• SCBFoundation
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : may_pr_nu@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2013-04-02
  • จำนวนเรื่อง : 224
  • จำนวนผู้ชม : 117132
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
SCBFoundation
มูลนิธิสยามกัมมาจลส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพ มีสำนึกความเป็นพลเมือง มีจิตอาสา ใช้ศักยภาพให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/scbfoundation
วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน 2557
Posted by SCBFoundation , ผู้อ่าน : 1312 , 11:47:35 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

วันพรุ่งนี้ (14 พ.ย.) วันเบาหวานโลกก็เวียนมาบรรจบอีกหนึ่งขวบปีแล้ว โดยมาพร้อมกับสถิติที่แสนน่ากลัวเกี่ยวกับโรคร้ายนี้ ที่ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงมากกว่า 300 ล้านคน ไทยติดอันดับ 1ใน 5 ของโรคเรื้อรังที่มีผู้ป่วยมากที่สุด ... คำถามคือ ทำอย่างไรที่จะป้องกันการเผยแพร่กระจายของโรคเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีกคำถามที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน "เราจะดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีอยู่อย่างไรให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่ สุดเท่าที่จะทำได้ ?" ที่วันนี้เรามีอีกหนึ่งความพยายามในสังคมไทยเพื่อการดูแลคุณภาพชีวิตผู้ป่วย เบาหวาน โดยเป็นผลงานแอพพลิเคชั่นจากน้องนักศึกษา มอ.หาดใหญ่ จะเป็นอย่างไรนั้น เราลองไปติดตามชมกันค่ะ ^^

 

'PHA'แอพ."ผู้ช่วยคนใหม่"ของผู้ป่วยเบาหวานบนสมาร์ทโฟน
อุ่นใจเหมือนมีคุณหมอมาอยู่ใกล้ ผลงานเยาวชนโครงการ "ต่อกล้าให้เติบใหญ่" ปี 2 สร้างสรรค์ได้ - ใช้งานจริง

 

 

"โรคเบาหวาน" กำลังเป็นภัยเงียบของคนไทยและของคนทั่วโลก สำหรับประเทศไทย เมื่อปลายปี 2556กระทรวงสาธารณสุขได้อ้างถึงผลสำรวจสุขภาพคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปพบว่า ในปี 2552 คนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานมากกว่า 3.5 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการรักษา 47,596 ล้านบาท/ปี ในจำนวนนี้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานเฉลี่ยปีละเกือบ 8,000 ราย และมีแนวโน้มพบในเด็กมากขึ้นเพราะปัญหาโรคอ้วนและพฤติกรรมการกินหวาน หากไม่มีการป้องกันและควบคุมโรคที่ดีพอ คาดว่าในอีก 8 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยมากถึง 4.7 ล้านราย ขณะที่โรคเบาหวานยังเป็นปากทาง นำไปสู่โรคร้ายแรงอื่นๆ อาทิ โรคไต และโรคหัวใจ หากขาดการรักษาอย่างใกล้ชิด และขาดการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ ผู้ป่วยเบาหวานอาจต้องทนทุกข์ทรมานกับภัยคุกคาม ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ อย่างต่อเนื่องเรื้อรัง

 

จากข้อเท็จจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ส่งผลให้เด็กหนุ่มจากภาควิชาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ "นายเกียรติ์อธีติ อนุสรณ์ภักดี" หรือ "อั้ม" นักศึกษาปริญญาโท ชั้นปีที่ 1 เล็งเห็นถึงปัญหาและลุกขึ้นมาใช้ศักยภาพด้าน ICT ของตน ต่อยอดพัฒนาผลงาน Personal Health Assistantโปรแกรมสุขภาพส่วนบุคคลบนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน (PHA) ซึ่ง คว้ารางวัลอันดับ 2 การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยประจำปี 2557 ขึ้นไปอีกขั้น โดยให้มีความจำเพาะกับผู้ป่วยเบาหวานมากขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของโครงการ "ต่อกล้าให้เติบใหญ่" ปี 2 ดำเนินการโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สนับสนุนโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) วัตถุประสงค์เพื่อให้ โปรแกรมสุขภาพส่วนบุคคลบนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน เป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้งานได้จริง และขยายผลไปสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยเบาหวานในวงกว้าง

 

"อั้ม" ให้ข้อมูลว่า PHA เป็นแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยบันทึกข้อมูลสุขภาพ ให้คำแนะนำผู้ป่วย รวมถึงแจ้งเตือนผู้ป่วยและญาติหากพบภาวะเสี่ยง เช่น เมื่อผู้ป่วยลืมฉีดยา หรือมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ "ในประเทศไทย ผู้ป่วยเบาหวานมักใช้สมุดจดบันทึกการฉีดยาและระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้มีความไม่สะดวกเพราะต้องพกสมุดจดและปากกาติดตัวตลอดเวลา บางครั้งผู้ป่วยก็ลืมพกสมุดจดเมื่อไปพบแพทย์ การใช้แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือเป็นผู้ช่วยบันทึกข้อมูลจึงลดภาระการพก สมุดจดของผู้ป่วย เมื่อบันทึกข้อมูลแล้ว ผู้ป่วยยังสามารถส่งต่อข้อมูลถึงมือแพทย์ได้ทันที จึงลดภาระของตัวเอง ไม่ต้องเดินทางไปพบแพทย์บ่อยๆ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดภาระของโรงพยาบาลที่ต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมากในแต่ละวัน" เยาวชนเจ้าของผลงานกล่าว

 

 

หลังเข้าร่วมโครงการ "ต่อกล้าให้เติบใหญ่" และได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิให้นำแอพพลิเคชั่นกลับไปทดลองใช้จริงกับ ผู้ป่วยโรคเบาหวานเพื่อเก็บข้อมูลกลับมาพัฒนาต่อ อั้มได้นำผลงานไปขอคำ ปรึกษากับ นพ.นพดล เกียรติศิริโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนางสาวมุกริน วรรณสะโร เพื่อนนักศึกษาจากภาควิชา ICT ซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้น้อยมาก จำเป็นต้องฉีดอินซูลินทุกวันต่อเนื่องตลอดชีวิต ทำให้เขาได้รับข้อมูลและ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลงานให้สอดคล้องกับความต้องการของ แพทย์และผู้ป่วยเบาหวานอย่างแท้จริง ทำให้ PHA เป็นแอพพลิเคชั่นที่มีความจำเพาะกับโรคเบาหวานมากกว่าแอพพลิเคชั่นดูแลสุขภาพอื่นๆ ในท้องตลาด

 

เยาวชนคนเก่งยังบอกด้วยว่า ขณะนี้การพัฒนาโปรแกรมสุขภาพส่วนบุคคลบนอุปกรณ์สมาร์ทโฟนมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงระบบการบันทึกและแสดงผลข้อมูลเป็นค่าเฉลี่ยและสถิติตามที่ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานให้คำแนะนำ โดย หวังว่าเมื่อพัฒนาผลงานเสร็จสิ้นแล้ว แอพพลิเคชั่นนี้จะได้รับการนำไปใช้จริงในโรงพยาบาล และแพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานนำไปใช้เพื่อเป็นระบบติดตาม - รักษา แพทย์สามารถสืบค้นข้อมูลผู้ป่วยได้จากระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนกลางของโรง พยาบาล เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์อาการ เลือกวิธีการรักษา หรือให้คำแนะนำผู้ป่วยเป็นรายบุคคลได้อย่างเหมาะสม สะดวก ไม่สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย จึงช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดูแลตัวเองได้ถูกต้อง และชัดเจน ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่ยากเกินควบคุม หรือเกิดการแทรกซ้อนของโรคร้ายอื่นๆ

 

 

ขณะที่โอกาสเติบโตทางธุรกิจของ PHA เนื่องจากอัตราการขยายตัวของผู้ป่วยโรคเบาหวานยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับตลาดความต้องการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยยังคงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ การใช้แอพพลิเคชั่นที่มีความจำเพาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเพื่อลดภาวะ เสี่ยงของผู้ป่วย พร้อมๆ กับเพิ่มความสะดวกสบายในกระบวนการรักษา จึงทำให้ PHA มีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก รวมทั้งจะช่วยประเทศลดการสูญเสียค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวานมูลค่าปีละ หลายหมื่นล้านบาท

 

"เมื่อผู้ป่วยเบาหวานสามารถดูแลตัวเองได้ สังคมไทยก็จะได้กำลังคนในการพัฒนาประเทศกลับคืนมาด้วย" เยาวชนเจ้าของผลงาน PHA แอพพลิเคชั่นผู้ช่วยดูแลสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานบนสมาร์ทโฟน กล่าวปิดท้าย #

 

>>> รู้จักกับมูลนิธิสยามกัมมาจลเพิ่มเติมได้ที่ www.scbfoundation.com

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
SCBFoundation วันที่ : 14/11/2014 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scbfoundation

จริงค่ะ

เมื่อวาน ผลงานของน้องชิ่นนี้เป็นข่าวทางช่อง Thai PBS คู่กับแอพ.ของบริษัทเอกชนญี่ปุ่น บ่งบอกว่าผลงานเยาวชนเราไม่ด้อยกว่าต่างชาติเลย

ชมเทปดังกล่าวได้ที่ http://goo.gl/DfVAQy ค่ะ (^_^)

ความคิดเห็นที่ 1 SCBFoundation ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 13/11/2014 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มีประโยชน์มาก ___________ และ ถ้าพัฒนาต่อหน่อย เช่น ทำให้สวยงาม ____________ อาจขายได้ทั่วโลกเลย....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน