*/
  • พันธุ์สังหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 389
  • จำนวนผู้ชม : 717722
  • จำนวนผู้โหวต : 2382
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2382 คน
<< พฤศจิกายน 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2558
Posted by พันธุ์สังหยด , ผู้อ่าน : 5281 , 10:17:25 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน Chaoying , Cat@ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

เคยเขียนถึงแมวแห่งบูเตะกรือซอเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน อยากเอากลับมาให้อ่านกันอีกครั้ง ถึงวันนี้มันก้ยังคงมีเสน่ห์ น่าอ่านน่าจดจำเหมือนเดิม ยังไม่ล้าสมัยแม้จะผ่านเวลามานานนับทศวรรษ

วิเคราะห์เรื่องสั้น

 

แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ: สัญลักษณ์ และความคลุมเครือ

 

 

 

          ปี 2539 มีเรื่องสั้นที่น่าสนใจอยู่ 8 เรื่อง รวมเป็นชุดเดียวกันในชื่อรวมเรื่องสั้นชุดแผ่นดินอื่น โดยนักเขียนหนุ่ม เจ้าของรางวัลช่อการะเกดสองสมัย กนกพงศ์ สงสมพันธ์ นักเขียนหนุ่มเลือดชาวใต้ จังหวัดพัทลุง และที่เหนือไปกว่านั้นคือหนังสือเล่มนี้คว้า วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซี่ยนหรือรางวัลซีไรซ์ประจำปีนั้นไปครอง ท่ามกลางความคาดหวังของหลาย ๆ คน ด้วยบรรยากาศและลีลาที่น่าสนใจแปลกใหม่ รวมทั้งความน่าสนใจศึกษาในเรื่องขนาดของเรื่องสั้นที่ยาวกว่าปกติทั่วไป ทุก ๆ เรื่อง

          อนึ่งเรื่องสั้นที่เลือกมาเป็นตัวอย่างในครั้งนี้เป็นเรื่องหนึ่งใน 8 เรื่องสั้น อันประกอบด้วย บ้านเกิด, แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ, บนถนนโคลีเซี่ยม, แม่มดแห่งหุบเขา,น้ำตก,แพะในกุโบร์ ,ผีอยู่ในบ้าน, และ บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น

          สำหรับเรื่อง แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอที่ยกมานี้เป็นความโดดเด่นในด้านการสร้างและนำเสนอปัญหาในรูปแบบสัญลักษณ์ และเด่นในการสร้างบรรยากาศของเรื่อง โดยให้ความคลุมเครือก่อให้เกิดการคิดต่อของผู้อ่านหลังจากจบเรื่องสั้นแล้ว ซึ่งผู้อ่านจะเข้าใจได้แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับฐานการอ่านเป็นพื้น

 

การดำเนินเรื่องและการสร้างสัญลักษณ์

          เรื่องเริ่มต้นด้วยความตายของตัวละครเป็นการเปิดเรื่องแบบล่อให้คนอ่านติดตามหาความเข้าใจ เหมือนกับจะบอกกับคนอ่านว่า ขอนำคุณมายังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรื่องเลวร้ายกำลังเกิดขึ้น และมันคือเรื่องอะไร

 

ลมหายใจของฮารานขาดห้วงเมื่อแมวตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถ เรายังไม่ทันพ้นเขตบูเก๊ะกรือซอ เงาดำนั้นวิ่งตัดหน้ารถในระยะยกระชั้นชิด อารามตกใจทำให้ผมเบี่ยงหัวรถไปทางขวา แล้วหักกลับก่อนทันหลุดออกนอกเส้นทาง จิ๊บหยุดนิ่ง,ไฟคู่หน้าสาดเข้าไปในดงรกทางด้านซ้าย แมวดำขนาดโตเต็มที่ยังนั่งอยู่บนหย่อมมูลดินข้างทาง ประกายเรืองแห่งดวงตาคมกล้า  ผมสะท้านเยือก,ไม่คิดว่าวินาทีนั้นคือการจากไปของฮาราน แต่เกิดสังหรณ์แปลก ๆ ว่าเรากำลังถูกซุ่มโจมตี ! (หน้า 9)

 

 

หากสังเกตจะเห็นได้ว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยบรรยากาศชวนพรั่นพรึง และเป็นการนำเอาตอนจบของเรื่องมาเริ่มต้น(ซึ่งหากไม่เริ่มอ่านจนจบจะไม่รู้) แล้วปล่อยค้างไว้ในใจคนอ่าน จากนั้น กนกพงศ์ก็กลับไปเล่าเรื่องใหม่ตั้งแต่จุดกำเนิดของเรื่องราว เพื่อนำมาบรรจบกับตอนเปิดเรื่องในช่วงท้าย

บรรยากาศของเรื่องเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความคลุ่มเครือ และความน่ากลัวโดยตลอด ทว่าก็พยายามสอดแทรกความสว่างและมุขตลกเข้าไปเพื่อให้บรรยากาศเกิดความขัดแย้งตามลักษณ์ของกลวิธีการเขียนเรื่องสั้น 

กนกพงศ์ พยายามใช้ความขัดแย้งในหลาย ๆ อย่างมาประกอบกันเพื่อนำเสนอประเด็นปัญหา เช่น การเปิดเรื่องในเหตุการณ์สำคัญ เป็นเวลากลางคืน ทว่ามีแสงไฟสว่างไสว(ตอนเปิดเรื่อง) หรือฉากตอนกลางคืนที่มีดวงจันทร์ทอแสงนวล และฉากยอดเขาโต๊ะโมะอันเป็นที่ซ่อนตัวของอับดุลกาเดร์โจรแบ่งแยกดินแดน ฉากและบรรยากาศในหมู่บ้าน ความเขียวครึ้มของต้นไม้ และปราการอันมั่นคงของทิวเขา ซึ่งกนกพงศ์พยายามหยิบเอามาสอดแทกไว้เป็นระยะ หากจะเทียบตามลักษณะการเล่าเรื่องแล้ว นี่เป็นกลวิธีการเล่าเรื่องแบบละตินอเมริกา ซึ่งมีกลิ่นอายผสมผสานระหว่างเรื่องลึกลับกับการเล่าเรื่องแบบกึ่งจริงกึ่งฝัน หรือเรียกว่าการเล่าแบบอัตถนิยมมายา ซึ่งเป็นการเล่าที่มีเสน่ห์อย่างหนึ่ง และได้รับการยอมรับในงานวรรณกรรม ลักษณะการเล่าในเรื่องนี้ทั้งเรื่องจะเป็นแบบการไล่โทนสีจากความสว่างไปสู่ความมืดดำ เพื่อแอบซ่อนประเด็นที่ต้องการนำเสนอเอาไว้ภายใต้บรรยากาศของเรื่องราว เรื่องเริ่มต้นขึ้นที่หมู่บ้านชาวมุสลิม แห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศ โดยมุมมองของตชด.หนุ่มคนหนึ่งที่ไปปฏิบัติงานที่นั่นกับเรื่องราวเพื่อน ๆ ของเขา ตัวเด่นได้แก่ เวง ทหารหนุ่มผู้พกพาแมวใส่กระเป๋าเป้ไปภาคสนามด้วย  กับฮาราน และฟาริดาครูสาว รวมทั้งชาวบ้านซึ่งเป็นคนมุสลิม

กนกพงศ์สร้างให้เวงเป็นคนมักมาก ละโมบอันเสมือนตัวแทนของรัฐ และสร้าง ฟาริดาครูสาวเป็นตัวแทนของชาวมุสลิมสามัญชนที่เอนเอียงไปทางอับดุลกาเดร์ ในเรื่องประกอบไปด้วยบรรยากาศความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ประเพนีของชาวมุสลิม ความเชื่อและทิศทางความขัดแย้งทางการเมืองของคนในท้องถิ่น กนกพงศ์กำลังพูดถึงประเด็นปัญหาชายแดนภาคใต้ ตัวแทนของความขัดแย้งนั้น กนกพงศ์ให้ ตชด.เป็นคู่ตรงข้ามกับ อับดุลกาเดร์ ซึ่งเป็นขวัญใจของชาวบ้านและของเด็ก ๆ ชาวมุสลิม เป็นที่น่าสังเกตว่าอับดุลกาเดร์ไม่ได้แสดงตัวเลยในเรื่อง แต่อับดุลการเดร์มีบทบาทอยู่ตลอดในฐานะนักรบของชาวมุสลิม ในฐานะผู้ต่อต้านอำนาจรัฐและจุดนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่บอกถึงความเป็นแผ่นดินอื่นชัดเจน

โดยแท้จริงแล้วการเล่าเรื่องโดยผ่านตัวผมนั้นเป็นการเล่าเรื่องที่มีข้อจำกัดอย่างมาก ทว่าเมื่อผ่านการเล่าโดยกนกพงศ์แล้วกลับดูมีเสน่ห์ขึ้นมา เทคนิคอย่างหนึ่งที่เขาใช้ในเรื่องนี้ก็คือการยืมปากตัวละครพูด หรือการเล่าถึงเรื่องราวที่”ผม”ได้ฟังมาจากคนอื่นอีกทอดหนึ่ง ทำให้มุมมองของผู้เล่าหลากหลายขึ้น และทิ้งส่วนที่”ผม”ในเรื่องไม่รู้ไว้ ให้ผู้อ่านคิด ผู้ที่รู้เรื่องทั้งหมดน่าจะเป็นใครสักคนหนึ่งในเรื่องที่ไม่มีโอกาสพูดอันได้แก่ ฮาราน(ที่เสียชีวิต) เวง และฟาริดา(ผู้ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดโศกนาฎกรรม)แต่ในเมื่อด้วยมุมมองของ”ผม” มันมีจำกัด จึงทำให้เรื่องที่ผู้อ่านควรรู้ต้องคลุมเครืออยู่ต่อไปซึ่งก็กลายเป็นเสนห์ของการเล่าแบบนี้ไปในที่สุด

 

ประเด็นหลัก

ในเรื่องสั้นประกอบด้วยทีมของเรื่องที่ล้วนเป็นสัญลักษณะอันนำไปสู่ประเด็นหลักของเรื่อง ซึ่งโดยรวมแล้วหากจับภาพทั้งหมดมาร้อยเรียง “ผม” ซึ่งเป็นผู้เล่าเรื่องทั้งหมด พยายามจะบอกกับผู้อ่านว่า จริง ๆ แล้วปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากความไม่เข้าใจกัน ทั้ง ๆ ที่ผู้คนทุกเผ่าพันธ์ชนชาติ ทุกศาสนา สามารถอยู่ร่วมกันได้          แต่เพราะพวกเขาไม่เข้าใจกันเรื่องเลวร้ายมันจึงเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องนี้และในโลก ดังตอนที่ผู้เขียนให้ “ผม” บอกเล่าแก่ผู้อ่านว่า

“(เรา)ลงไปสัมพันธ์กับชาวบ้านน้อยมาก …เราเคยลงไปเยี่ยมชาวบ้านครั้งหรือสองครั้ง  แล้วหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฮารานกับเด็กหนุ่มมุสลิมอีกสองคน”(หน้า 27)

 

จากตอนนี้ กนกพงศ์ บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างแมวของฮารานกับแพะของชาวบ้านซึ่งมากินและอยู่ร่วมกันได้เหมือนกับจะย้ำประเด็นหลักของเรื่อง

 

…ตอนนั้นเจ้าแมวสามสีของเขาสนิทกับแพะทุกตัว  ที่มาใช้ชีวิตอยู่ในสนาม ทั้ง ๆ ที่วันแรกต่างทะเลาะกันเหมือนเด็ก ๆ   แพะคงสงสัยว่าเจ้าตัวสีประหลาด ๆ นี้จะกินได้หรือเปล่า  เลยเข้ามาดม ๆ ดู ฝ่ายแมวก็คงตกใจ จึงขู่ฟ่อ พลางตะปบจมูกแพะเข้าให้  คราวนี้แพะร้องลั่นไม่ยอมเลิก ทั้งไม่ยอมหนีไปไหน แพะเป็นสัตว์แปลกที่เมื่อตกใจแล้วจะยืนร้องอยู่นั่น  แมวจึงยิ่งขู่… ทว่าอีกสามสี่วันถัดมา ,ยามกลางคืนกลางหุบเขาอันหนาวเหน็บ เมื่อพวกเราไล่แมวออกจากเต็นท์ คนซึ่งยืนยามจึงได้เห็นมันไปขอซุกไออุ่นใต้ท้องแพะตัวหนึ่ง  หลังจากนั้นสัตว์ทั้งสองชนิดก็ไม่เคยทะเลาะกันอีกเลย…(หน้า 26)

 

นอกจากมุขตลกแล้วขณะเดียวกันกนกพงศ์ ก็เอาแมวกับแพะเป็นสัญลักษณ์ด้วยอย่างหนึ่ง มันเป็นภาพความขัดแย้งที่มีความงดงามและลงตัว เมื่อเรื่องยาว ๆ อย่างเรื่องสั้นเรื่องนี้กนกพงศ์ไม่ทิ้งความสนุกสนานของเรื่อง ทั้งมุขตลกที่ทำให้การอ่านเรื่องไม่เครียดและสามารถอ่านเพลินไปจนจบเรื่อง และที่สำคัญกนกพงศ์เอาแมวกับแพะมาเป็นสัญลักษ์เพื่อส่งเสริมทีมของเรื่องได้อย่างดีด้วยอย่างตอนที่ เขาเล่าเรื่องของแพะกับฮาราน

 

แต่ที่แพะทำได้เจ็บแสบจริง ๆ ก็คือกับฮาราน  เช้ามืดวันหนึ่งขณะเขากำลังนั่งส้วม ไม่รู้ว่าแพะตัวนั้นเกิดหิวโหยอะไรขึ้นมาในเวลาเยี่ยงนั้น   มันตื่นขึ้นมาฉีกฝาใบมะพร้าวไปเคี้ยวตุ้ย ๆ  ฮารานพยายามส่งเสียงไล่ จากเบา ๆ กลายเป็นตะโกนหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่มันยังคงเอร็ดอร่อยจนฝาส้วมเป็นรูโหว่   โผล่หัวเข้าไปได้สบาย  ฮารานใช้โสร่งปาเต๊ะโบกไล่  แต่มันยังคงเคี้ยวตุ้ย ๆ ซ้ำยังแลบลิ้นเลียแผล็บ ๆ เหมือนเย้ยหยันอยู่ตรงหน้า ฮารานฟาดโสร่งเปรี้ยงเข้าให้ มันยังคงยืนเฉยแต่เมื่อเขาฟาดซ้ำอีกที  มันกลับอ้าปากงับโสร่งไว้  แล้วเริ่มต้นชักเย่อกับฮาราน ไม่ต้องบอกอีกว่าฮารานเสียท่าล้มกลิ้งลงจากฐานส้วม  แพะคาบโสร่งวิ่งหนีไปในสนาม อารามโกรธ  ฮารานลุกขึ้นวิ่งไล่มันไปทั่วสนามทั้งร่างเปลือย(หน้า25-26)

 

จุดอ่อนด้อย

แต่อย่างไรก็ตามกนกพงศ์เลือกที่จะใช้ความคลุมเครือในการเล่าเรื่อง ซึ่งอาจจะเป็นข้อด้อยข้อหนึ่งของเขา เพราะทำให้เรื่องไม่มีประเด็นหลักยืนยันแน่นอน ให้ผู้อ่านพิจารณา จะมีก็เพียงแนวทางให้ตรึกตรองและคิดต่อเอาเองเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะเขาไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เขาจึงไม่อาจเฉพาะเจาะลงไปให้ชัดเจนได้ ถึงการทำงานและการมีอยู่ของอับดุลกาเดร์ กลับมุ่งใช่ความคลุ่มเครือและกล่าวถึงเป็นเชิงสัญลักษณ์แทน แต่หากมองจากอีกมุมหนึ่งมันก็อาจจะไม่จำเป็นเมื่อประเด็นของเรื่องไม่ได้พาดพิงอย่าละเอียดถึงขั้นนั้น ที่ชัดคือกนกพงศ์มุ่งเสนอประเด็นหรือความคิดเห็นของตัวเองมากเกินไป ทั้งที่ปัญหาที่แท้จริงของเรื่องนั้นยังไม่มีข้อมูลมากพอ  โดยเขาค่อนข้างเชื่อมั่นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มาจากทรรศนะและนโยบายอันผิดพลาดของรัฐ(แสดงออกในเรื่องโดยการส่งทหารไปตั้งค่ายในหมู่บ้านของชาวมุสลิมเพื่อแก้ปัญหาโจรแบ่งแยกดินแดนหรืออับดุลกาเดร์) โดยเฉพาะทรรศนะและนโยบายอันเหมือนไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่ยอมเข้าใจในประเด็นซึ่งเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเรื่องของวัฒนธรรม ไปกระทั่งถึงขั้นรุกรานหรือกลืนกินวัฒนธรรมมุสลิมแต่เดิม แต่เรื่องนี้การฉายภาพวัฒนธรรมของชาวมุสลิม ก็สามารถทดแทนและให้น้ำหนักของเรื่องดีขึ้นได้

บรรยากาศของเรื่องและสิ่งที่กนกพงศ์เล่าถึงในเรื่องนั้น ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ บ่งถึงปัญหาหลักของจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านความขัดแย้งของชาวบ้านเรื่องครูสาวฟาริดาในเรื่องและเป็นเหตุให้ฮารานถึงแก่ความตาย จนเมื่อที่สุดเมื่อบรรยากาศมาถึงช่วงท้ายเรื่อง แมวที่เป็นสัญลักษณ์และชื่อเรื่องแต่ต้นและน่ารัก กลับมามีบทบาทให้ผู้อ่านได้คิดอีกครั้ง เมื่อการกลับมาของมันคราวนี้เหมือนกับการบอกว่ามันไม่ใช่แมวตัวเดิม เป็นแมวแปลกหน้า เป็นความแปลกหน้าที่ไม่มีความไว้วางใจกันและกัน อันเป็นภาพสะท้อนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฮาราน ชาวบ้าน และฟาริดาอันเป็นจุดจบให้ฮารานต้องจบชีวิตลงและเป็นภาพสัญลักษ์ของประเด็นของเรื่องด้วยส่วนหนึ่ง จึงไม่แปลกเลยที่  “ผม” จะ      

          เกิดสังหรณ์แปลก ๆ ว่าเรากำลังถูกซุ่มโจมตี(หน้า 66 )

 

โดยรวมแล้วนี่เป็นเรื่องสั้นที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวที่มีความลงตัวและสมบูรณ์ในตัวของมันเอง  ดำเนินเรื่องด้วยบรรยากาศคลุมเครือลึกลับทว่าก็เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและภาพชีวิตอันงดงามน่าศึกษา ถือว่าเป็นเรื่องสั้นที่สมศักดิ์ศรีกับการได้รับการยกย่องให้รับได้รับรางวัลซีไรซ์ แห่งประเทศไทย.

 

 

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

 

 

เรื่องสั้นขนาดยาว -รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซี่ยน(ซีไรซ์) ปี 2539

แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ

1 ใน 8 เรื่องสั้น จากรวมเรื่องสั้นชุด”แผ่นดินอื่น”

กนกพงศ์ สงสมพันธ์ : ประพันธ์

พิมพ์แยกเล่มครั้งแรก :มีนาคม 2541

สำนักพิมพ์ นาคร

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 06/01/2016 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เดี๋ยวจะเขียนให้มากขึ้นครับ
เอาเวลาไป เขียนงานเป็นเล่มซะส่วนใหญ่ เลยไม่มีเวลามาเขียนเป็นชิ้น ๆ

ความคิดเห็นที่ 7 พันธุ์สังหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 29/11/2015 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

น่าสนใจนะครับทำนอง โอเคเบตง ที่ พูดถึงปัญหาที่เกิดอยู่ตอนนีี้ ก่อนที่จะปะทุขึ้นอย่างรุนแรงชอบครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 6 พันธุ์สังหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 22/11/2015 เวลา : 07.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

อายุบวร นมัสการค่ะ ทั่นพันธุ์
ท่านอยู่ในวงการหนังสือ ย่อมรู้ดีแน่นอน
มาพุทธมณฑลมั่งม่าย ไปแรกอาทิตย์ก่อนไปแลไปกราบพระบรมสารีริกธาตุ นึกถึงทั่นพันธุ์เลยหละ

ความคิดเห็นที่ 5 พันธุ์สังหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Cat@ วันที่ : 09/11/2015 เวลา : 06.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ไม่ได้อ่านหนังสือ ยาวๆ นานแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 08/11/2015 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

ช่วงนี้ ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเลย
จะพยายามอ่านให้มากขึ้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 พันธุ์สังหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 07/11/2015 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้าหลวงพี่แนะนำ แสดงว่าต้องดีแน่ๆ
ผมเชื่ออยางนั้น

ความคิดเห็นที่ 2 พันธุ์สังหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
meeboo วันที่ : 07/11/2015 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meeboo
สังคม วัฒนธรรม การเมือง และ "น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช"

สุดยอด สำหรับ "นักเขียนหนุ่มตลอดกาล" ...
เฉียบคม เชือดเฉือน หาตัวจับยากสุด ในแวดวง วรรณกรรม

เพราะเขาคือ "นักเขียนแนวเพื่อชีวิต" รุ่นสุดท้าย

ความคิดเห็นที่ 1 พันธุ์สังหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/11/2015 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ท่านมหาเข้าถึงวงการวรรณกรรมอย่างใกล้ชิดมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยจะเขียนเอ็นทรี่เกี่ยวกับวรรณกรรมสักเท่าไรนัก น่าเสียดานนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน