• อาจารย์เศก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sekyicy@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-20
  • จำนวนเรื่อง : 152
  • จำนวนผู้ชม : 337962
  • ส่ง msg :
  • โหวต 90 คน
Sekyicy
เรียนรู้ แลกเปลี่ยน เรื่องราวข่าวสารการฝึกอบรม การเมือง อาหาร ท่องเที่ยว และความรู้ทั่วไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sekyicy
วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2553
Posted by อาจารย์เศก , ผู้อ่าน : 5795 , 09:35:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลังจากออกพรรษามาก็มีช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวที่จะให้โอกาสชาวพุทธได้ทำบุญใหญ่ทอดกฐินกัน แต่ละวัดจะรับกฐินได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นใครจะทอดกฐินก็ต้องไปจองกันแต่เนิ่นๆ งานกฐินเป็นบุญใหญ่ดังนั้นในแต่ละปีเราจึงได้รับซองทำบุญงานทอดกฐินกันคนละหลายๆซอง หลายคนจะมีตำแหน่งใหญ่โตกันก็งานนี้แหละ บ้างก็เป็นกรรมการ บ้างก็เป็นรองประธาน ไปจนถึงประธาน ซึ่งตามธรรมเนียมเป็นที่รู้กันก็คือ กรรมการ 100 รองประธาน 500 และท้ายสุดที่มีตำแหน่งใหญ่สุดคือประธานก็ 1000 ก็คงเป็นการทำบุญในรูปแบบที่มีตัวเลขบังคับกันชัดเจน ส่วนช่วงเวลาทอดกฐินนั้นก็คิดเอาง่ายๆ คือจากออกพรรษา ถึงวันลอยกระทงนั่นเอง

พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็นว่าหลังจากออกพรรษาแล้วฝนก็ยังไม่หยุดตกเสียทีเดียว ดังนั้นพระภิกษุที่จะมาเข้าเฝ้าท่านก็จะต้องเปียกฝน ดังนั้นท่านจึงทรงอนุญาตให้รับผ้ากฐินได้ ซึ่งผ้ากฐินก็เป็นผ้าที่ทำขึ้นโดยขึงกับสะดึง (กฐิน แปลว่า สะดึง) นั่นเอง

งานบุญกฐินสมัยก่อนมักเดินทางกันทางน้ำไม่เหมือนปัจจุบันนี้ เพราะสมัยก่อนประชาชนมักตั้งถิ่นฐานและเดินทางกันทางน้ำ และการเดินทางก็ใช้ทางน้ำเป็นหลัก

ตั้งแต่ผมจำความได้สมัยเด็กๆ มักเดินทางไปกับเรือของขบวนกฐินที่มีต้นกล้วยปักด้วยแบงค์ชนิดต่างๆเต็มไปหมด แถมยังมีผลไม้ประเภทกล้วยอ้อยมะพร้าวอะไรทำนองนี้และก็แห่กันไปอย่างสนุกสนาน ผ่านบ้านใครก็จะมีเรือขับ หรือพายตามไปด้วย แตรวง กลองยาว ประสานเสียงกันไปพร้อมกับเต้นรำกันในเรืออย่างสนุกสนาน

สำหรับพวกเราเด็กๆก็ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการได้มีของกินมากมายที่วัด และได้เล่นสนุกกับเพื่อนๆ ที่ลานวัด

ทุกปีมักได้ยินพระเทศก์อยู่เสมอ ฟังบ้างไม่ฟังบ้างแต่พอจับใจความได้ว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งขี้งกมากๆ ตระหนี่ถี่เหนียวเสียจนยอมอดข้าวเพราะเสียดายทรัพย์สิน เก็บสะสมทรัพย์ไว้มากมาย ด้วยความที่กลัวใครจะมาเอาทรัพย์สินของแกไป แกก็เลยแอบเอาไปฝังไว้ที่หัวสะพานท่าน้ำหน้าบ้าน และในที่สุดแกก็ตายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ที่ซ่อนสมบัติของแก ด้วยความหวงสมบัติแกจึงเกิดเป็นจระเข้วนเวียนเฝ้าสมบัติของแกอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสมบัติของแก จึงคิดจะเอาไปทอดกฐิน ก็เลยเข้าฝันภรรยาของตัวเอง บอกที่ซ่อนสมบัติ แล้วให้เอาไปทอดกฐิน ภรรยาของแกจึงจัดขบวนกฐินทางเรือเพื่อไปทอดกฐินที่วัด ระหว่างเดินทางเศรษฐีก็ว่ายน้ำตามไป แต่ด้วยระยะทางใกล จระเข้เศรษฐีจึงเหนื่อยดิ้นกระแด๊กๆ ขาดใจตายเสียก่อน แต่ก่อนตายก็ไม่วายบอกให้ภรรยาทำธงเป็นรูปของแกไปเป็นตัวแทนไปวัดด้วย ภรรยาเลยวาดเป็นรูปจระเข้แล้วทำเป็นธงแห่กฐินไปวัด เมื่อทอดกฐินเสร็จแล้วก็ปักธงไว้ที่หน้าวัดเพื่อบอกกับผู้คนว่า วัดนี้ได้รับกฐินไปแล้วนะ ไม่รับอีก เพราะ 1 ปีวัดรับกฐินได้เพียงครั้งเดียว

มีผู้ใหญ่บางคนพระบางรูปก็บอกว่าที่จริงแล้วจระเข้ไม่เกี่ยวอะไรกับท่านเศรษฐีอะไรนั่นหรอก แต่เป็นเพราะว่าสมัยก่อนต้องเดินทางกันนานและต้องออกจากบ้านก่อนสว่าง ในการไปทอดกฐินและก็ไม่มีนาฬิกากันเหมือนสมัยนี้จึงใช้วิธีการดูดาวกัน ซึ่งดาวจระเข้นี่แหละที่ขึ้นตอนใกล้สว่าง ก็เลยใช้ดูดาวจรเข้เป็นหลัก แต่ว่ากลายเป็นธงจระเข้ได้ยังไงก็ไม่รู้

และนอกจากจะเห็นธงจระเข้แล้วก็ยังมีธงนางมัจฉาที่เป็นรูปปลาด้วย ซึ่งก็คือภรรยาของเศรษฐีนั่นเอง

หลายคนบอกว่าที่จริงแล้วธงจระเข้เป็นปริศนา หรือคติธรรมของพระพุทธเจ้า ที่พูดถึงความอดทนต่อคำสอน การเห็นแก่ปากท้อง ความห่วงพะวงเพลิดเพลินกับการสะสม และการลุ่มหลงในกาม ซึ่งเป็นปริศนธรรมที่ไว้สอนพระ เณร บวชใหม่ นั่นเอง จะจริง หรือจะถูกต้องหรืเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยครับ

ปีนี้ธรรมชาติเล่นงานคนไทยกันเกือบทั้งประเทศ อาจเป็นเพราะเราทำบุญกันน้อยลงหรือทำบุญกันเพียงแค่เชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้มีความตั้งใจกันจริง ยังคงหวังสิ่งตอบแทนจากการทำบุญ หรือไปงานบุญก็ด้วยเพราะความสนุกสนานของงานเหมือนสมัยที่ผมยังเด็ก ที่มิได้ไปด้วยความตั้งใจในการทำบุญ

ผมไม่เชื่อเรื่องการทำบุญอย่างที่ทำอยู่เท่าไรนัก ไม่คิดว่าทำบุญแล้วจะได้ผลตอบแทนอะไร แต่ผมคิดว่าการทำบุญที่ได้อานิสงค์ต่ำสุดก็คือการทำบุญที่เรากำลังทำอยู่นี่เอง ผมเชื่อว่าการทำบุญที่ถูกต้องมันต้องเริ่มจากการให้ทานหรือการบริจาคอย่างตั้งใจ ซึ่งมันจะเป็นการฝึกการลด ละ กิเลส เพื่อที่จะให้เราสามารถที่จะถือศีลได้ เมื่อเราถือศีลได้ ก็จะมีจิตใจที่สบายพอที่เราจะมาทำสมาธิภาวนาได้ เมื่อเราฝึกสมาธิภาวนาได้ดี เราก็จะมีความสุขทางใจซึ่งเป็นหลักของพุทธศาสนา ซึ่งก็คือไม่ได้ไม่เสีย ไม่ห่วง ไม่เดือดร้อน ใดๆเลย ซึ่งมันคือความสุขที่แท้จริงตามหลักพุทธศาสนานั่นเอง

ยังไงประเพณีการทอดกฐินก็ยังคงอยู่คู่กับชาวพุทธไปอีกนาน ขอให้ทอดกฐินด้วยความศรัทธา และรู้เท่าทัน ไม่อยากให้การทอดกฐินเป็นงานไปเที่ยว รื่นเริง เล่นไพ่ กินเหล้า เพราะนอกจากจะไม่ได้กุศลใดๆแล้ว ยังเป็นการทำลายความดีงามของพุทธศาสนาอีกต่างหาก งานกฐินที่เป็นงานบุญใหญ่จะกลายเป็นกฐินบาปไปเสีย

และถ้าอยากรู้ว่าหน้าตาของธงจระเข้เป็นอย่างไร ปีนี้ต้องลองไปงานทอดกฐินสักครั้งแล้วล่ะครับ






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Tarayas วันที่ : 14/11/2010 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tarayas

ไม่เคยสังเกตุเลยอ่ะ ธงจรเข้ที่ว่าเนี้ย
งานกฐินคราวหน้า คงต้องหันซ้ายหันขวา มองหาธงจรเข้กะธงนางมัจฉาซะแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
toondee วันที่ : 07/11/2010 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ปีนี้ทอดกฐินไปหลายวัดแล้วค่ะ ถือเป็นการให้ที่สบายใจค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]