• รักษ์สายน้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : love_saynam@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-22
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 38982
  • ส่ง msg :
  • โหวต 88 คน
สายน้ำ
สายน้ำ คือชีวิต ให้ธรรมชาติคงอยู่ตลอดกาล
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/saynam2tonnam
วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2552
Posted by รักษ์สายน้ำ , ผู้อ่าน : 1398 , 11:15:57 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงระดับพื้นที่ลุ่มน้ำ

“ฟื้นฟูทะเลไทยจากภูผาสู่มหานที ด้วยพลังเบญจภาคี”  

กรณี พื้นที่ลุ่มน้ำจังหวัดชุมพร

  ความเป็นมาของการจัดโครงการฟื้นฟูทะเลไทย จากภูผาสู่มหานที

สืบเนื่องจาก วันที่ 29 ธันวาคม  2551 ได้มีการประกวดรางวัลครัวเรือเศรษฐกิจพอเพียงที่หน่วยอนุรักษ์และจักการต้นน้ำพะโต๊ะ  หลังจากเสร็จพิธีการมอบรางวัลคณะได้ดินทางเข้าไปประชุมและพักแรมที่ปลายคลองเสาะ หมู่บ้านหลางตาง โดยมีคณะจากเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ร่วมประชุมกันและหยิบยกปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ มาพูดคุยกัน และร่วมกันหาวิธีการแก้ปัญหา  โดยยึดหลักการแก้ปัญหาตั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จนถึงท้องทะเล และประเด็นการแก้ปัญหาในเรื่องท้องทะเลไทยก็เป็นประเด็นสำคัญในการพูดคุย ซึ่งท่านอาจารย์วิวัฒน์  ศัลยกำธร ได้ยกตัวอย่าง การแก้ปัญหาน้ำเสีย โดยใช้จุลินทรีย์ก้อนที่ได้เคยทดลองมาแล้วที่จังหวัดสตูล ซึ่งผลจากที่เคยทดลองทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น โดยวัดค่าการเปลี่ยน จากค่า D.O. (ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ)  ซึ่งจากผลของการใช้จุลินทรีย์ก้อน ในการบำบัดนั้น  มีผลสัมพันธ์กับสูตรของ ท่านอาจารย์มนัส  หนูสวี ซึ่งได้เคยทดลองใช้ อีเอ็มบอล ในการบำบัดน้ำเช่นกัน แต่แตกต่างกันที่ระยะเวลาในการวัดค่าการเปลี่ยนแปลงค่า D.O. จึงเป็นข้อโต้แย้งกันเรื่องผลการทดลองของแต่ละสูตร จึงร่วมคิดกันว่าควรจะมีการทดลองการใช้จุลินทรีย์ ในการฟื้นฟูทะเลไทยดูสักครั้ง จึงลงมติร่วมกันว่าจะใช้ ชายหาดอ่าวท้องครก หน้าเกาะพิทักษ์ เป็นจุดทดลอง และได้ทำการทดลอง เมื่อต้นปี 2552  

 หลักการและเหตุผล

การผูกโครงสร้างของสังคมเป็นระบบลุ่มน้ำ ตั้งแต่ป่าต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ถึงท้องทะเล คือวิถีของชาติพันธุ์ไทยมายาวนานเป็นเสมือนกฎของสังคมว่า ความสัมพันธ์ของคนส่งผลโดยตรงต่อการดำรงอยู่ของวิถีวัฒนธรรมและความยั่งยืนของระบบนิเวศ อันหมายถึงทรัพยากรธรรมชาติและสังคมมนุษย์ในลุ่มน้ำ

การเจริญเติบโตของสังคมทุนนิยมต้องการความรวดเร็ว ลัด สั้น ง่าย สะดวก จึงตัดทอนความสัมพันธ์อันละเมียดของสังคมคนในระบบลุ่มน้ำ ไปอาศัยการเชื่อมโยงด้วยโครงข่ายการคมนาคมตรง ลัดทั้งทางบกและทางอากาศจนไม่เห็นค่าการผูกสัมพันธ์ของสังคมแบบลุ่มน้ำอย่างเดิม ทำให้การเชื่อมต่อวิถีค่อยๆ หายไป นำไปสู่ความหายนะของระบบนิเวศลุ่มน้ำที่ยั่งยืน

        ในจังหวัดชุมพร สังคมกลุ่มคนเบญจภาคีได้แก่ 1.ภาคราชการ 2.ภาควิชาการ 3.ภาคเอกชน 4.ภาคประชาชน 5.ภาคประชาสังคมและสื่อ เชื่อมโยงเครือข่ายผูกสัมพันธ์กันเป็นระบบลุ่มน้ำ ตั้งแต่สังคมคนป่าต้นน้ำ คนกลางน้ำ คนปลายน้ำ และคนอยู่กับท้องทะเล ผสานบูรณาการกัน จนเป็นเนื้อเดียวเป็นเครือข่ายภาคประชาสังคมที่เข้มแข็งที่สุดในประเทศ ได้แสดงการทำหน้าที่ร่วมกัน ขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง ธนาคารต้นไม้ การท่องเที่ยวโดยชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล จนรวมกลุ่มคนได้เป็นสังคมคนทั้งลุ่มน้ำ และได้ร่วมกัน ประกาศปฎิญญา ทุ่งวัวแล่น เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม  2551 ทำการจัดตั้งเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที เป็นการแสดงออกให้เห็นถึง การจัดการกลุ่มร่วมกัน โดยผนวกเอาประเด็น เศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน เห็นเนื้อแท้ของการรวมตัวได้รับการสื่อให้เป็นที่ประจักษ์ ตัวอย่าง เช่น คนป่าต้นน้ำที่อำเภอพะโต๊ะ คนกลางน้ำที่ตำบลวังตะกอ สวนลุงนิล และปลายน้ำที่ป่าชายเลนทุ่งคาสวี และคนอยู่กับทะเลอย่างเกาะพิทักษ์และชุมพรคาบาน่า

         เมื่อมีเหตุปัจจัยอันได้เกิดและส่งผลต่อสังคม คนลุ่มน้ำ เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที จึงมาร่วมกันแก้ปัญหา มิให้เกิดการลุกลามขยายไปเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั้งลุ่มน้ำ และทั้งชาติ กรณีปัญหาความเสื่อมโทรมของท้องทะเลไทย อันเกิดปัญหาสารพิษ  เช่น ปุ๋ย ยา  สารเคมี จากที่ต้นน้ำ กลางน้ำและการเก็บเอาทรัพยากรในท้องทะเลอย่างไม่มีขีดจำกัด ทำให้ท้องทะเลไทยเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด จากคุณภาพน้ำที่ต่ำลง และปริมาณสัตว์น้ำที่น้อยลง

          เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ได้ทดลองฟื้นฟูทะเลไทยด้วยเทคโนโลยีจุลินทรีย์ เมื่อต้นปี 2552 โดยใช้จุลินทรีย์ก้อน นำไปฝังไว้ในเลนใต้ท้องทะเลที่อ่าวท้องครก อ.หลังสวน จ. ชุมพร ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน สามารถสร้างคำตอบให้เห็นว่า ท้องทะเลที่เสื่อมโทรมลงไป สามารถฟื้นฟูให้กลับฟื้นคืนสภาพด้วยเทคโนโลยีจุลินทรีย์อันเป็นองค์ความรู้ของเครือข่าย

          เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที จึงใช้แนวทางการทำกิจกรรมของสังคมที่ผูกสัมพันธ์กันในลักษณะเครือข่ายจากภูผาสู่มหานทีมาทำกิจกรรมสร้างสรรค์วิธีการใหม่เพื่อฟื้นฟูทะเลไทย และนำเสนอเป็นแบบแผนของการพัฒนาบ้านเมืองอย่างยั่งยืนด้วยเบญจภาคีและเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที

วัตถุประสงค์

1.เพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างเป็นรูปธรรม

2.เพื่อรวมพลังเบญจภาคี พลังเครือข่ายสังคมคน ตั้งแต่ยอดภูผาถึงมหานที ศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันพอเพียง  และวิถีการอยู่ร่วมกันของคนในลุ่มน้ำที่มีผลกระทบต่อกัน การแบ่งปันให้อยู่อย่างยั่งยืนในกลุ่มนี้ และร่วมกิจกรรมฟื้นฟูทะเลไทย กับเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที  

     3.ศึกษาเรียนรู้การใช้จุลินทรีย์และสมุนไพรไทย ในการบำบัดน้ำ เพิ่มคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น การช่วยกระตุ้นการเติบโตของแพลงตอนที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำ และเพิ่มออกซิเจน ในรูปแบบปฏิบัติการจริง

     4.สร้างองค์ความรู้ร่วมกันในการจัดการพื้นที่จังหวัด เป็นลุ่มน้ำ ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำถึงท้องทะเล

     5.นำเสนอรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบจากภูผาสู่มหานที

     6.ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงระดับพื้นที่ลุ่มน้ำใช้เป็นแนวทางของเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ

เป้าหมายพื้นที่ดำเนินกิจกรรม

     จังหวัดชุมพร ครอบคลุมพื้นที่เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที(อ.พะโต๊ะ อ.หลังสวน อ.ทุ่งตะโก อ.สวี  อ.เมือง  อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว )

เป้าหมายผู้เข้าร่วมกิจกรรม       

จำนวน  500 คน ประกอบด้วย

1. เครือข่ายเบญจภาคีที่ร่วมโครงการชุมชนพอเพียง ของสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย

        1.1 ภาคีภาครัฐ, หน่วยงานรัฐในจังหวัดชุมพร

        1.2 ภาคีภาควิชาการ

        1.3 ภาคีภาคประชาชน

        1.4 ภาคีภาคเอกชน

        1.5 ภาคีภาคประชาสังคมและสื่อ

2.  เครือข่ายเบญจภาคี จ.ชุมพร

3.  เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที

4. เครือข่ายธนาคารต้นไม้ทั่วประเทศ

เป้าหมายกิจกรรม

1.       รวมพลังเบญจภาคี ศึกษาเรียนรู้ ในวิถีชีวิตของสังคมคนทั้งลุ่มน้ำและร่วมฟื้นฟูทะเลไทย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ถึงท้องทะเล

2.       ฟื้นฟูทะเลไทยด้วยโดยเทคโนโลยีจุลินทรีย์

3.       นำเสนอรูปแบบการจัดการ

4.       ร่วมกันประกาศปฏิญญาขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบเบญจภาคี

ระยะเวลา

         ระหว่างวันที่  19 - 21 มิถุนายน 2552

รูปแบบกิจกรรม

                1.พิธีเปิดและบรรยายพิเศษ โดย รองนายกรัฐมนตรี หรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน

     2.บรรยายและอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้

     3.จัดกระบวนการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

     4.ฝึกปฏิบัติการจริงอย่างมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ

     5.ศึกษาการทำงานของเครือข่ายจากภูผาสู่มหานทีในพื้นที่หนองใหญ่

     6.ฝึกปฏิบัติการจริง ฟื้นฟูทะเลไทยในพื้นที่ลุ่มน้ำ ตั้งแต่ พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ถึงท้องทะเล โดยการใช้จุลินทรีย์ก้อนทำการฟื้นฟู และปลูกต้นไม้ป่าชายเลนตามจุดต่างๆ เช่น เกาะพิทักษ์ อ่าวทุ่งคาสวี หาดทุ่งวัวแล่น ฯ

     7.ระดมความคิดเห็นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ระบบนิเวศลุ่มน้ำ ปลายน้ำ พื้นที่ทะเล (เกาะพิทักษ์ อ่าวทุ่งคา สวี หาดทุ่งวัวแล่น)

     8.ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงระดับลุ่มน้ำ

9.เสนอผลการดำเนินงาน  สรุปผลโครงการ/กิจกรรม

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 1.สร้างรูปแบบการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างเป็นรูปธรรมที่แท้จริงในจังหวัดชุมพร

 2.เกิดกิจกรรมฟื้นฟูทะเลไทยในพื้นที่ เป้าหมาย 3 จุด โดยใช้ก้อนจุลินทรีย์ จำนวน 84,000 ก้อน  ขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบเบญจภาคี ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ  ภายใต้เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที 

      3.ชุมชนและประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำได้รับความรู้ มีส่วนร่วมในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (ชุมชนพอเพียง) เกิดขบวนการพัฒนาและพึ่งตนเองตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

      4.ได้องค์ความรู้ในการจัดการพื้นที่จังหวัด เป็นลุ่มน้ำ ตั้งแต่ ต้นน้ำ, กลางน้ำ, ปลายน้ำถึงท้องทะเล

      5.เกิดรูปแบบ(Model)การพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในแบบจากภูผาสูมหานที และเกิดรูปแบบการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศโดยยึดพื้นที่ลุ่มน้ำเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมที่แท้จริง 

 

ผู้เสนอโครงการ          เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที

 ผู้รับผิดชอบโครงการ      

1. ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน

2. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อชุมชนคนอยู่กับป่า

3. เครือข่ายธนาคารต้นไม้

4. การท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดชุมพร

5.  กลุ่มทรัพยากรชายฝั่งและทะเล

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน