• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 338455
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2552
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 1696 , 13:02:25 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ 4 การได้พบกับหลวงพ่อ

“กลับบ้านกันนะลูก” แม่กลับมาบอกลูกในไม่กี่นาทีถัดมา เมื่อการสนทนากับหัวหน้าพยาบาลจบลงลูกมีอาการดีใจ สีหน้าแววตาบ่งบอกถึงความสุขที่กลับมาอย่างฉับพลัน

ถึงกระนั้นแม่เองก็ยังกังวลใจไม่น้อย ในการดูแลลูกโดยปราศจากเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น จึงเตรียมออกซิเจนกระป๋องเล็กๆไว้ให้ลูกหลายกระป๋อง ส่วนพ่อได้ไปติดต่อขอรถพยาบาลกับโรงพยาบาล กำหนดการที่จะเดินทางได้คือวันพรุ่งนี้

16 พฤษภาคม 2551

“ป่านอยากไปอยู่ที่วัดกับหลวงพ่อ” ลูกบอกแม่กับพ่อในเช้าวันนั้น ก่อนที่จะออกเดินทาง

“ที่วัดไม่มีเครื่องมือพยาบาลอะไรเลยนะลูก” พ่อย้ำ
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ ป่านอยากไปอยู่กับหลวงพ่อ” ลูกยืนยัน
“แต่ว่าตอนนี้ร่างกายป่านยังไม่แข็งแรงนัก ไปรักษาตัวที่สวนป่านาบุญ ของหมอเขียวก่อนนะลูก”
“ค่ะ” ลูกรับคำอย่างเข้าใจในความจำเป็น

ความผูกพันที่ลูกมีต่อหลวงพ่อ คงเริ่มตั้งแต่การได้พบกับท่านในครั้งแรกแล้ว

วันนั้น วันที่ 25 เมษายน 2551 หลวงพ่อมีธุระบางอย่างที่จังหวัดสกลนคร ขณะที่ลูกนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลรักษ์สกลมาตั้งแต่เมื่อวาน อาจารย์ชนินทร์ ที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ ได้เคยนิมนต์หลวงพ่อเอาไว้ว่าอยากให้ท่านมาโปรดเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ศูนย์อินแปง เพราะอาจารย์ชนินทร์มาเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับองค์กรชาวบ้านบนเทือกเขาภูพาน ได้มาพบลูกที่นอนป่วย และเห็นว่าลูกเป็นเด็กดีที่น่าช่วยเหลือ จึงนิมนต์หลวงพ่อเอาไว้

วันนั้น ด้วยเหตุบังเอิญ ที่อาจารย์อยากจะนิมนต์หลวงพ่อ และหลวงพ่อก็อยู่ในเมืองนั้นแล้ว การนัดหมายจึงเกิดขึ้น โดยที่หลวงพ่อเดินทางไปรออาจารย์ชนินทร์ที่โรงพยาบาล ขณะที่รอหลวงพ่อได้นั่งสมาธิ และพบว่าดวงจิตของลูกพร้อมแล้วสำหรับการรับคำสั่งสอนชี้แนะ

“ก่อนที่เราจะไปเยี่ยมเขาในห้อง เรานั่งสมาธิรอคนที่จะมาพาไป อยู่ข้างนอก มีความลึกลับบางอย่างสื่อสารกับเราได้ บอกถึงสภาวะบางอย่างของเขา เมื่อไปถึงเราก็บอกเขาตรงๆไปเลย ตรงกับสภาวะจิตของเขานั่นล่ะ บอกให้ปล่อยวาง แยกเวทนา แยกกาย แยกจิตออกจากกัน จนกระทั่งให้ปล่อยวางแม้กระทั่งจิต ซึ่งเขาก็ทำได้นะ”

ลูกแม่ คำพูดนี้ของหลวงพ่อ แม่ได้รับฟังในวันที่17 กรกฎาคม 2551 วันนั้นแม่ชีอพภิวันท์ (หมออพภิวันท์ นิตยารัมภ์พงศ์) มาถ่ายรูปและสัมภาษณ์ลูก ถึงการเจอพ่อหลวงครั้งแรก ลูกได้เรียนรู้การปฏิบัติอย่างไร

คนที่ตั้งคำถามอาจจะต้องการวิธีการที่ชัดเจน แม่เห็นลูกนิ่งคิด แล้วค่อยๆตอบว่า

“เมื่อหลวงพ่อบอกว่า ให้ปล่อยวาง ก็ค่อยๆแยกความรู้สึกออกไป เห็นชัดเจนว่ากายกับจิตแยกกัน จิตเบาสบายมากขึ้น” ลูกบอกด้วยน้ำเสียงที่สดใสเปี่ยมพลังอยู่ภายใน นั่นคือเวลาที่ผ่านมาร่วม 4 เดือน

“ใช้เวลานานแค่ไหนคะ จึงแยกได้ชัดเจน” ถามต่อ

“ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีค่ะ”    ลูกตอบช้าๆทว่าน้ำเสียงมั่นคง ทุกคนในที่นั้นส่งเสียงร้อง ฮ้า!! แล้วพากันหัวเราะ

“คนที่อายุมากแล้ว ยังทำไม่ได้อย่างหนูเลยนะลูก” แม่ชีอพภิวันท์ ว่า

มีวีดีโอที่พ่อบันทึกการพบกับหลวงพ่อในครั้งนั้นด้วย น่าแปลก ที่วันนั้นเป็นวันที่ใครหลายคนมาเยี่ยมลูกกันเต็มห้องไปหมด เขาทั้งหมดได้กราบหลวงพ่อด้วย แม้กระทั่งลุงยุทธที่จากโลกนี้ไปก่อนลูกหนึ่งวัน ก็ยังได้กราบหลวงพ่อ เพราะลุงยุทธยังเดินเหินได้ จึงมาเยี่ยมลูกพร้อมพี่น้องชาวบ้านจากบ้านบัวอีกหลายคน

หลวงพ่อถามลูกว่าชื่ออะไร ลูกตอบว่าชื่อวิมุตตา ใครเป็นคนตั้งให้ ลูกบอกว่า พ่อ แล้วหลวงพ่อก็พาลูกทำสมาธิ จากนั้นก็ให้ธรรมะ ช่วงที่สอนธรรมะทุกคนออกไปอยู่ข้างนอกห้อง เหลือเพียงพ่อกับย่า เมื่อเสร็จการให้ธรรมะแก่ลูกแล้ว หลวงพ่อหันมาพูดกับคุณย่าว่า

“คนนี้จิตเขาดีมาก” หมายถึงจิตของลูก แล้วชี้ไปที่ตัวคุณย่า

“ดูแลตัวเองหน่อยนะ” แล้วท่านก็กลับไป

นับว่าป็นวันแห่งปรากฏการณ์พิเศษสำหรับลูก เพราะทีมคุณย่า อันมีญาตพี่น้องทางจังหวัดมุกดาหารได้ไปถวายผ้าไตรจีวรที่พระธาตุพนม เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่ลูกตั้งแต่เช้า

นับแต่นั้นมา ลูกจะนอนหลับตานิ่งนานๆ แรกๆด้วยความห่วงใยของพ่อ จึงเฝ้าแตะตัวลูกเบาๆ จนลูกบอกว่า

“พ่อ ป่านกำลังทำสมาธิ” จากนั้นเราทุกคนไม่พยายามรบกวนเวลานั้นของลูกอีกเลย

และอีกครั้งหนึ่ง ที่ลูกได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อ

วันที่ 30 เมษายน 2551 ด้วยความบังเอิญ ที่ลูกและหลวงพ่อต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินโดยสารเดียวกัน หลวงพ่อรับกิจนิมนต์ที่กรุงเทพฯ ส่วนลูก ทางโรงพยาบาลมุกดาหารส่งตัวด่วนไปตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดอีกหนที่โรงพยาบาลรามาฯ เพราะผลการตรวจจากที่นั่นพบว่ามีก้อนเนื้อในตับหลายจุด

หลวงพ่อแวะมาเยี่ยมลูกอีกครั้งที่โรงพยาบาลรามาฯในวันที่ 3 พฤษภาคม ท่านได้ให้ธรรมะ แก่ลูกจนกระทั่งจิตของลูกมีกำลังมากขึ้น สามารถลดความเจ็บปวดลงได้มาก

“ตอนนั้นก็สอนให้เขาดูเวทนา ให้สู้กับความเจ็บปวด สอนให้วางกาย วางเวทนา และให้วางจิตไปเลยทีเดียว” หลวงพ่อเล่าให้เราฟังทีหลัง และครั้งนั้นหลวงพ่อยังชวนลูกมาอยู่ที่วัดด้วย

“ไปอยู่ที่วัดกับหลวงพ่อไหม” หลวงพ่อถามลูก
“ไปค่ะ” ลูกตอบจริงจัง
“ที่วัดหลวงพ่อไม่มีเครื่องมือพยาบาลนะ ไม่มีอะไรเลยนะ ต้องเดินขึ้นภูเขาด้วย”
“ค่ะ”

การร้องขออยากกลับบ้านของลูก หมายถึงการขอกลับมาอยู่กับหลวงพ่อ จริงอยู่แม้เราจะไม่ได้บอกลูกว่าลูกเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อไม่อยากให้ลูกทุกข์ใจ แต่ลูกก็น่าจะรู้ว่าความทรมานเพราะเครื่องมือการแพทย์ และการดูแลด้วยการแพทย์ทางเลือกนั้น อะไรเป็นสิ่งที่ลูกน่าจะเลือก ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลลูกไม่ชอบห้องแอร์ ไม่ชอบสายออกซิเจนที่เสียบอยู่ที่จมูกตลอดเวลา ไม่ชอบเข็มน้ำเกลือที่คาแขน ยิ่งนานวันแขนขาและท้องบวมเบ่ง

ความเมตตาของพลวงพ่อที่มีต่อลูก ประหนึ่งสายน้ำทิพย์ที่ชะโลมเลี้ยงหัวใจของเราทุกคน ราวกับสวรรค์ประทานมา แต่เบื้องหลังทั้งมวล ย่อมมีเหตุปัจจัยที่พิสูจน์ได้ แม้นว่าพ่อกับแม่ไม่เคยรู้จักหลวงพ่อมาก่อน แต่การที่อาจารย์ชนินทร์ ได้มารู้จักกับเรา และนิมนต์หลวงพ่อมาโปรดลูก เพราะเห็นว่าพ่อทำงานกับพี่น้องชาวบ้านที่ด้อยโอกาสมานาน การย้อนคืนของการดูแลจึงมีวงจรเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่ก็น่าภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจแก่เราในวันต่อๆมา ของการดูแลเยียวยาลูก

ไม่ใช่เฉพาะหลวงพ่อเท่านั้นที่ดูแลลูก ยังมีเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เป็นเครือข่ายงานพัฒนาทั่วประเทศ ที่แวะเวียนมาเยี่ยมลูกไม่ขาดสาย ตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาลรามาฯ พ่อกับแม่ไม่เคยโดดเดี่ยวเลย แม้ความทุกข์ท่วมท้นในอกก็ตาม

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่แม่ต้องเอ่ยถึง  คือหมอธิเบต ท่านได้รับเชิญจากอาจารย์สุลักษณ์ ศิวะลักษณ์ ให้มาเปิดคอร์สอบรมและรักษาด้วยการแพทย์แผนธิเบต ที่อาศรมวงศ์สนิท  เมื่อคุณหมอรู้เรื่องของลูก ท่านได้สละเวลาเดินทางมาเยี่ยมลูกที่สวนป่านาบุญ พร้อมทั้งมอบยาธิเบตให้

สายใยที่มีคุณค่าเหล่านี้ ลูกได้สัมผัสด้วยตัวเองจนกระทั่ง ในเวลาต่อมา ลูกอธิษฐานจิตว่า ถ้าลูกหายจากโรคร้ายนี้ ลูกอยากเรียนรู้ด้านการแพทย์แผนธิเบต ที่ประเทศธิเบต

แต่ความป่วยไข้ก็ยังทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ แม้ว่าลูกได้ก้าวข้ามความเจ็บปวดไปแล้วก็ตาม

 “ถ้าเทียบความเจ็บปวดทั้งหมดมี 10 ระดับ ตอนนั้นน้องป่านปวดในระดับไหนคะ” แม่ชีอพภิวันท์ ซึ่งเป็นหมอเชี่ยวชาญด้านเด็กถามต่อ

“ปวดระดับ 6 ค่ะ” ลูกบอก

“แล้วหลังจากที่ทำสมาธิตามที่หลวงพ่อสอน ความเจ็บปวดลดลงเหลือเท่าไหร่คะ”

“เหลือ 3 ค่ะ” นั่นคือความเจ็บปวดลดลงตั้งแต่ได้เจอหลวงในครั้งแรก แสดงว่าลูกมีความก้าวหน้าทางจิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะลูกบอกว่า 

“ไม่ปวดเลย ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลรามาฯ”

พัฒนาการด้านในของลูกยืนยันได้จากสมุดบันทึกของลูก ที่เขียนอย่างละเอียดละออแทบทุกเวลา ทุกกิจกรรม ตลอดเวลา 3 เดือนกว่าที่ลูกออกมาจากโรงพยาบาล บางอย่างทำให้แม่มองเห็นความลึกซึ้งในการมองชีวิตของลูก และทำให้เรามองย้อนเข้ามาที่ตัวเองด้วย

เวลาสายๆ เราออกเดินทางจากโรงพยาบาลรามาฯ มุ่งหน้ามาบนถนนสายมิตรภาพ ไปสู่สวนป่านาบุญของหมอเขียว อำเภอดงตาล จังหวัดมุกดาหาร และที่จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เราแวะพักที่ปั๊มน้ำมันใจกลางเมือง ลูกพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเปลพยาบาล พ่อรีบประคองช่วย ลูกยิ้มให้พ่อ โดยที่ไม่ได้พูดจาอะไร ลูกดึงเข็มน้ำเกลือออกจากแขนที่บวมเบ่ง แล้วเหวี่ยงมันไปข้างตัวอย่างไม่ใยดี เมื่อแขนทั้งสองเป็นอิสระ ลูกจึงโผมากอดพ่อ พร้อมกับบรรจงหอมแก้มพ่ออย่างซาบซึ้งหนึ่งที

แม้ลูกจะไม่พูดอะไร ไม่มีคำว่าขอบคุณค่ะพ่อ แต่พ่อรู้ว่าลูกตั้งใจจะขอบคุณ ที่ปลดปล่อยลูกออกจากเครื่องจองจำทั้งหลายนั้น

ตอนต่อไป บท"บันทึกของลูก"

......





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
leetahiti วันที่ : 06/07/2009 เวลา : 01.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

รู้สึกดีก็ตอนที่อ่านถึง โผกอดพ่อเนี่ยแหละคะ...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 24/05/2009 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

จิตดี ใจดี ความตั้งใจดี ดีกว่าผู้ใหญ่หลายคนมากมาย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาอ่านต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

จิ้มผิดตัว ความหมายเปลี่ยนเลยพี่...

จะพิมพ์ว่าส่งผล...กลายเป็นส่งผม ได้ไง...ขออภัยครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 14.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 


ชวนไปอ่านสรุปผลจบพันธกิจของคุณม่อยค่ะ

.....พันธกิจ สะดุดรัก วันที่ 23 .....
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2009/05/19/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กู่ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

สวัสดีค่ะ

วันนี้แดดดี มีไฟ(ฟ้า) เหลือเฟือ อ้าว...ก็ชีวิตขึ้นอยู่กับเมตตาของพระอาทิตย์นี่นา

ตั้งแต่ ตอน หรือ วันที่ 1 ลงเรืองนี้
ขอบคุณเพื่อนๆค่ะ ที่ส่งแรงใจ ปานเชียร์มวย มิเสียทีที่ชกกับความวุ่นวายใจตัวเองจนมันสงบลงไปได้ในที่สุด

ขอบคุณน้องพร ที่สร้างพันธกิจขึ้นมา ไม่งั้นพี่กู่ก็เอื่อยอ่อยจนเสียกาล ...งาน มากกว่านี้

ขอบคุณพี่สาวในทางธรรม พี่อักษราภรณ์ กู่โล่งใจเลยล่ะ
กลัวว่าจะสื่อสารได้ไม่ตรงเป้าในหัวใจของเรื่อง

ที่พี่โค๊ดคำมา แสดงว่าตรงจุด เฮ้ออ โล่ง...ทีแรกเกร็งมากค่ะ หลวงพ่อท่านเมตตาบอกเล่าแบบนี้ก็นับว่าเป็นบุญของคนถอดความแล้ว ท่านไม่อยากเอ่ยอะไรย้อนหลังอีก

และเอ่อ...นับตั้งแต่พี่แจ๊ค สงสัยจริงๆ เฝ้าจอคอมฯทั้งวันเลยเหรอพี่ท่าน โพสปุ๊บ คลิกปั๊บจับใจทกที

คุณณัฐรดา ดีใจค่ะที่เป็นเพื่อนกัน ชื่นชมงานอันปราณีตของคุณเช่นกัน

สปายวัน ทิ้งยิ้มทุกวันซีนา

อ้อย...อิ อิ 55555 รอเลขนี้เหมือนกัน

พ่อต้นฝ้าย ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่างานรูปเล่มจะเป็นหน้าที่คุณ

ย้อนกลับที่ เอนทรีเก่า....ยาย แพร น้องกัซ คุณเบียร์ และเอ่อ คุณๆทั้งหลายๆ หากว่าไม่ได้ย้อนไปคุย ขออภัยด้วย

คิดถึงแฮะ ตามไปหาในบล็อกดีกว่า เวลาจำกัดจำเขี่ยกับแสงอาทิตย์


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

บุญทำร่วมกันมา วันหนึ่งก็ส่งผมให้ได้วนมาเจอมาช่วยค้ำจุนกัน..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

“ก่อนที่เราจะไปเยี่ยมเขาในห้อง
เรานั่งสมาธิรอคนที่จะมาพาไป อยู่ข้างนอก
มีความลึกลับบางอย่างสื่อสารกับเราได้
บอกถึงสภาวะบางอย่างของเขา
เมื่อไปถึงเราก็บอกเขาตรงๆไปเลย
ตรงกับสภาวะจิตของเขานั่นล่ะ
บอกให้ปล่อยวาง แยกเวทนา แยกกาย แยกจิตออกจากกัน
จนกระทั่งให้ปล่อยวางแม้กระทั่งจิต
ซึ่งเขาก็ทำได้นะ”
*************************************

อนุโมทนาสาธุกับแม่ชีน้อยค่ะ







“ถ้าเทียบความเจ็บปวดทั้งหมดมี 10 ระดับ ตอนนั้นน้องป่านปวดในระดับไหนคะ” แม่ชีอพภิวันท์ ซึ่งเป็นหมอเชี่ยวชาญด้านเด็กถามต่อ

“ปวดระดับ 6 ค่ะ” ลูกบอก

“แล้วหลังจากที่ทำสมาธิตามที่หลวงพ่อสอน ความเจ็บปวดลดลงเหลือเท่าไหร่คะ”

“เหลือ 3 ค่ะ” นั่นคือความเจ็บปวดลดลงตั้งแต่ได้เจอหลวงในครั้งแรก แสดงว่าลูกมีความก้าวหน้าทางจิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะลูกบอกว่า

“ไม่ปวดเลย ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลรามาฯ”
*************************************
ยินดีกับจิตที่เต็มพร้อมและก้าวหน้าสู่ความหลุดพ้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปุณณดา วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

55500 เลขสวย
พี่กู่เดี๋ยวมาเก็บเรื่องราวต่อนะค่ะ
อ่านไม่ทันแย้ว..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
spyone วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

น้ำตาซึม จะรออ่านต่อนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

อิอิ ทันด้วย ทีนี้จะอ่านแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน