้นทุกข์ถาวร ในชาตินี้ จะรออะไร

ขอเชิญผู้สนใจเรียน

หลักสูตรปฏิสัมภิทาญาณ (แห่งเดียวในโลก) เพื่อสืบทอดมรดกธรรมทางพุทธศาสนา

ได้ที่ วัดท่าจันทร์วิปัสสนา ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

หรือในกรุงเทพ วันเสาร์ อาทิตย์ตั้งแต่บ่ายโมง เรียนได้ที่ พระมหาธนิต ขันติโก คณะ ๑๖ วัดชนะสงคราม ตรงข้ามสน.ชนะสงคราม ถนนข้าวสาร กรุงเทพ

หรือติดต่อ พระมหาสันทรรศน์ ฐิตวิริโย บรรยายนอกสถานที่ ยินดีตามไปสอนให้ฟรีตลอดรายการ

โทรศัพท์  084 6302035

สิ่งที่ควรเตรียม เตรียมตัว เตรียมใจ และพานดอกไม้ธูปเทียนสำหรับบูชาครู เพื่อขอเรียนวิชากัมมัฏฐานให้ถูกต้องตามหลักวิชา แต่งกายสุภาพสมเป็นพุทธศาสนิกชน

แถมท้ายด้วยรูปข้าน้อยเต็ม ๆ ชอบใจฝีมือคนถ่ายจริง ๆ ครับ ขอบคุณมาก

ถ้าถือกล้องเองคงไม่มีรูป  อยู่กรุงเทพโยมเลี้ยงดี ขาหมู มันไก่ คััวกลิ้ง เลยอ้วนพีอย่างที่เห็นครับ


แถมรูปฝีมือคุณรินรู้ดี อีกรูปครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ท่านใดต้องการให้ไปเผยแผ่พระธรรม ยินดีบรรยายให้ฟรีนะครับ

ติดต่อได้ตลอดครับ

๐๘๔ -๖๓๐๒๐๓๕

(เท่าที่เปิดมือถือ)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ไม่มีขอรับ มีแต่หนังสือสำหรับท่องเอาไหมคุณไอดิน

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
idin วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phupha
นอนจะนาน  จะนานเพราะนอนยาว

ได้ยินมานานแล้วครับ นวโกวาท
มีไฟล์เสียงไหมครับหลวงพี่

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Ananda วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aplang

เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
unclegorge วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/unclegorge
Unclegorge

นมัสการครับ....ธรรมะไม่เคยทำร้ายใครจริง ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ครูแดง วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

กราบนมัสการค่ะท่าน

-โหวตก่อนอ่านนะคะ...สิ่งนี้ดี..สิ่งนี้ชอบ ....๕๕๕๕๕

-จะกลับมาละเลียด..ทีละนิดๆ...
-โยมครูแดงไม่ค่อยได้เรื่องเลย..ปริยัตินี่...

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Patui วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat

นมัสการค่ะท่าน...

มาบ้านนี้ได้ความรู้เยอะ...
ต้องอ่านช้า ๆ นานเชียวกว่าจะจบ...
ถึงบางส่วนจะทราบอยู่แล้ว...แต่ก็ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น..นวโกวาท.
ปกติโยมก็ปฎิบัติอยู่แล้ว..ชอบปฎิบัติ ได้พบปัจจัตตังด้วยตนเอง...โยมว่าสนุกดีออกในการศึกษาสิ่งที่เร้นลับ...ที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น...ที่ไม่เคยเจอก็ได้เจอ...แต่ก็นั่นแหละ...ปัจจัตตัง.


ความคิดเห็นที่ 25 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

นมัสการ ครับท่าน
ขอบพระคุณที่แวะเยี่ยม คนตาป่วย จ้า

* เป็นบทความ ธรรมดีๆ ที่ผมไม่ได้อ่าน (โดยละเอียด)
ต้องขออภัย อิ อิ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

สาธุค่ะพระอาจารย์

อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจริงๆ ค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
นรอง วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nrong

กราบนมัสการค่ะท่านพันธุ์
ขอกราบขอบพระคุณท่านค่ะที่เมตตาด้วยความรู้ทางธรรม
จะหาเวลาไปหา "นวโกวาท" มาศึกษาก่อนเจ้าค่ะ ..

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 08/01/2012 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

โหวต 9 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว..


นมัสการยามเย็นครับ..ท่านสังข์ฯ..


นวโกวาท..เคยเรียนเมื่อ..40 ปีก่อนครับ..


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ชบาตานี วันที่ : 08/01/2012 เวลา : 06.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ขอเก็บไว้อ่านหลายๆรอบนะคะท่าน....
เพราะปัญญาน้อยเลยต้องอ่านหลายๆเที่ยวจึงจะเข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ปวิภา วันที่ : 08/01/2012 เวลา : 05.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...นมัสการ เจ้าค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
SW19 วันที่ : 08/01/2012 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

นมัสการท่านพันธุ์

ค่อยๆ อ่านช้าๆ อย่างอิ่มเอม
(เหมือนได้บริหารหน้าไปด้วย ตั้งแต่เริ่มได้อมยิ้มฟังท่านเหน็บ จนกระทั่งตาโต และปากอู้หูไปด้วย)
ท่านเทศน์ได้แยลยลจริงๆ

เคยไปฟุ้งกับเพื่อนต่างชาติศาสนาไว้บ่อยๆ เรื่องความเป็นวิทยาศาสตร์ของศาสนาพุทธ และยังเป็นปร้ชญาด้วย ที่สำคัญนำมาปรับใช้ได้กับชีวิตได้ทันทีไม่ต้องรอชาติหน้า

แต่มีปุจฉานะท่าน พระธรรมที่นำมาท่องบ่นนี่คนไม่มีพื้นฐานจะยังพอไหวที่จะเข้าใจได้และสามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตใช่ไหมท่าน (อย่างน้อยสติมา ปัญญาเกิด)

เทศน์บ่อยๆ นะคะ/ครับท่าน
สาธุ
(เห็นท่านเอ่ยเรื่องโครงสร้างของพระธรรม..เผื่อจะขยายความ )

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
papaanan วันที่ : 08/01/2012 เวลา : 00.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/papaanan

"บุคคลใดบูชาเราด้วยของหอมและระเบียบ(พวงดอกไม้)หาใช่บูชาเราอย่างแท้จริงไม่ แต่บุคคลใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมบุคคลนั้นชื่อว่าบูชาเราตถาคตอย่างแท้จริง"
สาธุ สาธุ สาธุ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

กราบนมัสการพระคุณเจ้า ... ต้องใช้เวลาอ่านสักนิดนะครับ...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
GoJeab วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gojeab

ธรรมะ... ไม่ทำไม?

เรื่องนี้มีประโยชน์มาก ขอเวลาอ่านอีก 2-3 รอบ คงจะพอเข้าใจและรู้ว่าควรจะนมัสการถามข้อสงสัยเรื่องใดบ้าง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

เอ่อ ...อ่านแล้ว --- ขอคิดสัก ๘ ปีก่อนนะหลวง
แค่เอ่ยยยยยยว่า
นะ โม ....
ข้าพเจ้าก็หลับใหลน้ำยายย้อยแล้ว
ฮ่า ๆๆ นี่กะให้เข้าหลักสูตรปฏิสัมภิทาญาณ , นวโกวาท เงี๊ยะ ... ตาย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เอิ้กส์ ๆๆๆ ขอท่องแค่ชินบัญชรอย่างย่อทุกวันดีกว่าอ่ะคับหลวง...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ประยูร วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/StayFoolish

อ่านไปรอบหนึ่งแล้ว
ยังเข้าไปได้ไม่เยอะ
ขอกลับมาทบทวนอีกสักสองสามรอบ
คงเข้าไปได้มากกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
อาโป วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป

http://olddreamz.com/777/bookcase.htm


...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
คิม_นพวรรณ วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kimz
คิม นพวรรณ

กราบขอบพระคุณด้วยสาธุ เจ้าค่ะ ขอกลับไปอ่านอีกสักรอบสองรอบเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

พระอรหันต์มี ๔ จำพวกนะครับ
๑ วิชชา ๓
๒.สุกขวิปัสสโก
๓.อภิญญา ๖
๔.ปฏิสัมภิทาญาณ

ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ประการ
ปฏิสัมภิทาญาณ หมายความว่า ถึงพร้อมด้วยความรู้อันแตกฉาน จึงแปลกันสั้น ๆ ว่า ปัญญาแตกฉาน
ผู้ ที่ไม่ใช่พระอริยะ ไม่สามารถที่จะมีปฏิสัมภิทาญาณเลย พระอริยบุคคลนับแต่พระโสดาบันเป็นต้นไปเป็นบางองค์ เฉพาะที่ได้สร้างสมบุญบารมีมาแต่ชาติปางก่อนเป็นอันมากเท่านั้นจึงจะมี ปฏิสัมภิทาญาณนี้ได้ บางองค์ก็มีครบทั้ง ๔ ประการ บ้างก็มีเพียง ๑ หรือ ๒ เท่านั้น แต่ส่วนมากพระอริยะที่ไม่มีปฏิสัมภิทาญาณนั้นมากกว่าที่มี ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ ประการ คือ
๑. อตฺถปฏิสมฺภิทาญาณ ปัญญาแตกฉานในผลทั้งปวงอันบังเกิดมาจากเหตุ อัตถะ หรือ ผล นั้น ได้แก่ ธรรม ๕ ประการ คือ
ก. ยํ กิญฺจิ ปจฺจยสมฺภูตํ คือ รูปธรรมทั้งปวงที่เกิดขึ้นโดยมีปัจจัยประชุมปรุงแต่ง
ข. ภาสิตตฺโถ คือ อรรถที่กล่าวแก้ให้แจ้งในโลกียวิบากจิต ๓๒ ดวง
ค. กิริยาจิตฺตํ คือ กิริยาจิต ซึ่งมี ๒๐ ดวง
ง. ผลจิตฺตํ คือ ผลจิต ซึ่งมี ๔ ดวง
จ. นิพฺพานํ คือ พระนิพพาน
๒. ธมฺมปฏิสมฺภิทาญาณ ปัญญาแตกฉานในเหตุที่ทำให้บังเกิดผลธรรม หรือ เหตุ นั้นได้แก่ ธรรม ๕ ประการ คือ
ก. โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตโกเหตุ คือ เหตุทั้งปวงบรรดาที่ยังผลให้เกิดขึ้น
ข. ภาสิตํ คือ พระธรรมทั้ง ๓ ปิฎก
ค. อกุสลจิตฺตํ คือ อกุสลจิต ซึ่งมี ๑๒ ดวง
ง. กุสลจิตฺตํ คือ โลกียกุสลจิต ซึ่งมี ๑๗ ดวง
จ. อริยมคฺโค คือ มัคคจิต ซึ่งมี ๔ ดวง
๓. นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาญาณ ปัญญาแตกฉานในภาษา คือ บัญญัติแห่งอัตถปฏิสัมภิทา และธัมมปฏิสัมภิทา ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ หมายความว่า รู้จักใช้ถ้อยคำในภาษานั้น ๆ อันเป็นบัญญัติที่เรียกกันว่า โวหาร ในการอธิบายขยายความแห่งอัตถปฏิสัมภิทา และธัมมปฏิสัมภิทา ให้ผู้สดับตรับฟังรู้และเข้าใจได้แจ่มแจ้งลึกซึ้งโดยถ้วนถี่เช่นนี้ เป็นต้น
๔. ปฏิภาณปฏิสมฺภิทาญาณ ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ คือ มีปัญญาว่องไว ไหวพริบเฉียบแหลม คมคาย ในการโต้ตอบ อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา และนิรุตติปฏิสัมภิทา ทั้ง ๓ นั้น ได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่วชัดแจ้งโดยฉับพลันทันที ความรู้แตกฉานเช่นนี้แหละที่ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ

เฉพาะประเภทที่ ๔ พระสายนี้จะเรียนหนักสุด และมากสุดนะครับ จะต้องเรียนมาก่อนทั้งนั้น บางท่านเรียนมาตั้งกะชาติที่แล้ว มาชาตินี้ฟังธรรมนิดเดียวบรรลุแล้วได้ปฏิสัมภิทาญาณเลยครับ
ถ้าเริ่มเรียนตั้งแต่ชาตินี้ จะได้กำไรไปถึงชาติหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

พระประจำโอเคเนชั่น
กราบสมันการ มาศึกษาธรรมกับท่านครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Payont วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ยากจัง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พิชช่า วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

ก่อนจะอ่านให้จบรอบหนึ่งต้องมีสมาธิและสติรับในสิ่งที่ท่านตั้งใจมอบให้
นมัสการค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
soonthorn วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

กราบ ขอบพระคุณ ครับ
โหวต

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
รินรู้ดี วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee



สาธุ สาธุ ค่ะ ท่านพันธุ์

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สาธุครับหลวงพี่
...
เย็นย่ำค่ำคืน จะกลับมาอ่านรายละเอียดอีกครั้งครับ
และผมเป็นผู้ที่สนใจคนหนึ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เอ๊ยพิมพ์ผิด ซื้อที่มหามกุฏครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi


ปกใหม่ครับอุตส่าห์ไปหาถ่ายรูปมาให้ครับ ซื้อได้ที่หมามกุฏ และที่จุฬาบรรณาคารนะครับ ราคาเล่มละ ๒๕ บาท

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนขายปุ๋ย วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

สาธุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มาแต่สวน วันที่ : 07/01/2012 เวลา : 14.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hinjiw
ทุกบทคำนำนัยยะ เถอะ เจ้าจงชำระมันด้วยใจ......................เราไม่เขียน แล้วใครจะเขียนอย่างที่เราเขียน......!

สาธุ สาธุ

น้อมนำความกระจ่าง สู่กลางใจผู้ใฝ่ธรรม

สาธุ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน