• SCBFoundation
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : may_pr_nu@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2013-04-02
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 118499
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
SCBFoundation
มูลนิธิสยามกัมมาจลส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพ มีสำนึกความเป็นพลเมือง มีจิตอาสา ใช้ศักยภาพให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/scbfoundation
วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน 2556
Posted by SCBFoundation , ผู้อ่าน : 564 , 12:39:51 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

โตแล้วไปไหน :   A-Chieve Shadow มีคำตอบ

 

เด็ก ๆ มักคุ้นกับคำถาม "โตแล้วอยากเป็นอะไร" 

บางคนอยากเป็นหมอ หลายคนอยากเป็นครู บ้างอยากเป็นตำรวจ และมีไม่น้อยที่บอกว่า "อยากเป็นคนดี"

แต่เมือถึงช่วงเวลาหนึ่ง ปัจจัยเงื่อนไขรอบตัว ทั้งการเลี้ยงดู กลุ่มเพื่อน ๆ ที่เด็ก ๆ สังกัด การอบรมสั่งสอนจากครูบาอาจารย์ทำให้การ "อยากเป็น" ในวัยเด็กต้องปรับเปลี่ยนไป

ณ วันนี้ , เด็กหลายคนเมื่อเรียนจบระดับมัธยมแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเอง "อยากเป็นอะไร"  เด็กมัธยมปลายจำนวนไม่น้อยถึงเวลาต้องที่เลือกเรียนคณะในมหาวิทยาลัยและคงจะเกิดความสับสนไม่รู้ว่าตนเองชอบอะไร ในอนาคตอยากทำอาชีพอะไร หรือคณะที่กำลังจะเลือกเรียนเกี่ยวกับอะไรหรือ "โตขึ้น...จะไปไหน"

ตอนนี้ A-Chieve Shadow มีคำตอบมาให้แล้ว

A-Chieve Shadow เป็นกิจกรรมทางสังคมที่ต้องการช่วยให้เยาวชนไทยค้นพบตัวเองและค้นพบเส้นทางในอนาคตของตนให้เร็วที่สุด  เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจและเห็นความสำคัญของการพัฒนาตนเองอันจะนำพวกเขาเหล่านั้นไปสู่อนาคตที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขกับการได้ประกอบอาชีพที่ตนเองรัก และเติบโตขึ้นไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถใช้ศักยภาพของตนเองเพื่ออาชีพการงานและแบ่งปันให้ผู้คนรอบข้างต่อไป

นรินทร์  จิตต์ปราณีชัย หรือ “วิน”  หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ A-Chieve Shadow  โตแล้วไปไหน”  เล่าว่า ที่มาของโครงการนี้เกิดจากมองเห็นปัญหาของเยาวชนสมัยนี้ที่อยู่ในช่วงมัธยมปลาย และยังหาตัวเองไม่เจอว่า โตแล้วอยากเป็นอะไร  โดยเฉพาะกลุ่มที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเรียนคณะอะไร อนาคตอยากทำอาชีพอะไร

ซึ่งก่อนที่เราเริ่มต้นทำโครงการ มีเพื่อนในทีมคนหนึ่งมีน้องชายที่กำลังเรียนอยู่มอปลายแล้วเลือกไม่ได้ว่าอยากจะเรียนอะไร  เพราะถ้าเลือกไปแล้วเขาไม่รู้ว่าอนาคตจะไปทำอาชีพอะไรต่อ พอเราเห็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดแค่น้องชายของเพื่อนแต่เป็นปัญหาของพี่เรา เพื่อนเรา หรือรุ่นน้องในปัจจุบัน ซึ่งเราก็เห็นว่าปัญหานี้ชัดเจนมาก เราเลยมานั่งคิดวิธีแก้ปัญหานี้ครับ เลยเกิดขึ้นมาเป็น A-CHIEVE ขึ้น

วินเล่าว่า กิจกรรม  A-Chieve Shadow โตแล้วไปไหน ?  จัดมาแล้ว 5 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่  6 โดยการอนุเคราะห์ด้านสถานที่ของมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  และมีน้อง ๆ ที่ต้องการหาคำตอบให้กับตัวเองมาสมัครเข้ากลุ่มเป็นจำนวนมาก

"เกณฑ์การคัดเลือกก็มีไม่มากส่วนใหญ่จะเน้นให้ตอบคำถามเพื่อให้น้อง ๆ ดึงตัวตนและความต้องการของตัวเองออกมา  ทั้งความชอบ บุคลลิก ลักษณะนิสับ  เช่น บางคนยิ้มเก่ง เข้ากับคนอื่นง่าย  มีความกระตือรือร้น  เพราะข้อมูลเหล่านี้จะนี้จะใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินและคัดเลือก อาชีพ และคณะที่น้อง ๆ ต้องการเข้าศึกษาต่อ"

กนกวรรณ  เมืองงาม หรือ "น้องแป้งร่ำ"   นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศึกษานารีวิทยา เล่าว่า รู้จักโครงการ A-chieve shadow จากเพื่อนในห้องเรียน จึงเกิดความสนใจและอยากเข้าร่วม เนืองจากเห็นว่าเป็นโครงการที่ช่วยให้กำหนดเส้นทางการเรียน และอาชีพได้ชัดเจนขึ้น

“ได้ยินเพื่อนคุยกันเกี่ยวกับโครงการนี้ เลยถามว่าเป็นโครงการเกี่ยวกับอะไร เพื่อนบอกว่าเป็นโครงการที่ทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราอยากเป็นคืออะไร  และเราจะต้องไปเรียนในสาขาวิชาอะไรถึงจะเป็นในสิ่งที่อยากเป็นได้"

สำหรับแป้งร่ำ...ไม่ได้ชี้ชัดว่าต้องการเป็นอะไร รู้แต่ว่าบุคลิกเป็นคนช่างพูดช่างคุย เข้ากับคนง่าย กระตือรือร้น บางครั้งก็ใจร้อนและหงุดหงิดง่าย...เธอจึงได้ทดลองเป็นผู้ประกาศข่าว    

"ที่มาเข้าร่วมในโครงการนี้ เผื่อว่าเราจะได้เจอตัวตนของเราจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าอยากทำอาชีพอะไรกันแน่ ซึ่งตอนแรกไม่ได้เลือกผู้ประกาศข่าวแต่เลือกคอนเสิร์ต ที่เลือกเพราะดูจากลักษณะนิสัยของตัวเองที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง และที่เลือกผู้ประกาศข่าวเป็นอันดับสองเนื่องจากพ่อบอกว่าผู้ประกาศข่าวเท่ ดูดีนะ ซึ่งหนูเรียนสายวิทย์แต่งานทำกิจกรรมของหนูจะเยอะมากกว่าวิชาการ และก็คิดว่าผู้ประกาศข่าวได้ออกไปลงภาคสนาม เลยคิดว่าน่าจะไปออกไปลุยๆข้างนอก และมีข้อสุดท้ายที่ถามว่าทำไมพี่ต้องเลือกน้อง หนูก็ตอบไปว่าถ้าพวกพี่เห็นความพยายามของหนูพี่ก็คงจะเลือกหนูเข้าไปและหนูก็จะได้ค้นหาตัวเองให้เจอ"

 

หลังเข้าร่วมในโครงการ แป้งร่ำสะท้อนว่า ความชัดเจนในการมองอนาคตเริ่มชัดขึ้น ภาพเบลอ ๆ ของ "โตขึ้นอยากเป็นอะไร" ก็ชัดเจนตามมา

"คิดว่าที่นี้ให้อะไรกับเราเยอะมาก อย่างแรกเลยคือได้เพื่อนใหม่ ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน แล้วได้มิตรภาพ นอกจากจะได้เพื่อนแล้วยังได้แนวคิดใหม่ๆ อย่างวันแรกพี่เขาให้ทำกิจกรรมอยู่กับตัวเอง แล้วพี่พูดว่าถ้าให้อยู่กับตัวเองน้องคิดว่าน้องเป็นคนอย่างไร แล้วหันไปคุยกับเพื่อนเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ทำให้เราได้แนวคิดใหม่ ๆ กลับมา อย่างแนวทางการใช้ชีวิต เราควรที่จะไปแค่ไหน.....

การทำอะไรในชีวิตแต่ละอย่าง บางทีไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลก็ได้ รู้แค่ว่ามันถูกผิดไหมแล้วเราทำให้ใครเดือดร้อนหรือเปล่าแล้วเรามีความสุขไหมที่เราทำ เราสามารถเอาแนวคิดที่เพื่อนๆเล่ามาปรับใช้ในชีวิตของตัวเองได้"  แป้งร่ำสรุป

 

+++++++++++++++




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน