• ดร.เป้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sbatpiam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-10
  • จำนวนเรื่อง : 2
  • จำนวนผู้ชม : 17306
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
องค์กรแห่งการเรียนรู้
โลกเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของมนุษย์ทุกคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sbatpiam
วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2552
Posted by ดร.เป้ , ผู้อ่าน : 11242 , 19:06:42 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

             วิธีการเรียนรู้ของมนุษย์

              นักการศึกษา ซึ่งหมายถึงคนที่จะยึดอาชีพเป็นครู – อาจารย์ทุกคนด้วย ต่างก็มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาสำคัญๆ อันเป็นพื้นฐานของการประกอบอาชีพ “ ครู ” กันมาแล้วทั้งนั้น เช่น วิชาหลักการศึกษาและวิธีสอนแบบต่างๆ วิชาจิตวิทยาการศึกษา วิชาการบริหารการศึกษา รวมทั้งวิชาปรัชญาการศึกษาด้วย

              ยิ่งวิชาปรัชญาการศึกษาด้วยแล้ว  บรรดาท่านอาจารย์ทั้งหลายมักจะบ่นกันอยู่เป็นนิจว่า  พวกนิสิต/นักศึกษาไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควร   ทางด้านบรรดานิสิต/นักศึกษาก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์กันว่า  อาจารย์ส่วนมากที่สอนวิชานี้ มักจะมีบุคลิกที่ไม่ค่อยเหมือนใคร  เช่น เคร่งขรึม จริงจัง น่าเกรงขาม และพูดเข้าใจยาก   อีกทั้งวิธีสอนก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควรด้วย  นิสิต/นักศึกษาจึงไม่ค่อยจะได้อะไรติดสมองไปมากนัก  นอกจาก เกรด A, B, C, หรือ D ตามลำดับ

               นิสิต/นักศึกษาที่เลือกอาชีพบนเส้นทางการเป็นครูหรืออาจารย์  คงจะผ่านหูผ่านตากับชื่อเฉพาะต่อไปนี้บ้าง ไม่มากก็น้อย  เช่น  จิตนิยม, สัจนิยม, อุดมคตินิยม, วัตถุนิยม, สารัตถนิยม, นิรันตรนิยม, ปัญญานิยม, เจตจำนงนิยม, ปฏิบัตินิยม, ประสบการณ์นิยม, กิจกรรมนิยม, ประจักษ์นิยม, พิชานนิยม, สัญชาตญาณนิยม, อัชฌัตติกญาณนิยม, สหัชญาณนิยม, อุตรญาณนิยม, เพทนาการนิยม, สัมผัสนิยม, สรรนิยม, วิมัตินิยม, อุปกรณ์นิยม, อนุมานนิยม, พิพัฒนนิยม, อนุรักษ์นิยม, มนุษยนิยม, อัตถิภาวนิยม, สัมพัทธนิยม, สัมบูรณนิยม, ประโยชน์นิยม, พันธนิยม, มโนธรรมนิยม, อัตนัยนิยม,  ปรนัยนิยม, ประชานิยม  เป็นต้น

               จำกันไม่หวาดไม่ไหว  เข้าใจก็แสนจะยาก  นิสิต / นักศึกษาที่ตั้งใจเรียนก็ต้องพยายามให้มากที่สุด  เวลาทำข้อสอบ  ตอบตรงใจอาจารย์บ้าง  ไม่ตรงใจบ้าง  ก็มักจะไม่เป็นปัญหาอะไร  อาจารย์จะปลอบใจเสมอว่า  ใครแสดงหลักการและเหตุผลประกอบได้  ถือว่าถูกทั้งนั้น  ใครตอบถูกมาก ก็ได้คะแนนมาก  ใครตอบถูกน้อย ก็ได้คะแนนน้อย  ก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่โดยทั่วไป   

                ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบเรียนวิชาที่ต้องท่องจำ  เวลาเรียนจะตั้งใจฟังคำบรรยายของอาจารย์อย่างจริงจัง  และพยายามจับประเด็นสำคัญให้ได้มากที่สุด  หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์ (แยกแยะ  จัดกลุ่มเนื้อหาสาระ)  แล้วจบลงด้วยการสังเคราะห์ (จับความคิดรวบยอดให้ได้  จัดลำดับความคิดทั้งหมด  เสียใหม่  แล้วหาวิธีการจด หรือจำอย่างย่อๆ และง่ายๆ) ตามแบบฉบับของตนเอง

                ดังนั้น  บางครั้งแนวคิดและวิธีการนำเสนอความคิดเห็นส่วนตัวของผม  จึงอาจจะไม่ค่อยเหมือนใคร   อันเป็นที่มาของชื่อหัวคอลัมน์ในการเขียนบทความครั้งนี้และครั้งต่อๆไปด้วย

                หลายครั้งที่เดียว เวลาที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครูด้วยกัน  และผู้คนที่สนใจด้านการศึกษา  ในประเด็นที่เกี่ยวกับ “ วิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ ”  ผมมักจะพูดว่า วิธีการเรียนรู้ของคนเราทั่วๆไป  มี 3 แบบ หรือ 3

                ล ตัวแรก  คือ  ลอก  หมายถึง การเรียนรู้โดยวิธีลอกแบบมาทั้งหมด (100 %) ทั้งนี้เพราะมีความศรัทธาเชื่อถือสิ่งที่เป็นต้นแบบเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว  จึงเชื่อและยอมรับทันทีว่า  สิ่งนั้นเป็นความจริง  โดยปราศจากข้อสงสัย   โดยทั่วๆไปแล้ว  การตัดสินใจจะยึด “ ต้นแบบ ” เป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ศาสดาของศาสนา,  ครู, พ่อแม่, ตำราเรียน, เพื่อนสนิท, ดารา/วีรชนในดวงใจ  เป็นต้น

                ดังนั้น  ปรัชญา (ปรัชญาทั่วไป – ปรัชญาการศึกษา) ที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับการเรียนรู้โดยวิธีลอกแบบ น่าจะได้แก่ สัจนิยม (Realism), จิตนิยม (Idealism), สารัตถนิยม (Essentialism) เป็นต้น

                ล ตัวที่สอง  คือ  เลียน  หมายถึง การเรียนรู้โดยวิธีเลียนแบบมาเป็นส่วนใหญ่ (75 %) นอกจากจะมีความศรัทธาเชื่อถือสิ่งที่เป็นต้นแบบอยู่ก่อนแล้ว  ก็ยังมีเหตุมีผลที่น่าเชื่อและสามารถอธิบายได้ว่า  สิ่งนั้นเป็นความจริง  การตัดสินใจโดยทั่วๆไป จะยึด “ เหตุผล ” เป็นหลัก  โดยไม่จำเป็นต้องรอการพิสูจน์เสมอไป

                เช่นเดียวกัน  ปรัชญา (ปรัชญาทั่วไป – ปรัชญาการศึกษา) ที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับการเรียนรู้โดยวิธีเลียนแบบ  ได้แก่  นิรันตรนิยม (Perennialism), เหตุผลนิยม (Rationalism)   เป็นต้น  

                ล ตัวที่ สาม  คือ  ลอง  หมายถึง  การเรียนรู้โดยวิธีทดลอง / พิสูจน์   บนพื้นฐานที่มีความศรัทธาเชื่อถืออยู่บ้างแล้ว (50 %)   แบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  หรือไม่ยอมเชื่อใครง่ายๆ  แต่เพื่อให้รู้และเห็นกับตาว่า  สิ่งนั้นเป็นความจริง  จึงต้องมีการพิสูจน์ / ปฏิบัติด้วยตนเอง  การตัดสินใจโดยทั่วๆไป จะยึด “ ผู้เรียน ” เป็นหลัก  ดังที่เรามักได้ยินกันเป็นประจำในขณะนี้ว่า  Child – centered,  Student – centered  หรือไม่ก็  Learner – centered  นั่นเอง   ฉะนั้น  เมื่อพูดถึง  Teacher – centered  ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เอนเอียงไปทางการเรียนการสอนแบบ ล ตัวแรก (วิธีลอกแบบ)  จึงเป็นฝ่ายตรงข้ามกันไปในทันที

                ในทำนองเดียวกัน  ปรัชญา (ปรัชญาทั่วไป – ปรัชญาการศึกษา) ที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับการเรียนรู้โดยวิธีทดลอง  ก็ได้แก่  อัตถิภาวนิยม (Existentialism), ปฏิบัตินิยม (Pragmatism), กิจกรรมนิยม (Experimentalism), ประสบการณ์นิยม (Empiricism), พิพัฒนนิยม (Progressivism), เป็นต้น

                ผมกล่าวพาดพิงเกี่ยวกับปรัชญา ที่เคยได้ศึกษามาแบบเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง  มาจนถึงความคิดรวบยอดของผมที่ได้พยายามทำความเข้าใจเนื้อหาสาระของปรัชญา  ก็เพื่อให้ผู้อ่านทั้งหลายได้มีส่วนร่วมในการหาคำตอบให้กับประเทศชาติว่า   ในปัจจุบันนี้  การศึกษาของเรายึดปรัชญาแบบไหนเป็นหลักกันแน่

             คำว่ายึดมิได้หมายความว่า  ต้องทำแบบใดแบบหนึ่งเพียงแบบเดียว แล้วทิ้งอีกสองแบบไปเลย  แต่หมายความว่า  ต้องใช้แบบหนึ่งเป็นหลักการหรืออุดมการณ์ที่แน่วแน่  และใช้แบบอื่นบ้างตามสถานการณ์

                ผู้ที่เป็นครู – อาจารย์ และผู้บริหารสถานศึกษา  ฟันธงลงไปได้ไหมว่า  ท่านยึดปรัชญาการศึกษาแบบไหนเป็นหลัก

                ผู้ที่เป็นพ่อ – แม่ หรือผู้ปกครอง  ในฐานะที่เป็นครูสองคนแรกของลูก ตอบได้ไหมว่า  ท่านยึดปรัชญาการศึกษาแบบไหนเป็นหลัก

                ถ้าคำตอบจากสามแหล่งนี้ตรงกัน  แปลว่าเรากำลังร่วมมือกันปฏิรูปการศึกษาของชาติทั้งระบบ อย่างจริงจังและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งถือเป็นนโยบายระดับชาติ  ที่ได้พยายามทำกันมาแล้วหลายครั้ง  และเป็นวาระแห่งชาติด้วย

                ถ้าคำตอบที่ได้ไม่ตรงกัน  หรือแตกต่างกันแบบไม่มีทางประนีประนอมกันได้  ก็คงพอจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่า  จะเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองของเราอีก   

                รัฐบาล  นักการเมือง  นักการศึกษา  ผู้บริหารสถานศึกษา  ครู – อาจารย์  และผู้ปกครอง  ต้องร่วมกันคิดและช่วยกันหาคำตอบสุดท้ายให้กับประเทศชาติโดยเร็ว  ขืนทำชักช้าอืดอาด  ผลกระทบเชิงลบจะตกกับเด็ก เยาวชน และประเทศชาติโดยรวมอย่างแน่นอน

                ประเทศชาติเป็นของเราทุกคน  ต้องร่วมมือกันสร้างสรรค์และแก้ไข

                แต่ ไม่ใช่ของเราคนเดียวนะ  ยังไงๆ ก็ต้องฟังคนอื่นเขาบ้างละครับ.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ดร.เป้ วันที่ : 10/05/2009 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sbatpiam


อย่างที่ ดร.เป้ วิเคราะห์-สังเคราะห์มานั่นแหละค่ะ ดิฉันเห็นด้วย ส่วนใหญ่ก็ทำอย่างที่เคยถูกกระทำมา ง่ายดี แต่ไม่ค่อยมีความหมายต่อผู้เรียนมากนัก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
arekoy วันที่ : 05/04/2009 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arekoy
อนาคตและอดีตไม่สำคัญ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

คงต้องมีการบูรณาการแหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 05/04/2009 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

บูรณาการ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผสมผสานกันได้ หยิบส่วนที่ดีของแต่ละความเชื่อมาประยุกต์ใช้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]