*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 184015
  • จำนวนผู้โหวต : 41
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน 2553
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 1979 , 16:34:42 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน เคียงดิน , woody505 และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ภาพอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ถ่ายแบบโบราณโดยคุณวิสุตา

 จาก bloggang.com


ข้าพเจ้าทำศิลปะด้วยใจรัก ใจเลื่อมใส และจริงใจ มิได้ทำไปเพราะใยแห่งอามิส

ข้าพเจ้าทำศิลปะเพื่อศึกษาค้นหาความจริง

ในความงามอันเร้นลับอยู่ภายใต้สภาวธรรมฯ

 

ผลงานอันเกิดจากกำลังกาย กำลังความคิด และกำลังใจของข้าพเจ้า

ขอน้อมอุทิศให้ท่านอาจารย์ทั้งหลายของข้าพเจ้า

 

เฟื้อ หริพิทักษ์

บางตอนจากบทสัมภาษณ์ ศิลปวัฒนธรรม พ.ศ.๒๕๒๓

ภาพจาก bangkokbiznews.com

อาจารย์เทพศิริ สุขโสภา เป็นคนวาดภาพคนหนึ่ง ได้เล่าถึงชีวิตบางช่วงตอนของคนวาดภาพ

ชั้นครูแทรกผสมการแสดงออกทางถ้อยคำของท่านที่ก็เนื่องกับการวาดภาพนั่นแหละ ว่าไป

แล้วการทำข้อเขียนบอกเล่าก็เป็นการวาดภาพอย่างหนึ่ง ภาพเคลื่อนไหวเสียด้วย สื่อที่ใช้ทำ

ภาพไม่ใช่สีแต่เป็นรูปทรงอักษรและภาษา เพียงบางส่วนที่อาจารย์เทพศิริตัดทอนมาลงพิมพ์

ในนิตยสารเรื่องสั้นและวรรณกรรมรายสามเดือน ช่อการะเกด ฉบับที่ ๕๓ (ประจำเดือน

กรกฏาคม กันยายน ๒๕๕๓) ก็ให้ความประทับใจในความเป็นอาจารย์เฟื้อและฝีแปรงใน

การสะบัดอักษรเรียงมาเป็นแถวๆของอาจารย์เทพศิริ

 

แล้วนี่ จขบ.ก็หยิบยกเอามาแต่บางท่อนบางตอนที่กระทบกระแทกใจ อ่านตามแล้วก็อาจว่า

มันห้วนตัดหัวตัดปลายไม่เห็นที่มาที่ไปจนไม่เข้าใจ ก็ต้นฉบับเขาเขียนสุดจะกระชับอยู่แล้ว

นี่ ไม่งั้นก็เห็นอยู่ทางเดียวว่าต้องลอกมาทั้งกระบิ

 

 ~ ~ ~ ~

ภาพจาก bangkokartauction.com


เมื่อได้ทุนไปศึกษาต่อที่ยุโรปครั้งแรก พ.ศ.๒๔๙๗ ๒๔๙๙

เมื่อไปเรียนที่กรุงโรม อิตาลีนั้น ท่านเร่วาดนอกชั้นเรียน กึ่งบันทึกภาพสถานที่ต่างๆ

ทั้งภาพเส้นและภาพสี วิธีวาดต้องรวดเร็วให้ทันกับความจริงที่มีอยู่ชั่วขณะ สิ่งข้าง

หน้าที่วาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อารมณ์ผู้วาดก็เคลื่อนไหวไม่คงที่

เพียงดินสอแท่งหนึ่งหรือปากกาด้ามหนึ่ง ทำงานศิลปวิเศษได้

 

~ ~ ~ ~

ภาพจาก bangkokbiznews.com


วาดเร็วๆ ความเร็วจะเกิดเส้นขาดๆ .. สวย

ต้องฝึกมือ ทำมาก ด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยมือ จนอยู่ในอำนาจใจ

ปากกานี่ผมเขียนจนกระทั่งตั้งหลายอันสึกเหลือนิดเดียว ผมยังเก็บไว้ดู

ถ้ามันสึกก็ยังเขียนติด อร่อยดีกว่าปากกาใหม่

.. กูเห็นไงกูทำงั้นดีกว่า ประลองเลย .. ผมไม่มองรูปเป็นสี แต่มองเป็น

องค์ประกอบแสงเงาจัดตัดกันมันเกิดพลัง

โมดิกลิยานีนั่นไง คลายรูปออกไปทางเบี้ยวๆ ส่วนเซซานซึ่งถือกันว่า

เป็นบิดาแห่งสมัยใหม่เห็นคลายจากรูปมากกว่า บ้างเขียนแบบคนป่า แบบ

เด็กๆไปหาแอ็บสแตรกหลายสาย ไม่มีแล้วทั้งเรื่องและรูป พอลลอคสาดสี

เทโน่นราดนี่จนเหมาะใจ ปรุงภาพขึ้นมาโดยพู่กันไม่แตะผ้าใบ

 

~ ~ ~ ~

ภาพจาก oknation.net


ไปยุโรปครั้งหลัง พ.ศ.๒๕๐๓

ว่าไปแล้วอาจารย์เฟื้อพูดคุยกับคนทั่วไปไม่ง่ายเหมือนวาดภาพ

ท่านมักหลับตาพูดอีกด้วย

สกุลเก่าที่อิตาลี  ดาวินซีน้อมใจฉัน เฟื้อว่า เคยดูจากหนังสือ  ไม่จริงมั้ง  ยกขึ้นมั้ง

เห็นของจริงสะดุดเลย ดูปราดเหมือนเข็มกรีดใจ ดูสีสะดุ้ง มีอำนาจแรงเหลือ ปัญญา

ผสมเข้มให้พลัง งานไม่ค่อยเสร็จด้วย แต่คิดเยอะ เส้นเขาคล้ายจับเราเขย่าได้

เหมือนพระเขียนรูป จิตใจไปทางศาสนา

เขียนปี ๒๔๙๙ ภาพจาก artgazine.com


ไมเคิล แองเจลโล ไปอีกเรื่อง ไหวกระหึ่มเหมือนฟ้าร้อง มหึมาเลย สีทึมๆ ฝันๆ

ไม่มีใครสู้ ราฟาเอลรูปใหญ่สวย ความรู้ความคิดดี กลายเป็นเด็กไปเมื่อเทียบไมเคิล

บอตติเชลลีนี่ก็ใหญ่ เขาเห็นเขาทำ นั่นชั้นผู้ใหญ่ เขาไม่ตามใคร เราเด็กๆชอบทำตาม

เขา ส่วนอิมเพรสชันนิสม์ไม่สั่น นี่ไม่ใช่การว่าโป้งๆ แต่เขาแรงปัญญา เทิร์นเนอร์

คอนสเตเบิล นั่นวิวธรรมดา

ภาพโดย Paul Cezanne จาก antiquesandthearts.com


ศิลปะสมัยใหม่เวลานั้นผันไปในระดับเห็นชัด เคยมองแต่ในหนังสือ แต่ไม่เห็น

ตึกภาพอิมเพรสชันนิสม์คนเยอะ สนุก ดูวาดเผละๆ พอถอยออกมา แหม มีชีวิตชีวา

เหลือเกิน แต่ตึกศิลปะสมัยใหม่คนไม่ชอบ ดูไม่ออก

เฟื้อเพิ่งเห็นภาพโมเนต์เต็มๆครั้งแรกที่ฝรั่งเศส วาดบัวในบึงนี่นะ เหมือนเอาไม้กวาด

มาโป๊ะๆ ฟาดๆ ขำดี เฟื้อระเบิดหัวร่อเสียงดังทุกครั้งที่ถูกใจ เวลาดูสวยทั้งบึงเหมือน

กับเอาบึงมาตั้งเลย มองจริงๆไม่เห็น นี่มันดีกว่านั้น เรียกว่าตาทิพย์ไม่ใช่ตาเนื้อ ตาเนื้อ

ไม่สามารถเห็นได้ ตามนุษย์เห็นอย่างนี้ไม่ได้ ปัญญาที่วิญญาณของตาไม่เท่ากัน

ใช้แปรงโตหรือครับ ถึงว่าเหมือนไม้กวาด

มันมองดูใหญ่เหลือเกิน เอาแปรงที่ไหนทำอย่างนั้น ไม่ใช่พู่กันเล็กๆ

~ ~ ~ ~

Paul Cezanne เริ่มเป็น cubism ภาพจาก picsdigger.com


ปิกัสโซผมไม่เข้าใจ แรงปัญญา พลังทางศิลปะลึกซึ้งมาก แต่ตอนหลัง ... แก่โลกีย์

แต่ก็รู้ลึกโลกีย์ ภูมิธรรมสูงมาก ประกอบกันเป็นเลิศที่สุด สเก็ตช์มันงานย่อยๆ ชนวัว

ผู้หญิงเป็นของจริง แกเห็น งานสะดุดนี่มีไม่กี่รูป สวย แปลก ยอมให้แกสั่นหัวใจเราได้

แต่น้อมให้มีน้อย แล้วเฟื้อก็วิพากษ์ปิกัสโซสุดลิ่มว่า มั่วกาม ชนวัว ไม่ไปศาสนา

ธรรมชาติจิตแรงและลึกในรูป ความรู้มาก แต่ไม่กระเตื้องขึ้นจากราคะ แค่แสดงความ

จริงแห่งโลกีย์ออกมาให้ปรากฏเป็นศิลปะได้ ดูงานเขาเหมือนพาเราไปดูความจริงนรก

นี่งานหลังๆนะ ฉันกลัวเหมือนกัน แต่งานของปิกัสโซเคยอยู่ระดับสะอาดเหมือนกัน

ไม่ใช่สกปรก โลกมีชั้นๆ หมุนไป หมุนลงหรือไม่ ถ้าลงต่ำสร้างศิลปะยาก


Pablo Picasso ภาพจาก michaelarnoldart.com


 

อาจารย์จะเกณฑ์ให้ศิลปินเป็นนักบวชหรือ

เฟื้อตอบยืดยาวว่าเอาศิลปะไปใช้ในทางมืด จิตควรสะอาด สร้างรูปดี จิตฝ่ายดำสกปรก

มีแช่งโกรธ แรงด่าน่ากลัว เรื่องทางโลกมันร้อน สะเทือนใจแต่โน้มไปในทางไม่ดี

ปล่อยใจกันเต็มที่ ตามสภาพแวดล้อมมันเสื่อมลง ถึงคราวของมันจะต้องเป็นไป ลงเอย

นายอย่าไปตามมันนัก

สังคมทุกวันนี้แปรไป เฟื้อว่า จะนั่งฟังเพลงคลาสสิกก็ลำบากแล้ว จนต้องใช้เสียง

เพลงเอะอะตึงตัง วิวัฒนาการมันพาไปอย่างนั้น ศิลปะช่วยสังคม คนทำศิลปะก็คนที่อยู่

ในสังคมนั่นแหละ ก็แสดงออกซึ่งสิ่งแวดล้อมนั้น ของดีก็ดีอยู่ตามเดิมเป็นอมตะ แต่คน

ตกลง ไม่สงบ ปัจจุบันขึ้นกับผู้สร้างศิลปะ ถึงจะบ้าๆบอๆก็เถอะ มีเลวเยอะก็ต้องมีดีบ้าง

ไม่ว่าจะเสื่อมแค่ไหนก็ต้องมีใครสักคนฉลาดที่จะแสดงความเสื่อมออกมาให้เห็น


Pablo Picasso ภาพจาก ledali.com


...... ปากกาเร็วแบบเรา เส้นวาดพอเป็นรูปแล้วลงสี สีไม่อยู่ในรูป ไม่เอารูปอยู่ในสี

ตรงไหนเห็นเหลือง เหลืองไปเลย ออกไปเป็นแดงดูพร่าๆ ไม่ต้องมองว่าเป็นอะไร

ไม่ใช่คนนั้นคนนี้ สีไปเลย ไม่มีที่ใดไม่มีสี ถ้ามากๆแล้วก็เห็นชัดเจนขึ้นมา

ตานี่ประหลาดสุดๆ จะว่านึกไปเองก็แล้วแต่ แต่มันเห็น ใครก็ทำตามความเห็นของเขา

ถ้าถูกต้องมันตรงกัน แต่ไม่เหมือนกัน ถูกต้องไม่ถูกต้องแค่ไหน คนมีความรู้เท่านั้นจะรู้


Jackson Pollock ภาพจาก reference.com

เดลฮี เอลลอรา อาชันตา ซาราเซนิคมุสลิม ฮินดู

 

ภาพเส้นสีของเฟื้อเฟื่องขึ้นสู่การหลุดพ้นในเส้น เป็นอีกตำนานการวาด

 

เฟื้อหลุดพ้นจากเหตุการณ์ทุกข์ทนทรมานจากหนหลังครั้งก่อน

 

ครั้งวัยหนุ่มที่มีแต่ความผิดหวัง

 

เราช่วยแกแล้ว เฟื้อเปรยราวพูดกับตัวเอง ให้เกิดมาดีกว่าสัตว์

 

แกจะสร้างโลกใหม่ๆให้สูงแค่ไหนก็ได้ ก็ไป แกไม่รักดีเอง ความตายอยู่ข้างหน้า

 

ไม่ตายไม่เห็น ตาเนื้อของแกไม่มีค่าเลย มีแววนิดหน่อยก็จะเห็น

 

แต่ตาแกหมดแววเสียด้วย ไม่รู้จะช่วยยังไง

 

แล้วมาสเตอร์ครูคนไหนเห็นอย่างนั้นไหมครับอาจารย์

 

เห็น ๆ โอย เขาเห็นดีกว่าเราอีก เขาไม่บอก แต่งานของเขาน่ะเรารู้ เฟื้อพูด

 

อย่านึกว่าโลกที่เราเห็นเป็นจริงนะ  ไม่จริง เราไปยึดว่ามันจริง โธ่เอ๋ย

 

โลกของจิตมันพิสดารยิ่งกว่าโลกมนุษย์ มันชัดยิ่งกว่าฝัน

 

แล้วมันสวยกว่ามนุษย์หลายแสนหลายล้านเท่า

 

ที่น่ากลัวที่สุด ที่ร้ายที่สุด ก็ยิ่งกว่ามนุษย์หลายโกฏิเท่า นึกเป็นนั่นเป็นนี่

 

ถ้าคุมได้ก็มีความสุข


เทพศิริ สุขโสภา

(บางส่วนจากบันทึกคำต่อคำ กับ เฟื้อ หริพิทักษ์)


อาจารย์เทพศิริ สุขโสภา

ภาพจาก bangkokbiznews.com

 

 

หมายเหตุ

๑) ต้นฉบับไม่ทำตัวเน้นตัวหนาตัวเอน จขบ.เห็นว่าดีเหมือนกัน ผู้อ่านจะได้เลือกเก็บ

ความประทับใจเองตามอัชฌาสัย จขบ.จึงคงรูปแบบเดิมไว้ เป็นแต่เน้นสีให้เห็นการแบ่งตอน

ที่จขบ.อยากทำตัวเน้นเหลือเกิน ได้แต่ทำในใจ คือวลีที่ว่า ไม่มีที่ใดที่ไม่มีสี

๒) ผู้สนใจเรื่องอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ อาจหารายละเอียดได้จากหนังสือ เฟื้อ หริพิทักษ์

จิตรกรเอกของไทย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป จัดพิมพ์

~ ~ ~ ~

... มีหอแสดงศิลปะของชาติ หรือของชุมชน มันดีอย่างนี้นี่เอง ...

~ ~ ~ ~


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
สตังค์ วันที่ : 30/09/2010 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

เฮ้อ..ไม่ค่อยมีอารมณ์ติ้ส ติ้ส ด้วยสิลุง
เมื่อวานกำลังดู ตัง ตัง วาดภาพ กำลังคิดว่าสิ่งที่เค้าเห็นแล้วนำมาวาดลงบนกระดาษ
มองถึงมิติ ความลึก ลายเส้น สายตาเค้ามองอย่างไรกัน...แล้วคิดอย่างไร...
ภาพวาดนี่มองได้เห็นถึง ความคิด จิตของคน
เหมือนอ่านความรู้สึกบนตัวเอักษรเลย...

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
driftworm วันที่ : 28/09/2010 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แหวะ


ความคิดเห็นที่ 42 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 28/09/2010 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับ
เพราะจิตวิจิตร จึงมีวิจิตรศิลป์

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
driftworm วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

นี่ก็คง แควน อาจารย์เฟื้ออีกและ
แควน 'จารย์เฟื้อเยอะอย่างงี้ ไอ้เราไปมัวงมโข่งที่ไหนว้า...


V
.

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
เคียงดิน วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สุดยอดอีกแล้ว โหวตๆ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โห ...........
เพิ่งรู้ว่าอาจารย์เฟื้อ มีแควนๆเยอะจัง


ความคิดเห็นที่ 38 (0)
beckyblooms วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ท่านเซียนเต่า..เค้ามีรูปอ.เฟื้อแหละ..(ขี้อวด..) รูปจริงๆนะ ไม่ใช่จากในหนังสืออ่ะ..เจ๋งเนอะ

ฮือๆๆ..ตรง 36 อ่ะ..น่ากัวมากๆเลย..

เป็นพรืดเลยอ่ะ..ขอทำใจซักคืนนะคะ.. ตะกี๊ต้องเลี้ยงเอ็นทรี่สุดรักนายกโจวของหมู่เฮา ก็พรืดเองเหมือนกันแล้วไง.. มีเพ่งภาวนา..มีกฤษณมูรติด้วย!..

ท่านเซียนเต่า..คุณศิษย์กวงมาช่วยเค้าที..
เรื่องพระเรื่องเจ้าเนี่ย..มันร้อนนนนนน..เหมือนใครเอาใบหนาดฟาดไงงั้น..

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
musachiza วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ขอบคุณครับที่เอามาให้อ่าน
ตอนผมเป็นวัยรุ่นผมคลั่งใคล้
คุณ เฟื้อ หริพิทักษ์ เป็นอย่างมาก
ทั้งงานเขียนและประวัติชีวิตของท่าน
ที่สนุกราวกับนิยายรักเศร้า จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๔- บลูมบลูม อีกทีเหอะนะ

[โดยเฉพาะมีภาษาอังกฤษพ่วงท้ายด้วยเนี่ย]
อย่างเช่นคำว่าพินิจใคร่ครวญ ที่ผมใส่วงเล็บคำว่า meditation ประกบไว้ เพราะคำอังกฤษครอบ
คลุมการพินิจใคร่ครวญในใจในแบบสามัญไปจนถึงขั้นการเพ่งภาวนา แต่เรามักแปลเอามาแง่เดียว
ว่าการเพ่งภาวนา การเข้าฌาน ทำสมาธิ ผมจับมาติดประกบกันซะ เพื่อเอาความหมายทั้งหมดมา
เทิดใส่การทำงานของศิลปิน ซึ่งการใคร่ครวญขณะทำงาน มักมีความน้อมใจดิ่งลงไปประหนึ่งเข้า
สมาธิอยู่กลายๆ แต่ไม่ใช่ฌานลึก
หนังสือชื่อ The Only Revolution ของ จ.กฤษณมูรติ ขึ้นต้นบทแรกเลยว่า Meditation is not an
Isolation from this world. การทำสมาธิมิใช่การปลีกหลีกหนีจากโลกที่เป็นจริงสักหน่อย
เนี่ย เรามักเคยชินแต่คำแปลว่าคือการทำสมาธิลึก
จะลึกหรือตื้น ศิลปินทำได้ทั้งนั้นแหละ

อีกคำหนึ่ง ภาพจำลอง สะท้อนถ่าย (image) เราเคยชินแต่ความหมายว่าภาพพจน์ จนกระทั่ง
เว็บไซ้ต์จดหมายอีเล็กทางอินเตอร์เหน็ต เว็บฝากรูป เอาคำว่าอิมเมจมาใช้ในความหมายถึงภาพ
ถ่ายสารพัด เราค่อยขยับความรับรู้กว้างออกจากแค่ ภาพพจน์
ในทางงานพิมพ์ อะไรก็แล้วแต่ที่ส่งผ่านจากแม่พิมพ์ไปอยู่บนวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นรูป อักษร เส้น รวม
เรียกว่า อิมเมจ ทั้งหมด
ไม่ต้องพูดถึงความหมายในขอบข่ายศิลปะ
ดังนั้น จุดประสงค์ของผมที่เอาคำอังกฤษคำนี้มาใส่วงเล็บไว้ด้วยก็เพื่อย้ำความหมายแบบนี้บ่อยๆ
ให้ชิน เพราะว่าวันหนึ่งมันจะโยงไปให้ระลึกได้ว่าที่เรา รู้ เห็น ได้ยิน รู้รส รู้สัมผัส มันเป็นกระบวน
การสะท้อน จำลองแบบ เข้าไปฉายภาพให้รู้ที่สมองทั้งสิ้น
ตรงนี้ ก็จะเข้าใจคำพูดเปรยกับตัวเองของอาจารย์เฟื้อ และที่อาจารย์เฟื้อกล่าวตอบอาจารย์เทพศิริ
ในท้ายกระทู้ข้างบน
และแน่นอน มันโยงต่อปถึงปรัชญาศาสนาพุทธ

[ร่วมเมนต์ได้สั้นๆแค่ว่า..
เค้ามีรูปของอ.เฟื้ออ่ะ..]
บรรทัดบน ผมอ่านว่า ร่ายมนต์ได้สั้นๆแค่ว่า .. อ้าว เอ๊ย เปล่าตาไม่ดีนะ แต่ว่ามันเป็นกลไกรับรู้
ของสมองไง อย่างที่เขามีเกมทดสอบส่งต่อกันมาทาง“จดหมายอีเล็กส่งต่อ”ไง ให้ข้อความมา
ย่อหน้าหนึ่งมีตัวอักษรท่ไม่ชัดแทรกกระจายไปตลอด ดูว่าเราจะอ่านยังไง เราก็ใช้ข้อมูลรับรู้เดิม
ในคลังความจำในกบาลมาเปรียบเทียบแล้วตัดสินว่าเป็นคำอะไรไง คุณส้ม(สตังค์)แหละเคยเอา
มาแปะขึ้นกระทู้
บรรทัดล่าง ผมอ่านได้ว่า เอ่อ .. เค้าเป็นลูกศิษย์’จารย์เฟื้อนะ(เฟ้ย) .... โอ้ เป็นไปได้หรือนี่
ปีที่ผมเจอท่านนั่งซ่อมภาพฝาผนังในหอไตรวัดระฆังฯ ท่านเจ็ดสิบกว่าแล้ว ผมยังละอ่อนอยู่
เลย แต่บลูมบลูมเป็นถึงลูกศิษย์’จารย์เฟื้อ โอ้....

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เอ ในถนนหนังสือ ทำไมลอดสายตาผม
รึว่าตอนขวบปีนั้นผมยังไม่ค่อย"ศิลป"เท่าไหร่ อิอิ
เข้าใจว่าพอหยุด "โลกหนังสือ" มาเปิดหัวใหม่เป็น "ถนนหนังสือ" ผมจะไม่ได้เป็นสมาชิกเหมือนเล่มแรกแล้ว

แต่ว่าถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ถึงกับฟูมฟายต่ออีกหลายวัน
พอปิดหนังสือก็เป็นอันหมด ทิ้งค้างเพียงตะกอนเรื่อง
คิคิ รู้เลยเนี่ย ตาเกริกเป็นคนอ่อนไหวในทางดีดี

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ความคิดเห็นที่ 33
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 16.08 น.

อ่านแล้วผมยังมานั่งฟูมฟายต่อได้อีกหลายวัน
เหมือนกันครับ ลุงหนอน จากฉบับบเต็มๆ
เข้าใจว่าในนิตยสารถนนหนังสือมั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๓- + -๒๕-

อ่านจบแล้วครับ คุณเกริก
มีพลังสะเทือนใจโดยตัวเรื่องเอง
แม้มิต้องอาศัยลีลาการเล่า

ขอบคุณครับ ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้
.

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๐- ไออุ่นฯ warmy May

[เรื่องราวน่าสนใจเช่นเคยค่ะ]

เตรียมตัว ผมกำลังเริ่มขึ้นบทความเพี้ยนส่วนตัว ณ บัดนี้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๖- เฮียหมู

ดอ๊ะโอ มีแต่คนไปเมืองนอกกันแฮะ อ่า..ตีสอง.. ใครไปรับอะ

ที่เซี่ยงไฮ้ เห็นป้ายจารึกมั้ยครับว่า
"เซี่ยงไฮ้ยามนี้ ถึงฉันไม่ตั้งตัวเป็นใหญ่ เก็บค่าคุ้มครอง ก็มีคนอื่นทำอยู่ดี"

ลงชื่อ เถ้าแก่ฟง (ฟงจิ้งเหยา)

เห็นอนุสาวรีย์ สี่เหวินเฉียง มั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

ไม่ได้มาซะนานเลย
เรื่องราวน่าสนใจเช่นเคยค่ะ

หวัดดียามบ่ายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

มีคนเขียนเรื่องอาจารย์เฟื้อพร้อมลงรูปพอสมควรที่บล๊อกแก็ง
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=haiku&month=05-2010&date=11&group=2&gblog=33


.

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

บลูมบลูม ว่า 'จารย์เฟื้อพูดได้อร่อยมั้ย

ผมเคยเห็นแกหลับตาพูดด้วย แกถอดเสื้อนั่งแปะที่พื้นหอไตรวัดระฆังฯ มือขวาถือพู่กัน
แต้มสีไป คุยไป
.

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๔- บลูม

เรื่องบางเรื่อง เรื่องหลายเรื่อง จนถึงเรื่องทุกเรื่อง
บางที หลายที หรือทุกที
รอจนวันเวลาพอกพูนจนอิ่มได้ที่ (แปลว่าแก่ตัวอะ)
มันก็จะพูดออกมา พูดน้อย พูดไม่จบ พูดไม่หยุด (ไม่ใช่เพ้อเจ้อ แต่อยากพูด)

หลังจากนั้น จะได้เวลาเงียบเสียงลงทีละน้อย เข้าดักแด้ (cocoon)
แล้วจากโลกนี้ไปเงียบๆ

อุ๊ยๆ อย่าเศร้า ใครๆก็จากไปทั้งนั้นแหละ


ที่วงเล็บภาษาหรั่งเพราะจะชี้ชัดว่าภาพจำลองคือที่เป็นแบบนี้ๆนะ เปนต้น
หรืออย่างที่ว่าเข้าดักแด้ ก็ใส่วงเล็บซะว่า cocoon บางคนที่ลืมคำว่าดักแด้ไปแล้ว แต่คุ้นภาพโคคูน จะได้นึกออก

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
หมูสนาม วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08

ขยันเขียนขยันอ่านจริงๆลุงหนอนของผม
ผมเพิ่งกลับจากเซี่ยงไฮ้ เมื่อคืนเครื่องลงตีสอง
ของัดสำนวนโกวเล้งมาเบ่ง
เอ้ยไม่ใช่มาอ้างแบบปลาๆงูๆบ้าง 5 5 5 5
กระบี่อยู่ที่ใจ ฝึกใจแล้วกิ่งไม้ก้านเดียวก็ใช้แทนกระบี่ได้

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๓- คุณเกริก
ขอบคุณมากครับ คลิกแล้ว เดี๋ยวไปอ่าน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
beckyblooms วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

คงเขียนอะไรลึกซึ้งไม่ได้..ไม่เป็น..ไม่ไหวอย่างแรง..โดยเฉพาะมีภาษาอังกฤษพ่วงท้ายด้วยเนี่ย..โอ้โห..เค้าโง่กินเลยนะ..ไปไม่ถืก..

เอ้า..ไม่รู้ก็ไม่รู้อ่ะ.. ก็จริงนี่นา..ไม่อายด้วย ฮ่า..

ร่วมเมนต์ได้สั้นๆแค่ว่า..

เค้ามีรูปของอ.เฟื้ออ่ะ..

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

เคยตะลุยอ่านผ่านตามาจากงานสารคดีของรงค์
แต่ข้างล่างนี้เท่าที่ตาเกริกพอจะหาได้ในตอนนี้
ครับ ลุงหนอน

http://thairecent.com/Entertainment/2009/308890/

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

การเขียนภาพคน สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม หรือจนแม้แต่การปั้น แกะสลัก ก็คือการจับเอาภาพของสิ่งเหล่า
นั้นมาจัดวางบนวัสดุอื่น การทำเช่นนั้นเรียกว่าการจำลอง (imitation) สิ่งที่ถูกทำจำลองขึ้นมาเรียกรวมๆ
ได้ว่า ภาพจำลอง (image) หรือภาพแทนสิ่งจริง ภาพสะท้อนสิ่งจริง ล้วนเป็นอิมเมจทั้งสิ้น
(การที่เรารับรู้ขึ้นในกบาลว่า นั่นคนเดินไปอยู่ นั่นสุนัขประจบเราอยู่ ก็คือการที่สิ่งจริงภายนอกเดินทางผ่าน
สายประสาทรับรู้ทุกช่องทางของเราเข้าไปตกกระทบที่ “จอภาพในใจ” ของเรา ดังนั้นมันก็สักแต่เป็นภาพ
จำลองหรืออิมเมจของสิ่งจริงภายนอกที่ไปปรากฏขึ้นที่ใจ หรือจอภาพในใจ เรารับรู้ที่จอภาพในใจนั้น)

ความใคร่ครวญจดจ่อ (meditation) อยู่กับงานตรงหน้า เกิดการพินิจ เปรียบเทียบย้อนไปมา เช่น ภาพ
จำลองที่เราทำอยู่นี้ สักแต่ปาดป้ายเนื้อสีให้หนาบางต่อกันเป็นพืดเป็นผืน ภาพของคนสัตว์ก็เกิดขึ้น แล้ว
สิ่งจริงภายนอกเล่า ก็เป็นสักแต่เนื้อตัวที่มีสีต่างๆกันมาต่อกันเป็นตัวๆด้วยหรือไม่ หรือเช่นภาพจำลองที่
เรากำลังทำอยู่นี้ สักแต่เป็นจุดสีเล็กๆมาเรียงต่อกันตามสัดส่วนพื้นที่ มองแล้วมันก็รวมเป็นสัตว์เป็นคนเป็น
ต้นไม้ขึ้นมาได้ แล้วสิ่งจริง คนจริงๆ สัตว์จริงๆ ต้นไม้จริงๆละ ใช่หรือไม่ว่าสักแต่เป็นอณูเล็กๆละเอียดมา
จับกลุ่มกันเป็นก้อนเป็นเนื้อตัวขึ้นมา ฯลฯ

ความอยากที่จะถ่ายทอดลงสู่อิมเมจทำให้พินิจ การจดจ่อกับกระบวนการทำจำลองทำให้เกิดภาวะที่พินิจ
กลับขึ้นไปหาต้นแบบ
อันนี้ถ้าอธิบายแบบม้าร์กซิสท์ วิภาษวิธี คือกระบวนการของวัตถุสู่จิต และจิตย้อนไปสู่วัตถุ กลับไปมาจน
เกิดข้อสรุปในความตระหนักรู้ขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ทีละชั้น ทีละชั้น ม้าร์กซ์หรือเลนินหรือเหมาเรียกว่าความ
เจนจัด
ในหนังสือชื่อ “ชีวิตกับความใฝ่ฝัน” ที่บรรจง บรรเจอดศิลป์ (อุดม ศรีสุวรรณ) รจนาขึ้นก็อธิบายแบบนี้
พร้อมสำทับผสมปลุกปลอบให้กำลังใจและชื่นชูว่า นี่เท่านั้นคือวิถีทางที่จะเป็นหลักชัยของสังคมของโลก
ว่าเราจงใช้แนวทางนี้ไปดัดแปลงโลก ดัดแปลงสังคม ให้เป็นยูโทเปียดังที่เราต้องการได้ โดยอาศัย
กระบวนการสั่งสมพอกพูนความเจนจัดแบบนี้

ทว่า ศิลปินผู้ทำการวาดภาพ และจดจ่อใคร่ครวญ (meditate) อยู่ ย่อมจะตระหนักรู้ในตัวเองว่าแม้ตนเอง
กำลังทำได้แค่ภาพจำลองสองมิติ แต่ตัวความจริงปรากฏภายนอกนั้นเป็นสามมิติ เพราะกระบวนการทำ
จำลองมีข้อจำกัดที่กระบวนการรับรู้สิ่งปรากฏจริงหลุดข้อจำกัด แต่ก็ยังมีสิ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปกว่าการรับรู้
สามมิติซึ่งศิลปินรับรู้ได้ แต่ไร้กรรมวิธีที่จะถ่ายทอดลงมาป็นภาพจำลอง
อันนี้จะไปคนละเรื่องกับความเจนจัดในการรับรู้โลกตามแบบที่บรรจง บรรเจอดศิลป์ บรรยายไว้ตามแนว
ทางของทฤษฎีวิภาษวิธีแบบวัตถุนิยมของม้าร์กซ์
อ่านคำพูดข้างบนของอาจารย์เฟื้อสิ ท่านไม่สนใจแล้วว่าม้ารกซ์หรือใครอื่นพูดว่าอย่างไร ท่านไม่สนใจ
ว่ามีม้าร์กซ์ มีเลนิน มีเหมาเจ๋อตงอยู่หรือไม่ด้วยซ้ำ
มันมีความจริงอื่นที่พ้นขึ้นไปจากระบบรับรู้สามมิติ อาจไม่เรียกเป็นมิติด้วยซ้ำ

แต่หากใครมาบอกว่าความทุกข์ยาก การอดตาย การถูกเหยียดความเป็นมนุษย์ ที่เป็นอยู่จริงในโลกนี้
มีกระบวนการที่มองเห็นชัดอยู่ และทางแก้ “ทางเลือกหนึ่ง” คืออาศัยกระบวนการนั้น ผมยอมรับได้

แต่ถ้าบอกว่า ต้องมีแต่หนทางนี้ท่านั้น หนทางอื่นเป็นเท็จหมด อันนี้จะขัดแย้งอย่างแรงกับที่เรารู้
แล้วยิ่งบอกว่า คุณต้องเชื่อในกระบวนการนี้เท่านั้น อย่างที่เราเชื่อ ... ตายห่..เลย
.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ศิลปินช่างเขียนภาพเสาะหากลวิธีการปาดป้ายมวลของสีที่เหมือนยาสีฟันเหนียวข้น หรือเหมือนดินเหนียว
ลื่นๆ พลิกแพลงไปมากมายหลายวิธีให้สามารถฉายภาพตามที่นัยน์ตาเขาเห็นหรือภาพตามที่ปรากฏขึ้นใน
ใจเขา เมื่อเราเข้าไปจ่อดูใกล้ๆผืนผ้าใบของภาพก็เห็นแต่ก้อนสี ปึกสีแข็งไม่เป็นระเบียบ เนื้อสีผสมปนเป
หนาบางราวขี้โคลนเกาะติดบนผ้าใบ
ความหนาบางไม่เป็นระเบียบของเนื้อสี ความไม่เรียบมีเหลี่ยมมีเม็ดบนผิว จะเกิดเงาดำน้อยๆของเหลี่ยม
เม็ดที่อยู่สูงกว่าพื้น เงาจำนวนมากๆก็มีผลต่อสายตาที่มองดูเมื่อถอยออกมา เหมือนมีมวลของคน สัตว์
ตามภาพลอยออกมา ลองนึกภาพของคนวาดภาพที่เขียนภาพ ลงสีมานานปี เต็มไปด้วยความอึดอัดคับ
ข้องใจว่าทำไฉนภาพที่เขียนจึงจะสะท้อนถ่ายเทอารมณ์ความรู้สึกจากข้างในและตามภาพที่เขาเห็นจาก
ข้างในออกมาได้หมดสิ้นบนผืนภาพ ทำไฉนจะไม่เป็นแค่ภาพแบนๆสองมิติ แห้งแล้ง

>

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เรื่องการเขียนภาพแบบจุดสี pointillism ในคห.๑๑ กับ ๑๓ นั้น ชวนให้นึกถึงหนังสือสารพัดประเภทที่
เราอ่าน ชมดู ทุกวันนี้ละครับ ซึ่งพิมพ์ขึ้นมาด้วยระบบอ๊อฟ-เส็ท off-set คำว่า off-set มาจากกรรม
วิธีจัดวาง (set) เม็ดจุดสี ให้ทำมุมออกจาก (off) แนวแกนตั้งแกนนอนกี่องศา
เอาแว่นขยายสักสามสิบเท่าไปวางบนหน้าหนังสือ ภาพที่ว่าสวยๆจะถูกขยายขึ้นให้เห็นว่าเป็นแต่จุดสี
มาเรียงต่อๆกันไปเท่านั้นเอง

จขบ.ไม่อาจคิดเตลิดไปเองว่าสกุลงานเขียนแบบ pointillism กับระบบการพิมพ์แบบอ๊อฟเส็ท ได้ส่ง
ผลสะเทือนเป็นแรงบันดาลใจต่อกันหรือไม่ ขี้เกียจค้นประวัติศาสตร์การพิมพ์

>

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๖- คุณเกริก
เอ้อเฮอ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย มีโอกาสเมื่อไหร่มาขยายให้รู้มั่งเน้อ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๕- ป๋าคนโทครับ .........
สองบรรทัดสุดท้ายของคห.ป๋า เด็ดขาดมาก โดยเฉพาะตรงวลีว่า .. ที่มองไม่เห็น ...
เรารับรู้ไม่ได้ ตาก็รู้มันไม่ได้ มือก็รู้มันไม่ได้ คนเรามักรวบรัดตัดตอนว่า ก็มันไม่มีจริงนะสิวะ

ทีนี้ ว่าถึงเรื่อง จิต
ในอภิธัมมัตถะสังคะหะ บอกว่าแม้แต่จิตก็เป็นของที่ประกอบขึ้นด้วยเหตุปัจจัย หมดเหตุปัจจัย ก็ไม่มีอยู่
อย่างนี้ก็อิบอ๋ายแล้วซิตู อุตส่าห์ทำใจยอมรับได้ว่ากาย ตัวตนไม่มี เพราะฝากความหวังไว้ที่จิตว่ายังมีอยู่
แต่นี่ จิตก็มาไม่มีซะอีก อิบอ๋ายกันครานี้

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๔- woody505 ............... ยินดีครับ
.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

รู้แต่ว่าความรักของท่าน
เป็นยิ่งกว่านิยายของรงค์

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

“อย่านึกว่าโลกที่เราเห็นเป็นจริงนะ ไม่จริง เราไปยึดว่ามันจริง โธ่เอ๋ยโลกของจิตมันพิสดารยิ่งกว่าโลกมนุษย์ มันชัดยิ่งกว่าฝัน แล้วมันสวยกว่ามนุษย์หลายแสนหลายล้านเท่า ที่น่ากลัวที่สุด ที่ร้ายที่สุด ก็ยิ่งกว่ามนุษย์หลายโกฏิเท่า นึกเป็นนั่นเป็นนี่ถ้าคุมได้ก็มีความสุข”

ท้ายที่สุดแล้ว
ทุกเรื่องราวบนสิ่งสมมุติที่เรียกว่าโลกย์
มาจากสิ่งที่มองไม่เห็นที่เรียกว่า "จิต" ทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
woody505 วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanlangyaogroup

ข อ บ คุ ณ ค รั บ . .


.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หน้าเว็บนี้มีความเป็นมาสั้นๆของงานสกุลพ้อยนติลลิสม์
http://www.ehow.com/about_5480718_history-pointillism.html
พ้อยนติลลิสม์ขยายตัวมาจาก อิมเพร้สชั่นนิสม์

ในเรื่องข้างบนที่อาจารย์เฟื้อพูดถึงการเขียนด้วยปากกาหมึกซึม จนปลายปากสึกเหี้ยน
แกจะเขียนภาพเร็ว ต้องฝึกให้แม่นบังคับได้ดังใจ ในต้นแบับที่ลอกมามีที่ท่านเล่าว่า
ถ้าเขียนไม่เร็วมันไม่ทันกับภาพที่เปลี่ยนไป หิมะละลายไปก็ไม่เหมือนเดิม เรือแจวใน
คลองที่โยนตัวขึ้นตามคลื่น ถ้าเขียนช้าคลื่นผ่อนเบาลง เรือไม่โยนตัวแล้ว ก็หมดอารมณ์
... อ้อ ท่านเขียนแนวอิมเพร้สชั่นนิสม์นี่เอง
.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ช่องไทย.. เอ้อ ทีพีบีเอ๊ส
กำลังเสนอสารคดีสั้นหลังข่าว เรื่องของศิลปินเขียนภาพ จรูญ บุญสวน ในวัย ๗๓ ปี
เป็นคนเขียนภาพแนวอิมเพร้สชั่นนิสม์
.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๖- แหวน

ศิลปินช่างวาดภาพ ต่อมามีแนวคิดว่าที่วาดๆโปะๆกันเป็นรูปร่าง (figure) ตันๆนั้น มันหมดความบันดาลใจแล้ว
ก็มารำพึงว่าทำไฉนเราจักมองเห็นลึกเข้าไปในความเป็นตัวๆที่โลดเต้นอยู่นี่ แล้วก็เกิดความคิดว่าภาพทั้งหลาย
ที่ตาเราเห็นเป็นนั่นเป็นนี่ล้วนเกิดจากการประกอบกันขึ้นของมวลสารชิ้นเล็กๆจำนวนมากเรียงต่อกันตามขอบ
เขตพื้นที่ของมัน แต่ละชิ้นมวลสารมีสีของมันเองที่เรียกว่าสีจริง แต่นัยน์ตาเราจะเก็บภาพที่มีระยะไกล-ใกล้
เกิดการประมวลผลหรือเกลี่ยสีที่เลนส์นัยน์ตาเรา เรียกว่านัยน์ตาเราต่างหากที่ทำหน้าที่ผสมสีจริงของพื้นที่หนึ่งๆ
ก็เลยเกิดภาพเขียนที่ร่างขอบเขตรูปทรง แล้วเติมเต็มแต่ละพื้นที่ด้วยจุดเล็กๆของสีจริงจำนวนมาก เมื่อเรายืนมอง
ภาพจากระยะห่างพอเหมาะจะเห็นภาพที่เกิดมิติเหมือนเราดูคนเป็นๆ เป็นตัวๆ
ถือว่าเล่นกับกลไกการมองเห็น optical art หรือ opt-art

ทั้งหมดข้างบนนั้น ผมเสกสร้างเรื่องขึ้นมาเองครับ ตัวแนวคิดจริงๆ ต้องไปค้นในวิกิพีเดี่ยด้วยคำค้น- pointillism
เอ้อ ตัว L สองตัวนะครับ

ในโอเคเนชั่นเคยมีคนเอาภาพมาลงไว้ภาพหนึ่งครับ ที่ http://www.oknation.net/blog/oomzz/2008/01/11/entry-1
เหมือนจะเป็นภาพของ สงัด ปุยอ๊อก ศิลปินอาวุโส
.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๘- ชนากิตติ์

ฮ่าฮ่า ทีนี้รู้แล้ว ทำไงให้ชนาอ่านซ้ำเที่ยวที่สอง
เที่ยวที่สองนี่จะวางมุกอะไรดีน้อ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๗- bepran

ยินดีครับ
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ชนากิตติ์ วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakith

ย้าว...ยาวกว่าจะอ่านจบ
พออ่านใกล้จบ (ก่อนถึงหมายเหตุข้อ ๒) ต้องรูดกลับขึ้นไปอ่านใหม่อีก

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
bepran วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bepran

- ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ภาพ 1 ภาพ คนนึงมองด้วยสายตาหยาบ อีกคนมองด้วยใจ
ภาพที่เห็นและสัมผัสได้คงไม่เหมือนกันค่ะพี่ทีเค จิตรกรเขาคงมองด้วยใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ฟัง (อ่าน) คำพูดวิจารณ์ของอาจารย์เฟื้อ ที่มีต่อภาพเขียนของศิลปินช่างเขียนที่ผ่านมา
ก็มองเห็นดวงปัญญาที่เคลื่อนไหวสืบเนื่องต่อกันมาในสังคม

๑. เก็บรักษางานศิลปที่มีคุณค่าไว้เสมือนกล่องปัญญาให้เยาวชนรุ่นต่อไป (พิพิธภัณฑ์)
๒. เผยแพร่ สอน วิธีเสพย์รับงานศิลปให้ทั่วจนเป็นเรื่องสามัญ ปกติของชีวิตในสังคม

สองข้อข้างบนหมายรวมไปถึงงานวรรณกรรม กวี ด้วย
ดูได้ อ่านแตก วิจารณ์เป็น จะได้ไม่ถูกเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า "คณะกรรมการ" ทำตามอำเภอใจ
เราไม่ใช่คนเขียนหนังสือก็จริง แต่เราเลือกเสพย์อย่างถูกหลักการก็แล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พญาสุขุม, ปอง, แหวน

คัดลอกคำพูดของอาจารย์เฟื้อ แบบสดๆเวลาที่แกทำงาน ที่อาจารย์เทพศิริบันทึกไว้มาลงที่นี่
ด้วยความประทับใจส่วนตัว
ภษาง่ายๆตรงๆ ขวานผ่าซาก บอกสิ่งที่เป็นหลักชัยในใจ
ผลพลอยได้คือได้ทำความเข้าใจ ศิลปินคนวาดภาพแสวงหาอะไร
การเคลื่อนไปข้างหน้าของคนวาดภาพมีเหตุมาจากอะไร
สมัยใหม่เรียกว่าความคลี่คลายขยายตัวมั้ง แหวน

เขียนรูปแบบสมจริง (realistic) นานเข้ามันตัน ก็เบื่อ ก็ขยับขยายไปเป็นเหนือจริง (surrealism)
คือตั้งคำถามว่ารูปแบบมนุษย์ สัตว์ สรรพสิ่ง มีรูป(form) ที่ตายตัวดิ้นไม่ได้หรือ
เขียนแบบเคร่งครัดตามจริงของภาพปรากฏ (figurative) นานเข้าก็ตัน เบื่ออีก
ก็ลดความใส่ใจในรูปทรงของจริง หันไปเน้น"สี"ที่จับเข้านัยน์ตาเป็นก้อนสี ก้อนๆ (non figurative)

ทำความเข้าใจภาพที่ศิลปินมองเห็น ก็อาจเชื่อมไปสู่ความเข้าใจในภาพที่กวีมองเห็น
.. บางระดับ ก็อนุมานไปถึงแนวคิดทางศาสนาได้ อย่างน้อยก็เรื่องความหยาบ ความละเอียด
ของสรรพสิ่ง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา บอกว่าอ่านแล้ว ว่าแต่พี่ทีเคเขียนอะไรหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
MT-PONG วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

จขบ.ก็หยิบยกเอามาแต่บางท่อนบางตอนที่กระทบกระแทกใจ
...
แหล่มเลย

โหวตเลียนแบบ คห.1

พักนี้ รับจ้างโหวตเป็นอาชีพ

จ่ายดั๊วะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

ชอบมาก
โหวตครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน