• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 342170
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันพฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม 2552
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 2980 , 00:52:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กว่าวงคุยจะเลิกรา พระจันทร์ครึ่งซีกคล้อยต่ำลับทิวเขาไปตั้งแต่ยามใดไม่รู้ตัว ระเบียงแคบๆด้านหลังศาลาจึงกลายเป็นห้องนอนแสนวิเศษ ความโล่งโปร่งมองเห็นเงาไม้ตะคุ่มอยู่รอบๆ ชวนฝัน เสียงสายฝนโปรยสายมาบางบาง ชวนให้หาวนอน แต่ทว่าตาฉันยังแข็งค้าง ยากจะหลับลง เพราะในหัวสมองยังอื้ออึงไปด้วยเรื่องราวที่ได้รับรู้มา

“ถัดจากห้วยลาสองชั้นเป็นเขาตู ทวดเล็กจะแสดงร่างเป็นงูบองหลาบ้าง เสือบ้าง ให้เห็นอยู่บ่อยๆในบริเวณนั้น ทวดเล็กศักดิ์สิทธิ์นะ คนบนบานทวดเล็กกัน มีทั้งผู้ใหญ่บ้านทั้งอบต. เขามาแก้บนด้วยแกงแพะ เพราะบนให้ได้รับการเลือกตั้ง”

“คนโบราณที่คนเฒ่าคนแก่นับถือ และเล่าต่อๆกันมา ว่าเป็นผู้ดูแลบ้านเมืองแถบนี้มีอยู่หลายคน เช่น ทวดเล็ก ทวดสีหนังหลี ตาหมอเหลียน พ่อเนื้อเนียนยิ้มแย้ม แหลมหยงตาร์ แม่ท่องให้ผมฟัง  ทุกครั้งต้องเอ่ยชื่อทวดเล็กก่อน ทุกคนเป็นเกลอกัน อย่างทวดสีหนังหลีนี่ มาจากนครฯ มาอยู่ปะเหลียน  เป็นตาผ้าขาว นี่เป็นความเล่ามาแต่โบราณนะ ที่นี่ยังมีหลุมศพทวดเล็ก ส่วนทวดสีหนังหลีหลุมศพ อยู่ควนไม้ดำ.. พ่อเนื้อเนียนยิ้มอแย้ม อยู่ที่แหลมหยงสตาร์ ทุกคนเป็นอิสลาม”

น้าโหยก คนเล่าเรื่องนี้ อายุก็ไม่ใช่น้อย เนื้อหาบางตอนสอดคล้องกับข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่บันทึกไว้

“ต้นตระกูลของทวดเล็กมาจากชวา หนีสงครามแย่งอาณานิคมของฝรั่ง มาขึ้นบกที่หัวเขาแดง ริมทะเลสาบปากอ่าวสงขลา ตาของทวด ชื่อ ดะโต๊ะโมกอล พาสมาชิกมาสร้างบ้านสร้างเมืองทำมาค้าขายกับพวกพ่อค้าทางทะเล และดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ปราบปรามโจรสลัดจนกระทั่ง “สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม”  แห่งกรุงศรีอยุธยา  รับรู้จึงแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงใหญ่ สำเร็จราชการเมืองพัทลุง”   

“เมื่อดะโต๊ะโมกอลถึงแก่กรรม ใน พ.ศ.2163 บุตรชายคนโต คือ“สุลัยมาน”  ได้เป็นเจ้าเมืองแทน และได้ให้ฟารีซี  น้องชายคนรองเป็นปลัดเมือง  และให้ “เล็ก”ซึ่งเป็นหลาน มหาดเล็กคนสนิทของฟารีซา”

“ต่อมาสมัย “สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง” หัวเมืองทางใต้ ทั้งนครศรีธรรมราชและปัตตานีแข็งเมือง สุลัยมานได้ประกาศแข็งเมืองต่อกรุงศรีอยุธยา และไม่ขึ้นต่อนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเมืองเอก  พร้อมทั้งสถาปนาเมืองสงขลาเป็นรัฐสุลต่าน  ตั้งแต่ พ.ศ.2185  จึงมีพระนามว่า “สุลต่านสุลัยมาน”  หรือ“พระเจ้าเมืองสงขลา”  นับแต่นั้น”

“สุลต่านสุลัยมานให้ฟารีซี  หรืออีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านรู้จักคือ “ทวดโหม” คุมกำลังไปสร้างเมืองใหม่ที่เขาไชยบุรี เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่อาณาจักรสุลต่าน อาณาจักรสุลต่านมีความเจริญรุ่งเรืองและเติบโตอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญ  โดยสินค้าหลักคือ  พริกไทย  และรังนก  นอกจากนี้ยังมีสินค้าจำพวกถ้วย  จาน  ชาม  และอื่นๆ  อีกด้วย  เมื่อสุลต่านสุลัยมานสิ้นชีวิต  ใน  พ.ศ.2211 บุตรชายคนโต  คือ “มุสตาฟาร์”  ก็ได้เป็นสุลต่านปกครองเมืองแทน  จนกระทั่ง  พ.ศ.2223  ในช่วงปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช รัฐสุลต่านถูกกรุงศรีอยุธยาเข้ายึดและเผาเมือง”

“เมื่อสิ้นอาณาจักรสุลต่าน  ทวดโหมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองพัทลุง ภายใต้การปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชและกรุงศรีอยุธยา  ประมาณ  พ.ศ.2225 ทวดโหมได้คุมทัพไปตีเมืองไทรบุรี  แต่ในระหว่างเดินทัพนั้นทวดโหมได้ล้มป่วยเป็นไข้ป่าอย่างรุนแรงจนถึงแก่กรรมที่บ้านซัด  หรือในพื้นที่ตำบลชะรัต  อำเภอกงหรา  จังหวัดพัทลุงในปัจจุบัน  สุสานทวดโหมยังคงได้รับการเคารพจนกระทั่งปัจจุบัน”

“เมื่อทวดโหมสิ้นชีวิต  ทวดเล็กที่ได้ติดตามทำสงครามร่วมกันตลอดมา ได้มาอาศัยที่บ้านสระ เขตเมืองปะเหลียน  จึงได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าเมืองปะเหลียน  ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของเมืองพัทลุง  ให้เป็น  “หมื่นเสนาะคีรี” มีหน้าที่ดูแลบ้านสระและบ้านหัวช้าง” 

“สุสานของทวดเล็กฝังอยู่ที่บ้านตระ ปัจจุบันผู้คนบ้านตระยังคงบนบานกราบไหว้ทวดเล็กด้วยความเคารพศรัทธา ต่างช่วยกันตกแต่งสถานที่ของทวดเล็ก  และทำบุญในสุสานเป็นประจำทุกปี”

บ้านสระในการดูแลของทวดเล็ก คือบ้านตระนี้เอง  สำเนียงท้องถิ่นยามออกเสียงสองคำนี้จะใกล้เคียงกันมาก

.

.

.

บ้านสระ  เส้นทางการค้าโบราณ

“บ้านสระ  เป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์และเจริญ  เป็นเส้นทางผ่านระหว่างสองฝั่งทะเล  จึงเป็นเส้นทางการค้าในยุคเรือสำเภา  พ่อค้าแขกเทศที่มาจากฝั่งตะวันออกมักจะผ่านบ้านสระ เพื่อนำเครื่องเทศและผ้าไปขายยังฝั่งตะวันตก  โดยนำเอาศาสนาอิสลามมาเผยแพร่ด้วย  ส่วนพ่อค้าฝั่งตะวันตกมักจะผ่านบ้านสระเพื่อนำเครื่องถ้วยชาม, หม้อข้าว, หม้อแกง  ไปขายยังฝั่งตะวันออก 

ในส่วนขบวนหนังตะลุงและมโนราห์  เมื่อจะไปแสดงที่เมืองเหลียน (ปัจจุบันคืออำเภอปะเหลียน)  ก็ต้องหยุดแสดงที่บ้านสระก่อน  พอเสร็จการแสดงขากลับก็ต้องหยุดแสดงที่บ้านสระอีก  เพราะชาวบ้านสระในสมัยนั้นมีข้าวกินเหลือเฟือและมีเงิน เพราะมีทุ่งนากว้างใหญ่  สามารถปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์ได้มาก  พวกที่เดินทางผ่านบ้านสระไม่ว่าพ่อค้าหรือนักแสดง จะต้องหยุดเคารพสุสานทวดเล็ก มีความเชื่อกันว่าถ้าบุคคลใด คณะใดไม่เคารพกราบไหว้ทวดเล็ก ผู้นั้นต้องเกิดอาเพศอย่างหนึ่งอย่างใด  แม้กระทั่งหนังตะลุงและมโนราห์  ก็ยังแสดงที่สุสานทวดเล็ก”

“หลักฐานที่พอจะยืนยันว่าเป็นชุมชนเก่าแก่  เช่น  กุโบร์หรือสุสาน  3  แห่ง สวนสมรมเก่าแก่  ทั้งทุเรียน ยางพารา มะพร้าว หมาก มังคุด ลางสาด  ต้นทุเรียนและต้นยางพาราที่ใหญ่ที่สุดมีขนาด  4-5  คนโอบเลยทีเดียว” 

“มะ...ปะ ของฉันเกิดที่นี่ ตายที่นี่  ฝังอยู่กุโบร์นี้...” ผู้พูดเกิดในชุมชนบ้านสระ มีอายุ 80 กว่าปีแล้ว

 “เมื่อยายจำความได้ก็เห็นสวนยางต้นโตแล้ว” ยายนาง  เพชรพริ้ง  อายุ  93  ปี บอกอย่างนั้น  ยายยังบอกอีกว่า

“ปะของปะได้นำเมล็ดยางมาจากมาเลเซีย  พร้อมกับเมล็ดโหงเทศ(สบู่ดำ) มาปลูก  แต่ไม่มากนัก  แต่พอรุ่นปะของยาย  ต้นยางก็ได้ขยายเป็นสวน  แต่ต้นโหงเทศไม่ได้ขยายเป็นสวนเหมือนต้นยาง  เพราะรุ่นปะ  รุ่นยายได้ใช้แค่น้ำมันยาง  ต้นโหงเทศมีไม่มากเหมือนต้นยาง” 

"ปะของยายเกิดที่นี่  ตายที่นี่  และฝังไว้ที่อุโบร์บ้านตระ  กุโบร์บ้านตระเป็นกุโบร์แห่งที่สองที่ใช้ฝังศพคนรุ่นปะรุ่นมะ  ก่อนรุ่นปะมะไม่ได้ใช้อุโบร์แห่งนี้  แต่ใช้อุโบร์เขานุ้ย - คลองตระ  ซึ่งเป็นกุโบร์ที่สำคัญ  คนที่สำคัญก็ถูกฝังไว้ที่นั่น  ทวดเล็กเองก็อยู่ที่นั่นด้วย”

“ที่กุโบร์เขานุ้ย ยังมีสุเหร่าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนด้วย” 

บ้านตระ  ในยุครัตนโกสินทร์

การปกครองที่สร้างความลำบากให้ชาวบ้านนั้น  เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่  5  ตั้งแต่  พ.ศ.2435 เป็นต้นมา รัฐเรียกเก็บภาษีรายหัวจากผู้ชายที่มีครอบครัว  เรียกกันว่า  “ภาษี  4  บาท”  การเก็บภาษีดังกล่าวชาวบ้านเดือดร้อนมาก  เพราะในสมัยนั้นชาวไร่ชาวนาไม่ได้สะสมเงินตรา  รายได้ในรูปแบบของเงิน จะได้มาจากการค้าขายเท่านั้น  การเก็บภาษี  4  บาทจึงส่งผลให้เกิดโจรลักวัวควายและปล้นทรัพย์สินจากคนที่มีอันจะกินเพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากจน ในยุคนี้จึงมีจอมโจรดังๆ หลายคนในเขตพัทลุง บางคนมาฉุดลูกสาวชาวบ้านตระเป็นเมีย

พ.ศ.2457  มีการกำหนดเขตพื้นที่เป็นจังหวัด  อำเภอ  และตำบล  มีการตั้งฝ่ายปกครองท้องที่  ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน  ในส่วนบ้านตระ  ต้องขึ้นกับเขตการปกครองตำบลทุ่งหว้า  อำเภอทุ่งหว้า  จังหวัดสตูล  ได้มีการแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านคนแรก  ใน  คือ  “นายมูสา  การะนิล”  การปกครองในสมัยนั้นได้นำหลักการของศาสนาอิสลามมาใช้ในการปกครองด้วย 

นายมูสาปกครองชาวบ้านตระประมาณ  100  ครัวเรือน  ซึ่งแบ่งเป็น  3  หย่อมบ้าน  ได้แก่  บ้านตระ บ้านคลองโต๊ะงั่ง  และบ้านน้ำคราม  ในช่วงนั้นมักจะทำกิจกรรมต่างๆ  ที่บ้านตระเป็นหลัก  เพราะเป็นพื้นที่ตรงกลางและเป็นชุมชนหลัก 

ในช่วงที่นายมูสาเป็นผู้ใหญ่บ้านได้เกิดเหตุการณ์สำคัญคือการระบาดของไข้น้ำ  หรือไข้ห่า  ไข้น้ำทำให้ชาวบ้านตระเสียชีวิตจำนวนมาก  รวมทั้งนายมูสา  ส่งผลให้มีการอพยพชาวบ้านไปอยู่หมู่บ้านใกล้เคียงในช่วงผู้ใหญ่บ้านคนต่อมา 

ต่อมา  ประมาณก่อน  พ.ศ.2500  เล็กน้อย  ไข้น้ำได้ห่างหายไปจากบ้านตระ และทางราชการได้ปราบโจรที่มาปล้นข้าวของชาวบ้าน  ลูกหลานบ้านตระจึงทยอยกลับมาทำกินในที่ดินของบรรพบุรุษอย่างถาวรอีกครั้ง  ทำให้หมู่บ้านกลับมามีชีวิตชีวา 

พ.ศ.2495  ทางราชการมีนโยบายออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้าน  โดยให้ชาวบ้านตระไปจัดทำหนังสือสิทธิการครอบครองที่ดิน  (สค.1) ที่อำเภอละงู  แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้อยู่ที่บ้านตระ  จึงไม่ได้ดำเนินการเต็มที่  นอกจากนี้หลายคนไม่ทราบข่าวและเห็นว่าการติดต่อทางราชการนั้นยุ่งยากก็เลยตกสำรวจ  ส่วนคนที่จัดทำ  สค.1  นั้นต่างแจ้งเนื้อที่ที่ดินต่ำกว่าความเป็นจริง  เนื่องจากกลัวว่าจะต้องเสียภาษีมาก

พ.ศ.2514  เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงระหว่างรัฐกับประชาชน  ส่งผลให้เกิดคอมมิวนิสต์หรือ  กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย  (ท.ป.ท.)  ขึ้น  ท.ป.ท.  ได้ขยายฐานทัพเข้ามาในบริเวณพื้นที่เทือกเขาบรรทัด  โดยเลือกป่าบริเวณบ้านตระเป็นฐานทัพระดับกองพันรัฐบาลปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างหนัก  ส่งผลให้ชาวบ้านตระต้องอพยพออกจากหมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง  และกลับเข้ามาในบ้านตระหลังเหตุการณ์สงบ  เมื่อรัฐบาลดำเนินนโยบาย  66/23 

และปัจจุบัน ชาวบ้านตระ อาจถูกอพยพออกอีกครั้ง  ถ้ากฎหมายป่าไม้และกลไกรัฐคิดว่าชาวบ้านเป็นผู้ทำลายป่า

สิ่งที่ฉันได้ยินมาเมื่อตอนหัวค่ำ จึงยืนยันได้ว่าไม่ใช่อุดมการณ์เลื่อนลอย เพราะพวกเขาได้ร่วมกันดูแลชุมชนและดูแลสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง ด้วยกฎกติกาที่ร่วมกันตั้งขึ้นมา

กฎกติกาของชุมชน มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. สารวัตรตำรวจ นายอำเภอ เป็นพยานรับรองทุกครั้ง เช่น

การดูแลรักษาป่า ระยทางสี่สิบเมตรที่ห่างจากพื้นที่สวน ห้ามตัดไม้ทำลายสภาพป่าอย่างเด็ดขาด

การรักษาต้นน้ำลำธาร ให้ทำบ่อพักน้ำทิ้งที่เหลือจากการทำแผ่นยาง ป้องกันการไหลลงลำธาร

ห้ามไม่ให้ช๊อตปลาในคลอง  เพราะปลาที่นี่ยังมีอยู่ชุกชุมหลากหลายชนิด กบภูเขาก็ยังมีมาก ห้ามไม่ให้หาปลาเพื่อขาย ให้หาแค่พอกิน ส่วนการป้องกันคนข้างนอกมาหาปลา ได้ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้คอยป้องกันคนที่มาหาปลาถ้ามีกล่องน้ำแข็งมาด้วย ห้ามไม่ให้เข้ามาเด็ดขาด เพราะนั่นคือการหาปลาจำนวนมากเกินไป

.

.

ให้เว้นป่า และปลูกป่าริมคลอง ระยะห่างจากพื้นที่สวน  20 เมตร

การสร้างบ้านให้ใช้ไม้ล้มหมอนนอนไพร แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะตัด ต้องเสนอที่ประชุมของกรรมการชุมชนให้พิจารณาอนุมัติ

ห้ามล่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่

ห้ามไม่ให้ชักชวนคนข้างนอกเข้ามาอยู่อีก เพราะเขาอาจต้องตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกิน คนที่อยู่เดิมจะต้องช่วยกันควบคุม

.

.

ดังนั้น การแบ่งชุมชนออกเป็นเขตการปกครอง 9 โซน ตามลักษณะพื้นที่ เพื่อให้มีการกระจายการดูแลสมาชิกของชุมชนและดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างทั่วถึงจริงๆ

.

.

นอกจากนั้น ชุมชนยังมีกองทุนเพื่อการพึ่งตนเอง  เช่น

ปี 2546 ได้ตั้งกองทุนข้าวสาร จนกระทั่งข้าวสารเหลือ จึงเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ แบ่งกลุ่มตามหย่อมบ้าน เพราะพื้นที่อยู่ไกลกัน มีการออมเงินทุกเดือน เพื่อให้เกิดการพบปะพูดคุยกันเป็นประจำ เงินที่สะสมนี้ ส่วนหนึ่งมาเป็นสวัสดิการสมาชิก ในเวลาเจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาล และให้กู้ในอัตตราดอกเบี้ยต่ำ

กองทุนพิเศษ ที่เป็นการจัดเก็บเงิน 30 บาท/เดือน/ครอบครัว เพื่อการพัฒนาชุมชน เช่นการทำถนน การทำสำนักงานชุมชน สมทบให้กับโรงเรียนที่ลูกหลานเรียนอยู่ข้างล่าง ปีละ 500 บาท

จ่ายให้สำนักงานกลางของเครือข่ายรักเทือกเขาบรรทัดที่ตั้งอยู่ที่เมืองทับเที่ยง  เดือนละ 600 บาท

.

.

มีสหกรณ์ร้านค้า ที่สมาชิกแบ่งปันกำไรได้ทุกสิ้นปี

รวมจำนวนเงินที่ออมในกองทุนต่างๆของชุมชนประมาณ 900.000 กว่าบาท

ส่วนการเป็นสมาชิกองค์กรชุมชน ไม่ได้บังคับให้ต้องมาเป็นสมาชิก เพราะบางคนที่ไม่ชอบกฏระเบียบ หรือมีบ้านอยู่ข้างล่าง ไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ทุกครั้ง แต่กฏระเบียบที่เราตั้งเอาไว้ เขาต้องรับรู้เพราะเป็นกฏบังคับใช้ ที่ทางอบต.ต้องร่วมดำเนินการ

.

.

ปัจจุบันชุมชนบ้านตระ มีสมาชิกองค์กรชุมชนบ้านตระ จำนวน 125 ครัวเรือน ที่ไม่เป็นสมาชิกราวๆ 40 กว่าครอบครัว ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาต่อการจัดการชุมชนแต่อย่างใด เพราะล้วนแต่เป็นญาติมิตรใกล้ชิด สามารถทำความเข้าใจกันได้

.

.

เพียงขอให้ “โฉนดชุมชน” ได้รับการยอมรับอย่างถูกต้องตามกฏหมาย

เมื่อนั้น ปัญหาทั้งหลายคงจบสิ้นลง หรือ จบลงบ้างในบางเรื่องก็ยังดี

คืนนี้ ฉันขออธิษฐานต่อทวดเล็ก

ขอให้ความดีงาม จงมีชัย...!!! 

""""""""

หมายเหตุ... “โฉนดชุมชน” เป็นรูปแบบการบริหารจัดการ  การใช้สิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 66 แห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิทธิรวมหมู่ของชุมชนในการจัดการครอบครองที่ดินและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดิน  เพื่อสร้างความมั่นคงในการถือครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน และเป็นการรักษาพื้นที่เกษตรในการผลิตพืชอาหารในการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยเลือกรูปแบบการผลิตที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และระบบนิเวศน์ รวมทั้งการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สมดุล” 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 20/10/2009 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
meeboo วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meeboo
สังคม วัฒนธรรม การเมือง และ "น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช"

อยากไปเยือนถิ่น บรรทัด

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
จักรวาล วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawitkhaenkhan

ขอเวลาอ่านอีกรอบน๊ะเพราะเป็นเรื่องที่ดี

สำหรับบ้านเรา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
สเนล วันที่ : 22/08/2009 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SNAIL
ใครรีบ  ไปก่อน 

เสียดายไม่ได้ไป
ฝากไว้ก่อนเถอะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 22/08/2009 เวลา : 07.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

ร่วมอธิษฐานด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
J1214 วันที่ : 22/08/2009 เวลา : 06.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

ดีจัง
เป็นคนตรัง
พื้นเพปะเหลียน

กำลังศึกษาเรื่องราวเหล่านี้อยู่ค่ะ
ขอบคุณข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 21/08/2009 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

คงต้องอ่านอีกหลายรอบ ทั้งตอนหนึ่งและตอนสอง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ปุณณดา วันที่ : 21/08/2009 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

ติดไว้ก่อนค่ะพี่ หัวยุ่งอีกแล้วอาทิตย์นี้

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Giftyourlife วันที่ : 21/08/2009 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/giftyourlife

กู่...เหนื่อยไหม

http://www.wechange.in.th

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 21/08/2009 เวลา : 03.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

ชอบใจเรื่องกฏกติกาของชุมชนนี้ครับ

เข้มข้น ตรงไปตรงมา และน่าจะได้ผล

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 21/08/2009 เวลา : 00.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนคุณกู่นานเลยค่ะ
คิดถึงเสมอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
กู่ วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

นั่นแน คุณปลัด...นั่งเม้นท์ในเมืองกรุง
พรุ่งนี้มีเฮ กันใช่ป่ะ

......
ไปแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่งค่ะ หมู่บ้านที่สาปสูญแห่งนั้น
คนตัวเล็กๆ จะทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ยังต้องพิสูจน์
แต่คนตัวโตๆ ที่ใช้อิทธิพลทำลายป่ากันเห็นๆ
กลับมองไม่เห็น....ได้ไง

อย่างนี้ต้องไป ยิ่งต้องไป

ขอให้มีความสุขในเมืองกรุงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

สุรต่านสุไลมานตั้งเมืองสงขลาที่สิงหนคร ตระหรือตรังเป็นคำมาลายูแปลว่ารุ่งสาง ประวัติศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าชนมลายู ชนศรีวิชัย และชนไทย ต่างมีประวัติศาสตร์การต่อสู้มายาวนาน อยู่ในอาณาจักรสยามฝั่งแหลมมาลายูมายาวนาน ตั้งแต่ก่อนที่จะมีศาสนาแตกต่างกัน ซึ่งเป้นประวติศาสตร์ใกล้เคียงหมู่บ้านฮาลา หมู่บ้านที่สาปสูญ ซึ่งหากพี่กู่ทำเรื่องบ้านตระให้เสร็จ แล้วค่อยมาที่อาลายังรอไหวครับ การประกาศ พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2498 ทับที่อยู่อาศัยของราษฎรชุมชนในป่า มีทั่วประเทศ และยิ่งการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติปี 2542 ยิ่งสร้างความแตกแยกระหว่างรัฐกับประชาชน เพราะการประกาศ ไม่ได้สำรวจลงพื้นที่จริง เป็นการดูจากภาพถ่ายดาวเทียมซึ่งทับสวนยางที่ทำกินชาวบ้าน เป็นขีดเขตในห้องแอร์ และข้อสังเกตุคือส่วนใหญ่เขตสีแดงจากอิธิพลของคอมมิวนิสต์เก่าจะกระทบมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นต้นน้ำระดับเอ แต่เขาอยู่มากว่า 40 ปี ไม่มีอะไรรองรับประชาชนตาดำๆ เพราะค่าของคนในบ้านเรามันต่างกันจริงๆ หลักความเท่าเทียมยังอยู่แค่ในอุดมคติ หากภาคประชาชน ภาคสื่อมวลชนไม่เข้ามาร่วมแก้ไข รับรองปัญหามันจะเข้าอีหรอบเดิม เหมือนสมัยคอมมิวนิสต์รุ่งเรือง และนี่ก็คือส่วนหนึ่งในปัญหาชายแดนใต้ครับ เฮ้อ...ยาวไปหน่อยพี่กู่ "หัวใจเดียวกันครับ" (นั้งเม็นท์ใน กทม.นะเนี่ย)

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กู่ วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ไม่รู้จะเมนท์ไร ของจริง

เชื่อ !!! จ้า พ่อต้นฝ้าย


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ต้นฝ้าย วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

ไม่รู้จะเมนท์ไร ของจริง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กู่ วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ค่ะ คุณปลัด
...
แสน ชุมชนดั้งเดิมสูญหายไปเกือบหมดแล้วจริงๆ
แต่เราสร้างใหม่ได้ พี่กู่เชื่อเช่นนั้น
....
พร เสียดายจัง ถ้าอยู่กทม.จะไปให้ครบแก๊งค์เลย
...
คุณเกริก คนกงหรา ท่าจะใจดี ว่างๆจะแวะเดินเล่น
...
พี่ญิบ กู่ตามรอยพี่น่ะค่ะ
...
chronomist แวะไปแล้วค่ะ น่าสนใจ ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chronomist วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

เชิีญชวนไปเที่ยวบ้านดวงจันทร์
http://www.duangjan.com/duangjan.html

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

มากเรื่องราวบนเทือกภูครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ทำการบ้านมาดี
อย่างนี้คนกงหรา
ต้องโหวต

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

สวัสดีค่ะ พี่กู่
ตอนหนึ่ง ยังไม่ได้อ่านเลย
ตอนสองมาอีกแล้ว
คิดถึงพี่กู่จ้า
พรุ่งนี้ พี่กู่อยู่กทม.ก็ดีสิ
จะได้เจอกันครบแก๊งค์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 07.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

อรุณสวัสดิ์ครับพี่กู่
..
ข้างในผมมันดิ้รรนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากอ่านงานที่พี่กู่เขียนแล้ว
ชุมชนดั้งเดิมที่คุ้นเคยมัยจางหายไปกับสายลมและกาลเวลา
..
รอเพียงการตกตะกอนของใจเมื่อนั้นคงได้โบกมืออำลากลับถิ่นแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 06.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

เจิมก่อนแล้วจะกลับมาอ่านครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน