*/
  • พันธุ์สังหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 389
  • จำนวนผู้ชม : 718812
  • จำนวนผู้โหวต : 2382
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2382 คน
<< มกราคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 6 มกราคม 2559
Posted by พันธุ์สังหยด , ผู้อ่าน : 1276 , 15:49:18 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ลูกเสือหมายเลข9 , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

 

อ่านนิยายรางวัลซีไรซ์ปีนี้ (๒๕๕๘)
ใส้เดือนตาบอดในเขาวงกต จบแล้ว
ก็เห็นบรรยากาศ ชีวิตคนที่วนเวียนกับเรื่องรัก ๆใคร่ ๆ กามา
ผัวแอบมีรักใหม่เมียไม่พอใจ คับแค้น ไม่สนใจลูกเต้า

เอาแต่จมอยู่ในห้วงเวลาของตัวเอง
อีกครอบครัวพ่อพาลูกหนีแม่ที่ในคืนที่จับได้ว่าแม่นอนอยู่กับชู้
หอบหิ้วพาลูกระหกระเหินไปจนตัวเองตายจากทิ้งลูกกำพร้าให้เผชิญโลกเพียงลำพัง
มีญาติมารับไปอยู่ด้วยหลายทอดจนมาอยู่กับย่า ขณะประเทศกำลังวุ่นวายเรื่องการประท้วง
เรียกร้องประชาธิปไตยจากทหาร 
โลกในบ้านหลังเล็ก ๆ เด็กกำพร้า สามคน กับลุงอยู่ในโลกแห่งความฝัน
เล่นสนุกไปวัน ๆ ฟังเพลงคลาสสิค จากแผ่นเสียง

ฟังนิทานจากลุง อ่านหนังสือนิยายรัก ฯลฯ
พวกเขาเหมือนมีโลกของตัวเองที่ไม่เกี่ยวอะไรกับความเป็นจริงเลย
จนโตเป็นสาวมีความรัก แอบหนีตามชายหนุ่มออกจากบ้านไป
คล้ายหนังฝรั่งเรื่องที่เด็กสาวหนีตามนักดนตรีออกไปทัวร์คอนเสิร์ต อะไรทำนองนั้น


ช่วงนี้ทำให้นึกถึง นิยายรักของ นิโคลัส สปาร์ค บางเรื่อง เห็นกลิ่นอายเลยละ เชื่อ
ว่านักเขียน(เจ้าของนิยายใส้เดือนตาบอดฯ)คงเคยอ่านนิยายของนักเขียนคนนี้มาบ้าง
บางช่วงก็ชวนให้นึกถึง ลีลาการเล่าเรื่องใน หนังสือชื่อ เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็ก ๆ ของอรุน ธตี รอย
บางช่วงก็ให้นึกถึงลีลาการเล่าเรื่องอารมณ์เบื้องลึกอย่าง 
เรื่องเถ้าถ่านแห่งวารวัน , และ เนพเวอ เล็ท มี โก ของ คาซูโอะ อิชิกุโร่

 
มีการกล่าวถึงเพลง หนังและหนังสือคลาสสิกเป็นระยะ

เหมือนชีวิตตัวละครหลุดออกไปจากโลกแห่งความจริงไปอยู่อีกโลกที่มีเฉพาะตน

ทำให้นึกถึงหนังสือเรื่อง High Fidelity(แปลไทยว่า รักตกร่อง ) นิค ฮอนบี เขียน

และหนังสือเรื่อง ฟลิกเกอร์ ที่มีพระเอกหมกมุ่นอยู่กับเรื่องหนัง
ชีวิตตัวละครอย่างชารียาก็คือตัวแทนของหนุ่มสาวชนชั้นกลาง(ไปจนถึงพวกไฮโซ) จำนวนมากในปัจจุบัน

ใช้ชีวิตเพ้อฝันเหมือนอยู่ในนิยาย มีรายได้จากมรดก จนไม่ต้องเดือดร้อนกับการทำมาหากิน

ใช้เวลาอยู่กับศิลปะ ดนตรี กวี ภาพเขียน จินตนาการ ภาพยนตร์ ต้นไม้ ดอกไม้

สายลมแสงแดด หิ่งห้อย และความรัก 
เรียนหนังสือน้อยนิด ใช้ชีวิตอย่างเพ้อฝัน ไม่สนใจสังคมใด ๆ ราวกับว่าจักรวาลมีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง

ตัวละครในเรื่องทุกตัวมีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง กูจะไม่สนใจใคร ทำอะไรตามใจตัวเอง ตามความปรารถนา

ตามใจกิเลสตัณหาของตัวเอง เรียกว่า ตามอำเภอน้ำใจว่างั้นเถอะ ตั้งแต่ พ่อ แม่ ลูกสาวสองคน

พ่อมัวแอบรักหญิงอื่นจนเขียนจดหมายส่งไปท่วมบ้าน หนีจากครอบครัวเพื่อไปตายคาอกสาวคนรัก

ขณะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แม่ไม่สนใจลูกเต้าหรือแม้แต่ตัวเอง เอาแต่จมกับความรักความแค้นบ้าบอ

จนตายจากไปอีกคน พ่อของปรานที่เอาแต่หนี้ภาพบาดตาบาดใจ ลุงนิตที่ตามหาเรื่องราวในหัวใจไปสุดหล้า

และออกบวชเป็นพระที่ทิเบต ภราดรกับพ่อ ชานนท์ นที ที่เพ้อฝันราวกับว่าตัวเองเป็นพระเอกในนิยายรักลึกลับ

บ้านิยายรัก รสลินที่กลายเป็นบ้าเพราะความรักความแค้นฯลฯในเรื่องแทบไม่มีวิถีชีวิตของคนไทยปกติเขาเลย

ไม่สนใจรากเหง้าดั้งเดิม แต่อยู่ในโลกเพ้อฝัน ไม่มีศาสนา ไม่รู้เรื่องหลักการหรือหน้าที่ของชีวิตใด ๆ

อย่างที่มีอยู่ในสังคม ราวกับว่าชีวิตของพวกเขามีอยู่แต่ในนิยายเท่านั้น วัน ๆมีแต่ เพลง แผ่นเสียง หนัง นิยายรัก

เสพกาม เสพความรัก โหยหาความอบอุ่นจากความรักที่ไม่เคยได้จากครอบครัวใครเข้ามาใกล้ก็หลงรักเขามั่วไปหมด

เหมือนกำลังดูละครช่องเจ็ด ยายรักน้ำเน่าที่จบลงแบบเศร้า ๆ มีกลิ่นอายนิยายรักเกาหลีหน่อย ๆ

เพ้อฝันมากจนหลุดโลก เรื่องที่เล่ามาประกอบ ล้วนมีเสน่ห์ทำให้เรื่องน่าสนใจน่าติดตาม

แต่ดูขาด ๆ เกิน ๆ ยังไงไม่รู้ ไม่เห็นทีมที่หนักแน่นจริงจัง เหมือนจะบอกว่าชีวิตมีรูปแบบ

มันฝังในดีเอ็นเอ พ่อแม่ยังไงลูกยังงั้น หรือเวรกรรมไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบ มันซ้ำรอยเดิมเสมอ

แต่ไม่มีอะไรชัดเจนสักอย่างนอกจากเรื่องราวแห่งความรักเพ้อฝัน ของผัว ๆเมีย ๆ

แบบนิยายรักโรแมนติกของนิโคลัส สปาร์ค(ที่ปรากฏกลิ่นอายบ่อยในเรื่อง แต่ยังไม่ถึงขั้นนิโคลัส สปาร์ก)

อ่านไปนึกถึงนิยายหลายเรื่องเลย เนพเวอ เลท มี โก ,เถ้าถ่านแห่งวารวัน ,บ้านปรารถนารัก, นิยายของนิโคลัส ,สปาร์ค

แมสเสก อินเดอะบ็อตเติ้ล เดอะโน้ตบุ๊ค, ไปจนกระทั่งมนต์รักทรานซิสเตอร์ของพี่วัฒ วรรยางกูล ตอนท้าย ๆ

ใช้สำนวนบรรยายแบบ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยวของการ์เบรียล การ์เซียร์ มาร์เคว็ซ ออกกิ่งเหนือจริง

และจบแบบ ฟรัน คาฟก้า เหนือจริงไปเลย
ข้าพเจ้าถามตัวเองว่าทำไมนิยายเรื่องนี้น่าติดตาม จนเปิดอ่านหน้าแล้วหน้าเล่าได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

ไม่เหมือนนิยายอีกหลายเล่มที่แค่เปิดสองสามบทก็ง่วง แล้วก็ได้พบว่า

มันเหมือนละครทีวีที่เราเคยดูนั่นแหละ คนเขียนใช้วิธีแบบละครทีวีเปี๊ยบ

เปิดฉากมาด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ เล่าวนไปวนมาเหมือนกลวิธีที่มาร์เคว็ซใช้ใน หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว

แต่นำเสนอ นิยายน่ำเน่าละคร เหมือนทีวีฉันใดก็ฉันนั้น คนไทยติดละครช่องเจ็ดช่องสามฯลฯ ฉันใด ผมก็ฉันนั้น

สงสัยคนไทยคงมีดีเอ็นเอ การติดละครทีวีมาในสายเลือด โดยเฉพาะผม ละครมันเร้าความสนใจให้อยากรู้ตอนต่อไป

เหมือนหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้เร้าใจให้อยากรู้ตอนต่อไปเหมือนละคร (นั่นมิใช่ลักษณะเด่นของเรื่องเล่าหรอกหรือ)

รู้ทั้งรู้ว่ามันนิยายรักน้ำเน่านั่นแหละ มีแต่คำว่าฉันรักเธอขาดเธอไม่ได้เต็มไปหมด

แต่มันก็ยังเร้าใจให้อยากอ่าน อยากรู้ต่อเนื่องไปจนจบ


ความรู้ที่ตัวละครกล่าวอ้างถึง ผูกกับหนังสือที่เธออ่านเพลงที่เธอฟัง เรื่องเล่าจากวรรณกรรม

ที่คุณลุงธนิตเคยเล่าให้ฟัง
เห็นเงาของ มิฆาเอล เอ็นเด้ ,การ์เบรียล การ์เซีย มาร์เคว็ซ แว็บ ๆ ในนั้น

อ้อ มี เงาของซัลมาน รัชดีอยู่ด้วยหน่อย ๆ เมื่อเอามารวมกัน
ผ่านการเล่าด้วยสำนวน เฉพาะตัวที่ ชวนงงอยู่บ้าง และพลิกอารมณ์ตามแทบไม่ทัน

การบรรยายที่บางช่วงทำเอาหมดอารมณ์ เพราะมันเยอะเกินไปจนหมดอารมณ์ร่วม

แถมขัดแย้งและเหนือจริงเข้าไปผสมอีก
รวม ๆแล้วอ่านเพลิน ๆด้วยท่วงทำนองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 
นักเขียนคงอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนังมาเยอะ จึงปรากฏกลิ่นอายในหนังสืออยู่ทั่วไปหมด

สับสน ปนเป เปะปะ แบบทฤษฏีไร้ระเบียบที่พยายามจะมีระเบียบ 


โดยส่วนตัวผมเห็นว่า หนังสือเล่มนี้เหมือนดังกิ้นโดนัท สีสันน่ากิน หลายชิ้นรวมกัน ในกล่องสวยหรู

ดูอินเตอร์ด้วยเพลงประกอบสุดคลาสสิคหลากหลาย (ดังกิ้น โดนัท เชียวนะ ไม่อินเตอร์ได้ยังไง)

ของหวานที่ใคร ๆ ก็อาจทานได้ แต่จะมีคุณค่าทางอาหารพอเป็นมื้อหลักหรือไม่ ยังไม่แน่ชัด

กินมากอาจเบาหวานขึ้นตาเอาได้

โดยรวมชอบอ่านแนวนี้นะ สำนวนลีลาเหลือร้าย อ่านเพลิน แต่พออ่านจบกลับเบาโหวงเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง

เหมือนกับกินขนมหวาน แต่ยังหิว ไม่อิ่ม แม้จะมีสีสันให้เลือกหลากรส ตลกขบขันกับถ้อยคำสำนวน

ลีลาการบรรยายเรื่องราวความรักปนเศร้า เว่อเกินจริง ฉากที่พิลึกพิลั่นกึ่งจริงกึ่งฝัน แบบอัตถนิยมมายา

ตอนจบที่แสนพิลึก(แต่ไม่เกินคาดหมาย) เรื่องเล่าตำนานที่เหมือนโดนัทหลายชิ้นในกล่องเดียวกัน มาจัดวาง

ซึ่งสีสันน่ากินนั่นแหละตามสไตล์ขนม ก็แค่ขนมที่ดูไฮโซ เบา ๆ หวานเลี่ยน และดูแปลกตาน่ากิน

ก็พอกินเล่นสนุก ๆ ได้ อย่าเอาคุณค่าทางอาหารอะไรเลย ผู้ใหญ่บางคนบางท่าน

คนที่เคร่งเครียดกับการกินขนมแทนข้าว อาจกินขนมไม่อร่อย 
แต่ถ้าทำใจได้ว่ามันเป็นแค่ขนมหวาน มันก็อาจกินขนมอร่อยขึ้นมาได้

 
ที่หนักใจก็คือ งวดนี้ขนมกล่องนี้(เรื่องนี้)กลายเป็นขนมยอดเยี่ยมประจำปีของรางวัลระดับอาเซี่ยน(รางวัลซีไรต์ น่าคิดนะ)
เลยต้องมาถกเรื่องคุณค่าทางอาหารกันเพิ่มอีกสักหน่อย ว่ามันสมควรไหม 
ผมอาจมิใช่นักวิชาการทางด้านวรรณกรรมระดับด็อกเตอร์

มิใช่เป็นนักเขียนมีชื่อมือรางวัล แต่ผมก็อ่านหนังสือมาไม่น้อย

สำหรับนิยายเรื่องนี้ผมลุ้นให้ได้รางวัลมาตั้งแต่ต้นที่เริ่มอ่านผ่าน ๆ

ในบรรดาพวกที่เข้ารอบด้วยกัน เล่มนี้มีสีสันที่สุด อ่านเพลินที่สุด เพราะบางเล่มผมอ่านไปหลับไป

น่าเบื่อสุด ๆ ก็ยังมี เรียกได้ว่านิยายปีนี้ หากคะแนนซีไรซ์ปีอื่น ๆ อยู่ที่ ๑๐๐ คะแนน

คะแนนอิงกลุ่มปีนี้ไม่เกิน ๕๐ เต็มร้อย มีเล่มนี้เล่มเดียวที่เรียกได้ว่า ผมให้ ๕๐ คะแนนเต็ม(มาตรฐานส่วนตัวล้วน ๆ)

ก็ถือว่าทำได้เข้าขั้นดีสำหรับ นิยายเล่มแรก(เท่าที่รู้นะผมอาจจะผิดก็ได้)

แต่หลังจากนี้สิ เธอจะต้องวัดฝีมือบนเส้นทางวรรณกรรมด้วยมาตรฐานซีไรซ์

ซึ่งหลายคนเจอมาด้วยตัวเองแล้วว่ามีความกดดันเพียงใด


จะไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดเล็ก ๆน้อยที่ในนิยายเรื่องนี้

มีผิดพลาดอยู่ เป็นเรื่องที่อาจแก้ไขกันได้ในอนาคต

หลายคนที่อ่านก็คงจะท้วงกันไปบ้างแล้ว เพราะผมอ่านเอาเรื่อง เอาประเด็น

เอาเท่าที่ได้ มิใช่อ่านด้วยจับผิด แต่อ่านเพื่อประเมินค่า เรื่องราวมุมอื่น

นอกจากนี้ ให้คนอื่นเขาว่ากันไปบ้างนะครับ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผมหรือใคร

คุณควรอ่านและประเมินด้วยตัวเอง ก่อนจะพลาดวรรณกรรมที่ถือว่าแต่งสำนวนได้ดีเรื่องหนึ่ง

อย่าเพิ่งเชื่อคำโฆษณาหรือคำวิจารณ์


อย่าเพิ่งพูดว่าดังกิ้นโดนัทกล่องนี้ไม่อร่อย จนกว่าคุณจะได้ชิมก่อน


ในยุคที่บ้านเมืองมีท๊อปบูทคุมเข้ม พูดอะไรหนัก ๆไม่ได้ จนรู้สึก

...ความแค้นเคืองที่ยัดเยียดกันพร่ำเพรื่อ...(น.๒๓๕)
การพูดเรื่องเพ้อฝัน รักโศก สายลมแสงแดด ก็เป็นทางออกอย่างหนึ่งของผู้คน...

พันธุ์ สังข์หยด

(๒๘ ชั่วโมง กับ ใส้เดือนตาบอดในเขาวงกต)

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/01/2016 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สวัสดีครับ ท่านมหา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน