*/
  • สันธิลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 208579
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
  • โหวต 56 คน
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม 2555
Posted by สันธิลา , ผู้อ่าน : 57600 , 13:35:46 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ลงทุนอะไรดีในลาว
(ตอนที่ 1)
 
          ดิฉันอ่านจากหลายๆความคิดเห็นที่ได้โพสต์ลงในเว็ปไซด์ตลาดลาว ดิฉันคิดว่าคุณ
สุรชาติคงรู้สึกลำบากใจที่จะตอบทุกคำถามและทุกความคิด เห็น คุณสุรชาติจึงแจ้งดิฉันว่า อาจารย์หน่อยช่วยเขียนบทความลงในเว็ปให้ด้วยเถอะ เพื่อช่วยให้คนไทยหลายๆคนที่มีความฝันอยากจะลงทุนและประสบความสำเร็จในการ ค้าขายที่ลาว ดิฉันก็ไม่ใช่เกจิ หรือกูรูมากนัก
แต่จากประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตในลาวหลายปี และการสอนด้านบริหารธุรกิจบวกกับความสนใจส่วนตัว (อาจจะชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว ว่าเขาทำอย่างไรจึงรวยในลาว
ทำอย่างไรจึงเจ๊งในลาว) ก็อาจจะตอบคำถามแบบรวมๆได้บ้าง ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจก่อนจะลงมือทำอะไรที่ลาว
          อย่างที่เรารู้ว่า ธุรกิจนั้นประกอบด้วยกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจการเกษตร (Agriculture) การประกอบธุรกิจการเกษตร ได้แก่ การทำนา การทำไร่ การทำสวน การทำป่าไม้ การทำปศุสัตว์ ฯลฯ ธุรกิจอุตสาหกรรม (Manufacturing) การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม ได้แก่ ธุรกิจผลิตสินค้าเพื่ออุปโภค แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ อุตสาหกรรมในครัวเรือน จัดเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ใช้แรงงานเฉพาะสมาชิกในครอบครัว ลงทุนไม่สูงนัก และอุตสาหกรรมโรงงาน เป็นอุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตสินค้ามีโรงงาน มีเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าได้ครั้งละจำนวนมาก ธุรกิจเหมืองแร่ (Mineral) การประกอบธุรกิจเหมืองแร่ ได้แก่ การทำเหมืองแร่ชนิดต่าง ๆ การขุดเจาะถ่านหิน การขุดเจาะนำทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ มาใช้ ธุรกิจการพาณิชย์ (Commercial) เป็นธุรกิจที่ทำหน้าที่กระจายสินค้า ที่ผลิตจากอุตสาหกรรมต่าง ๆไปสู่ผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคได้อุปโภค และบริโภคสินค้าตามความต้องการ ได้แก่ ธุรกิจพ่อค้าคนกลาง ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ตัวแทนจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ธุรกิจการก่อสร้าง (Construction) ธุรกิจการเงิน (Finance) เป็น ธุรกิจที่ทำหน้าที่ส่งเสริมให้ธุรกิจอื่นทำงานได้คล่องตัวขึ้น เนื่องจากในการทำธุรกิจจะต้องเริ่มจากการลงทุน ซึ่งต้องใช้เงินในการลงทุน เช่น นำมาซื้อที่ดิน ปลูกสร้างอาคาร จ้างคนงาน ซื้อวัตถุดิบ ซื้อเครื่องจักร ฯลฯ ซึ่งถือว่าธุรกิจการเงินเป็นแหล่งที่ ธุรกิจอื่นสามารถติดต่อในการจัดหาทุนได้ นอกจากนั้นในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ หรือส่งสินค้าไปขายต่างประเทศ ธุรกิจการเงินจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการติดต่อซื้อขายชำระเงินระหว่างกัน ธุรกิจที่จัดเป็นธุรกิจการเงิน ได้แก่ ธุรกิจประเภทธนาคาร บริษัทประกันภัย บริษัทการเงิน ธุรกิจให้บริการ (Service) เป็นธุรกิจที่อำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภค ได้แก่ ธุรกิจการขนส่ง ธุรกิจการสื่อสารธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจการโรงแรม ฯลฯ  ธุรกิจอื่น ๆเป็นธุรกิจที่นอกเหนือจากธุรกิจประเภทที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจ อาชีพอิสระต่าง ๆเช่น วิศวกร แพทย์ สถาปัตย์ ช่างฝีมือ ประติมากรรม ฯลฯ
          ดิฉันคงไม่สามารถลงในรายละเอียดของธุรกิจทั้งหมดได้ แต่คงจะมุ่งไปที่บางธุรกิจที่คิดว่าเด่น และอาจจะทำให้ความฝันของหลายๆคนเป็นจริงได้ แต่หลังจากนี้ดิฉันจะค่อยๆทะยอยส่งบทความเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนจากไทย อยู่ในแขนงการลงทุนธุรกิจประเภทใด และสนใจจะทำอะไร ต้องการเงินลงทุนจำนวนเท่าไหร่ ก็ค่อยๆทะยอยศึกษากันไปเรื่อยๆค่ะ
          เข้าสู่เรื่องของเราดีกว่าค่ะ สำหรับนักลงทุนมือเก่าและมือใหม่ เราจะเริ่มทำอะไรดีที่ลาว ก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่า เราถนัดและชอบธุรกิจด้านไหนเป็นพิเศษ หรือที่ไทยเรามีธุรกิจที่เราทำแล้วและประสบความสำเร็จที่ไทย เพียงแต่อยากขยายตลาดมาที่ลาวเพื่อเพิ่มรายได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากเราไม่ชำนาญ หรือมีความรักในสินค้าและบริการของเรา อย่าว่าแต่ทำที่ลาวเลยทำที่ไหนก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ เอาล่ะตอนนี้บางคนอาจจะมีสินค้าในมือแล้ว หรือบางคนอาจจะกำลังมองหา ขั้นตอนต่อมาคือ สิ่งที่เรามีและขายดีในไทย มั่นใจไหมว่าจะขายดีในลาว ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ท้าทายเรามาก แหมหากดิฉันรู้ดิฉันก็คงไม่โพสต์เข้ามาในตลาดลาวแน่ ที่โพสต์เข้ามาก็เพราะอยากรู้นี่แหล่ะ ช่วยตอบเร็วๆหน่อยสิ เจ้าค่ะ อย่าใจร้อน ก่อนที่เราจะรู้ว่าสินค้าที่เรามีจะขายดีหรือไม่ในลาว ก่อนอื่นเราต้องมาดูพฤติกรรมของผู้บริโภคก่อน หรือดูพฤติกรรมของลูกค้าเราที่ลาว ว่าเขาคือใคร กลุ่มไหน อายุเท่าไหร่ เพศใด สัญชาติใด อ้าวมาค้าที่ลาวก็ต้องสัญชาติลาวสิ ฮั่นแน่แสดงว่าไม่รู้จริง ในลาวมีกลุ่มสัญชาติหลายกลุ่มนะคะ คนต่างชาติในลาว อาทิ จีน เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวชาวตะวันตก นักท่องเที่ยวชาวไทย แถมในลาวยังมีเหล่าชาติพันธุ์ถึงสามเผ่า คือเผ่าลาวสูง หรือม้ง เผ่าลาวเทิงหรือข่า และลาวลุ่มก็คือคนลาวที่มีลักษณะคล้ายคนอีสานปนคนเหนือ ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าอย่ามองคนลาวเป็นคนอีสาน เพราะคนไทยภาคกลางเรามักจะเข้าใจผิดว่า คนอีสานคือคนลาว จริงๆก็คือคนลาวนั่นแหล่ะค่ะ แต่เป็นคนลาวที่ถูกต้อนมา หรืออพยพมา หรืออาศัยอยู่ในถิ่นฐานดั้งเดิมแต่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐไทยในอดีตจนถึง ปัจจุบัน และปัจจุบันกลายเป็นคนไทย ถูกปลูกฝังให้พูดไทย อ่านไทยและเป็นคนไทย เรียนรู้วัฒนธรรมไทย และกลายเป็นประชากรไทย (เอ้า ว่าจะไม่เอาของเก่ามาเล่าใหม่ ให้กลายเป็นเรื่องชวนทะเลาะกัน) แต่ก็อยากให้รู้ค่ะ ว่าคนไทยอีสานกับคนลาวที่แม้จะมีความเหมือนกัน แต่ก็มีความต่างกันมาก คนอีสานบางคนน้อยใจนะคะ ไปกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ เรียกผมว่าเป็นคนลาว ไปเวียงจันทร์ คนเวียงจันทร์เรียกผมว่าเป็นคนไทย ตกลงผมเป็นคนประเทศไหนกันแน่ครับ สับสน
          ที่พรรณามทั้งหมดนี่กำลังจะบอกถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อช่วยเราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ ก่อนอื่น เราต้องลบภาพลักษณ์คนอีสานออกจากสมองเราก่อน และบอกกับตัวเองว่า เขาคือคนลาวไม่ใช่คนอีสาน รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง คำพูดของใครก็ไม่รู้ในสามก๊กจำไม่ได้ เมื่อลบภาพลักษณ์คนอีสานออกจากคนลาวแล้วต่อมาดูว่าคนลาวมีพฤติกรรมในการ บริโภคอย่างไร
          คนลาวชอบสินค้าจากไทยมากค่ะ เพราะดูโฆษณาจากโทรทัศน์ช่องไทยทุกวัน สินค้าประเภทอุปโภคบริโภค คนลาวชอบมาก เพราะสามารถอ่านภาษาไทยได้ เข้าใจภาษาไทย สินค้าโฆษณาใดมีในโทรทัศน์ ที่ลาวจะขายดีหมด ดังนั้นธุรกิจประเภท ร้านสะดวกซื้อ หรือมินิมารถ ธุรกิจประเภทเฟรนไชส์จากไทย จึงเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในลาวสูง แต่คนไทยก็อย่าพึ่งตื่นเต้นมาก เพราะยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจประเภทนี้อยู่ คือ การที่ศุลกากรของลาวยังไม่เข้มงวดมากนักกับการลักลอบนำสินค้าหนีภาษีเข้ามา ลาว และเหล่ากองทัพมดที่ทะยอยนำสินค้าจำพวกอุปโภคและบริโภคเข้ามาขายในลาวอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่เสียภาษี จึงทำให้คนไทยที่นำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายต้อง เจอคู่แข่งขันประเภทที่ขายลดราคาถล่มสินค้าของเราเป็นได้ แถมยังมีสินค้าปลอมประเภท แชมพูสระผม สบู่ อื่นๆเป็นต้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไข หากเราสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป้นโอกาสได้ ผู้ที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เห็นจะได้แก่ ร้าน M Point Mart เป็น ร้านสะดวกซื้อแห่งแรกที่คนไทยมาลงทุน และถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในลาว โดยการจับตลาดด้านขนม อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค เน้นความสด สะอาด แม้สินค้าจะราคาแพงกว่าข้างนอก แต่คนก็นิยมซื้อ เพราะรู้สึกว่าสด สะอาด และที่แน่ๆ ไม่ต้องเจอของปลอม คนลาวจะกลัวมากกับของเลียนแบบ หรือสินค้าที่ปลอม เพราะดูไม่ออกจริงๆ แม้ตำรวจลาวจะจับกุมได้ และนำไปทำลายเป็นระยะๆ แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่มั่นใจ ดังนั้น M Point Mart จึงกลายเป็นร้านสะดวกซื้อที่ครองใจคนลาวในระดับคนชั้นกลาง ที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในลาว จนปัจจุบันนี้ M Point Mart สามารถขยายสาขาในเวียงจันทร์ถึง 8 สาขา อ้าวแล้วหากเราอยากจะทำบ้าง อย่างนี้ก็ไม่ได้แล้วสิ จริงๆอยากบอกว่า ยังมีโอกาสอยู่ค่ะ มีเป็ปซี่ก็ต้องมีโค้ก ทุกธุรกิจต้องมีคู่แข่งขัน จุดอ่อนของ M Point Mart คือ สินค้ายังไม่หลากหลาย หรือมีปริมาณมากพอ ร้านค้าใหญ่ โอ่โถงดูสะอาด มีการประชาสัมพันธ์ที่ดี แต่สินค้ามีจำนวนน้อยชิ้น พูดง่ายๆ ไม่ค่อยมีตัวเลือกเท่าไหร่ หลายสินค้ายังขาดมาก เอ้าใครได้ไอเดียจะมาทำที่ลาวยังคงได้นะคะ เพราะยังมีสถานที่อีกหลายที่ที่เหมาะแก่การลงทุน และหากเป็นไปได้ ทำมินิมารถที่ครบวงจรมากกว่า M point mart คือ กึ่งร้านโชวห่วย กึ่งมินิมาร์ท ร้านค้าสวยสะอาด มีแอร์ ตกแต่งทันสมัย มีสินค้าที่หลากหลาย สินค้าหลายตัวสามารถนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และขายเบียร์แบบยกลัง ขายถ่าน ขายเตา รองเท้า ซีดี อื่นๆ แต่ทุกอย่างมีบิลออกให้ มีเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล รับรองว่าโอกาสรวยเห็นๆ หรือหากมีทุนหนักๆหน่อย ก็เปิดห้างสรรพสินค้าประเภท Tesco Lotus ได้ แต่ตอนนี้ Big C กำลังจะเปิดที่ตลาดเช้ามอลล์แล้วค่ะ แต่ดิฉันคิดว่าคนส่วนมากยังไม่ชอบไปชอปที่ตลาดเช้าชอปปิ้งมอลล์มากเท่าไหร่ เพราะรถติดและหาที่จอดรถยาก นอกจากคนที่ทำงานอยู่บริเวณนั้น และนักท่องเที่ยวเป็นส่วนมาก คนลาวส่วนมากชอบไปห้างสรรพสินค้า ไอเต็ก เพราะรถไม่ติดและหาที่จอดรถง่ายกว่าค่ะ
          พฤติกรรมผู้บริโภคของคนลาวอย่างหนึ่งที่คล้ายคลึงกับคนไทยคือ ชอบกินค่ะ ถ้ามีงานเลี้ยง งานฉลอง งานดอง งานแต่ง ต้องกินกันแบบหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว ดังนั้นร้านอาหารจึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ดิฉันอยากจะแนะนำให้กับนักลงทุน และถือว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจในระดับต้นๆ การลงทุนในลาวในด้านปัจจัยสี่ ได้แก่ เสื้อผ้า อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ดิฉันมองว่าความเป็นได้ค่อนข้างสูงสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะความต้องการในด้านพื้นฐานในการดำเนินชีวิตยังเป็นสิ่งที่จำเป็น และร้านอาหารที่เป็นที่นิยมของคนลาวคือร้านอาหารประเภท ร้านกินดื่ม คือมีอาหารและมีเบียร์ เหล้า มีกับแกล้ม กับประเภทหมูกะทะ เนื้อย่างเกาหลี บุฟเฟ่ วัวเผา ร้านประเภทนี้หากมีการบริการที่ดี รสชาติอร่อย รับรองว่าไม่จำเป็นต้องโฆษณามาก เพราะปากต่อปาก เผลอแผลปเดียวดังแน่นอน แต่ต้องมั่นใจนะคะ ว่ารสชาติอร่อย และเน้นที่การบริการ คือร้านอาหารของคนลาวยังมีจุดอ่อนอยู่คือ การบริการยังไม่ได้ใจเท่าไหร่ และรสชาติก็ยังถือว่าอ่อนอยู่ จริงๆคนลาวเองก็ยอมรับจุดนี้และก็พยายามปรับปรุงด้านคุณภาพอยู่ เพราะพื้นฐานคนลาวที่ค่อนข้างขี้อาย ยังไม่ชินกับงานด้านการบริการ จึงอาจจะดูแข็งๆ ทื่อๆ และยังไม่คล่องเท่าไหร่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำใจและก็ค่อยๆฝึกฝนกันไปเรื่อยๆ บางร้านโดยเฉพาะร้านใหญ่ๆ บางครั้งก็ต้องลงทุนจ้างคนไทยมาบริหาร เพราะคนไทยค่อนข้างมีชื่อเสียงในด้านการบริการ ซึ่งในบทต่อไป ดิฉันจะเพิ่มเติมในด้านการบริหารบุคคล (คนลาว) ให้ด้วยค่ะ เพราะหากเราไม่เข้าใจเขา และคิดว่าพูดจาภาษาเดียวกัน และเขาเข้าใจภาษาไทยมาก ดูเหมือนคนไทยมาก แต่จริงๆ อย่างที่ดิฉันบอกไว้ว่า เขาไม่ใช่คนไทย หลายอย่างจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกฝนค่ะ หากบริหารการเงินเก่ง แต่บริหารคนไม่เก่งก็มีสิทธิ์เจ้งได้เช่นกันค่ะ    
             เขียนไป เขียนมารู้สึกเนื้อหาจะแน่นมากไป ผู้อ่านอาจจะเบื่อ เอาเป็นว่าวันนี้ดิฉันขอนำเสนอ การลงทุนที่น่าสนใจในลาวสองประเภทก่อนก็แล้วค่ะ เพราะดิฉันมองเห็นโอกาสและช่องทางทำมาหากินในลาวที่จะทำให้เราประสบความ สำเร็จได้ คือธุรกิจประเภทร้านมินิมาร์ท หรืออาจะร้านกึ่งโชว์ห่วยกึ่งมินิมาร์ทก็ได้ และธุรกิจประเภทร้านอาหาร แต่รายละเอียดที่ว่าเราจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่นั้นมันประกอบด้วยหลาย ปัจจัย ทั้งด้านเงินทุน บุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ความมีใจรัก ความอดทน ความขยัน ความอดออม โอ้ยสารพัดอีกเยอะ หรือแม้แต่เรื่องดวง เรื่องโชคชะตา ใครไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ แต่ผู้เขียนเชื่อเรื่องนี้มาก แต่ก็ไม่ถึงกับงมงาย เชื่อในทางวิทยาศาสตร์และกฎแห่งกรรมค่ะ คิดดี ทำดี พูดดี สักวันก็ต้องได้ดีค่ะ แล้วพบกันใหม่ในบทต่อไปนะคะ 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิงกันปันหยี วันที่ : 16/08/2013 เวลา : 03.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wicharn

ขายพันธุ์ยางล้างแปลง (ไม่รวมค่าขนส่ง)
RRIM 600 ตาเขียว 7 บาทชำถุงฉัตรเดียว15 บาท
RRIM 2025ตาเขียว18 บาทชำถุงฉัตรเดียว28 บาท
RRIM 3001ตาเขียว25 บาทชำถุงฉัตรเดียว35 บาท
RRIT 251ตาเขียว 8 บาทชำถุงฉัตรเดียว20 บาท
RRIT 408ตาเขียว18 บาทชำถุงฉัตรเดียว28 บาท
Pb 350 ตาเขียว18 บาทชำถุงฉัตรเดียว28 บาท
ติดต่อ วิชาญ 0862771345

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน