*/
  • ยามเสาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : seaengsayan@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-11-04
  • จำนวนเรื่อง : 51
  • จำนวนผู้ชม : 51914
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม 2555
Posted by ยามเสาร์ , ผู้อ่าน : 1582 , 21:27:54 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

กล่าวโดยสรุป ภูมิปัญญาตะวันออกที่ได้จากพระพุทธศาสนา เพื่อนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพนั้น มีประเด็นสำคัญที่เป็นหลักควรพิจารณาอยู่มากมาย โดยเฉพาะหลักใหญ่ที่นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาอันสำคัญที่ใช้ในการมองปัญหาก็คือ หลักอิทัปปัจจยตา หรือปฏิจจสมุปบาท อันได้แก่หลักการที่ว่า สรรพสิ่งที่เกิดขึ้นจะต้องอาศัยกันและกันเกิดขึ้น และอาศัยกันและกันดับไป ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นลอยๆ หรือตั้งอยู่ได้ลอยๆ โดดๆ แต่ต้องมีเหตุปัจจัยเชื่อมโยงถักทอประสานสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างเหมาะสมลงตัว


หากนำหลักนี้มามองในประเด็นสุขภาพก็จะไม่มองเพียงว่า มีโรคหรือไม่มีโรค แต่เรื่องของสุขภาพมีความเชื่อมโยงกับมนุษย์ และพฤติกรรมของมนุษย์ การทำ การพูด การคิด การดำรงชีวิตสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประเพณี วิทยาการและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทุกเวลานาที การสื่อสาร คุณธรรม ศีลธรรม ศาสนา ค่านิยม ความมีน้ำใจ ล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่จะผลักดันให้สุขภาพเป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จะดีหรือไม่ดี อ่อนแอหรือเข็มแข็ง มีโรคภัยเบียดเบียนหรือปลอดภัย ล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งนั้นการปรับเหตุปัจจัยในจุดต่างๆ ที่พิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสมให้อยู่ในสภาพความเหมาะสมทันที ไม่ปล่อยปละละเลยเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และจะมีผลเป็นความถูกต้องทั้งกระบวนการ


หลักการมองชีวิต ไม่มองเพียงว่าชีวิตมีความสำคัญเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ชีวิตเกิดขึ้นแต่เหตุปัจจัยที่อิงอาศัยกันอย่างเหมาะสม แล้วก่อเกิดเป็นชีวิตอันประกอบด้วยส่วนสำคัญคือ กายกับจิต หรือนามกับรูป เวลาที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงชีวิต ไม่ตรัสส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ตรัสรวมๆ กันเสมอ เช่น ตรัสว่านามรูป รูปก็คือร่างกาย นามก็คือจิต หรือตรัสเรียกชีวิตว่า ขันธ์ห้า อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หรือย่อแล้วเหลือเพียง นามกับรูป กล่าวคือ รูปเป็นรูป  ส่วนเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นนาม


ในด้านการดูแลสุขภาพ หากใช้พุทธธรรมเป็นพื้นฐานก็จะต้องดูแลรักษาสุขภาพโดยคำนึงถึงทั้งสองส่วน คือนามกับรูป กายกับจิตเสมอ กิจกรรมหรือกระบวนการสุขภาพใดๆ ที่จะสร้างขึ้นมาต้องสร้างขึ้นมาเพื่อให้เอื้อเฟื้อส่งเสริมในสองส่วนอย่างสมดุล ไม่เน้นส่วนใดส่วนหนึ่งหรือแยกส่วนไปอย่างเดี่ยวๆ เพราะถ้าทำเช่นนั้นสุขภาพของมนุษย์ก็จะอยู่ในสภาพดีครึ่งๆ กลางๆ ไม่สมบูรณ์แท้


ในส่วนของผู้ดูแลรักษา เริ่มต้นที่ตนจะต้องดูแลรับผิดชอบสุขภาพของตนเองอยู่ตลอดเวลา ให้ทั้งส่วนกายจิตดำเนินไปอย่างสมดุล เพราะแนวคิดด้านสุขภาพทางตะวันออกมีหลักว่า เมื่อร่างกายและส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างสมดุลโรคภัยก็เกิดไม่ได้ หากเหลือบ่ากว่าแรงก็ต้องพึ่งพาอาศัยญาติมิตร เพื่อนฝูงช่วยเหลือดูแลหรือไปหาหมอ


เพื่อนฝูง ญาติมิตร แพทย์พยาบาล ที่จะมาช่วยเหลือต้องมีน้ำใจงาม มีความเมตตากรุณาเป็นฐานใจ พร้อมที่จะให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนมนุษย์ในยามทุกข์ยากได้อย่างแท้จริงตามหลักแห่งความเมตตาที่ปลูกฝังมาในสังคมไทยนานแสนนาน และจะต้องมีต่อไปที่ว่า สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด หากคนในสังคมดำรงชีวิตบนพื้นฐานจิตเช่นนี้ ความเจ็บป่วยก็จะมีน้อยลง แม้มีก็จะได้รับการดูแลเยียวยาจากมิตรสหายหรือแพทย์พยาบาลอย่างดี เพราะทุกคนตระหนักว่าเราอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีเพื่อน เมื่อเพื่อนเป็นทุกข์ต้องมาต้องแก้ไขโดยเร็ว ความคิดที่ว่าเราอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีเพื่อน ก็เป็นความคิดทางสังคมแบบองค์รวมที่จะเป็นพื้นฐานให้มนุษย์ในสังคมดูแลกันอย่างเอื้อเฟื้ออย่างยิ่ง เพราะผู้ทุกข์ยากทุกคนคือเพื่อนเรา ความรักที่ไร้พรมแดนจะเป็นภูมิคุ้มกันการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขกายสบายจิต


นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังเน้นให้มนษย์ทุกคนรักการเรียนรู้โดยมองสิ่งต่างๆ ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง อย่างเป็นกระบวนการ ที่พระองค์มักจะใช้คำว่า “มองด้วยปัญญา” หรือพิจารณาด้วยปัญญา  คือมองสิ่งต่างๆ ให้เห็นอย่างจริงๆ ไม่ต้องผ่านม่านบังตาแห่งความเชื่อหรือการกล่อมเกลาใดๆ แต่เพ่งมองศึกษาสิ่งต่างๆ อย่างตรงไปตรงมาผ่านประสบการณ์จริงๆ


ในการใฝ่รู้ดังกล่าว พระพุทธเจ้าใช้ชีวิตเป็นศูนย์กลางในการศึกษา หรือใช้มนุษย์หรือพฤติกรรมของมนุษย์เป็นพื้นฐานทางการศึกษา ในหลักธรรมมากมายพระพุทธเจ้าพยายามอย่างยิ่งที่จะให้มนุษย์ได้เข้าใจชีวิตอย่างถ่องแท้ทั้งสองส่วนแม้ว่าเจ็บป่วยพระองค์ยังกระตุ้นให้พระสาวกใช้โอกาสนี้ศึกษาชีวิต และปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นให้ถ่องแท้ จากการที่พระองค์ทรงสั่งสอนอย่างนั้น ทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการโปรดจากพระองค์หายป่วยก็มี ยังคงป่วยอยู่แต่จิตใจสงบลงก็มี หรือตายไปด้วยจิตใจที่สงบก็มี


การปฏิบัติตนต่อการป่วยไข้ตามพุทธวิธีมองความเจ็บป่วยว่าเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ร่วมกันทั้งผู้ป่วยเอง ญาติมิตรคนใกล้ชิด แพทย์ พยาบาลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ตลอดจนรู้จักวิธีการสื่อสารประสานงานซึ่งกันและกัน นำเอาภารกิจมาเป็นบทเรียนซึ่งเมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้ว ก็จะได้ปัญญากลับไป เพราะยึดหลักว่าทำไปด้วยสติปัญญาเสมอ


ในเรื่องการดำเนินชีวิต รูปแบบของการดำเนินชีวิตตามหลักพุทธธรรม เน้นการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอันบริสุทธิ์สงบอันจะเป็นเหตุให้ได้รับประทานอาหารที่บริสุทธิ์ ดื่มน้ำที่บริสุทธิ์ หายใจได้อากาศที่บริสุทธิ์ จิตใจได้รับอารมณ์ที่บริสุทธิ์ อันจะเป็นเหตุให้ชีวิตบริสุทธิ์มีโรคภัยไข้เจ็บน้อย ร่างกายกระปรี้กระเปร่าอยู่เป็นสุขสำราญ


และสิ่งที่พระพุทธเจ้าเน้นย้ำเป็นอย่างยิ่งว่า เป็นปัจจัยสำคัญต่อการมีชีวิตอย่างมีความสุขก็คือ การดำเนินชีวิตด้วยการมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วถึงเรื่องของชีวิตและสิ่งแวดล้อมตามความเป็นจริง แล้วปรับชีวิตให้เหมาะสมเป็นปัจจุบันอยู่ทุกขณะ จะนำพาชีวิตไปพบสันติสุขได้อย่างแท้จริง


ภูมิปัญญาที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นพื้นฐานของภูมิปัญญาตะวันออก ที่ชาวตะวันออกได้นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตมาอย่างช้านาน การที่จะนำภูมิปัญญาเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตอย่างได้ผล จะต้องผ่านการใช้สติปัญญาพิจารณาอย่างถ่องแท้จนเห็นจริงว่าอะไรเป็นอะไรอย่างชัดเจน โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง


การดูแลสุขภาพโดยองค์รวมตามหลักการของพระพุทธศาสนา จึงสรุปลงได้ว่า การนำเอาสิ่งดีๆ ที่มีอยู่รอบๆ ตัวของมนุษย์มารวมกับความดีที่มนุษย์มีอยู่ เป็นธรรมสมังคีเกิดเป็นองค์รวมแห่งความดี เพื่อจะนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพของมนุษย์ให้เป็นอยู่อย่างมีความสุขทั้งกายทั้งจิตในทุกขั้นตอนของชีวิต

 

คัดความมาจากหนังสือ “พระพุทธศาสนากับการดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม”

โดย ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ

เพิ่มเติมในเนื้อความเชิญท่านมาฟังหลักใหญ่ที่นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาอันสำคัญที่ใช้ในการมองปัญหาก็คือ หลักอิทัปปัจจยตา หรือปฏิจจสมุปบาท ในบทสวดมนต์ต่อไปนี้เพื่ออ้างอิงและประเทืองปัญญา

อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปปาทปาฐะ



อัปโหลดโดย Buddhadharm เมื่อ 14 พ.ค. 2011

มรดกที่ฝากไว้อันดับ ๒๐ สวดมนต์แปลแบบสวนโมกข์
อิทัปปัจจยตาในปฏิจจสมุปบาท



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Hiriotappa วันที่ : 16/07/2012 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

การพึ่งพากันมีขีดจำกัด คืนนี้ขอพึ่งภรรยาคุณหน่อยได้ไหม คุณค่ะ ขอพึ่งสามีคุณหน่อยได้ไหมค่ะ คุณค่ะขอเพิ่งลิ้นเพิ่งวุฒิการศึกษาหน่อยได้ไหมค่ะ คุณค่ะขอช่วยทำให้ได้เข้าทำงานบริษัทดังๆหน่อยได้ไหมค่ะ นี่คือการพึ่งพาที่ช่วยไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 15/07/2012 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/omikami

เยี่ยมมาก
กรุณาเพิ่มข้อมูล ที่ใช้ได้ ๆๆ ทางรูปธรรม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน