• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 338410
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2552
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 1456 , 15:46:47 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ 3 กว่าจะรู้ว่าเป็นมะเร็ง

“แม่ ป่านเบื่อกินยาจังเลย”

ลูกบ่นเบาๆ ขณะที่หยิบยาออกมากินตามปกติทุกวันอย่างมีวินัย เป็นเวลาสามปีกว่า ที่ลูกต้องเข้าออกโรงพยาบาลแล้วได้ยามากินระงับอาการปวดท้อง โดยที่ไม่มีใครเฉลียวใจเรื่องมะเร็ง

เริ่มจากคลีนิคในเมืองสกลนคร ที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ จนไปถึงโรงพยาบาลรักษ์สกล ก็ยังเป็นโรคเครียดลงกระเพาะ  กระทั่งมาถึง โรงพยาบาลที่ได้รับยกย่องว่าเป็นสถาบันสร้างแพทย์ คือโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น วิเคราะห์ว่าเป็นโรคทาลัสซีเมียร์ โลหิตจาง

พ่อไม่ละความพยายาม ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 พ่อได้พาป่านไปหาหมอที่โรงพยาบาลรามาฯ เพราะคิดว่าที่นั่นน่าจะเป็นที่ๆตรวจพบสาเหตุได้แม่นยำที่สุด

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ หมอส่องกล้องพบติ่งเนื้อในลำไส้ เจาะเนื้อส่วนนั้นไปวิเคราะห์

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ หมอบอกว่า ผลการวิเคราะห์ติ่งเนื้อ ไม่ใช่เซลเนื้อร้าย หมอให้กลับบ้านพร้อมยากิน ไม่มีการรักษาอื่นใดอีกเลย

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 ขณะอยู่ที่บ้านคุณย่า ป่านมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลมุกดาหาร หมอตรวจพบก้อนเนื้อในตับ 12 จุด แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่

วันที่ 3 มีนาคม– 19 มีนาคม 2551 พ่อพาป่านไปรักษาตัวที่ศูนย์บำบัดธรรมชาติกับหมอเขียว ที่อำเภอดงตาล

ป่านกลับมาอยู่กับพ่อและแม่อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ที่บ้านบัว เราได้ดูแลลูกอย่างเต็มความสามารถ ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดของหมอเขียว ที่หมู่บ้านมีอาหารธรรมชาติปลอดสารพิษเป็นอาหารให้ลูกมากมาย อย่างไม่ต้องเป็นกังวล

ถึงแม้ลูกจะป่วย แต่บ่อยครั้งที่ลูกสามารถวิ่งเล่นกับเพื่อนๆได้ ในวันสงกรานต์ลูกยังออกไปเล่นสาดน้ำกับคนอื่นๆอย่างสนุกสนาน

แต่แล้วสถานการณ์ก็แย่ลงอีกครั้ง วันที่ 24 เมษายน ลูกมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนต้องส่งโรงพยาบาลรักษ์สกลอย่างกระทันหัน ในช่วงเวลานั้นนั่นเอง ที่ลูกได้เจอกับหลวงพ่อครั้งแรก ด้วยความเมตตาของท่านเป็นอย่างยิ่ง คือวันที่ 25 เมษายน ซึ่งทำให้ชีวิตของลูกได้พบสิ่งดีๆในท่ามกลางความยุ่งยากของชีวิต ที่แม่คิดว่า นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ

การรักษาที่โรงพยาบาลรักษ์สกลไม่อะไรคืบหน้าเหมือนทุกครั้ง พ่อจึงพาลูกมาที่โรงพยาบาลรามาฯ อีกครั้ง ในวันที่ 31 เมษายน ครั้งนี้หมอได้เจาะตับ และตรวจพบเซลมะเร็ง

“ลูกของคุณเป็นมะเร็งที่ตับอ่อน” คำพูดของหมอ เหมือนมีดเล่มใหญ่ที่ผ่ากลางหัวใจของแม่อย่างฉับพลัน แม้จะสังหรณ์ใจอยู่บ้าง แต่ใครล่ะจะอยากยอมรับความจริง เมื่อความจริงปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว และทิ่มแทงความรู้สึกให้ปวดร้าวอย่างฉับพลันเช่นนี้ สิ่งแรกที่เราจะต้องทำให้ได้ในเวลานั้น คือตั้งสติให้มั่นคง

พ่อพยามโทรศัพท์ติดต่อใครหลายคน ที่รู้จักคุ้นเคยเพื่อขอคำแนะนำ เขาเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ทรงภูมิทางด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์ทางเลือก คำแนะนำยิ่งก่อให้เกิดความสับสนอลหม่านในอารมณ์  ก่อนหน้านี้พ่อเคยพยายามค้นหาสาเหตุการป่วยไข้จนผ่ายผอมของลูกจากหนังสือจากอินเตอร์เน็ต จนกระทั่ง มาสรุปว่า อาการแบบนี้ยังไม่มีการบันทึกไว้มากนัก พ่อจึงฝากความหวังเอาไว้กับหมอที่โรงพยาบาลรามาฯ

ลูกแม่ คำวินิจฉัยของหมอ ทำให้แม่เจ็บปวดแทบขาดใจ ใครบ้างที่ต้องเผชิญความจริงอย่างนี้แล้วไม่ร้องไห้ แม่คงต้องยกมือไหว้อย่างเคารพ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แม่ต้องยิ้มให้ได้ต่อหน้าลูก ต้องบอกกับลูกว่าไม่เป็นไร ต้องบอกว่าลูกจะต้องหาย ขอให้อดทนไว้ ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าลูกกำลังเจ็บปวดกับการกัดกินของมันอยู่ และไม่มีวันหายขาด

ความเจ็บปวดของลูกในตอนนั้น ถ้าสามารถถ่ายทอดความเจ็บปวดมาถึงแม่ได้ แม่ก็จะทำ ขอให้แม่เจ็บแทนลูก ดีกว่าที่แม่จะต้องทนเห็นลูกเจ็บและครวญครางอย่างน่าเวทนาอย่างนี้

ความตกใจ ความเจ็บปวดในใจ ยังไม่ทันสร่างซา ความสับสนทรมานในอารมณ์ก็เข้ามาแทรกอย่างต่อเนื่อง นั่นคือพ่อกับแม่ต้องตัดสินใจว่าจะรักษาลูกอย่างไรดี เพื่อให้ลูกเผชิญกับความเจ็บปวดให้น้อยที่สุด

วันที่ 15 พฤกษภาคม ต้องตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา

โดยพื้นฐานการทำงานของพ่อ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการแพทย์ทางเลือกมาโดยตลอด พ่อรู้ว่าการแพทย์แผนปัจจุบันมีข้อกำจัดบางอย่างเช่นกัน เช่น ในกรณีที่รักษาและจบลงที่ความตาย คนไข้ต้องผ่านความเจ็บปวด จนต้องให้ยาระงับปวดจนถึงที่สุด เราไม่ได้คิดไกลไปถึงเรื่องอื่น แต่สภาพของลูกที่ผ่านมา 15 วัน ในโรงพยาบาล บอกเราว่าลูกต้องอดทนกับความเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหน ยามลูกร้องครางเบาๆในบางคราว แม่ต้องกดมอร์ฟีนเข้าเส้นเลือดให้ลูกเป็นระยะ บ่อยครั้งที่ลูกพร่าเบรอหลับไปเพราะฤทธิ์ยา แล้วตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวด มีอารมณ์หงุดหงิดรำคาญใจบ่อยครั้ง เฝ้าบอกกับแม่ว่า

“ป่านอยากกลับบ้าน พาป่านกลับบ้านเถอะนะแม่” ทุกครั้งแม่กอดลูก กลั้นน้ำตาไม่ให้หยดลงมาแทบไม่ไหว ลูกคงทรมานจริงๆ เพราะแม้แต่มอร์ฟีนก็ยังไม่อาจระงับปวด ตอนนี้ร่างกายทุกส่วนบวมเบ่งไปหมด

เราจะมีทางเลือกอื่นอีกไหมหนอ แม่กับพ่อครุ่นคิดเรื่องทางเลือก  ทั้งที่เช้าวันที่ 15 เราทั้งคู่ได้เข้าฟังการบรรยายเรื่องการดูแลคนป่วยหลังจากรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดแล้ว เรานำเอาคำอธิบายนั้นมาใคร่ครวญซ้ำอีกหลายรอบ เพียงเพื่อรอเวลาเซ็นต์ยินยอมรับการรักษาในเวลาบ่าย จริงๆแล้วเราไม่มีทางเลือกอื่นอีกเลย นอกจากยอมรับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่มีเครื่องมือครบครัน ทำได้แม้กระทั่งดูแลนาทีสุดท้ายของชีวิตให้ปราศจากความเจ็บปวด แต่ขณะเดียวกัน นั่นหมายถึง ภาวะไร้ซึ่งสติ ซึ่งพ่อไม่แน่ใจว่าควรจะให้เป็นเช่นนั้นจริงๆหรือไม่

เหตุผลที่สอง ที่เราต้องใคร่ครวญอย่างหนัก เพราะหมอบอกว่า ถึงแม้จะรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดไปแล้วก็ตาม นั่นทำได้เพียงการระงับการเติบโตของเซลมะเร็งได้เพียงชั่วคราว เป็นการยืดอายุของลูกให้ยืนยาวออกไปเพียง 2-3 เดือน แต่ลูกต้องเผชิญกับอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เหมือนกับคนไข้ทั่วไปต้องเจอ คืออาการทรมานชนิดอื่นๆ ที่เกิดกับร่างกายแทน ประกอบกับร่างกายลูกไม่แข็งแรงนัก หมอเองยังเกรงว่าร่างกายลูกจะไม่ตอบสนองเคมีบำบัด ซึ่งเท่ากับไร้ประโยชน์ที่จะทำ

ในที่สุด...เวลาเที่ยงวัน ของวันที่ 15 พฤกษภาคม ขณะที่พ่อกับแม่นั่งอยู่ที่หน้าห้องคนป่วย พยาบาลวัยกลางคน ที่แม่มารู้ทีหลังว่าเป็นหัวหน้าพยาบาลของตึกนี้ เดินเข้ามาถามไถ่พูดคุยกับแม่ รู้ว่าเรากำลังลำบากใจเรื่องการตัดสินใจที่จะให้ลูกใช้เคมีบำบัดหรือไม่ พี่พยาบาลคนนั้นพูดว่า

“ถ้าเป็นลูกพี่ พี่จะพาเขากลับบ้าน ไม่มีประโยชน์ที่จะให้เขาทรมานมากไปกว่านี้”

เหมือนพระมาโปรด ชี้ทางเดินให้กับคนที่มองไม่เห็นทางออก หรือช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับความไม่กล้าตัดสินใจ ทั้งที่พ่อกับแม่อยากจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว

“ขอบคุณค่ะ พี่วรรณา” แม่อ่านป้ายชื่อที่หน้าอก และยังจดจำได้มาจนทุกวันนี้

(ตอนต่อไป คือ  ตอนที่ 4 ได้พบกับหลวงพ่อ)

.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
leetahiti วันที่ : 06/07/2009 เวลา : 00.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

อื้ม... มะเร็ง.. เรื่องเศร้าๆ ของมะเร็ง...

มะเร็ง ไปที่ใหนก็ สร้างแต่เรื่อง เศร้า..

ยายพร ที่บ้านเขาใหญ่ คุณหมอ ก็ผ่าตัดหมดลูก เมื่อ สิบปีก่อน... แต่ดูๆ แล้ว คิดว่าเป็นแค่เนื้องอกมากกว่า แต่หมอก้ได้เขียนในประวัติแล้ว... ว่าเป็นมะเร็ง... แต่ปัจจุบัน ไม่ได้ มีอาการทางมะเร็งแต่อย่างใด... (ก้อไม่รู้เน๊อะ)

ป้าสำลี ตาฮิติ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 24/05/2009 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

Pioneer Go Home...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

กลับบ้าน ฟังดูง่าย
แต่คนเป็นญาติที่ห่วงใย
ก็ตัดสินใจยาก
ยอมรับว่า การรักษาในโรงพยาบาล
ทุกข์ทรมานทั้งกาย และใจ

โชคดีแล้วที่ตัดสินใจถูกทาง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เข้ามาอ่านตามหลังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 


พี่กู่ขอติดไว้ก่อนนะคะ
แล้วจะตามมาอ่านอย่างละเอียดอีกทีค่ะ
ช่วงนี้พรยุ่งมากๆค่ะ

ชวนไปอ่านสรุปผลจบพันธกิจของคุณม่อยค่ะ

.....พันธกิจ สะดุดรัก วันที่ 23 .....
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2009/05/19/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

กลับบ้าน...บ้านคือที่แห่งสุข
ผมก็รู้จักคนที่เลือกวิธีนี้ครับ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เจ้านกน้อย วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Le-Petit-Prince

เป็นกำลังใจให้อีกคนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
theeratatt วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ตามต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
riverpoem วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

ถ้ากล้าตัดสินใจ การพาลูกกลับบ้านคือ วิถีที่ดีที่สุด
ให้ เวลาสุดท้ายของชีวิต ได้อยู่กับพ่อและแม่

แต่...ถึงนาทีนั้น เราก็คงอยากสู้...
หลากหลายความรู้สึก มันจะประเดประดัง มาพร้อมๆกัน

อ่านด้วยความเข้าใจ
พี่กู่ ถ่ายทอดได้ดี มากมากค่ะ
+1 นะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แพรจารุ วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/parjaru
มาช่วยกันไล่เซฟรอนออกจากทะเล

เผลอหลับไปงีบเดียวกู่เขียนไปสามตอนแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

รับรู้ในทุกข์ที่ประมาณไม่ได้...
ของคุณพ่อคุณแม่และแม่ชีน้อย...
ค่ะ...

ดีใจค่ะ...
ที่ครอบครัวแม่ชีน้อย...
จะได้พบกับหลวงพ่อ...


รออ่านอยู่ค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
auguzzy วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

รอตอนต่ออยู่คับพี่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาอ่านให้กำลังใจต่อ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน