*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 168537
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 1532 , 15:00:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



*จากบัญชร จับคู่เต้นรำ นิตยสารกุลสตรี ฉบับ ๙๕๑ ปักษ์หลัง ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ หน้า ๑๕๐-๑๕๒*


ประสบการณ์ชีวิต ทุกคนก็มีด้วยกันทั้งนั้น มีอย่างต่อเนื่องทุกเวลานาทีตั้งแต่เกิดไปจน

ตาย ครั้นเราจะบอกเล่าประสบการณ์บางช่วงบางตอนของเราออกมาให้คนอื่นๆที่ไม่ใช่

เพื่อนๆในแวดวงชีวิตเราได้รับรู้ มันก็ไม่ง่ายเหมือนพูดคุยกับเพื่อน จำเพาะอย่างยิ่งเมื่อ

ประสบการณ์ช่วงตอนนั้นๆได้นำไปสู่ข้อสรุปภายในความคิดเป็นผลึกของประสบการณ์

ชุดหนึ่งๆที่เราให้ค่าว่าน่าที่จะถูกถ่ายทอดแบ่งปันออกไป

 

แล้วจะเล่าออกไปแบบเรียงลำดับเรื่องราวการเดินทางออกไป

รับรู้เก็บรับประสบการณ์เหมือนวิธีที่เราพูดคุยวิสาสะกับเพื่อนๆ

เป็นประจำวัน หรือจะหาวิธีทำให้มันน่าสนใจมากกว่านั้น

พูดตรงๆก็คือทำให้มันไม่น่าเบื่อ

 

การนำเอากลวิธีของเรื่องสั้นมาผสมลงในข้อเขียนแบบสารคดี เพื่อนำเสนอประเด็นทาง

ความคิด ทัศนคติ ค่านิยมดูจะเป็นตัวเลือกที่ถูกนำมาใช้มากขึ้นโดยผู้เขียนพื้นที่ประจำ

ในนิตยสาร

 

สำหรับคะทาวุธ แวงชัยภูมิ ซึ่งข้อเขียนของเขาจะมีมานำเสนอผู้อ่านทางบัญชรนี้เป็น

รอบทุกๆแปดสัปดาห์ ชิ้นล่าสุดนี้มีชื่อตอนว่า ...ฟ้ากว้าง ทะเลไกล... ใช้บทสนทนา

แซมลงเป็นสัดส่วนน้อยๆของข้อเขียนเพื่อให้การเดินเรื่องมีความกระชับขึ้น เขาใช้วิธีนี้

มาตั้งแต่ข้อเขียนสองชิ้นก่อนหน้านี้

 

การใช้บทสนทนาประกอบตัวเรื่องมันมีบทบาทอีกอย่างหนึ่งคือ

เป็นการยืนยันในน้ำเสียงว่านี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงนะ นี่เป็นคำพูด

จริงๆของชาวบ้านในสถานการณ์ที่เอามาบอกเล่าอยู่นี่นะ

 

แต่ก็มีบางครั้งที่ผู้อ่านจะพบว่าสำนวนหรือการเรียงคำพูด (ทั้งที่

อยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ หรือไม่อยู่ก็ตาม แล้วแต่วิธีเล่าเรื่อง

ของผู้เขียนแต่ละท่านในงานแต่ละชิ้น) นั้นอ่านแล้วหรือฟังแล้ว

ไม่น่าจะเป็นคำพูดจริงๆในชีวิตของตัวละครที่ถูกอ้างถึงหรือที่สร้าง

ขึ้นถูกจำลองขึ้นมาจากบุคคลในประสบการณ์จริงที่ผู้เขียนเล่า

 

กับข้อเขียนชิ้นนี้ คะทาวุธยังใช้รูปแบบของจดหมาย ถึงเพื่อนพิเศษคนหนึ่งซ้อนลงไป

อีกด้วย รูปแบบของจดหมายส่วนตัวจะเป็นกลไกที่ทำหน้าที่บรรเทาอารมณ์เคร่งครัด

ต่อความคลาดเคลื่อนใดๆที่เกิดจาดความเผอเรอในการควบคุมรายละเอียดในรูปแบบ

เรื่องสั้นที่ใช้อยู่ (เช่น จำนวนตัวละคร ตัวละครตัวใดพูดหรือกระทำ บุคลิกของตัวละคร

ลำดับเวลา สถานที่) และต่อความคลาดเคลื่อนใดๆในสาร (แนวคิด ทัศนะ การวิเคราะห์

ปัญหา) ที่นำเสนอ ด้วยเหตุผลว่าผู้เขียนนำเสนอในฐานะยังดำรงเป็นบุคคลคนหนึ่ง

(individual) ที่ยังมีความเป็นปุถุชน และโอกาสของการนำเสนอสารนี้ก็เป็นส่วนตัว  

จดหมายถึงเพื่อนย่อมจะไม่ถือเอาความเคร่งครัดในความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ

 

แต่การออกตัวด้วยวิธีนี้ในข้อเขียนชิ้นนี้ไม่ได้ทำให้สาระสำคัญที่ผู้เขียนต้องการ

ส่งผ่านและแบ่งปันนั้นเสียไปหรือถูกลดทอนน้ำเสียงที่จริงจังลง ปัญหาที่ว่าอะไร

กำลังเกิดขึ้นกับชุมชนโลกของเรา และเราควรมีท่าทีอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ยังคงถูกส่งผ่านออกมาจากเรื่องของคนเล็กๆในชุมชนเล็กๆที่เกาะยาวใหญ่

และสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันไปทั่วโลกเวลานี้

 

ไม่เพียงใช้ความเป็นจดหมายถึงเพื่อนพิเศษผสมลงไปในวิธีการนำเสนอ คะทาวุธยัง

อ้างเหตุผลสำทับลงไปอีกว่าจดหมายที่เขียนถึงเพื่อนพิเศษซึ่งเป็นส่วนตัวนี้แท้จริงแล้ว

ก็เหมือนการเขียนจดหมายถึงพระเจ้า เหตุผลนี้ไม่ต้องอธิบายให้มากความเพราะ

อ้างอิงมาจากคำพูดหรือแนวคิดของวิลเลี่ยม ซาโรยัน นักเขียนชื่อดัง โดยคะทาวุธ

ได้ยกข้อความท่อนที่อ้างถึงนี้มาปิดท้ายเรื่องด้วย

 

เมื่อผู้เขียนใช้กลวิธีของเรื่องสั้นผสมกับการเล่าเรื่องธรรมดา (narration)

ร่วมกับความเป็นทัศนะส่วนตัวในรูปของจดหมาย และจดหมายนั้นยังถูกทำ

ให้แยกเป็นคนละส่วนกับตัวเขาเองในเรื่องที่เป็นผู้ทำงานระดมความคิดและ

การกระทำของผู้คนในสังคมเล็กๆให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง การแยกเป็นคน

ละส่วนด้วยการอ้างทัศนะของนักเขียนอื่น (ซึ่งเป็นทัศนะที่ยอมรับกันมาก่อน)

ทั้งหมดนี้ก็เหมือนเป็นการพยายามจัดระยะห่างระหว่างตัวผู้เขียนเองกับทัศนะ

ต่อปัญหาสังคมที่(ตัวละครที่แทนตัว)เขาลงไปเคลื่อนไหวคลุกคลีอยู่ นี่นับว่า

เป็นความขัดแย้งในตัวเอง (ที่บางท่านใช้คำเรียกว่าความย้อนแย้ง อันถอดมา

จากคำภาษาอังกฤษว่า irony) อย่างหนึ่ง เพราะว่าจริงๆแล้วในข้อเขียนสองชิ้น

แรกผู้เขียนก็ไม่ได้ปิดบังสถานะของตัวเองว่าทำงานเป็นกระบวนกรในหน่วยงาน

ที่ไม่เป็นของรัฐแห่งหนึ่ง คือเอ็นจีโอนั่นแหละ ซึ่งต้องลงไปสัมผัสเก็บรับปัญหา

ในพื้นที่จริง คลุกคลีกับผู้คนในพื้นที่ สร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยแบบแผน

และแนวคิดที่พกพาลงไปด้วยอยู่แล้วชุดหนึ่ง

 

ความขัดแย้งในตัวเองในสำนึกที่จะจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองท่ามกลาง

สังคมยุคที่สับสนนี้ ว่ากันว่าเป็นลักษณะของคนชั้นกลางในเมือง ที่เมื่อเร็วๆนี้

ผู้ตีความอ่านพบข้อวิจารณ์ว่ามีงานภาพยนตร์นอกกระแสอยู่สองเรื่องที่มี

ท่วงทำนองอย่างนี้ในการดำเนินเรื่อง จำไม่ได้แล้วว่าชื่อเรื่องอะไร

เป็นผลงานสร้างของใคร และข้อวิจารณ์ที่ว่าอยู่ในสื่อใด

 

จะมองว่าผู้เขียนจงใจจัดวางระยะห่างเช่นนี้คล้ายหลีกเลี่ยงภาระ

เมื่อเกิดการถกเถียงโต้แย้งจากผู้อ่าน ก็ไม่อาจมองได้เช่นนั้นเพราะ

สภาพจริงของทุกสังคมในโลกที่เคลื่อนเข้าสู่ทุนนิยมบริโภคนิยมก็จะ

เกิดสภาพเช่นนี้ คือเกิดความหลากหลายของทางเลือกส่วนบุคคล

ความหลากหลายของวิจารณญาณในการเลือก ความหลากหลายของ

ตัวมาตรฐานชี้วัดว่าควรเลือกอะไร เนื่องจากคนในสังคมจะถูกแยกออก

เป็นส่วนเล็กๆเอกเทศ เป็นรายบุคคลเดี่ยวๆ (individual) แล้วจัด

หมวดหมู่เป็นกลุ่มๆเป็นแฉกตามลักษณะอันเป็นคุณลักษณะหรือโทษลักษณะ

เคยมีคนเขียนหนังสือบรรยายภาพให้เห็นว่ามันเป็นประหนึ่ง

ความอลหม่าน (chaos) หนังสือเล่มนั้นเขียนขึ้นเพื่อใช้เป็น

ตำราบริหารธุรกิจสมัยใหม่ แต่สภาพความอลหม่านที่ว่าก็มา

จากสภาพทางสังคมวิทยาสัมพันธ์กับวิถีการดำรงชีวิตในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม


บุคลิกย้อนแย้งหรือขัดแย้งในตัวเองในแทบทุกรายละเอียดของปัจเจกบุคคลจึงมีขึ้นอย่างนี้




ผู้เขียนพื้นที่ประจำ (คอลั่มนิสต์) ในกลุ่มจับคู่เต้นรำ นี้ มีเกินครึ่งที่ใช้กลวิธีของ

เรื่องสั้นมาแซมลงในข้อเขียนที่นำเสนออย่างเป็นสัดส่วนน้อยบ้าง มากบ้าง จนถึง

เป็นเรื่องสั้นไปเลยก็มี ซึ่งน่าจะคาดหมายได้ว่าเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งจน

ความคิดสั่งสมตกผลึกและเชี่ยวชาญการบังคับปลายปากกามากขึ้น ผู้อ่านก็น่าจะ

ได้เห็นได้อ่านข้อเขียนที่เป็นทัศนะวิจารณ์อันลึกซึ้ง เฉียบคม ทิ้งข้อคิดที่สั่น

สะเทือนใจผู้อ่านโดยไม่ต้องพึ่งกลวิธีของเรื่องสั้นอีกต่อไป ดังที่เราได้อ่านได้รู้จัก

ผู้เขียนพื้นที่ประจำรุ่นอาวุโสบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวันรายคาบต่างๆและนิตยสารอื่น

 

ในข้อเขียนชิ้นนี้ คะทาวุธเล่าถึงการเดินทางลงไปร่วมกิจกรรมออกค่ายของนักศึกษาจาก

จังหวัดเชียงรายที่ลงไปทำค่ายที่บ้านย่าหมี ตำบลเกาะยาวใหญ่ ในเรื่อง ผู้เขียนได้เล่า

แทรกถึงการรวมตัวต่อสู้คัดค้านธุรกิจทุนนิยมที่หักเหทำลายวิถีทำมาหากินของชาวบ้าน

ในพื้นที่และทำลายโลกที่เราอาศัยร่วมกันโดยไม่ยั้งคิด

 

ทั้งเล่าถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ที่กำเนิดและสืบเนื่องมาจากมูลนิธิโกมล คีมทอง ซึ่งแนวคิด

ของมูลนิธินี้ยังเป็นจริงอย่างทรงประสิทธิภาพอยู่ดังที่ผู้เขียนบรรยายว่า

การอาสามาเรียนรู้ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้เราได้เข้าใจคนอื่น พื้นที่อื่นมากขึ้น และที่สำคัญมันกลับได้สะท้อนตัวเราเองอย่างชัดเจนมากกว่าที่เราไม่ได้เห็นไม่ได้ฟังเรื่องราวของผู้คนที่แตกต่างเลย

 

ส่วนที่ผู้เขียนหยิบยืมแนวคิดของวิลเลี่ยม ซาโรยันมาใช้นั้น ว่าไปแล้ว

ก็คงมิใช่ด้วยเจตนาสร้างระยะห่างจากตัวละครที่จำลองไปจากผู้เขียน

เองที่ปรากฏในเรื่อง (ซึ่งผู้ตีความก็เพียงร่ายความเห็นไปในตอนต้น

ไปตามพื้นที่ของการตีความเท่านั้น) แต่คงเป็นด้วยเจตนาแบ่งปัน

ทัศนะอันเป็นข้อคิดที่มีประโยชน์จากนักเขียนที่มีชื่อเสียงระดับสากล

มาเป็นเครื่องสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจแก่ผู้ที่กำลังเขียนและ

ผู้ที่ทำงานอันมีคุณประโยชน์ต่อโลกนี้ทุกคน

 

ผู้เขียนยกข้อความท่อนหนึ่งจากหนังสือของวิลเลี่ยม ซาโรยัน (ชื่อ ฟ้ากว้าง ทางไกล

แปลจาก Papa, You’re Crazy โดย นก) มาส่งท้ายเรื่องว่า

 

“…

สักวันหนึ่งผมจะเขียนเรื่องให้ได้

พ่อก็บอกว่า ....

ลูกก็เขียนเรื่องอยู่ทุกวันแล้ว

ทุกคนในโลกนี้สร้างเรื่องๆหนึ่งขึ้นทุกวัน

คล้ายๆกับเป็นคนเขียนจดหมายถึงพระเจ้า

พวกเราเขียนกันทุกวัน แต่ไม่ใช่ด้วยตัวหนังสือ

พวกที่ถนัดทางเขียนหนังสือจึงจะเขียนเรื่องเหล่านี้ออกมาเป็นตัวหนังสือแทน

แต่ไม่ได้หมายความว่า ...พวกเขาไม่ใช่คนเขียนเรื่องเหล่านี้..จริงๆ

 

…”  

 

.

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


!!!! !?!?!?!
.

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมจำได้สิว่าคุณเคยบอกในช่อง คห.หน้าบ้านท่านว่าเป็นมุสลิม
ผมก็คุยกับเพื่อนทางทอระสับว่ามีบล๊อกเก้อรชื่อนี้เป็นมุสลิม เขียนเรื่องแม่ อยู่
แต่พออ่านอีก คห.ว่าคุณเคยบวชมา ๑ พรรษา ผมเลยงง จนถึงกับต้องทอระสับไปแก้ข้อมูลกับเพื่อน
นบีไม่ให้ยุ่งกับความเชื่ออื่นนี่นา แล้วนี่ทำไปได้อย่างไร
.

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
NN1234 วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

มันยากตรงที่การปรุงนั้นต้อง"ไม่ชิม" หรือ NPO = Nothing pass Oral
แต่ต้องทำให้พอดีๆ หรือจะไปปรุงตอนทานก็ได้...
แต่ความท้าทายของผมคือ ต้อง พอดีเปีะๆ...ที่",ูกค้าของผม"ทุกคนต้องทานได้

คุณหนอนฯคงยังไม่ทราบว่า ผมเป็นมุสลิม และเดือนนี้เป็นเดือนแห่งการถือศีลอด
ดังนั้น พ่อครัวหัวป่าก์ จะต้อง must to be good,

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
NN1234 วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

มันยากตรงที่การปรุงนั้นต้อง"ไม่ชิม" หรือ NPO = Nothing pass Oral
แต่ต้องทำให้พอดีๆ หรือจะไปปรุงตอนทานก็ได้...
แต่ความท้าทายของผมคือ ต้อง พอดีเปีะๆ...ที่",ูกค้าของผม"ทุกคนต้องทานได้

คุณหนอนฯคงยังไม่ทราบว่า ผมเป็นมุสลิม และเดือนนี้เป็นเดือนแห่งการถือศีลอด
ดังนั้น พ่อครัวหัวป่าก์ จะต้อง must to be good,

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หนังสือ หญิงไทย เล่มล่าลงเรื่องสั้นของ แก้มหอม
(บล๊อกเก้อร์แก้มหอม)
.

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

นึกว่าจะชนะใจตัว แบบหักห้ามใจไม่ปรุงอาหารให้มีรสอันวิจิตร

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
NN1234 วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

"ได้เรียนรู้การชนะใจจากคนอื่นบ้าง "


= ได้เรียนรู้การชนะใจตนเองจากคนอื่นบ้าง เรียนรู้การหักห้ามใจจากคนอื่น เป็นชัยชนะบนโต๊ะอาหารกันน่ะเมื่อวานนี้

มื้อเย็นวันนี้ผมต้องเอาชนะตนเองอีกครั้ง...
ที่สำคัญ..ต้องทำกับข้าวเลี้ยงผู้คนให้อร่อยอีก..เพราะมีคนไปจ่ายตลาดให้แล้ว
แต่ไม่ทราบว่า เขาจะลองภูมิผมด้วยวัตถุดิบอะไรบ้าง อันนี้น่ะ ยังไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

บทเรียนที่ (ผม) น่าใช้เป็นอุทาหรณ์

http://www.oknation.net/blog/bunruang/2010/08/17/entry-1

.

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๔- คุณชาย

เขาเรียกว่าเปิดไว้รอจังหวะธุรกิจเฟื่องอะคับ
(แหม จะพิมพ์ว่า ธุรกิจบูม แล้วเชียว แต่นึกขึ้นได้ว่าเดี๋ยวถูกกัดว่าใช้คำหรั่ง.. ....
แน่ะ เห็นปล่าว ผมใช้คำว่า ถูกกัด ไม่ใช่โดนกัดด้วยนะ ฮิฮิ)

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หา..... ชนะใจคนอื่น

ชนะใจตัวเอง

คืออะไรนะ เคยได้ยิน แต่ไม่รู้จัก
.

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ChaiManU วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ไม่ได้มาซะนาน เลยเพิ่งรู้ว่าลุงหนอนสร้างบ้าน เปิดร้านใหม่

กิจการเป็นไงบ้างครับลุง

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
NN1234 วันที่ : 17/08/2010 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เจอแขกที่มีวินัยมากกว่าเรา เขา keep character มากบนโต๊ะอาหาร
กระเซ้าให้ทานอาหารหลายๆ อย่างก็ไม่ทาน
เขารู้จักประมาณตนเอง ไม่หลงไปกับอาหารบนโต๊ะที่มากมาย ราวกับ the last grand dinner
แขกต้องไปขึ้นเวทีการแสดงต่อไป บรรยายให้เเขกเหรื่อฟังอีกร่วมพันคน
พลอยทำให้เราต้องมีวินัย และเอาชนะใจตัวเองทุกๆ คำข้าว
อร่อยหรือไม่อร่อย..ไม่เป็นไร มื้อที่ผ่านมาขอได้เรียนรู้การชนะใจจากคนอื่นบ้าง

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กับข้าวใจปรุงจรุงใจ หมดโต๊ะมั้ย
แขกหมดยัง

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
NN1234 วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ย่องมาชะแง้มดู...เด็กๆ เค้าคุยกัน..
จุ๊ๆ........

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๘- ส้ม
กำลังจะบอกว่า ใจมันวิบวับวิบวับอยู่ตลอดเวลา ฟูมั่ง หล่นมั่ง
รู้ตัวว่าตกก็ตั้งใหม่ดิ
พอดีส้มเขียน คห.๒๙ ตามมาทันทีเลย

-๒๙-
ผมทำไม่ได้ขนาดนั้นหรอก พตกก็ป๋อมเลย จ๋อมแจ๋มสนุกสนานไม่ยอมขึ้น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
สตังค์ วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

เมื่อก่อน
เวลาไม่สบายใจ จะนั่งเขียนไดอารี่ เพื่อทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ปัจจุบันนี้ ไม่เขียนแล้วค่ะ รู้สึกมันตัดได้เร็วขึ้น สมองทบทวน รายละเอียดในแต่ละวันได้เร็ว จนเสมือนว่าลืม
พอเราได้ถามถึงที่มาของ เหตุ และ ผล จบแล้ว รู้สึกว่ามันหายวับไป

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
สตังค์ วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คนเรามีเรื่องเล่าอยู่ทุกวัน เพียงแค่จะเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือหรือปล่าว...

ตอนนี้มีเรื่องที่ทำให้กำลังจิตอ่อนลงค่ะ
รู้สึกใจหาย ตกใจ เสียใจ และ โล่งใจ
เรื่องราวสารพัดในช่วงวันและสัปดาห์ มันมากจนจิตสับสน

พยายามทำให้เป็นปัจจุบันอยู่

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๖- ส้ม

ทู้นี้ไม่สนุกหรอก เพื่อนบอกเขีบนให้อ่านไม่รู้เรื่อง
ทู้ก่อน หนุกก่า

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
สตังค์ วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

มาสวัสดีก่อนค่ะ เด๊ยวมาอ่าน

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

["ที่สำคัญคือ ...ใส่ใจ"]

อันนี้ ต้องผัดสุกประมาณไหนครับ
ปานกลาง หรือสุกๆดิบๆ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
NN1234 วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เมื่อวานนี้ ลูกสาวมายืนข้างๆ ถามขณะที่ผมกำลังผัดคะน้าปลาเค็มว่า
"ทำอย่างไร ใส่อะไรก่อนหลัง?"
"จัดลำดับความสำคัญ...ว่าควรจะใส่อะไรก่อนอะไรหลัง"
"ที่สำคัญคือ ...ใส่ใจ"
"เครื่องปรุงเหรอ...ใส่แค่น้ำตาลอย่างเดียวก็อร่อย"

จริงๆ ผมใช้อีกหลักหนึ่งคือ วิชาเคมีและฮวงจุ้ยล้วนๆ ในกับข้าว
กับข้าวของผมหมดโต๊ะทุกที

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๒-
[ผมทำกับข้าวเก่ง ชนิดที่ไม่มีใครกล้า"คว่ำจาน"]

โห ช้าไปแล้ว
เพิ่งทอดอกไก่ แล้วก็ไข่ไก่ ที่ไม่รู้จะเรียกว่าทอด/เจียว/ดาว/ผัด เพราะลงกะทะก็เขละเป็นอ็อมเหล็ท
แล้วผัดผักกวางตุ้ง เอามาต้มซ้ำกับไก่
แต่พูดก็พูด แบบไม่เข้าตัวเองเลยนะ ... พอกินกันตาย อี่ฮี่ฮี่

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
NN1234 วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอแก้...
(มาที่"จิตส่งออกนอกเป้นทุกข์" ของหลวงปู่ดูลย์
ก็อันเดียวกัน....
แต่หากอธิบายกันในระดับ"โลกุตรฯ" นั้น ...ลึกซึ้งกว่ามาก)

เป็น...........
มาที่"ผลของจิตส่งออกนอกเป็นทุกข์"

"จิตที่ส่งออกนอก เป็นสมุทัย"
ครับ
อริยสัจสี่ฉบับหลวงปู่ดูลย์
เป็นสุดยอดธรรมขั้นสูงสุดจริงๆ
ราวกับได้อ่านงานวรรณกรรมของ"สุดยอดกวีเอกของโลก"
แต่อย่าไปคาดหวังอะไรว่าคุณจะบรรลุหรือได้เสพย์งานสุดยอดนั้น
หาก............?

ผมก็ไมใช่"หลวงปู่"ที่มีมนต์ขลังพอที่จะไป"เจิม"อะไรให้ใคร
เอาเท่าที่มนต์คาถาตัวเองที่พอจะได้......
ไม่รู้ว่า"ขลังพอหรือยัง?" ...คุณหนอนคงพอสัมผัสมนต์นั้นได้

ในวงข้าว...วันหนึ่ง
ผมประกาศก้องต่อหน้าทุกคนร่วมสิบคน เมื่อเวลาทานอาหารเย็นยังไม่ได้รับการอนุมัติ ว่า.....
"ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งสมมุติ จะกินก็กินได้ไม่มีใครห้าม "
เวลาก็เป็นสิ่งสมมุติ................ บัญญัติขึ้นกันเอง
(เพียงแต่ต้องรู้ว่า ท่านบัญญัติไว้ทำไม)

เด็กๆ หันหน้ามามองว่า แบบคิดในใจว่า "ผมพูดอะไร....ไม่เห็นเข้าใจ"
ผมมีวินัยขึ้นเยอะเชียว.....

เย็นนี้จะมีแขกมาร่วมเปิดวงข้าวด้วย...คงมีเรื่อง"ในวงข้าว"มาเล่าสู่กันฟัง
(อ้อ...ผมทำกับข้าวเก่ง ชนิดที่ไม่มีใครกล้า"คว่ำจาน" เหมือนพระที่รับบิณฑบาตอย่างเดียว
ไม่กล้า"คว่ำบาตร")

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๐-
ดี มาอธิบายให้ฟัง ผมจะถือโอกาสขุด ขุด ขุด จากในกบาลให้เกลี้ยง
ขอตั้งตัว คิดคำถามสักระยะ
ถ้าเยิ่นเย้อยืดเยื้อย้วย ผมมี "กลุ่ม" ในกูเกิ้ลกับห็อตเมล์ เปิดไว้ ยังไม่ได้ใช้ อาจเชิญ น.น.ไปเจิม ๕๕๕
เอาแค่สองเรื่อง ชีวิตและโลก (=ธรรม) กับ วรรณกรรม
ส่วนการเมืองกับปรัชญา เดี๋ยวมันก็แลบมาเอง ๕๕
แต่ตอนนี้รอไว้ก่อน ต้องไปดูสภาพความเรียบร้อยห้องนั้นก่อน ยังแต่งไม่เป็น
.............................................
[เมื่อวานนี้ผมเพิ่งพูดไปกับคนที่ร่วมวงข้าว....
แล้วเขาก็งงๆ (กินข้าวไม่ลงกันหรือเปล่า?) ]

สม ..... ฮาาาา
ผมนะ
อยู่วงเหล้าวงข้าวก็ล่อเหล้ากับมันให้หัวทิ่ม กลับมาอ้วกที่บ้าน จะได้เพิ่มความสงสารเมียที่ต้องมาดูแล
จะได้อดสูใจลูกเต้า ที่มันมองมาอย่างแคลงใจว่าจะนับถือดีหรือเปล่า
ฮา าาาาา คุณ น.น.อาจไม่เหมือนผม จัดการตัวเองได้ดีกว่า
.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
NN1234 วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ผมจำได้(สัญญา)เรื่อง หลวงปู่ชา สุภัทโท..... เรื่องนั้น
จิตท่านกระวนกระวายจะกระโดดออกจากรั้ววัด
มันทุกข์ เพราะ โสตผัสสะ ฯลฯ มายั่วยวนกิเลสท่าน

มาที่"จิตส่งออกนอกเป้นทุกข์" ของหลวงปู่ดูลย์
ก็อันเดียวกัน....
แต่หากอธิบายกันในระดับ"โลกุตรฯ" นั้น ...ลึกซึ้งกว่ามาก

พระ-หลวงปู่ที่เก่งๆ ท่านก็ฝึกมาจากภายใน ที่ตัวเองก่อน แล้วก็มีคำอธิบายง่ายๆ ที่คนทั่วไปพึงจะเข้าใจได้
บังเอิญพระอาจารย์เหล่านั้นท่านก็เริ่มมาจากการเรียนรู้ที่ไม่ได้ตั้งต้นจากการศึกษาสูงๆ
หรือไม่ใช่ปัญญาชนมาก่อน ลูกชาวไร่ชาวนา
คำพูดท่านจึงสั้น ง่าย สื่อสารตรงไปตรงมา ก่นเข้าไปถึงแก่นแท้ของจิตใจคน
เหมือนที่เราเกิดมาบน"ความว่างเปล่า"ทั้งสิ้น แล้วก็ถูกเติมใส่ไปตามวัย
จนแสวงหา"ตัวตนที่แท้จริง"ไม่เจอ ที่เกือบจะเจอก็มัวแต่ไปหลงกับพิธีกรรมพิธีการ เสียเวล่ำเวลา...

ผมรู้ว่า เรากำลังเล่นกับอะไร ...ก็เล่นกับกิเลสตัวเองไง รู้เท่าทันมันไง

ทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ว่า.................
ทุกๆ ครั้งที่ไปออกกำลังกาย ผมพาร่างไปบำรุงรักษา เพื่อให้เขาได้อยู่กับเรานานๆ เขาจะไม่โทษเราว่ารักษาร่างกายเขาไม่ดี
ทุกๆ ครั้งที่ผม"กิน" ผมคิดว่า ดูแลอาหารการกินให้เขาแต่พอดี ข่มใจอย่าให้กินมากเกิน อย่าให้ความหิวมาเป็นบ่อเกิดของอารมณ์โกรธ หรือ โมโหหิว......
เมื่อวานนี้ผมเพิ่งพูดไปกับคนที่ร่วมวงข้าว....
แล้วเขาก็งงๆ (กินข้าวไม่ลงกันหรือเปล่า?)

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 00.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๘-
ใช่ มีคนบอกผมว่า คราวนี้ก็เขียนอ่านยากขึ้นมาอีกและ
ผมต้องหัดเขียนภาษาที่คนเขาพูดกัน
เวลาจรดนิ้วบนแป้นพิมพ์ ความคิดมันผุดต่อกัน ปุบ ปุบ ปุบ ปุบ
แล้วผมจะเริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรควรละควรทิ้งออกไป แล้วผมขี้เกียจกลับมาเรียบเรียงตัดต่อใหม่ด้วย
..................................................................

เคยอ่านหนังสือของหลวงพ่อชา เล่มบางเล็ก เล่าถึงคืนที่มีลิเกมีหนังงานวัดข้างนอกกุฏิที่แกนั่งเพียรอยู่
.... บอกแค่นี้ ไม่เล่าต่อ ..... ไม่ใช่อะไร ผมรู้ไม่จริงน่ะ แหะแหะ

เคยมีเพื่อนตั้งประเด็นว่า ถ้าอะไรๆว่างไปหมด ไม่ยึดติดอะไร แล้วจะเขียนงานดีดีออกมาได้อีกไหม
งานที่สั่นสะเทือนคนอ่านเข้าไปถึงขั้วหัวใจจนเปลี่ยนความคิด หรือต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง
ก็ไม่ได้คุยกันต่อ คุยไปก็หม่ายรู้ หม่ายรู้ แต่เหมือนเคยแว้บๆว่าเจ้าคุณประยุทธเคยอธิบายไว้ -แต่นี่ไม่แน่ใจ

ตัดเปลี่ยนภาพ-ฉับ ..
ทฤษฎีหลังโครงสร้างนิยมบอกว่า ที่ว่า "ไม่มีอะไร" ก็เป็นคำที่ผูกติดความหมาย ที่มนุษย์เองสร้างขึ้นมา
๕๕๕๕๕๕๕๕ ป่วนครับ นี่เป็นการป่วน เพราะในหัวผมเองก็ป่วน

.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
NN1234 วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

๑๖ .
ผมพอจะเข้าใจได้บ้าง แต่เก็บความไม่หมด
ประโยคยาวๆ ไม่คุ้นเคยนัก...
คนเขียนประโยคยาวๆ มักมีความเสี่ยงพอสมควร....
.........................................
คนที่ยังไม่เคยเห็น"ความว่าง" ก็ได้แต่ยืมคำพูดคนอื่นมาพูดต่อๆ กันไป
หนึ่งพรรษากับวินัย การเอาจริงเอาจังกับกิเลสและความเพียร
ทำให้ได้อะไรมากกว่าที่คิด....

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๕-

อ้าว หมดกัน

.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พูดถึงคำตีความในกระทู้ข้างบน ..........
ความจริงแล้ว การเขียนแบบที่วางระยะห่างก็เป็นแบบแนวขนบที่มีมาช้านาน
เรียกว่าไม่มีตัวคนเขียนเข้าไปเกี่ยวข้องเลย
ไม่ว่าจะนิยายไทยกี่เล่มต่อกี่เล่ม กี่ยุคสมัย
งานแบบรามเกียรติ์ ดอดิ๊สซี่ก็ใช่

แล้วผมเขียนไปยังงั้นได้ไง


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ผมไปเห็นแล้วว่า"ไม่มีอะไรเลย" ณ ที่ตรงนั้น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๑- , -๑๒-

ยังไม่อยากรู้อะ

ผมยังไม่ฝันถึงโลกุตรธรรมอ่า
แต่ที่ท่านพุทธทาสฯ กับ ล.พ.ชา พูดนั่น
น่าคิด น่าคิด สำหรับผม

ป.ล. เด็กน้อยข้างตัวนั่นฉลาดเฉลียวเนอะ คงเป็นดวงขวัญของป๊ะ
.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่านเจอบล๊อกนี้
http://www.oknation.net/blog/nity/2010/08/15/entry-1
สถานการณ์สมัยใหม่ที่อลหม่านอย่างที่พูดข้างบน
หลากหลายทางเลือก หลากหลายวิ๗ารณญาณใช้พิจารณาเลือก
....... ฯลฯ
.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

จิต...ที่..โลกุตรธรรม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอบคุณลิงค์ดีๆ ขอบพระคุณในคำสอนของท่านพระคุณเจ้า

ผมไม่รู้ว่า"ลีโอ ตอลสตอย"ที่เขียนไว้นี้จะเสร็จเมื่อใด
แต่รู้ว่าเสร้จทุกๆ วัน วันละบรรทัดบ้าง ชั่วโมงละประโยคบ้าง

เด็กน้อยคนข้างตัวบอกว่า "เวลาที่ป๊ะมีอารมณ์ เขียนแป๊บเดียวก็เสร็จ แต่ถ้าไม่มีล่ะก็ เป็นวันๆ ก็ไม่เสร็จ"
เด็กน้อยช่างชาญฉลาดรู้จักสังเกตสิ่งต่างๆ รอบข้างตัวเขา

วันที่พระภิกษุฉายา"โชติปัญโญ"ออกธุดงค์(แบบออกอุบาย)
เตรียมการความพร้อมไว้มากมาย การไปเพียงรูปเดียว เป้าหมายที่ไม่แน่นอน
เราจะรักษาจิตเราไว้ได้อย่างไร....?
พระป่าไม่มีอะไร นอกจากคำยึดมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้าและคำสอนของครูบาอาจารย์
แล้ววันนั้น..ก่อนออกเดินทางไปไกลๆ.....
ก็คว้าได้เพียงบาตรกับจีวรที่บ่งบอกว่าเป็นพระเท่านั้น
อย่างอื่นไปสู้เอาข้างหน้า....
แล้ว................ก็ได้รู้ว่า ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่และเก่งเท่า"จิตใจ"ของเรา
จิตที่ฝึกดีแล้ว....คือ จิตอันประเสริฐของมนุษย์ผู้หนึ่ง

คงไม่ต้องอยากรู้พระรูปนั้นเป็นใคร

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


หัวบล๊อกหน้าแรก โอเคเนชั่น
.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

วินัย แบบ 'รงค์ ก็อย่างหนึ่ง
วินัย แบบชาติ กอบจิตติ ก็อย่างหนึ่ง
วินัย แบบเพ็ญแข วงศ์สง่า เมื่อไม่มีภาระเรื่องลูกแล้ว ก็อย่างหนึ่ง
วินัย แบบคนเขียนหนังสือที่ยังต้องรับส่งลูก ก็อย่างหนึ่ง
วินัย แบบคนที่มีงานประจำ(เป็นหลักประกันของครอบครัว) ก็อย่างหนึ่ง

มีหลายคนที่มีงานประจำ แบ่งเวลาเขียน ได้ผ่านเกิดช่อการะเกด

ผมเองมีงานประจำ ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า เสาร์อาทิตย์ก็ห้ามปิดร้าน ๕๕๕
ตอนนี้กำลังเสียวินัย ต้องหาจุดที่พอดีๆ ที่ลงตัว อิอิ
.... คงยังไม่ใช่เพื่อเขียนหนังสือ...
แค่เขียนถึงหนังสือไปก่อน อิอิ
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คุณ น.น. (เอ็น เอ็น) อ่านนี้ดิ
http://www.oknation.net/blog/wiglud/2010/08/15/entry-1
ทำงานเสร็จแค่ไหน ก็เสร็จอะ ณ ที่นั้น ของวันนั้น
๕๕

.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

อ่านวินัยการเขียนของ'รงษ์ วงศ์สวรรค์แล้ว...นับถือ
อ่านงานของท่านไม่เคยสนุกสนาน อ่านแล้วเครียด คิดตามมาก..
สมัย เสเพลบอยชาวไร่ สนิมสร้อย...
แล้วก็ต้องวาง ..... ภาษาท่านบรรลุถึงขั้น"วรรณกร"
วินัยทำให้เราต้องเขียนบ่อยๆ เขียนทุกๆ วัน เหมือนอย่าง มนัส จรรยงค์
ชอบเรื่อง "มือปืน"... พอท่านมุ้ยเอามาทำเป็นหนังก็ยิ่งถ่ายทอดอารมณ์ได้เป็นอย่างดี
นักเขียนมือทอง ต้องสืบทอดออกมาด้วยผู้กำกับมือทอง
จากเรื่องสั้น(ๆ).. มาเป็นหนังไทยขนาดยาว ดูคล้ายหนังคาวบอยตะวันตกดี

"วินัย"การเขียนมีความจำเป็น... สำหรับบรรดามือทอง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑- ปองเพียงหทัย

ผมตอบไปสั้นๆ ไม่ได้แปลว่า ไม่ใส่ใจความเห็นนั้นนะ
มีจุดสังเกตที่ยังตรองไม่ตก เลยตอบสั้นๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

[แต่จะไม่ถึงกับบีบคั้นตัวเอง อย่างที่กอร์กี้จุดเขียนเขียนอ่าน]

จุดเทียนครับ จุดเทียน จุดเทียนเขียนอ่าน

เฮ้อ สมองกับนิ้วมือมันสามัคคีเภท ฮ่ะฮ่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมเปิดหน้านี้ค้างอยู่เกินชั่วโมง
พอปิดบ้าน เปิดค็อมพ์ ก็ให้ต้องคุยโทรศัพท์กับเพื่อน
ช่วงหนึ่งของการสนทนาเป็นเรื่องกลอนเปล่ากับกลอนไม่เปล่า
เพื่อนอ่านช่วงหนึ่งของ "มือนั้นสีขาว" ของศักดิ์ศิริให้ฟัง
.. โล้ชิงช้า ช้า ช้า ... (จำไม่แม่นแล้ว)
อ.ธเนศ เวศร์ภาดา ชวนให้อ่านออกเสียง จะได้ยินเสียงของคำที่มาเรียงกัน
เป็นจังหวะสูง ต่ำ หนัก เบา สั้น ยาว เสียงก้อง เสียงหยุด ราวกับดนตรี
แค่ฟัง อ.ธเนศ ยกมาท่อนเดียวยังขนลุก
ฯลฯ

พูดถึงความมีวินัยแล้ว ชวนให้ย้อนนึกถึงตัวเอง ต้องมี "มัน" มั่งแล้ว
ไม่งั้นตัวหนอนความคิดฝูงใหญ่ในกบาลจะเน่าเปื่อยผุพังกับกาลเวลา
ไม่ถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเป็นอันเป็นตัวขึ้นมาได้
แต่จะไม่ถึงกับบีบคั้นตัวเอง อย่างที่กอร์กี้จุดเขียนเขียนอ่าน
นึกถึงโจเซ้ฟ พูลิตเซ่อร์ที่ตาบอดเพราะอ่านต้นฉบับจนดึกดื่นแล้ว บรื๋อวววว....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

พอเอ่ยชือหนังสือ "ฟ้ากว้าง ทางไกล" ของ วิลเลี่ยม ซาโรยัน ซึ่งแปลจาก Papa, You’re Crazy โดย “นก” นั้น
...(ขอบคุณที่ช่วยย้ำเตือนความทรงจำ)
เป็นอีกเล่มที่ผม"อ่านก่อนออกเรือน"...เสร็จแล้วก็วางลงให้แก่น้องสาว...
จนสุดท้ายเราสองคนก็หล่อหลอมมาเป็นคนกบุ่มเดียวกับพวก " Papa, You're Crazy." จริงๆ
ผมเป็นคุณพ่อที่ต้องชิงตั้งคำถามลูกก่อน ก่อนที่ลูกจะถามเรา
สมัยนี้เค้าว่าเด็กมันหัวไวนัก
ชวนคิด ชวนคุยไปต่างๆ นานา.....ให้ครอบคลุมตามแต่อารมณ์จะบรรเจิด....
ก่อนเด็กจะคิดและถามไม่เป็นเราก็"ถามนำทาง"
และก่อนที่ความคิดเด็กๆ จะหลุดออกนอกกรอบที่ควรจะเป็น ออกนอกรีตนอกรอย...
คำถามที่เราถามนำก็เป็น"ตัวหลอก"ให้เด็กคิดตามก่อนจะนำทางเราไปอย่างที่อยู่ในร่องในรอย..
เหมือนว่าวที่เราจะปล่อยมันขึ้นสู่ท้องฟ้า...........อา............

น้องสาว...ผู้ไม่ใส่ใจในชีวิตครอบครัวก็เป็นคนทำงานที่ You're Crazy. เฉกเช่นเดียวกัน
เราสองคนตั้งใจอ่านและก็แนะนำชื่นชมหนังสือเล่มนี้ให้แก่กัน
น้องสาวยังให้ท้าก่อนจากกันเลยว่า...."สงสัยจะมี Papa , You're Crazy อยู่ใกล้ๆ นี้สักคน"

ช่าย....คนเรามักมีเรื่องให้เล่าสู่กันฟังทุกๆ วัน เพราะเราต่างก็ก่อเรื่องขึ้นทุกวัน
บางเรื่องมีพล็อตยาวๆ บางเรื่องเป็นพล็อตสั้นๆ

เมื่อย่ำค่ำสองวันก่อน...คุยโทรศัพท์กับคุณพ่อ เนื่องในวันแม่
แต่ไม่ได้คุยกับคุณแม่ เพราะคุณแม่แยกขึ้นเรือนอีกหลังหนึ่งไปนอนก่อน ตามประสาคนในชนบท
"ผมกำลังเขียนเรื่องให้คนอ่านทางอินเทอร์เน็ตอยู่ มีคนอ่านพอสมควรนะพ่อ"
"แกเขียนเรื่องอะไรให้พวกเขาอ่านล่ะ"
"ก็หลายเรื่องหลายแนว ตามแต่เราชอบนะพ่อ...อย่างช่วงวันแม่ก็เขียนเรื่องเกี่ยวกับแม่ แล้วก็แล้วแต่ความสนใจของเรา....ผมจะวางสายไปเขียนเรื่องต่อให้จบนะพ่อ"
"อือ..เรื่องแม่ ก็ต้องเขียนต้องอยู่แล้ว...เพราะแม่แกน่ะขี้บ่นเหมือนคนบ้าที่พูดอยู่คนเดียว"
"ครับ...แค่นี้นะพ่อ"
ผมวางสาย แล้วก็นึกในใจว่าพ่อจะหมายถึงอะไรได้บ้างเนื่องในโอกาสวันแม่ที่ผมควรจะคิดถึงท่านให่ได้มากที่สุด

............................................................................

นักเขียนย่อมมองเป็นพล็อตเสมอๆ จับเรื่องในแต่ละวันมาร่ายเรียงเป็นตัวอักษร ป้อนคำใส่เข้าในโรงงานพิมพ์อักษร
คนที่เขียนด้วยการเล่าเรื่องแบบเขียนจดหมาย ก็ดูจะมีข้อจำกัดเช่นนั้นจริง
ดูอย่างสุวรรณี สุคนธนา ยังอดใจไม่ได้ที่จะนำ จม.จาก"น้ำพุ"ที่เขียนมาถึงแม่ ๑๐ ฉบับนั้นมาไล่เรียงขึ้นเป็นนวนิยายเสียใหม่

ชีวิตคนเรามันกดดันแตกต่างกัน
นักเขียนที่เอาจริงเอาจังกับงานเขียนก็จะเหมือน"นายทหาร"ที่กวดขันวินัยตนเองอยู่สม่ำเสมอ
ส่วนคนที่ไม่ใช่นักเขียนหรือเป็นเพียงแค่นักเล่า เขาก็จะจับประเด็นรายละเอียดมาเล่าสู่กันฟัง
ถ้าใส่สีตีข่าว ใส่อคติเข้าไป เราก็เรียกว่า "นินทา"
ส่วนใหญ่เรามีแต่"คนนินทา" เพราะเราไม่ค่อมีคนอ่าน มีแต่คนฟังกับคนพูด.....
ผมว่า..... ไม่รู้ชวนคุยถูกเรื่องหรือเปล่า?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ค่ะ ปอง


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปองเพียงหทัย วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetrypong

เรื่องราวสารคดีที่เกิด ถ้าจะสื่อให้น่าสนใจ ออกมาในรูปเล่า หรือแทรกการสนทนาอย่างที่กล่าว ก็น่าติดตามดีออกนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน