• อาจารย์เศก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sekyicy@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-20
  • จำนวนเรื่อง : 152
  • จำนวนผู้ชม : 336541
  • ส่ง msg :
  • โหวต 90 คน
Sekyicy
เรียนรู้ แลกเปลี่ยน เรื่องราวข่าวสารการฝึกอบรม การเมือง อาหาร ท่องเที่ยว และความรู้ทั่วไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sekyicy
วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2552
Posted by อาจารย์เศก , ผู้อ่าน : 2209 , 00:19:41 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อีกหนึ่งปรัชญาการศึกษาที่จะกล่าวถึงนี้เกิดจาก รูดอล์ฟ สไตเนอร์ นักปรัชญาและนักการศึกษาชาวออสเตรีย ที่งานการศึกษาของเขานั้น เน้นการศึกษาเรื่องธรรมชาติของมนุษย์และการแสวงหาความจริง มนุษยปรัชญา ซึ่งเขาพัฒนาขึ้นนั้นถือเป็นศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ และเขานี่เองเป็นผู้ให้กำเนิดปรัชญาการศึกษาวอลดอร์ฟ และก่อตั้งโรงเรียนวอลดอร์ฟแห่งแรกขึ้นที่ สตุดส์การ์ดประเทศเยอรมนี เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว

Waldorf

Waldorf ไม่เน้นในเรื่องของระบบและวิธีการสอน แต่ Waldorf มองการจัดการสอนเป็นเรื่องของศิลปะที่เป็นศิลปะในการกระตุ้นหรือปลุกศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ให้แสดงขึ้นมา ดังนั้นในโรงเรียนตามแนว Waldorf จึงไม่เน้นในเรื่องของการอบรมสั่งสอน แต่จะใช้วิธีให้ผู้เรียนดึงความสามารถที่มีอยู่ในตัวนั้นแสดงออกมา ซึ่งปรัชญาการศึกษาตามแนว Waldorf จะแบ่งพัฒนาการของมนุษย์ช่วงวัยศึกษาในระบบการศึกษาตั้งแต่แรกเกิดถึง 21 ปี ออกเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 7 ปี ดังนี้

ช่วงวัยแรกเกิดถึง7 ขวบ จะมีการเรียนรู้ด้วยการกระทำ เพราะฉะนั้น การสอนจะเน้นให้เด็กมีความมุ่งมั่นในการทำความดี พอถึงช่วงวัย7ถึง14 ปี  การเรียนรู้ในวัยนี้จะ้เรียนรู้จากความประทับใจ ดังนั้น การสอนจะมีการเน้นไปที่การให้เด็กรู้สึกถึงความงดงาม ส่วนในวัย14ถึง21 ปี ช่วงนี้จะเรียนรู้จากการคิด ซึ่งการสอนต้องเน้นให้เด็กคิดด้วยตัวเองซึ่งจะทำให้เกิดปัญญา เห็นสัจธรรมและเข้าใจความจริงในโลกแต่ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุใดก็ตาม แนวทางหลักในการการจัดการศึกษา Waldorf จะมีสิ่งที่เหมือนกันคือ เน้นพัฒนาร่างกายและจิตวิญญาณควบคู่กันไป โดยให้เกิดความสมดุลย์ในการเรียนรู้ด้วยกายคือการลงมือทำ หัวใจคือความรู้สึกความประทับใจ และสมองซึ่งก็คือความคิดนั่นเอง 

แนวของ Waldorf จะไม่สอนหนังสือหรือยัดเยียดให้ความรู้แก่เด็ก แต่จะบ่มเพาะความเป็นมนุษย์และปลุกความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวให้ปรากฏออกมา เพื่อช่วยให้เด็กบรรลุศักยภาพสูงสุดในตัวเอง เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างสรรค์ มีเสรีทางปัญญาความคิด รู้จักตนเอง รู้จักโลก และสามารถกำหนดแนวทางชีวิตของตนได้อย่างอิสระตามศักยภาพที่มี เด็กในแนวนี้จะเป็นเด็กที่มีบุคลิกภาพที่สมดุลย์ในการใช้ศักยภาพทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสติปัญญา ด้านศิลปะ และด้านการปฏิบัติอย่างเหมาะสม

เด็กที่เรียนในโรงเรียน Waldorf จะใช้ปัจจัยในการเรียนรู้ที่เกิดจากสุนทรียภาพ ศิลปะและจินตนาการ อยู่ในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เราจะเห็นนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนแนวนี้อ่านหนังสือได้ช้ากว่าคนอื่น ซึ่งเป็นปกติ เพราะแนว Waldorf ไม่มีการเร่งรัด ไม่เน้นการอบรมสั่งสอน แต่จะปล่อยให้เป็นธรรมชาติ เน้นการปลุกศักยภาพขึ้นมาโดยเด็กๆ จะเรียนรู้จากจินตนาการของตัวเอง มีความคิดที่จะไปหยิบหนังสือมาอ่านด้วยตัวเอง โรงเรียนแนว Waldorf ไม่เน้นการใช้สื่อการสอน แต่จะให้เด็กใช้จินตนาการด้วยตัวเอง ครูอาจจะสอนด้วยปากเปล่า แล้วเด็กก็ใช้จินตนาการระหว่างการฟัง ปรัชญา Waldorf เชื่อว่าสื่อต่างๆ เป็นตัวสกัดกั้นจินตนาการและจะขัดขวาง การเรียนรู้ ทำให้การเรียนรู้และจินตนาการอยู่ในกรอบที่ถูกจำกัด ดังนั้น TV VDO VCD DVD อะไรเหล่านี้ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของการศึกษาในแนว Waldorf เลยทีเดียว

โรงเรียนในแนว Waldorf ในประเทศไทยก็มีอยู่หลายโรงเรียนโดยเฉพาะในกรุงเทพ คุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจก็ลองศึกษาดูนะครับ ถือเป็นทางเลือกอีกทางในการจัดการศึกษาให้ลูกน้อยครับ...





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
HRD.Everywhere วันที่ : 30/09/2009 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrdeverywhere
ไม่จำเป็นต้องกด "Like" ถ้า "นิ้วกับใจไม่ตรงกัน"

ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ครับ เอาไว้เป้นข้อมูลตอนเลือกโรงเรียนให้ลูก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
market วันที่ : 28/09/2009 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

เพื่อนสนิทชาวเยอรมัน เรียนจบมาจากโรงเรียนระบบ Waldorf ค่ะ ปัจจุบันเป็นครูสอนอยู่ในโรงเรียนระบบ Waldorf เช่นกัน ... ที่เวียนนาค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]