*/
  • พันธุ์สังหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 389
  • จำนวนผู้ชม : 718857
  • จำนวนผู้โหวต : 2382
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2382 คน
<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม 2559
Posted by พันธุ์สังหยด , ผู้อ่าน : 723 , 17:11:19 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน จิตราภรณ์ , chailasalle และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

Yung Avenger Hunter Poon

พรานบุญ ชุด ผจญภัยวัยหนุ่ม ตอน ช่วยท้าวชมพูจิตรนาคราช

                โดยพันธุ์ สังข์หยด

เมื่อครั้งปัญจมหาฤาษีกัสสปะ ช่วยก่อร่างสร้างกรุงสทิงปุระนครใหญ่แห่งคาบสมุทร ได้เลือกทำเลที่ตั้งอันเป็นมงคลสูงสุด ตามปัญญาญาณ ในคราครั้งนั้นท่านได้เลือกเอาบริเวณด้ามขวานสุดแผ่นดิน อันเป็นที่ตั้งแห่งเหมืองทองคำล้ำค่า เป็นรากฐานของความมั่งคั่ง  หวังให้สองฝั่งแห่งคาบสมุทรเป็นเขตแดนของเมือง ให้เป็นเส้นทางค้าขายเพื่อให้เมืองเจริญรุ่งเรืองในอนาคต ทั้งยังอัญเชิญท้าวพญาอนันตนาคราชผู้มิตรสหายร่วมรักษาศีล มาปกปักรักษาให้น้ำท่าบริบูรณ์ ไม่แห้งแล้งขัดสน ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้านาหว่าน ปักดำก็เขียวชะอุ่มชุ่มชื้น มีบุรพกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม นามว่านันทชัยกับพระนางปทุมวดี ปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขร่มเย็น ท้าวพญาอนันตนาคราชมีใจเมตตาต่อชาวโลกเลยให้ฝนฟ้าตกสม่ำเสมอกันทั่วทุกดินแดน มิให้ประชาขาดแคลนแห้งแล้งเดือดร้อน

กาลเวลาก็ล่วงผ่านมาสะทิงปุระกลายเป็นเมืองท่าค้าขายที่อุดมสมบูรณ์ด้วยเรือสินค้าน้อยใหญ่ ทั้งสองฝั่งมหาสมุทร จนจรดแผ่นดินใหญ่ทางภาคเหนือขึ้นไป  เมื่อเข้าสู่ ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน ท้าวชมพูจิตรนาคราชได้รับคำสั่งจากบิดาให้มาผลัดเปลี่ยนหน้าที่ มาปกปักรักษาเมืองแลให้น้ำท่าบริบูรณ์  

หากทว่า ด้านแผ่นดินใหญ่ เกิดมหาโกลาหลผู้คนบ้าคลั่ง ยกทัพรบรา เข่นฆ่ากัน แย่งชิงอำนาจเขตแดน ผู้คนชาวแว่นแคว้นตาดำดำ มิรู้อิโหน่อิเหน่ ต้องเดือดร้อนเพราะไฟสงครามลามเลียเผาไหม้ อพยพย้ายถิ่นฐานบ้านช่อง กษัตริย์ที่ปกครองก็ไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี  ท้าวชมพูจิตนาคีจึงไม่ชอบใจ ถอนการอารักขาเมืองใหญ่อย่างมหาปัญจลา ชาวประชาจึงอดอยากแห้งแล้ง ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าในนาที่หว่านก็ยืนต้นล้มตาย  เกิดการคอรัปชั่นกันขนานใหญ่ ขุนนางข่มเหงรังแกประชาชนเอาตามแต่ใจ ใส่ความแกล้งทูลมดเท็จกันเป็นว่าเล่น พระราชาพระเจ้านันทราช ก็ทรงหูเบาเชื่อคนง่าย ถ่วงตุ้มหูทองหนักหลายกิโลจนหูยาน ก็มิได้ช่วยให้ฉลาดในการงานมากขึ้น  เมื่อฟ้าฝนเกิดแห้งแล้ง ฉาตกภัยคือความหิวก็แผ่กระจายไปทั่วแผ่นดิน ผู้คนจึงอพยพย้ายถิ่นฐานไปพึ่งใบบุญสทิงปุระนคร

แทนที่กษัตริย์แห่งมหาปัญจลานครจะสำนึกตัว กลับคิดแค้นเคืองความรุ่งเรืองของเพื่อนบ้าน จึงเรียกพราห์มหาโหราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญการทำนายสาเหตุ ให้มาแจ้งแถลงไข ทำไมบ้านเมืองเราจึงแห้งแล้งเข็ญเสียเช่นนี้  แม้พราห์มจะรู้เหตุแน่ชัดว่า เพราะกษัตริย์มิตั้งอยู่ในศีลธรรม ก็มีอาจกล่าวทูลตามจริง ด้วยกลัวอำนาจราชอาชญา จึงเพ็ดทูลไปว่า เพราะพญานาคราชท้าวชมพูจิตร ไม่อยู่รักษาค่อยให้น้ำท่าบริบูรณ์เหมือนดังแต่ก่อน  กษัตริย์ไม่สำนึกตัว กลับแค้นเคืองพญานาคมาก

“เจ้าพญานาคลำเอียงไม่ให้น้ำทำบ้านเมืองเรา แต่ให้สทิงปุระเขียวชะอุ่บริบูรณ์ ยังงี้มันใช้ไม่ได้ต้องจัดการ” พระเจ้านันทราชถึงขั้นว่าจ้างจอมเวทย์ผู้ทรงฤทธา แลหมู่นักฆ่ารับจ้างจากโพ้นทะเลให้มาปองร้ายทำลายความมั่งคั่งของกรุงสทิงปุระนคร เริ่มที่จับพญานาคมาสำเร็จโทษเสียก่อนเป็นเบื้องต้น  ตามด้วยจ้างคนมาสังหารผลาญชีวิตพระเจ้านันทชัยกับพระนางปทุมวดี งานนี้อาจถึงขั้นให้สะทิงปุระล่มจม

คราวนั้น เจ้าชายอาทิตยวงศ์ อุปราชหนุ่มเพิ่งย่างเข้าวัยสิบแปดปีเรียนจบวิชาจากสำนักทิศาปาโมกข์ฤาษี ก็เสด็จเดินทางกลับบ้านเมืองพร้อมด้วย ธิดาเศรษฐีนามว่าจันทาวดี ผู้เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่ก่อนเก่า และไปเข้าเรียนในสำนักอาจารย์เดียวกันมา ที่ใคร ๆไม่ทราบมาก่อนก็คือว่า สามสหายแนวหน้าศิษย์ของปัญจมหาฤาษีกัสสปะนั้นนอกจากเจ้าชายอาทิตย์วงศ์ กับจันทาวดี แล้วยังมีพรานบุญด้วยอีกคนหนึ่ง เมื่อเรียนจบแล้วก็เดินทางกลับบ้านเมือง หากทว่าด้วยความรักในการศึกษาทำให้พรานบุญสนใจท่องเที่ยวหาวิชาความรู้ต่อไปในป่า ไม่กลับบ้านเมือง

ขณะพรานบุญอุ้มช้างป่าที่บาดเจ็บวิ่งมุ่งหน้าไปหาหมอรักษา พวกจอมเวทย์นิสัยชั่วช้าสารเลว ก็รวมตัวกันที่สระมรกต บึงน้ำใหญ่ชายแดนสะทิงปุระ ด้วยมุ่งหมายประกอบพิธีสังหารพญานาคี ผู้ปกปักรักษาฝ่ายการชลประทานให้น้ำให้ท่าแก่แผ่นดิน

ราชปุโรหิตสิงคะวันขิงแก่ หัวหน้าเหล่าจอมเวทย์ ร่ายมนต์คาถา บังเกิดคลื่นป่วนปั่นจนสายน้ำเป็นเกลียววน หมู่ปลาน้อยใหญ่ มึนงงจนกระโดดขึ้นมาตายบนฝั่ง คลื่นคลั่งจนพญานาคาเร่าร้อนอดรนทนจำศีลอยู่ใต้บาดาลไม่ได้ ร่ำ ๆจะโผล่ขึ้นมา ด้วยฤทธาแห่งมนต์จับงู ขณะที่พลังมนต์กำลังจะได้ที่นั่นเอง สิงคะวันปุโรหิตเฒ่านึกได้ว่า ยังขาดเชือกมนตราที่ต้องควั่นด้วยเชือกกล้วยอีกหลายเส้น  บ้านเมืองแห้งแล้ง ไร่กล้วยแห้งตายซาก กล้วยแพง หาต้นแทบไม่ได้ จึงสั่งให้คณะทีมงานร่ายมนต์ตรึงพิธีเอาไว้ก่อน

“พวกท่านรีบแยกย้ายกันไปหาเชือกกล้วย งานนี้ต้องเชือกกล้วยพังลาตานีเท่านั้น จึงจะเหนียวพอจับพญานาคตนนี้ได้ ฤทธิ์มันก็มิใช่ย่อยเลยทีเดียว” หลังจากร่ายมนต์สะกดอำนาจนาคา ต่างคนต่างแยกย้ายกันออกไปหาเชือกกล้วยพังลาตานี 

คราวนั้นท้าวชมพูจิตรนาคราชพลาดท่าเสียทีให้มนต์หมอจับงู พวกนั้นเล่นรุมกันร่ายมนต์ตรึงตนเอาไว้มิให้หลบหนี หากมีเชือกกล้วยพังลาตานีมาด้วยคงจะม้วยในครานี้  หลังจากรู้ชะตา จึงรีบแยกกายทิพย์ออกมาในร่างมนุษย์ มุ่งหน้าไปขอความช่วยเหลือจากปัญจมหาฤาษีกัสสปะ ยังมิทันออกพ้นจากเขตแดนสะทิงปุระ ก็พบปะกับพรานหนุ่มรูปงาม กำลังมุ่งหน้ากลับเมืองสะทิงปุระ  ท้าวชมพูจิตรนาคี พิจารณาลักษณะบุรุษผู้มีคุณ ก็รู้ว่าพรานบุญเป็นคนมีเมตตา มีสง่าราศรีน่าเลื่อมใส ดูท่าทางว่าเป็นคนดีใช้ได้ จึงปรากฏกายให้เห็น

“พ่อหนุ่มรูปงาม ท่านจะเดินทางไปไหนหรือ”

“ข้ากำลังจะเดินทางกลับบ้านเมือง ว่าแต่ท่านเถิด จะแปลงร่างทำไมกันนี่ เผยตัวออกมาเถิด ข้าได้กลิ่นคาวตะไคร่มาแต่ไกล” พรานบุญตอบบอกเป็นนัยว่า ตนก็เป็นคนดีมีวิชาเหมือนกัน

“เรากำลังเดือดร้อน พวกหมองูชั่วช้ามันหมายจะจับเราไปฆ่าให้ตาย”

“ท่านไปทำอะไรเขาละ”

“เรามิได้ทำอะไร มิเคยขบ มิเคยกัดใครให้ได้รับอันตรายเลยนะ แต่ที่เรามิได้ทำต่างหากที่เป็นเหตุให้เดือดร้อน” พญานาคเอ่ยอธิบาย

“อะไร มิได้ทำก็เดือดร้อนได้”

“ก็เราเห็นว่าพระเจ้านันทราชแห่งมหาปัญจลานครไม่ตั้งอยู่ในธรรมเลยไม่ช่วยให้น้ำท่าบริบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ชาวเมืองเดือดร้อนเพราะฝนฟ้าเกิดความแห้งแล้ง พวกข้าราชการก็ฉ้อฉลโกงกินหนักมือจนชาวบ้านต้องหนีมาสะทิงปุระ แต่แทนที่เขาจะเห็นความผิดของตนเอง กลับตัวแก้ไข พวกเขากลับโทษข้าเป้นสาเหตุ ซะงั้น” พญานาคบอกเล่า พรานบุญได้ฟังแล้วนั่งพิจารณา

“อย่างว่าแหละท่านพญานาค เพราะท่านลำเอียงก่อน ทำชาวบ้านเดือดร้อน เขาเลยลำเอียงมั่ง  คนเรามันก็ลำเอียงด้วยอคติ ๔ กันทั้งนั้น แต่ถึงขั้นคิดร้ายหมายชีวิตกันมันก็เกินไป”

“เราเจตนาดีนะ อยากให้เขาสำนึกตัว แต่เขากลับจ้างคนมาจับเราฆ่า หวังให้ชาวประชาเดือดร้อนกันทั่ว ๆ จะได้เสมอกัน ความคิดชั่วร้ายแท้ ๆ”

“เออ อันนั้นก็ร้ายแรงยิ่งกว่า ฟังที่ท่านเล่ามา ข้ารู้ละ ท่านคือท้าวชมพูจิตรนาคราชผู้ปกปักรักษาให้น้ำท่าแก่เมืองสทิงปุระ” ยังมิทันเจรจารู้เรื่อง รูปนิมิตรถูกดูดหายไป เพราะเหล่าจอมเวทย์เริ่มประกอบพิธีจับนาคกันแล้ว พรานบุญตัดสินใจเร็วพลัน งานนี้ หากท่านท้าวชมพูจิตรนาคราชโดนเล่นงาน กรมชลประทานไม่มีน้ำ ได้เดือดร้อนกันทั่วแน่ ๆ ต้องช่วยเขาเอาบุญเสียหน่อย 

พรานบุญจึงร้ายเวทย์แปลงกายด้วยมนต์นารายแปลงรูป ที่องค์พระนารายเคยใช้แปลงร่างหลอกนนทุกข์นิ้วเพชรสำเร็จมาแล้ว(เด็ก ๆ โปรดหาความเข้าใจและรายละเอียดได้ในต้นกำเนิดรามเกียรติ์) พลันเมื่อมนต์ให้ผล จึงแปลงร่างตนเป็นพญานาคราชตัวใหญ่ขนาดเท่าต้นตาล มีเกล็ดสีทองระยิบระยับจับตาเขี้ยวเพชรสองข้างเปล่งประกายเจิดจ้าหลอกตาผู้คน ก็เลื้อยมุ่งหน้าไปยังสระมรกต

ขณะนั้นจอมเวทย์หมองูทั้งสี่มีสิงคะวันเป็นหัวหน้า ร่ายเวทย์มนต์คาถา เรียกท้าวชมพูจิตรขึ้นมาจากบาดาล จนแผ่นน้ำแผ่นดินสั่นทะท้านไหวเยือกไปถึงใจกลางสทิงปุระนคร คนหนึ่งร่ายมนต์สะกดให้มึนงง อีกคนร่ายมนต์ปิดปากมิให้ท่องคาถา อีกคนเตรียมเชือกมากล้วยมามัดตรึงล้อมจับท้าวชมพูจิตรมัดไว้ ส่วนอีกคนชักมีดหมอลงอาคมออกมาจากฝัก กะว่าจะจ้วงแทงให้หนักจนเกิดแผลฉกรรจ์ หากเกิดนาคนั้นดุร้ายหมายต่อสู้ ท้าวชมพูจิตรพลาดท่าเสียทีเพราะตบะบารมียังไม่มากพอต่อกรกับจอมเวทย์ใจร้าย จึงได้แต่นอนรอความตายอย่างอ่อนระทวย เมื่อโดนรัดด้วยบ่วงเชือกกล้วยพังลาตานี

แผ่นดินถึงกับสั่นสะเทือนเพราะพญานาคราชตัวใหญ่สีทอง แบ่งร่างออกเป็นสี่ เข้าจู่โจมหมองูจอมเวทย์ทั้งสี่ แต่ละคนตกใจนึกกันไปต่าง ๆ นานา

“เฮ่ยมันมีพวกมาช่วย”

“สงสัยงานนี้พญานาคตัวพ่อมันจะมาเอง ชวนญาติมาด้วยอีกตั้งสามตัว” ต่างคนต่างหวั่นผวา รีบท่องคาถาสยบงูสะกดนาค ตามที่ได้เรียนมา บางคนถึงขั้นร่ายคาถาอัญเชิญอาจารย์ ผู้ปกปักรักษาให้มาคุ้มครองมิให้ถูกนาคใหญ่ขบกัดตาย ร่ายมนต์พ่นใส่ไปหลายคาบ กำหนดจิตตั้งหลายอึดใจ เจ้าตัวสีทองสามก็ไม่ยอมไปเสียทียังเข้ามาใกล้เรื่อย อ้าปากราวกับจะกลืนคนได้ทั้งตัว เขี้ยวเพชรขาววาววับดูน่ากลัวใช่น้อย นาคตัวสีทองไม่หยุดยั้งกลับพุ่งเข้าหาแกล้งเอาท้องที่ใหญ่เบียดจนจอมเวทย์แต่ละคนล้มหงายหลัง เลื้อยกลิ้งตัวทับให้จมลงในพงหญ้าแทบหายใจไม่ออกตาย แถมแกล้งทับซ้ำ ๆ ตับ ตับ ตับ จนแต่ละคนน่วม เมื่อยเข็ดขัดยอกไปทั้งตัว ไม่ถึงตายแต่อ่วมทรทัย  พอหอมปากหอมคอก็ปล่อย ยังมีจอมเวทย์คนหนึ่ง พยามจ้วงแทงด้วยมีดหมอ ดีที่ พรานบุญรีบหายตัวหลบไปได้ทัน กลับร่างมาเป็นร่างมนุษย์เลยเตะก้านคอไปเสียทีหนึ่ง จนสลบกลางอากาศ คนที่เหลือรีบช่วยกันหามเพื่อนหลบหนีไปอย่างทุลักทุเล

“เจ้านาคสีทองสามตัวนี้มันมีฤทธิ์ร้ายกาจ ไม่กลัวมนต์จับงู” ต่างคนต่างตกใจกลัวตาย แตกกระจัดพลัดกระจายไปคนละทาง ในใจก็สงสัย ทำไมคราวนี้คาถาที่เรียนมาใช้ไม่ได้ผล พรานบุญแปลงกายเป็นพญานาคมา คาถาเลยใช้ไม่ได้ มิใช่นาคจริงเป็นนาคแปลง ระหว่างที่ปล่อยให้พวกจอมเวทย์หนีไป พรานบุญก็ไปตัดเชือกกล้วยพังลาตานีปล่อยท้าวชมพูจิตรได้ทันการ ท้าวชมพูจิตรแค้นเคืองตาแดงก่ำ ก็อ้าปากหมายคายพิษพ่นใส่ ลืมศีลธรรมที่บำเพ็ญมาเสียสิ้น พรานบุญรีบเข้าไปห้าม

“ใจเย็น ๆ นะท่านท้าว ก่อนท่านจะทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปมากกว่านี้  พิษนาคร้ายแรง ตกใส่น้ำทำให้น้ำเป็นพิษหมู่ปลาน้อยใหญ่ล้มตาย ตกใส่แผ่นดิน หญ้าและพืชพันธุ์จะแห้งแล้งตาย อย่าทำอย่างนั้นเลย ใจร่ม ๆหน่อยเถิด” ได้คนเตือนสติ ท้าวชมพูจิตรก็ระงับความโกรธลง ด้วยตบะเดชะที่เฝ้าฝึกฝนมาหลายปี ก็สงบระงับได้

“ขอบคุณเจ้าที่ช่วยให้เรารอดพ้นอันตรายในครั้งนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกท่าน ข้ายินดีช่วย”

“นึกแล้วแค้นใจ แหม่ ไม่น่าปล่อยพวกมันไปเลย”

“เมตตาเถอะท่าน เท่านี้พวกมันก็คงหวาดกลัวเข็ดขยาดไปมิใช่น้อยแล้วละ คงสงสัยแทบตายว่าทำไมคาถาใช้ไม่ได้ผล พวกมันคงไม่กล้าใช้มนต์จับงูจับนาคไปอีกนาน” ครั้งนั้น ท่านท่าวชมพูจิตรขอบอกขอบใจ พรานบุญเสียยกใหญ่ ถึงกับนับถือเป็นสหายสนิท

ส่วนพวกจอมเวทย์พอคืนสติเต็มที่ ต่างคนต่างวิ่งหนีไม่คิดชีวิต บางคนก็สะดุดตอไม้ล้มหัวทิ่มตกลงในเหว ตกเหวตาย อีกคนโดนงูจงอางหวงไข่ ที่นอนเล่นในดงไม้กัดตายโดยไม่ทันตั้งตัวเพราะโผล่ไปในอาณาเขตองมันเข้า  อีกคนมุดไปมุดมายิ่งหลงเข้าไปในถ้ำใหญ่และมืดกว่าจะรู้ก็ไปอยู่ในท้องของงูเหลือยักษ์เสียแล้ว  หมองูตายเพราะงูจริง ๆเลย ส่วนปุโรหิตสิงคะวันขิงแก่ พกพาร่างกายอับบอบช้ำ ด้วยความคับแค้นกลับไปถึงเมืองมหาปัญจลานครได้สำเร็จ ยังผูกใจเจ็บอาฆาตไว้ในใจว่า อนาคตหากมีโอกาส จะกลับมาเล่นงานท้าวชมพูจิตร แก้แค้นอีกครั้ง แต่พอกลับถึงเมืองไม่นานก็ป่วยไข้ เพราะเพ้อเห็นแต่ภาพพญานาคสีทองทั้งสี่ตัวเข้ามาขบกัด ร่ายมนต์สู้ปานใดมนต์ก็ใช้ไม่ได้ผล ทำเอาเสียความมั่นใจไปมิใช่น้อย สุดท้ายกระอักเลือด โลหิตอุ่นพุ่งออกจากปาก ตายเพราะความคับแค้นใจ ความป่วยไข้และโรคชรา หาได้กลับไปแก้แค้นเหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้ไม่

ฝ่ายท้าวชมพูจิตรระลึกถึงคุณของพรานบุญเพื่อนสหายเลยชวนพรานบุญไปเที่ยวภพนาค ไปเที่ยวเมืองบาดาล ควรทราบว่า เมืองบาดาลนั้น นอกจากพระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์แล้ว หากมิได้รับอนุญาตจากพวกนาคใครจะเข้าออกตามอำเภอน้ำใจหาได้ไม่ เพราะเส้นทางเต็มไปด้วยกับดักและพิษร้ายที่พวกนาคคายทิ้งเอาไว้ ป้องกันผู้บุรุก

พรานบุญได้ไปเที่ยวชมภพพญานาคที่กลาดเกลื่อนไปด้วยเพชรนิลจินดา แก้วแหวนเงินทองปูไว้ตามถนนหนทาง เจดีย์ นับพัน ๆเจดีย์ มีเจดีย์ใหญ่ที่ดูแล้ววิจิตรการตางดงาม

“นั่นเป็นเจดีย์ของใครกันหรือ” พรานบุญถาม

“นั่นเป็นเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าในอดีต สร้างบูชาคุณของพระพุทธเจ้า แต่เมื่อตอนพระพุทธศาสนาสิ้นสูญพระบรมธาตุก็อันตรธานไปด้วย ตอนนี้เลยเหลือแต่เจดีย์เปล่า แต่พวกเราก้ยังบูชาด้วยความระลึกถึงท่านอยู่” พรานบุญท่องเทียวในภพนาคตลอดทั้งปี กินดื่มไม่อั้น แถมท้าวชมพูจิตรยังมอบทรัพยืสินให้เอากลับบ้านไปอีกหลายหีบ

“ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่ท่านได้ช่วยเหลือ ท่านรับไปเถอะ”

“ไม่เอาหรอก ข้าขี้เกียจดูแลรักษา เอาไปก็หนักเปล่า ข้าไม่ชอบ เลยพวกทรัพย์สมบัติอะไรพวกนี้ มันเป็นภาระ” พรานบุญปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ในทรัพย์สินหลายสิบหีบท้าวชมพูจิตรมอบให้

“ตั้งแต่ข้าพบเจอผู้คนมาก็เพิ่งมีเจ้านี่แหละ ที่ปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ คนอื่น ๆล้วนโลภอยากได้ทรัพย์กันทั้งนั้น”

“แต่ข้าขออะไรท่านสักอย่างหนึ่งได้รึเปล่า”

“ข้าให้ท่านสองอย่าง จงขอเถิดสหาย”ท้าวชมพูจิตรรีบบอก

“ขอให้ข้าแวะมาเที่ยวหาท่านเข้าออกได้ตามใจปรารถนา”

“นั่นแน่นอนอยู่แล้วสหาย” ท้าวชมพูจิตรอนุญาต ถึงกับลงรหัสดีเอ็นเอตรงประตูเข้าออกไว้เลยว่า หากพรานบุญมาเมื่อไหร่ให้เปิดต้อนรับได้ตลอดเวลา โดยสะดวกปลอดภัย

“อีกข้อข้ายังนึกไม่ออก ไว้ในอนาคตข้าค่อยมาบอกท่านก็แล้วกัน” พรานบุญติดค้างพรเอาไว้ก่อนข้อหนึ่ง

หลังจากหนึ่งปีที่ท่องเที่ยวกินดื่มในภพนาค เที่ยวไปตามที่ต่างใต้บาดาลจนหายสงสัยแล้ว จึงเดินทาง กลับมายังเมืองมนุษย์ ก่อนกลับยังได้บอกเล่าถึง อคติสี่ให้แก่ท้าวชมพูจิตร

“ท่านไม่ควรลำเอียง เพราะรัก ลำเอียงเพราะโกรธ ลำเอียงเพราะกลัว หรือลำเอียงเพราะหลงไม่รู้จริง มันเป็นอคติ ๔ ข้อที่ผู้เป็นใหญ่ไม่ควรประพฤติ ข้าขอให้ท่านกลับไปให้น้ำในท้องที่อื่น ๆ เหมือนเดิมเถิด เพื่อสงเคราะห์อนุเคราะห์แก่ชาวประชา” ท้าวชมพูจิตรยังแค้นเคืองพระเจ้านันทราช นี่ดีนะที่ไม่ถึงกับอยากสร้างเวรสร้างกรรมด้วยการตามไปฆ่าถึงเมือง ส่วนเรื่องให้น้ำท่าบริบูรณ์นั้น ต้องขอคิดดูก่อน เพราะยังเคืองอยู่

คนเรานั้นฟังธรรมฟังง่าย  แต่ให้ประพฤติตามธรรมที่ได้ฟังนั้น มิใช่เรื่องง่ายเลย อย่าว่าแต่ท้าวชมพูจิตรที่เป็นเพียงนาคราชเลย ยังลดความโกรธให้หมดไปมิได้ การที่พรานบุญแกล้งเที่ยวเล่นในเมืองบาดาลก็เพื่อคอยกันมิให้ท้าวชมพูจิตรตามไปสังหารพระเจ้านันทราชที่เมืองมนุษย์นี่แหละ มีคนคอยเตือนสติอยู่บ้าง จะได้ไม่มุทะลุจนเกินไป

“เอาเถอะ เราจะรับไว้พิจารณาก็แล้วกัน”

ท้าวชมพูจิตรจึงมาส่งพรานบุญจนถึงเขตแดนเมืองสทิงปุระ เพื่อเดินทางกลับบ้านเมือง

ตอนนั้นพรานบุญมิได้รู้เลยว่า

ระหว่างที่ตนหายไปเที่ยวเมืองบาดาลอยู่ปีหนึ่งนั้น เมืองสะทิงปุระเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแล้ว

โปรดติดตามพฤติกรรมตอนต่อไป เร็ว ๆนี้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 19/01/2017 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ช่ายยยครับ ปูพื้นเอาไว้ ตอนต่อไป อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จิตราภรณ์ วันที่ : 02/12/2016 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

สงสัยพรอีกข้อคงจะเป็น
ตอนที่พรานจะไปจับนางมโนราห์
จึงมาขอยืมบ่วงนาคบาศของท้าวชมพูจิตรแน่ แน่ เลย นะคะ

สนุกค่ะรออ่านตอนต่อไปนะคะ เล่าตะ เล่าตะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chailasalle วันที่ : 30/10/2016 เวลา : 06.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

พิษนาค เคยได้ยินพระธุดงค์ พูด กรณีที่นาคเป็นมิจฉาทิฐิ ...อ่านในเรื่องรู้สึกนึกภาพพญานาค ว่าเป็นเชนไรเพราะไม่เคยเห็น..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 20/10/2016 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

โห ... ท่านมหา นิทานของท่านสนุกจริงๆ สนุกเพราะคนเล่าใส่ฝอยเยอะด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน