• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 342167
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2552
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 2462 , 14:28:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

...

  ป่าเปลี่ยน กับหมาแปลก

ลุงชี้มือไปในแปลงปลูกยูคาลิปตัส ขนาดลำต้นเท่าท่อนแขนยืนเรียงเป็นแถวเป็นแนวอย่างมีระเบียบ

“ผมได้มันมาจากที่ตรงนั้นล่ะครับ มีอยู่ตัวเดียว เล็กกระจ้อยร่อย ยังไม่หย่านมด้วยซ้ำ”

“แล้วแม่มันไปไหนล่ะคะ” เธอคนนั้นถามต่อ พลางจับจ้องมาที่ผม

“คงถูกรถไถทับตาย หรือไม่ก็ดินถมรังของมัน เพราะที่รังของมันถูกรถแบคโฮ มาขุดจนพรุนไปหมด คงด้วยความห่วงลูก จึงคาบตัวนี้ออกมาจากรังก่อนตัวอื่น ที่เหลือรวมทั้งตัวเองหนีออกมาไม่ทันจึงตายทั้งครอก”

“เขาขุดกันขนาดนั้นเลยเหรอคะลุง ขุดทำไมล่ะคะ” 

“เขาขุดจนหน้าดินพรุนไปหมด นี่เป็นรุ่นที่สามแล้วนะครับ ที่เขาปลูกไม้ยูคา ปลูกครั้งแรกเมื่อสามสิบปีที่แล้ว เขาเอารถมาขุดเอาไม้ธรรมชาติทิ้งไปบ้าง แต่ยังไม่หมด หน้าดินยังปกติ ไม่ถูกขุด พอครั้งที่สอง ไถไม้เดิมออกอีก ครั้งที่สาม เอาไม้เดิมออกจนเกลี้ยง ไม้ดีๆทั้งนั้น ประเภทไม้ตะเคียนหิน ไม้เค็ง ไม้ยางนา จำพวกนี้ล่ะครับ”

“เจ้าลายจึงเป็นหมาจิ้งจอกกำพร้า อยู่กับผมมาได้ราวๆสามสี่ปีแล้ว” ผมได้ยินชื่อตัวเองแว่วๆแต่ทำเป็นนิ่งเฉยและถอยห่างออกมาโดยเฉพาะกับคนแปลกหน้าที่เข้ามาที่นี่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวคนนั้น เดี๋ยวคนนี้ มาพูดมาคุย มาถกเถียงกันแปลกๆ และยังไม่วายพาดพิงมาถึงผมด้วย ผมจึงต้องระวังตัว

๒ ป่าแปลกเพราะคนเปลี่ยน

เช้านี้ ท้องฟ้าจ้าแจ่มราวผืนน้ำทะเลที่เรียบใส มีฟองเมฆขาวแต่งแต้มเป็นหย่อมๆ เห็นโค้งฟ้ากว้างลิบเพราะเรายืนอยู่บนพื้นที่สูง ลาดเอียงไปทางทิศตะวันตก ปะทะสายลมที่พัดผ่านมาจากทิศนั้นได้เต็มแรง  

แต่เบื้องหน้าที่มองเห็น ฉันแทบไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่านี่คือประเทศไทย

.

กระต๊อบหรือเถียงไร่หลังเล็กๆเรียงรายเบียดเสียดกันอยู่ ประมาณด้วยสายตาน่าจะราวๆร้อยกว่าหลังคา

ถ้าไม่บอกถึงที่ไปที่มา ฉันอาจจะคิดว่านี่คือเขมรอพยพ เพราะหันหน้าไปทางทิศใต้ แค่เดินเท้าครึ่งวันภายใต้แนวครึ้มของป่าทึบที่มีชื่อว่า “ดงตาพระยา” ก็ทะลุถึงประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อคืนฉันเข้ามาถึงที่นี่จวนดึก จึงมองไม่เห็นสิ่งก่อสร้างใดๆ รู้แต่ว่ามีที่พักเป็นเพิงๆ แม้แต่ที่นอนเมื่อคืนก็ได้นอนในศาลาหลังย่อมไม่มีฝากั้น นอนเรียงกันเป็นแถวบนแคร่สูง หลังจากพูดคุยกันร่วมสองชั่วโมง ในเรื่องตึงเครียด แต่บรรยากาศกลับสนุกสนานตามบุคลิกภาพของคนพื้นถิ่น จนกระทั่งฉันค่อยผ่อนคลาย เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมา ได้รับรู้แต่เพียงว่าที่นี่เต็มไปด้วยความขัดแย้งของกลุ่มผลประโยชน์ จะเป็นใครกลุ่มไหนบ้างก็ให้ไปสอบถามกันเอาเอง 

.

.

๓ เปลี่ยนป่าจนป่าเปลี่ยน

ผมเห็นเธอกวาดสายตาไปรอบๆบริเวณ แล้วออกเดินไปสำรวจในแปลงยูคาลิปตัสที่ยังงอกงามอยู่ข้างๆที่พัก พลางหันมาถามลุงของผมว่า

“เขาขุดหลุมแบบนี้ทำไมคะ”

“เขาว่าขุดเพื่อกักไม่ให้สารเคมีไหลออกไปลงลำห้วยลำนางรอง”

“แต่ว่าการขุดแบบนี้ ผิดกฏระเบียบของการเช่าที่ดินของรัฐเพื่อการปลูกป่านี่คะ ขุดซะจนเป็นหลุมเป็นบ่อพรุนไปหมด ขุดลึกกว่า๕๐ เซ็นต์ด้วยนะเนี่ย” 

“ครับ ผิดกฏระเบียบ ผิดตั้งแต่ชนิดของต้นไม้ที่ขอสัมปทานปลูกแล้วล่ะครับ ในสัญญาบอกว่าจะปลูกไม้แบบผสมผสานหลายชนิด แต่พอทำจริงๆ ก็ปลูกชนิดเดียว คือยูคา จนน้ำในลำนางรองเน่าเสีย เปื้อนสารเคมีหมดแล้ว”

“แล้วทางหน่วยงานที่รับผิดชอบเขาว่ายังไงบ้างคะ”

“เราร้องเรียนไปในที่ประชุมอ.บ.ต. บริษัทก็มาชี้แจงว่าเพื่อป้องกันสารเคมีไหลออก และทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตอบแทนบริษัทเลยว่า ให้วัดจากระดับหน้าดินเดิม อย่าวัดจากกองดินที่ถูกขุดขึ้นมา สรุปว่าเขาพยายามเข้าข้างกัน ดูหลุมนี้สิครับ ถ้าลงไปยืนเกือบมิดหัวเลยทีเดียว” 

เธอคนนั้นหัวเราะหึหึ หันกล้องไปทางหลุมลึกประมาณเมตรกว่าๆ กว้างราวๆสองเมตร ที่อยู่ระหว่างแถวต้นยูคาลิปตัสหลุมนั้น ก่อนที่จะกดชัทเตอร์ดังคลิ๊ก

“แล้วจะจัดการยังไงต่อคะนี่ ถ้าจะปลูกอะไรลงไปจะทำยังกับปัญหาพวกนี้”

“ก็ต้องค่อยๆ ถมเอาล่ะครับ ทำกันตามมีตามเกิด ใช้แรงงานตัวเองนี่ล่ะ” ลุงว่า

.

.

๔ ยึดป่าปลูก เพื่อปลูกป่า

เมื่อคืนนี้ลุงได้เล่าเรื่องการเข้ามายึดพื้นที่สวนป่านี้ ให้ฉันฟัง

“เรากลับมาทำกินในที่ดินเดิมของเรา เพราะแต่เดิมเราก็ทำกินอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ หลักฐานที่เคยมี เช่น ต้นมะม่วง ทางบริษัทไถออกไปหมดแล้ว แต่เราชี้ได้ว่าที่ตรงไหนเคยเป็นของเรา”

“พวกเราราวๆร้อยกว่าครอบครัว จึงได้จัดตั้งชุมชนใหม่ เพื่อจัดสรรที่ดินดินทำกินและทำแปลงรวม เราขอใช้พื้นที่ทั้งหมดเพียง 2,000 ไร่ เท่านั้น”

“ตอนนี้ที่เราต้องการคือ ขอให้รัฐบาลอนุมัติโฉนดชุมชนให้กับเรา เพื่อที่เราจะได้ทำมาหากินอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาไล่จับ หรือมาไล่เราออกไปจากที่ทำกินอีก”

“โฉนดชุมชนคืออะไรคะ” 

“โฉนดชุมชนคือ การถือสิทธิ์ในที่ดินร่วมกันของสมาชิกทุกคน ไม่สามารถแบ่งแยกออกไปขายให้กับคนข้างนอกได้ นอกจากนั้นการทำกิจกรรมต่างๆในที่ดิน จะต้องนำเข้าที่ประชุมของชุมชนเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ซึ่งต่อไปนี้เราจะเน้นการทำเกษตรแบบยั่งยืน ไม่ใช้สารเคมี ไม่ปลูกพืชชนิดเดียว จะปลูกแบบผสมผสานทั้งขายและได้กิน”

“ไม่เป็นอุดมคติไปหน่อยเหรอคะ” ฉันถาม

“ไม่เป็นหรอกครับ เพราะว่าตอนนี้เราเองก็ทำอยู่แล้ว ถึงแม้จะยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติทางกฏหมาย แต่เราก็มีกฏกติกาของเราอยู่แล้ว เพื่อให้สมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างสงบและเข้มแข็ง เราทำกองทุนที่ดิน มีการออมเงินเพื่อเป็นทุนสำรองให้สมาชิกกู้ยืมไม่ต้องไปเป็นหนี้คนข้างนอก ไม่เกิดปัญหาการขายที่ดินให้คนอื่น เพราะขายไม่ได้ ถ้าจะขายก็ขายสิทธิ์ให้กับคนในชุมชนนี้เท่านั้น”

๕ ป่าเปลี่ยน เพราะเปลี่ยนคนดูแลป่า

 .

.

.

“แล้วประวัติชุมชน ประวัติพื้นที่เป็นมายังไงคะ ทำไมมาทำกินอยู่ในนี้ได้ ตั้งแต่พ.ศ.เท่าไหร่”

“ราวๆปี พ.ศ. ๒๕๐๙ กรมป่าไม้ให้เอกชนสัมปทานตัดไม้ ตอนนั้นแถวนี้มีคอมมิวนิสต์ด้วย เขามีฐานที่มั่นในเขตป่าดงใหญ่ บริเวณภูสกล การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ จึงใช้ชาวบ้านเป็นหน่วยหน้า ส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้ามาทำกินในพื้นที่ป่า ทั้งชาวบ้านในพื้นที่ และชาวบ้านจากที่อื่นๆ สร้างเส้นทางยุทธศาสตร์สายละหานทราย – ตาพระยา ก็พวกผมนี่แหละที่ช่วยกันสร้างทาง มีทหารมาอยู่ในหมู่บ้านเต็มไปหมด เรากลัวว่าคอมมิวนิสต์จะเข้ามาหาอาหาร อาจจะปะทะกัน เลยแกล้งเป็นร้องรำทำเพลงเคาะถังเคาะปี๊บทำเสียงดังทั้งคืน ไม่ให้พวกเขามา” 

“พวกผมที่เข้ามาบุกเบิกพื้นที่ในป่าและจับจองที่ดินทำกิน เฉลี่ยที่ดินถือครองครอบครัวละประมาณห้าสิบจนถึงสามร้อยไร่ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบุกเบิก”

“ซึ่งสมัยนั้นเขาเรียกว่า ยุคสร้างบ้านแปงเมือง” ฉันสรุปต่อท้ายให้

“จนปี พ.ศ.๒๕๒๐ – ๒๕๒๕ ชาวบ้านอพยพเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐจึงได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้าน ตามนโยบายพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา มีกองทัพภาค 2,กอ.รมน. และกรมป่าไม้ รับผิดชอบดำเนินการ โดยจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านครัวเรือนละ 16 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย 1 ไร่ ที่ทำกิน 15 ไร่ และได้ให้หนังสือแสดงสิทธิทำกิน (สทก.) ซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่บ้านลำนางรองปัจจุบัน ที่อยู่ติดถนนสายหลักนั่นที่คุณเข้ามานั่นล่ะ”

“อ้าว แล้วพื้นที่ที่บุกเบิกในป่านี่ล่ะคะ”

“ก็ต้องปล่อยทิ้งร้างไว้ จนกระทั่งสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย คอมมิวนิสต์หายไปจากป่า ธุรกิจการปลูกไม้เศรษฐกิจก็เข้ามา ในปี พ.ศ.๒๕๒๖ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)เข้ามาปลูกยูคาลิปตัสในพื้นที่ทำกินเดิมของเรา จากนั้นบริษัทเอกชนก็ได้เข้ามารับช่วงเช่าต่อในปี พ.ศ. ๒๕๒๘”

ปัจจุบันการปลูกสร้างสวนป่าในพื้นที่อำเภอโนนดินแดงมีทั้งสิ้น จำนวน ๙ แปลง เนื้อที่  ๒๓,๗๔๖ไร่ บริษัทที่เข้าทำประโยชน์ ๖ บริษัท อย่างไรก็ตาม ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเนื้อที่ที่มีการปลูกยูคาลิปตัสคาดว่าน่าจะมากถึง ๖๐.๐๐๐ – ๗๐.๐๐๐ ไร่ ดูได้จากพื้นที่ป่าธรรมชาติที่อยู่ท่ามกลางสวนยูคาลิปตัสในอดีตได้ลดจำนวนลง  

เป็นที่รู้กันทั่วไปว่ากลุ่มบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์จากการสัมปทานตัดไม้ และการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าดงใหญ่เพื่อปลูกยูคาลิปตัส เป็นกลุ่มทุนการเมืองใหญ่ ซึ่งมีข้าราชการระดับท้องถิ่นคอยอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าดงใหญ่ เช่น การเรียกเก็บใบเสียภาษีบำรุงท้องที่คืนจากราษฎรในปี พ.ศ. ๒๕๓๗  เพื่อทำลายหลักฐานการครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ของชาวบ้าน เป็นต้น  

นั่นคือข้อมูลเบื้องต้นที่ฉันรับรู้มา

  เปลี่ยนถิ่น กลิ่นจิ้งจอกไม่เคยเปลี่ยน

ผมซอยเท้าวิ่งตามรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่คันนั้น อย่างไม่สนใจซ้ายขวาหน้าหลัง ในเมื่อลุงของผมนั่งอยู่ในท้ายรถคันนั้นด้วย ผมรู้ว่าแกกำลังจะไปในหมู่บ้านใหญ่ ระยะทางแค่สิบกว่ากิโลเมตรผมวิ่งตามสบายๆอยู่แล้ว

“ลุง ไม่เอามันขึ้นรถด้วยเหรอ” เสียงเธอคนนั้นลอยมากับลม

“มันไม่ขึ้นรถหรอก มันวิ่งตามได้”เสียงลุงตอบ ผมจึงยิ่งเพิ่มความเร็วอย่างภาคภูมิใจจนเบียดแซงเจ้าสี่ล้อ วิ่งนำหน้ามันอย่างสบายๆ ถนนดินเป็นหลุมเป็นบ่อมากขนาดนี้ ผมสามารถทำความเร็วได้มากกว่ารถยนต์อยู่แล้ว แต่ผมก็ต้องเหลียวหลังมาดูว่ารถคันนั้นจะมุ่งหน้าไปทางอื่นหรือเปล่าแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อมาถึงสามแยกมันกลับหันหัวไปทางเส้นขวามือที่จะต้องผ่านค่ายตชด. ตายละหวา ผมจะต้องพบกับศึกใหญ่อีกแล้วหรือนี่

ทุกครั้งที่ผ่านค่ายผมต้องพบกับเจ้าดำจอมอำมหิตที่พร้อมจะขย้ำผมให้แหลกคาเขี้ยวทุกครั้งไป

ผมรู้ว่าทำไมมันจึงกระตือรือร้นที่จะจัดการกับผม

“ก็เพราะผมเป็นหมาจิ้งจอก ที่บังอาจมาเพ่นพ่านในถิ่นของมัน ถิ่นที่มันและเจ้านายของมันมายึดครองไปจากพวกผมนั่นล่ะนา”

  แปลกกลิ่น เพราะถิ่นเปลี่ยน

ฉันเห็นเจ้าลายทำท่าระแวดระวัง แต่ยังคงรักษาระยะห่างในการวิ่งตามรถอย่างสม่ำเสมอ ดวงตาจ้องแน่วที่ลุงในบางครั้ง ชวนเวทนา

“ลุง มันเหนื่อยแล้วนะ วิ่งมาตั้งไกลแล้ว อุ้มมันขึ้นรถเถอะ” ฉันเซ้าซี้ แต่แกกลับนิ่งเฉย นั่งพิงฝาปิดท้ายกระบะอย่างไม่สนใจคำของฉัน ขณะที่ฉันยืนเกาะขอบหลังคาด้านหน้าของรถเอาไว้ เพื่อให้มองเห็นทัศนียภาพกว้างไกล จะกว้างไกลแค่ไหนก็เห็นแต่ต้นยูคาลิปตัสนั่นล่ะ จุดที่ดึงดูดสายตาของฉันในเวลานี้คือเจ้าลายจอมทรหดนั่นเอง

.

.

รถเราคลานผ่านประตูค่ายพักตชด. ฉันยกกล้องขึ้นถ่ายรูป แต่แล้วเงาดำหนึ่งกระโจนพรวดมาจากบังเกอร์ประตู มันเข้าประชิดตัวเจ้าลายอย่างรวดเร็ว ในเสี้ยววินาทีที่ฉันระทึกใจว่าอาจมีการนองเลือด กลับเห็นเป็นการเผชิญหน้าอย่างมีความน่าสนใจ เพราะเจ้าลายหยุดกึกเมื่อเจ้าดำพุ่งมาถึงตัว มันหยุดยืนนิ่ง หางตก ปล่อยให้เจ้าดำสูดดมสำรวจตามลำตัว ตั้งแต่หัวจรดหาง ขณะที่รถเราทิ้งห่างมันออกมาเรื่อยๆ

ไม่นานนัก เจ้าลายก็วิ่งปุเลงๆ เข้ามาในครรลองสายตาของฉันอีกหน ครั้งนี้ดูท่าทางมันจะอ่อนล้าลงไปมาก

ชำเลืองมองใบหน้าของลุง ทุกอย่างบนนั้นยังเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

๘ ป่าดงพงไพร ใครครอง

ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่  ๖.๗๓๒ ไร่ หมดอายุการสัมปทานในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรองและโนนดินแดง ได้พิจารณาต่ออายุสัญญาให้เอกชนเข้าทำประโยชน์ในป่าดงใหญ่ตามที่บริษัทเอกชนยื่นขอมา ชาวบ้านได้ดำเนินการคัดค้าน และเรียกร้องให้นำพื้นที่ดังกล่าวมาจัดสรรให้กับชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากปัญหาไม่มีที่ดินทำกินและที่ดินทำกินไม่เพียงพอในพื้นที่ตำบลลำนางรองและโนนดินแดง ซึ่งมีมากกว่า 1,800 ราย แต่ไม่มีการยกเลิกมติจากอบต.ชาวบ้านจึงได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรองนายกรัฐมนตรี, ฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  

ต่อมา ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่หมดอายุสัญญาเช่าและลงทะเบียนการจัดสรรที่ดินในพื้นที่สวนป่า

ผลการตรวจสอบพื้นที่พบว่า พื้นที่สวนป่าแปลงหนึ่ง (เนื้อที่ ๒,๘๓๐ ไร่) มีลำห้วยต้นน้ำลำนางรอง ๒ สาย ไหลผ่าน  บริษัทเอกชนได้ทำการปรับและถมพื้นที่ จนทำให้ลำห้วยมีลักษณะแคบ และตื้นเขิน รวมทั้งทำลายแหล่งอาหารสัตว์ป่า(ถมโป่งดิน) ซึ่งอาศัยอยู่อย่างชุกชุมในพื้นที่ป่าธรรมชาติที่ล้อมรอบแปลงสวนป่า  นอกจากนี้ ยังได้มีการขุดร่องเพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน (คล้ายยกร่องทำสวนผลไม้) ขนาดร่องลึกตั้งแต่ ๓๐ - ๓๐๐ เซนติเมตร กว้างตั้งแต่ ๑๕๐ – ๓๒๐ เซนติเมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินหากินของฝูงช้างป่า ทำให้ช้างที่เดินหากินตกลงไปในร่องน้ำที่มีขนาดลึกมาก

ขณะที่อีกแปลง ซึ่งมีเนื้อที่ในการอนุญาต ๓,๙๐๒ ไร่ แต่ทำประโยชน์เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต ๑,๑๘๖.๓ ไร่  พื้นที่บางส่วนมีกลุ่มนายทุน นักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงชาวบ้านเข้าไปซื้อที่ดินจากบริษัท  อีกทั้งพื้นที่รอบแนวเขตปลูกสร้างสวนป่า ยังมีการขุดหินลูกรังออกไปจนเป็นบ่อขนาดใหญ่จำนวนหลายบ่อ

นอกจากนี้ ยังมีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นในสวนป่าทั้ง ๒ แปลง ทำให้สารเคมีไหลลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ  ที่เป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้านและสัตว์เลี้ยง รวมถึงสัตว์ป่าที่หากินในบริเวณดังกล่าว 

หลังการตรวจสอบพื้นที่ คณะทำงานจึงได้มีมติในวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๗ งดการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่แก่เอกชน ทั้งที่หมดอายุการอนุญาตแล้ว และที่กำลังจะหมดในปี ๒๕๕๒ นี้  และในปี ๒๕๖๐ , ให้ระงับการนำอาสิน (สินทรัพย์และผลผลิตทุกอย่าง) ออกจากสวนป่า

แต่ยังไม่มีมติในเรื่องการจัดการพื้นที่ที่หมดสัญญา โดยกรมป่าไม้ยังต้องการจะเข้ามาฟื้นฟูสภาพป่า  แต่ชาวบ้านก็ยืนยันว่าให้จัดสรรแก่ราษฎร ในแปลง ๓,๙๐๒ ไร่ ส่วนแปลง ๒,๘๓๐ ไร่ ที่อยู่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้ฟื้นฟูสภาพป่า โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม

แม้จะมีมติของคณะทำงานให้งดการสัมปทาน แต่เอกชนก็ยังคงเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่ที่หมดอายุการสัมปทาน และกลไกของรัฐในระดับต่างๆ ไม่ได้ดำเนินการใดๆ

เมื่อต้นปี ฝ่ายรัฐยังระดมกองกำลัง ทั้งตำรวจชายแดนและเจ้าหน้าที่ป่าไม้นับร้อยนาย มาประชิดที่ชุมชนใหม่ลำนางรอง แล้วบอกว่าให้ถอยออกไป แต่ด้วยหัวใจที่มั่นคง ทุกคนยืนกรานจะยืนหยัดปักหลักจนกว่าโฉนดชุมชนได้รับยอมรับด้วยกฏหมาย

“ถ้าเราไม่เริ่มต้นจัดสรรที่ดินกันเอง นั่งรอให้หน่วยงานรัฐมาจัดสรรที่ดินให้คงไม่มีวันนั้นเกิดขึ้นแน่ๆ” ลุงฟันธง

“เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑  รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนโยบายด้านเศรษฐกิจ ข้อที่ ๔.๒.๑.๘   มีสาระสำคัญดังนี้  

"คุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมที่ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานแล้ว เพื่อเป็นฐานการผลิตทางการเกษตรในระยะยาว ฟื้นฟูคุณภาพดิน จัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรยากจนในรูปธนาคารที่ดิน และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษตรกรยากจนและชุมชนที่ทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป่าแล้วในรูปของโฉนดชุมชน  รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปของนิคมการเกษตร"

จากสาระสำคัญของนโยบายและรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้นจึงมีความจำเป็นที่รัฐต้องดำเนินการสนับสนุนให้กระบวนการปฏิรูปที่ดินโดยประชาชนเกิดขึ้นเป็นจริงให้ได้
   โดยสั่งการให้ยกเลิกการอนุญาตทำประโยชน์ในพื้นที่ภายหลังหมดอายุสัญญาเช่าในทุกแปลง แล้วนำที่ดินดังกล่าวมาปฏิรูปที่ดินแก่เกษตรกรต่อไป ทั้งนี้  ให้รัฐบาลสนับสนุนเป็นพื้นที่นำร่องในการพัฒนาระบบกรรมสิทธิ์แบบ  "โฉนดชุมชน"   พร้อมกับพัฒนาและส่งเสริมปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรเพื่อให้สามารถทำการผลิตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

กระนั้น ได้มีประกาศจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่องห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปแผ้วถาง ก่นสร้าง เผาป่า หรือยึดครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ ตำบลโนนดินแดง และตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๒ ทั้งนี้ ให้บุคคลเหล่านั้นออกจากพื้นที่ภายใน 20 วัน ภายหลังประกาศนี้ หากมีการละเมิด จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

  กติกาหมาบ้าน

ผมผ่านด่านเจ้าดำทมิฬมาได้เพราะผมยอมจำนนต่อมันในทุกกรณีทุกครั้งที่ผ่านทาง มันคงจำผมได้แล้ว แต่การวิ่งตามเจ้าสี่ล้อที่เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้กินแรงผมน่าดู เดิมผมแค่วิ่งเหยาะๆคู่ขนานไปกับสองล้องของลุงแบบสบายๆ ตอนนี้เรี่ยวแรงของผมอ่อนลงทุกที แต่ผมก็ต้องตามลุงไปจนถึงบ้าน เพราะชีวิตผมมีแต่ลุงเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง

วิ่งอยู่ในความร้อนแล้งของแปลงปลูกป่ายูคาลิปตัส ที่โอบล้อมหมู่บ้านเอาไว้ด้วยพื้นที่ราวๆ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ กลิ่นน้ำมันของผิวเปลือกฉุนจนแทบสำรอกอาหารเก่า แต่ผมก็ต้องวิ่ง ปลอบใจตัวเองว่าอีกนิดเดียวเองก็จะถึงบ้านแล้ว ผ่านด่านเจ้าดำมาได้นับว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

โอ๊ะ !! ผมเข้าใจผิดอย่างมหันต์เชียวครับ ข้างหน้านั่น มีเงาสีน้ำตาลสองจุด กำลังเคลื่อนมาทางผมอย่างรวดเร็ว มันวิ่งมาทางผมอย่างกับลมพายุสลาตัน ไม่ไหวล่ะครับลุง...ผมขอหลบไปก่อนนะครับ  ไปล่ะครับคุณผู้หญิง

ผมหันหลังกลับโกยอ้าวไปในทิศทางเดิม ก่อนจะคิดถึงเรื่องอื่น สิ่งเดียวที่จะต้องทำคือหนีให้พ้นคมเขี้ยวเจ้าหมาบ้านสองตัวนั่น ที่ไม่รู้ว่าโกรธแค้นผมมาแต่ชาติปางไหนกัน
ผมไม่รู้จริงๆว่าหมาจิ้งจอกอย่างผมมันน่ารังเกียจเพราะอะไร จึงอาฆาตมาดร้ายกับผมขนาดนี้

๑๐  เปลี่ยนป่าได้  แต่หมาลายไม่อาจเปลี่ยนกลิ่น

ฉันเห็นมันวิ่งหนีเต็มกำลังฝีเท้า เจ้าหมาบ้านสองตัวก็กวดจี๋ตามไปติดๆ สามตัวหายลับไปในแนวป่ายูคา

“ลุง มันจะหลงทางไหม” ฉันรู้ว่าคำถามฉันดูโง่ๆ แต่ลุงก็ยังมีแก่ใจตอบ

“เดี๋ยวมันก็หาทางกลับถึงบ้านเองแหละ”

“มันเคยถูกไล่อย่างนี้ไหมลุง”

“ก็ทุกครั้งที่เข้ามาในบ้านนี่ล่ะ” ลุงตอบน้ำเสียงเรียบเรื่อย

ฉันลอบถอนหายใจแบบระมัดระวัง กลัวใครจะได้ยิน ทั้งที่เสียงรถคันเก่าๆครางกระหึ่ม ตะบึงไปบนถนนลาดซีเมนต์ จวนเจียนจะถึงหมู่บ้านเต็มทีแล้ว

“ลายเอ๊ย หาทางกลับบ้านให้ได้นะลายนะ” ฉันภาวนาอยู่ในใจ

.

.

หมายเหตุ  หมู่บ้านลำนางรอง ตั้งอยู่ในตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในอาณาเขตของป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ เนื้อที่ 631,250 ไร่  (ครอบคลุม 3 จังหวัด  คือ จังหวัดสระแก้ว  จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์และเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญสองสาย คือ ลำนางรอง และลำปลายมาศ)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

หมาหาทางกลับบ้านได้เสมอ คนต่างหากที่น่าเป็นห่วง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ทำผิดกฏระเบียบ ผิดตั้งแต่ชนิดของต้นไม้ที่ขอสัมปทานปลูกแล้วล่ะครับ ในสัญญาบอกว่าจะปลูกไม้แบบผสมผสานหลายชนิด แต่พอทำจริงๆ ก็ปลูกชนิดเดียว คือยูคา

ถ้าไม่เส้นใหญ่จริง รับรองทำอย่างนี้ไม่ได้

ผมกับเพื่อน ๆ บางคนเคยไปสัมภาษณ์อธิบดีกรมทรัพย์ฯ แกค่อนข้างจะภูมิใจในการจัดการปัญหาที่ดงใหญ่มาก โดยการสนธิกำลังป่าไม้ ตำรวจ เข้าไปในพื้นที่

จะไม่ยอมชาวบ้านท่าเดียว แต่ทำไมยอมนานทุน นักการเมืองที่ทำผิดกฎหมายไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ดอกพร้าวชาวเกาะ วันที่ : 23/07/2009 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witthansadej

อนิจจา...ป่าไม้เมืองไทย..

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Dogstar วันที่ : 23/07/2009 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

เสียดาย คนไม่รู้คุณค่าของป่าธรรมชาติ
เลี่ยงกฎหมายข้างๆคูๆ
ทุกอย่างเปลี่ยน ธรรมชาติเปลี่ยนเพราะมนุษย์
หมาเปลี่ยน กลุ้มใจ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
กู่ วันที่ : 23/07/2009 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ขอบคุณค่ะ สำหรับทุกคอมเม้นท์

ขอบคุณแทนพี่น้อง
ขอบคุณแทนเจ้าลาย หมาจิ้งจอกแปลกกลิ่น

ขอบคุณที่ได้รู้จักกัน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 23/07/2009 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ชอบเรื่องเจ้าลายครับพี่กู่
ส่วนเรื่องป่ากับคนก็น่าติดตามยิ่ง
...
มั่นยืนครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 23/07/2009 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

โหวตๆๆ .. เป็นกำลังใจให้ ทุกๆคนนะครับ

เจ้าลาย ระวังตัวเอง ดีๆล่ะ ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tengpong วันที่ : 23/07/2009 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ทราบมาว่ากรมป่าไม้ และกรมอุทยาน
จะเสนอให้พิ้นที่ที่หมดสัมปทานแล้วผนวกเข้าเป็นผืนเดียวกันกับเขตป่าสงวน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะทำได้หรือไม่

และชาวบ้านที่อยากได้ที่ทำกินจะทำอย่างไร
ในขณะที่นายทุนก็ยังปากมัน และยังอหังการ ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของโดยมีการตั้งป้ายจับจองกันต่อไปอีกทั้งที่หมดสัญญาเกือบหมดแล้ว(เหลืออีก2 แปลงเท่านั้นแลงสุดท้ายหมดปี2560)

แต่ที่สำคัญ มีแต่นักวิชาการห่วยๆมากมายที่พยายามพูดถึงแต่ประโยชน์ของไม้นูคาลิปตัส เพียวด้านเดียว
โดยเฉพาะนักวิชาการที่ยอมเป็นทาสรับใช้บริษัทฯกระดาษภาษาอังกฤษสองตัว นั่นแหละตัวดี
ไม่มีใครออกมาเห่าแบบเจ้าลาย เลยว่า
ไม้ยูคาลิปตัสถ้าปลูกแบบเชิงเดี่ยว โดยไม่มีระบบการควบคุมอย่างรัดกุมและดีพอ จะเกิดผลเสียมหาศาลอย่างไรต่อดิน และน้ำใต้ดิน

หากไม่เชื่อ
ก็ลองให้เจ้าของสัมปทาน หรือนักวิชาการมั่วๆ
ลองไปใช้ชีวิตอยู่ในป่ายูคาลิปตัสสักเดือนสองเดือน
แล้วเอามาตรวจสุขภาพมันดู ว่า
จะแข็งแรงได้เท่าเจ้าลายหรือไม่?
หวังว่ายูคาลิปตัส คงจะให้อ๊อกซิเจนกับพวกมันเต็มปอด..เลยนะ

ลายเอ้ย ขอให้แกพ้นคมเขี้ยวของเจ้าดำ และหมาบ้านอีกสองตัวนั่นด้วยนะ
แต่ว่าป่าเมืองไทยโดนไม้ยูคากับกลุ่มคนแDกประเทศ
มันขย้ำเข้าแล้ว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 22/07/2009 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

ชอบจั่วหัวข้อนะ เล่นคำได้กินใจนัก เพราะลุ่มลึกในความหมาย

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คนไทยจะคิดได้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
mookie วันที่ : 22/07/2009 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

ชอบเรื่องราวที่เป็นความรู้สึกนึกคิดของเจ้าลายคับพี่กู่...

ส่วนเรื่องอื่นๆ มันหยั่งรากลึก จนหาต้นสายปลายเหตุไม่เห็น อะไรหลายๆ ปัจจัยมันบดบังอยู่เย๊อะเหลือเกิน...

คงต้องขุดรากถอนโคนกันกระมัง...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ที่ทำการคณะผู้ก่อการดี วันที่ : 22/07/2009 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)

ป่าเปลียน เพราะคนแปลก ค่ะ

แปลกที่เห็นแก่ตัว แปลกที่เห็นแก่ได้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พราย วันที่ : 22/07/2009 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/praay

เห็นภาพกลุ่มกระต๊อบนั้นแล้วตกใจ-นี่ไม่มีใครรู้เรื่องเลยหรือ
..เห็นภาพเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบนต้นยูคาฯแล้ว ใจหายครับ

นึกถึงหลวงพ่อประจักษ์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 22/07/2009 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

"โฉนดชุมชน" มันจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค ไม่รู้พี่... เพราะเท่าที่ผ่านมา ให้กฎดีขนาดไหน คนปฏิบัติมันแย่ มันจบด้วยแย่

แล้วอาณาเขต วิธีการต่างๆ ที่ว่าก็ถูกสร้างโดยหมาบ้าน ดังนั้น วิธีคิดวิธีปฏิบัติก็เป็นแบบหมาบ้าน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 22/07/2009 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

เคยผ่านไปนอนเถียงนา
เพื่อเรียนรู้ชีวิตทั้งของชาวบ้านรอบข้าง
และตัวเองช่วงสั้นๆ แถวหนองกี่ บุรีรัมย์
นานมาแล้วเหมือนกัน

แต่ดูเหมือนว่า ปัญหามากมายของชาวบ้าน
ยังไม่เคยจะได้รับการเหลียวแลแก้ไขไปสักกี่มากน้อยเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน