• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 342231
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2552
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 3975 , 14:22:39 น.  
หมวด : ต่างจังหวัด

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ระลอกข่าว(ร้าย) กระแทกหัวใจจนมึนชา

ไม่อยากรู้ก็ต้องรู้ เป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง

"พี่อยู่ไหนครับตอนนี้" นั่นเป็นเสียงส่งมาด้วยสัญญาณอากาศ จากเทือกภูพาน เมื่อครู่นี้

"พี่ ป่าไม้จะให้พระอาจารย์ออกจากวัด เขาจะยึดวัดเป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน"

"อ้าว !!!" ฉันล่ะตกใจยิ่งกว่าเรื่องไหนๆในรอบปี

"แล้วยังไงต่อล่ะเนี่ย" !!!!

เรื่องราวที่วัดป่าภูไม้ฮาว มีความไม่เข้าใจกันระหว่างวัดและเจ้าหน้าที่ของอุทยานภูผายล เป็นเรื่องที่ฉันรับรู้มาคร่าวๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว และคิดว่าน่าจะประนีประนอมกันได้ เพราะวัดแห่งนี้เคยเป็นที่จาริกธุดงค์ของพระสงฆ์สายวัดป่ามานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพระอาจารย์มั่นท่านยังมีชีวิตอยู่ และพระอาจารย์ครรชิต ได้มาฟื้นฟูจัดสร้างเป็นที่พักสงฆ์ถาวร ในปี ๒๕๔๓

บ่ายวันนี้ มีการปรึกษาหารือกันในส่วนของผู้ที่เกี่ยวกับทางวัดที่กรุงเทพฯเพื่อหาทางออกของปัญหา

รายละเอียดยังไม่ทราบเช่นกัน ต้องรอ....

แต่มีข้อคิดจากอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ มาฝาก

อ่านแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

ขอโทษ เรื่องร้ายที่ไม่ยุ่งเกี่ยวไม่ได้เสียด้วยซี

..........

.

คนเล็กจ่ายก่อน

โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

ข่าวสับสนของ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ ประชาชนในภาคใต้จำนวนหนึ่งถูกสั่งให้เสียเงินค่าโลกร้อน เพราะไปตัดต้นยางเก่าในพื้นที่ซึ่งพวกเขาอ้างว่าทำกินกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย แม้สมมุติว่า พื้นที่สวนยางดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตวนอุทยานฯทับลงไปแล้ว ค่าปรับก็ยังเป็นค่าปรับที่ทำให้โลกร้อน (ด้วย) ไม่ใช่เพราะบุกรุกเขตวนอุทยานฯอยู่ดี

ฉะนั้น จึงน่าตกใจแก่ชาวบ้านร้านตลาดพอสมควร เพราะไม่รู้ว่าสิทธิการตัดต้นไม้ในบ้านเรือนไร่นาของตนเองได้หมดไปตั้งแต่เมื่อไร ทางกรมอุทยานฯก็ออกมาปฏิเสธว่า เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะกรมไม่เคยมีคดีกับชาวบ้านเรื่องนี้ แม้ชาวบ้านจะยืนยันว่าคำสั่งที่ตัวได้รับนั้นเป็นคำสั่งศาล

สื่อไม่ได้ลงไปเจาะให้เจอตัวคำสั่งศาล หรือเจอความเข้าใจผิดของชาวบ้าน แต่สื่อกลับตอบโต้ด้วยการนำเอา พ.ร.บ.ซึ่งออกมาตั้งแต่ 2535 มีมาตราค่าปรับเรื่องการกระทำที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมายืนยัน ทางกรมอุทยานฯก็ยังยืนยันว่าไม่มีสูตรคิดค่าเสียหายจากชาวบ้านที่ตัดไม้ทำลายป่า ในที่สุดมติชนไปได้เอกสารของกรมอุทยานฯ มีเลขที่และวันที่ชัดเจน ส่งถึงสำนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง เพื่อแจกแจงค่าเสียหายที่เกิดจากการบุกรุกทำลายป่าแห่งหนึ่ง และในนั้นมีรายการค่าปรับที่ "ทำให้อากาศร้อนมากขึ้น" เป็นเงินสี่หมื่นกว่าบาทต่อไร่ต่อปี
.


.

กรมอุทยานฯอ้างว่า คงเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องโยงข้อความใน พ.ร.บ.มาใช้ โดยทางกรมไม่เคยมีสูตรคิดเลย พูดอีกอย่างหนึ่งคือเป็นความขยันไม่เข้าเรื่องของข้าราชการระดับล่างโน่น - และผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนลงนามในหนังสือของกรมที่มีไปยังสำนักงานอัยการใน พ.ศ.2548

ยังมีความสับสนอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดมาจากตัวกฎหมายส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรืออาจเกิดจากความสับสนของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย

ภาวะโลกร้อนเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่มากในปัจจุบัน ทุกประเทศต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ในการลดเงื่อนไขที่ทำให้โลกร้อน ประชาชนในแต่ละประเทศก็มีภาระอย่างเดียวกัน ไม่ว่าจะมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ และไม่ว่าจะเอาคาร์บอนเครดิตไปขายได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมของมนุษย์ ทั้งที่เป็นไปโดยธรรมชาติ และที่ทำขึ้นเพื่อดำรงชีวิต ย่อมต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นธรรมดา ปัญหาคือจะแบ่งความรับผิดชอบของผู้กระทำอย่างไร

ในส่วนกิจกรรมที่เป็นไปตามธรรมชาติ (ตั้งแต่ตดไปจนถึงอาบน้ำและกิน) กิจกรรมใดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้ทำเป็นปกติ แต่ส่วนที่เลี่ยงได้ หากอยากจะบริโภคอุปโภคให้ได้ ก็ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น เช่นกระบวนการผลิตเนื้อวัวก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมาก ผู้บริโภคก็ต้องแบกรับราคาที่สูงกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์ประเภทอื่นเช่นปลาตามธรรมชาติ

ในส่วนกิจกรรมอื่นที่นอกเหนือธรรมชาติ (เช่นตัดต้นยางเก่าออก) หลักการพิจารณาก็คือ มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้ในเงื่อนไขที่เป็นธรรม อันจะก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยลงหรือไม่ หากไม่มี เช่นกรณีชาวบ้านที่ทำสวนยาง ถึงอย่างไรก็ต้องโค่นต้นยางเก่าทิ้ง และในเงื่อนไขทางเศรษฐกิจของชาวบ้าน ย่อมไม่มีเทคโนโลยีให้เลือกมากไปกว่าเลื่อย

ในกรณีเช่นนี้ หลักปฏิบัติที่เขาใช้กันทั่วไปก็คือ กระจายความรับผิดชอบไปให้แก่ทุกฝ่าย เช่นเอาค่าปรับโลกร้อนไปฝากไว้ในภาษีการซื้อ-ขายยางพารา จะฝากไว้ที่ระดับน้ำยาง หรือระดับผลิตภัณฑ์เช่นยางรถยนต์ก็ตาม แต่ผู้บริโภคต้องจ่าย โดยไม่เอาค่าปรับไปกระจุกไว้ที่ปัจเจกบุคคลที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก แล้วปล่อยให้ผู้บริโภคซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมนั้นลอยนวลไป

และในทำนองเดียวกัน หากสังคมยอมให้ผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก (และก๊าซพิษอื่นๆ ด้วย) มากกว่าพลังงานอื่น โรงไฟฟ้าประเภทนั้นก็ต้องจ่ายภาษีโลกร้อนเพิ่มเข้ามา แต่โรงงานนั้นก็ไม่เดือดร้อนนัก เพราะสามารถกระจายภาระภาษีไปให้แก่ผู้บริโภคได้ ถึงตอนนั้นผู้บริโภคจะหลับหูหลับตาอนุมัติให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป ขอเพียงให้พ้นบ้านตัวเองเท่านั้น ก็ตามใจ เพราะทุกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ค่าไฟฟ้าไม่ได้ถูกลง แต่กลับแพงขึ้น

ในทางตรงกันข้าม หากมีกระบวนการผลิตให้เลือกและในเงื่อนไขที่เป็นไปได้ ผู้ผลิตยังเลือกที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก เช่น โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายที่ไม่ยอมบำบัดน้ำเสีย ก็ควรต้องรับผิดชอบกับค่าปรับโลกร้อนเองโดยตรง

แต่น่าประหลาดที่ในเมืองไทย หลักปฏิบัติที่เขาใช้กันทั่วไปสำหรับจัดการกับการ "ละเมิด" ต่อสังคม กลับมักเป็นตรงข้าม กล่าวคือผลักภาระการ "ละเมิด" นั้นไปให้คนเล็กสุดรับเอาไว้ แล้วปกป้องผู้บริโภคกับนายทุนให้พ้นจากความรับผิดชอบเสีย หากผู้บริโภคไม่ต้องรับผิดชอบ การบริโภคก็ยังดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด และนายทุนก็สามารถทำกำไรได้โดยไม่สะดุดเช่นกัน

ภาษีสิ่งแวดล้อมหรือภาษีโลกร้อนจึงไม่มีใช้ในเมืองไทย และตราบเท่าที่ไม่ยอมรับหลักการดังกล่าวข้างต้น หากขืนมีใช้ให้ได้ ก็น่ากลัวว่าจะกลายเป็นภาระอันหนักของคนตัวเล็กๆ... อย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียด้วย

ในรอบ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน ยังมีข่าวชวนสับสนอีกเรื่องหนึ่งคือ เมื่อมีเหตุขัดข้องทางเทคนิคกับระบบส่งก๊าซธรรมชาติ ทั้งจากอ่าวไทยและพม่าพร้อมกัน กำลังการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.ก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ จำเป็นต้องหาทางผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรีบด่วน

กฟผ.เหลือทางเลือกอยู่เพียงสองอย่าง คือผลิตไฟฟ้าจากกำลังน้ำที่เขื่อนศรีนครินทร์ กาญจนบุรี เวลาที่กะทันหันเช่นนั้นย่อมเตือนภัยประชาชนที่อยู่อาศัยริมน้ำใต้เขื่อนไม่ทันเป็นธรรมดา หรือสอง ผลิตไฟฟ้าจากน้ำมัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีต้นทุนสูงกว่าพลังน้ำมาก

กฟผ.เลือกการผลิตไฟฟ้าฉุกเฉินด้วยพลังน้ำ และเกิดความเสียหายหลายประการแก่ประชาชนท้ายเขื่อน เพราะน้ำขึ้นอย่างรวดเร็วจนเก็บข้าวของไม่ทัน

เหตุใด กฟผ.จึงใช้ทางเลือกนี้ คำตอบที่เห็นได้ชัดก็คือ เพราะต้นทุนจะต่ำสุด แต่ที่ต้นทุนต่ำได้นั้นก็เพราะประชาชนท้ายเขื่อนเป็นผู้แบกรับต้นทุนส่วนใหญ่เอาไว้ หมายความว่าบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงนั้น รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งไม่ต้องหยุดเครื่องระหว่างนั้น อันเป็นความเสียหายมีมูลค่าสูงมาก ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาเดิม บนความเสียหายของทรัพย์สินชาวบ้านท้ายเขื่อนศรีนครินทร์

ก็เรื่องเดิมอีกเช่นเคย คนเล็กๆ คือผู้แบกรับภาระรับผิดชอบก่อนเสมอ

เวลานี้ ชาวบ้านท้ายเขื่อนกำลังเรียกร้องค่าเสียหาย เฉพาะวันแรกวันเดียวที่เปิดให้แจ้ง ก็รวมมูลค่าความเสียหายไปแล้วถึง 50 ล้านบาท แพงกว่าที่จะใช้น้ำมันแก้ปัญหาฉุกเฉินอย่างเทียบกันไม่ได้

แต่ กฟผ.ตั้งอยู่ในประเทศไทยมานาน ย่อมรู้ดีว่า ในที่สุด กฟผ.ก็ไม่ต้องจ่าย หรือจ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะนโยบายหลักของประเทศไทยก็คือ คนเล็กๆ รับภาระรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของภาวะฉุกเฉินก่อนเสมอ ขณะนี้ กฟผ.กำลังมองหากฎหมายว่าจะจ่ายค่าเสียหายนี้ได้อย่างไร และพบว่าไม่มีกฎหมาย ฉะนั้นต้องเสนอให้ร่างกฎหมายขึ้นมาเพื่อการนี้ในภายหน้า

ตอนนี้ยังจ่ายไม่ได้ และการตัดสินใจของ กฟผ.ที่จะแก้ปัญหาไฟฟ้าขาดฉุกเฉินอย่างที่ได้ตัดสินใจไปแล้วนั้น ก็ถูกต้องอยู่แล้ว

ปรากฏการณ์พิลึกพิลั่นเหล่านี้ เป็นเพียงผิวนอกที่เรามองเห็นได้จากความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้าง ที่ครอบงำสังคมการเมืองไทยอย่างลึกซึ้งตลอดมา การเมืองใหม่ที่พร่ำเพ้อแต่หลักการเชิงศีลธรรมของนักการเมืองก็ตาม การเคลื่อนไหวเพื่อแสวงหาความเป็นธรรมให้พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ตาม ล้วนเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว เมื่อเทียบกับความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างที่เราเผชิญอยู่

การใช้ความรุนแรง (ในทุกความหมาย) เป็นเครื่องมือในความขัดแย้งก็เป็นเรื่องเศร้าอยู่แล้ว แต่มาคิดถึงความขี้ปะติ๋วของประเด็นที่ขัดแย้งกัน ยิ่งทำให้น่าเศร้าขึ้นไปอีก

ถึงจะสมานฉันท์กันได้สักวันหนึ่ง ก็คงสมานฉันท์กันในเรื่องขี้ปะติ๋วเท่านั้น

.

ขอบคุณ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
BlueHill วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นำข่าวจากกรุงเทพธุรกิจมาฝากครับคุณกู่

วันที่ 27 ส.ค. ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กรมป่าไม้ จัดสัมมนาพระสังฆาธิการและเจ้าหน้าที่รัฐเรื่อง “ นโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ” ขึ้น โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งมีตนเป็นประธานฯ เตรียมจะผลักดันที่พักสงฆ์ที่ตั้งอยู่เขตป่าอนุรักษ์ออกนอกพื้นที่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีการสำรวจตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 เม.ย. 2538 ไว้ทั้งสิ้น 5 , 529 แห่งนั้น
ทางทส.ขอยืนยันว่าจะไม่มีการผลักดันที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ออกจากป่า โดยเฉพาะที่พักสงฆ์ 68 แห่งที่ทำผิดกฎหมาย และเข้ามาอยู่หลังมติครม. ที่อยู่ในข่ายต้องผลักดันออกทันที ก็จะไม่มีการขับไล่ออกจากป่าเช่นกัน โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้ ร่วมกับกรมอุท ยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมหาเถรสมาคม ทำการสำรวจข้อมูลใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งกำหนดกติกาการใช้พื้นที่ในการตั้งที่พักสงฆ์ร่วมกันให้ชัดเจน ส่วนพี่พักสงฆ์ร้างก็จะฟื้นฟูสภาพพื้นที่หรือบางแห่งที่เหมาะกับการตั้งสถานีอนุรักษ์ ทั้งนี้ถ้าวางกรอบร่วมกันได้ภายในการประชุมครั้งนี้ก็จะสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทันที
“ การที่ ทส.ไม่ผลักดันพระออกจากป่า เนื่องจากเห็นความสำคัญของการเผยแพร่ธรรมะ และการรักษาธรรมชาติ เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เวลาพูดกับชาวบ้านให้ช่วยกันป่าชาวบ้านไม่ค่อยฟัง แต่หากเป็นพระพูดชาว บ้านจะฟังมากกว่า ซึ่งปัญหาที่ผ่านมาเป็นเพราะมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน อีกทั้งเท่าที่ทราบปัญหาการบุกรุกขยายการสร้างที่พักและถาวรวัตถุ หรือล้มไม้ต่างๆก็มาจากญาติโยม ที่หวังดีต่อพระ ไม่ได้มาจากพระโดยตรง ซึ่ง สมัยที่ผมเคยบวชอยู่ที่วัดป่าเขาสวนกวาง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ก็เคยมีญาติโยมมาถวายระเบิดให้ไประเบิดหินมาทำฝายกั้นน้ำ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ได้ระเบิดหินลงมา แต่ผลของการกระทำครั้งนั้น ยังส่งทำให้ ปัจจุ บันทำให้น้ำตกที่เคยอยู่บนต้นน้ำ ตอนนี้แม้แต่หน้าฝนยังไม่มีน้ำสักหยด ” นายสุวิทย์ กล่าว
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบการครอบครองที่พักสงฆ์ในเขตป่าทุกประเภทครั้งนี้ จะใช้ภาพถ่ายทางอากาศมาตรวจสอบพื้นที่ตั้งว่าอยู่มาก่อนการประกาศจัดตั้งอุทยาน หรือการประกาศเขตป่าไม้หรือไม่ โดยหากพบว่าอยู่มาก่อนจริงก็จะกันพื้นที่ออกให้ดูแลพื้นที่ป่าต่อไป แต่ถ้าสำนักสงฆ์ใดอยู่หลังการประกาศกฎหมาย ก็จะใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้ที่พักสงฆ์อยู่ได้อย่างถูกต้อง และเป็นการยุติปัญหาที่เรื้อรังมานาน ทั้งนี้ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นต้นไป และให้สิ้นสุดภายในเดือน พ.ย.นี้ รวมระยะเวลา 3 เดือน จากนั้นทส.จะร่วมกับมหาเถรสมาคม ถวายโครงการนี้ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ถือว่าร่วมกันทำบุญใหญ่ แต่ต่อไปที่พักสงฆ์ทั้งหมด 5 , 529 จะทำต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และพระธรรมวินัย ส่วนที่พักสงฆ์แห่งใหม่หลังจากนี้เป็นต้นไปจะให้ยุติการเข้าไปในป่าทั้งหมด
ส่วนกรณีของพระธุดงค์ที่จะเข้าไปปฏิบัติธรรมในป่า ขณะนี้ได้ยกเลิกขั้นตอนการขออนุญาตธุดงค์จากกรมป่าไม้แล้ว ดังนั้นพระจึงสามารถเข้าธุดงค์ในเขตป่าได้ทุกพื้นที่และอุทยานฯ แต่ขอ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าไป เผื่อเกิดกรณีหลงป่าหรือมีปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ยังเตรียมจะเสนอยกเลิกคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ เพราะหลังจากนี้ปัญหาพระสงฆ์ในป่าจะยุติแล้ว อีกทั้งยังสั่งการให้ นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ เตรียมจัดหาพื้นที่จำนวน 10 , 000 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็นพุทธอุทยาน สำหรับใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญบุญของชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศานาโลก เหมือนกับที่ชาวมุสลิมทั่วโลกไปแสวงบุญที่นครเมกกะ เป็นต้น
เมื่อถามว่า กรณีสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาว ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล จ.มุกดาหาร หลังมติครม.ปี 2538 และมีการทำผิดด้วยการระเบิดถ้ำ บุกรุกตัดไม้จะจัดการอย่างไร น ายสุวิทย์ กล่าวว่า คงจะต้องดูเป็นรายกรณีไป แต่หลังจากมีกติกาที่ชัดเจนแล้วเชื่อว่าการบุกรุกขยายพื้นที่ เพื่อทำถาวรวัตถุคงจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป เนื่องจากจะกำหนดพื้นที่ให้เท่าที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อไม้ให้กระทบต่อระบบนิเวศน์ อีกทั้งยังเสนอว่าจะให้วัดป่าทั้งหมดเป็นแหล่งในการช่วยปลูกป่าและนำต้นกล้าไม้ให้กับญาติโยมที่มาทำบุญ โดยกรมป่าไม้พร้อมสนับสนุนกล้าไม้ทุกประเภท
นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เมื่อรัฐมนตรีมีนโยบายให้ที่พักสงฆ์อยู่ในเขตป่าได้ ก็เป็นทางออกที่ดี และขณะนี้ต้องรอการกำหนดกติการร่วมกันระหว่างทส.และมหาเถรสมาคมเพื่อให้เกิดความชัดเจน ทั้งนี้เชื่อว่าคงไม่ทำให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติงาน และลักษณะที่อนุญาตให้พระอยู่กับป่าได้ก็เหมือนกับการให้ประชาชนอยู่ตามมติครม. 30 มิ.ย.2541
ด้านนายยงยุทธ ชำนาญรบ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล จ.มุกดาหาร กล่าวว่า เข้าใจว่ารัฐมนตรีทส.คงอยากให้การแก้ปัญหาใช้หลักประนีประนอม ซึ่งทางอุทยานฯเตรียมเชิญผวจ.มุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่เข้ามาเจรจาหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี พร้อมกันนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจกับญาติโยมและตรวจตราการลักลอบตัดไม้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุวิทย์ ได้ประชุมคณะกรรมการฯ และเร่งรัดให้กรมป่าไม้ ดำเนินการตามมติแก้ปัญหาที่พักสงฆ์ในป่า โดยกรมป่าไม้ได้ส่งผลการสำรวจจำแนกที่พักสงฆ์ที่แล้วเสร็จประมาณ 50% ของ 5529 แห่ง โดยในจำนวนนี้ พบว่ามี 68 แห่งที่อยู่ในข่ายผลัดกันให้ออกจากพื้นที เนื่องจากอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ หลังประกาศจัดตั้งเป็นเขตอนุรักษ์ รวมทั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์เสี่ยงต่อการบุกรุกใหม่ ตั้งในเขตพื้นที่อนุรักษ์โซน ซี และตั้งหลังการจัดทำทะเบียนที่พักสงฆ์เสร็จสิ้นแล้ว โดยเฉพาะภาคอีสาน ใน เขต จ.เลย มีที่พักสงฆ์ มากถึง 21 แห่งอยู่ในป่าสงวน รองลงมาที่ขอนแก่น 15 แห่ง อุดรธานี 3 แห่ง ราชบุรี 5 แห่ง กาญจนบุรี 4 แห่ง เป็นต้น

+++++++++++
ลำบากใจเหมือนกันนะครับ เรื่อง ป่า กับ คน
ดูเหมือนป่า จะพ่ายแพ้อยู่ร่ำไป

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ปรัชญาชนบท วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/j-direk

แวะมาอ่านแล้วครับ

ธรรมะสวัสดี

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ChaiManU วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

กฏหมายไทย ใช้บังคับได้ กับคนไม่(ค่อย)รู้กฏหมายครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
มายาสา วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mayasa

"ไม่ใช่หน้าที่สู การดูแลป่าเป็นของเจ้าหน้าที่ป่าไม้" ก็ดี
การ "รักษาผลประโยชน์" ของที่ท่องเที่ยว โดยไม่ให้ชาวบ้าน "ยุ่ง" ก็ดี
ไล่พระป่า ออกจากป่า ก็ดี
เป็นแค่ความพยายามจะรักษาอำนาจของพวกตนไว้เท่านั้นเอง..

ขอให้พบ..พื้นที่ ที่ตามหา

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
buasawan วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 14.34 น.

ป่ามีแต่ให้..คนมีแต่รุกรานป่า

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
J1214 วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

แหลงไหรไหร ไม่โร่ควังแล้วยังยิ้ม
ทำหงิมหงิมเหมือนว่าไม่สาไหร
แหลงให้ตายพูดให้ตายก่ะหม้ายใคร
จิเข้าใจ ฉานต้องแหลง แยง....หู....บาน

หรอย ....................
....................................
เติ้นกาหรอย...

ประกาศ"ห้ามตด"ลดภาวะโลกร้อน
ฝ่าฝืนทั้งจำทั้งปรับ

ไซเพิ่งมาตามนิ..เรื่องยังงี้ตามเร็วๆหิ๊ด

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
turtlerun วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/turtlerun

จากใต้สู่เหนือหรือย้ายไปทางอิสานหรือตะวันตกต่างก็ล้วนแล้วแต่เจอกับปัญหาร้ายๆแบบเดียวกันเลยนะครับพี่กู่...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

เรื่องเช่นนี้มีมากมาย



น่าเศร้าใจ

ที่มองคนไทย แบบไร้การประนีประนอม

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
กู่ วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ขอขอบพระคุณทุกความคิดเห็นอันมีค่าอย่างยิ่งยวดค่ะ

อย่างน้อยคนตัวเล็กๆ ไม่โดดเดี่ยวเกินไปนัก


ความคิดเห็นที่ 23 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

ยังเรื่องเดิม คนเรามักอ้างสิทธิ แต่ไม่นึกถึงหน้าที่ และไม่ใช่สามัญสำนึก รัฐมักอ้างสิทธิในการจัดการสิ่งต่างๆ แต่ไม่นึกถึงหน้าที่ หน้าที่ที่ไม่ใช่การรักษาสิทธิ แต่หน้าที่เพื่อช่วยเหลือ ทำความเข้าใจ กับประชาชน และสามัญสำนึกก็ไม่เคยถูกใช้มากกว่าสิทธิของรัฐ

อะไรก็ตามที่รัฐเข้าไปข้องเกี่ยวจะมีขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน หรือช้าเสมอ เพราะถ้าเป็นเอกชน เอกชนจะรับภาระ ขั้นตอน เกือบทั้งหมดไว้เอง แต่หากเป็นรัฐ รัฐจะโยนภาระทุกขั้นตอนให้ประชาชน แบกรับไว้เอง เพื่อปกป้องสิทธิ สิทธิที่จะไม่ทำงานผิดพลาด เพราะทุกขั้นตอนโยนไปให้ประชาชนดำเนินการเองทั้งหมดแล้ว แต่กระนั้นการทำงานของรัฐก็มักมีปัญหาเสมอ เพราะทั้งการรักษาสิทธิมักไม่ได้อยู่คู่กับสามัญสำนึก

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

เอาใจช่วย ด้วยอีกคน

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
spyone วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ชาวบ้านเป็นเหยื่อกฎหมายเสมอ ๆ ค่ะพี่กู่

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ข่าวร้ายเลยครับพี่กู่
..
แล้วมันจะจบลงอย่างไรกันนะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ศณีรา วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ขยันจริงๆพี่กู่นี่.....

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เคียงดิน วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 04.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

คนกับป่า

ป่ากับคน

การจัดการสิ่งแวดล้อม

หรือ

การจัดการทางความคิด

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ปรัตยา วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

อ่านแล้วได้อะไรเยอะจริง ๆ




ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เมืองไทยคนเล็ก มักเสียงเบา ก็เลยถูกกระทำอยู่เสมอ
ความเป็นธรรม มีให้เฉพาะ คนที่มีเสียงดังเท่านั้นล่ะค่ะ
คนเล็กจึงต้องรวมกันเพื่อให้ตัวใหญ่ขึ้น เสียงจะได้ดังขึ้น ดังไปถึงคนมีอำนาจ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

เอาใจช่วย วัดป่าภูไม้ฮาว ให้คงอยู่ที่เดิม

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
riverpoem วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

เอาใจช่วยคนตัวเล็ก แต่หัวใจไม่เล็ก
"สู้" กับเรื่องราวร้ายๆนะคะ

กำลังคิดจะขอตาม พี่กู่ ไปวัดป่าภูฮาว อยู่พอดีเลย

ปล. สนใจ ทริป ไปลาว...ทะลุจีนนะคะ
ถ้าจะไม่คิดว่า จะเป็นภาระ เกินไป

ปล.2. ไม่ใช่คนลุย แต่หัวใจอยากลุยอ่ะค่ะ
บอกไว้เผื่อ พี่กู่เปลี่ยนใจ ไม่ให้ไป

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
tengpong วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

เรื่องนี้มันคงไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

เขาเรียกนโยบายพลักมิตร ให้ไปเปนศัตรู หรือเปล่า

แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่พี่กู่ จะถึง ตามานเนการ่า ซะที

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

การจัดการปัญหาคนกับป่า
เป็นเรื่องที่ท้าทายเสมอมา
เลยน่ะครับ กู่

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Giftyourlife วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/giftyourlife

กู่...บทความของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ มาจากหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อสอง-สามวันที่ผ่านมา อ่านแล้วยังนึกถึงเรื่องราวที่กู่เขียน...

สงสัยคนเล็กต้องผ่าโลกแล้วล่ะ..

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
bon09 วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ตามมาอ่านข้อมูลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แมงป่องจำศีล วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maengpong

อย่าไปว่าเขานะจนทเขากำลังรักษาผลประโยชน์ของชาติเอาไว้ประเคนผู้มีอิทธิพลมีกะตางค์ว๊อยไอ้พวกชาวบ้านอย่าจุ้นเดี๋ยวจับปรับเป็๋นล้านค่าทำให้โลกร้อนน่ะรู้ไว้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
vincentoldbook วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

"แต่น่าประหลาดที่ในเมืองไทย หลักปฏิบัติที่เขาใช้กันทั่วไปสำหรับจัดการกับการ "ละเมิด" ต่อสังคม กลับมักเป็นตรงข้าม กล่าวคือผลักภาระการ "ละเมิด" นั้นไปให้คนเล็กสุดรับเอาไว้ แล้วปกป้องผู้บริโภคกับนายทุนให้พ้นจากความรับผิดชอบเสีย หากผู้บริโภคไม่ต้องรับผิดชอบ การบริโภคก็ยังดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด และนายทุนก็สามารถทำกำไรได้โดยไม่สะดุดเช่นกัน"..

.......................................

"การเมืองใหม่ที่พร่ำเพ้อแต่หลักการเชิงศีลธรรมของนักการเมืองก็ตาม การเคลื่อนไหวเพื่อแสวงหาความเป็นธรรมให้พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ตาม ล้วนเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว เมื่อเทียบกับความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างที่เราเผชิญอยู่"
.......................................................

เป็นบทสรุปที่ดีและทำให้เห็นภาพปัญหาที่ชัดเจนมากในบทความนี้ของ "นิธิ เอียวศรีวงศ์" ..แม้บางครั้งเขาจะออกป่าออกทะเลไปบ้างบางเรื่องบางบทความ ทว่า เรื่องการติดตามปัญหาความเป็นธรรมของคนระดับล่างในมุมมองของเขาก็ยังเป็นที่น่าสนใจอยู่เสมอ..
..........................................
สังคมไทยจะเบือนหน้าหนีจากเรื่องปัญหา "คนเล็ก ภาระโต" ของคนระดับล่างในสังคมไทยเราไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเราก็คงไปแก้ปัญหาอะไรในระดับโครงสร้างสังคมไม่ได้แล้ว ปัญหานี้มันจะตามทวงถามเราไปจนกระทั่งจบสิ้นชีวิตประเทศไทยโน้นแหละ..

ภาพชนชั้นกลาง นายทุน สุขสบายอู้ฟู้ ชนชั้นล่างวิ่งหนีน้ำหอบลูกหอบหลานหนีตาย หาเงินมาใช้หนี้หัวโต ถูกมัดมือชกด้วยกฎหมาย "ซ้งตีง" มีมาให้เห็นไม่รู้กี่ยุคกี่สมัยแล้ว!..

นี่ไม่ใช่แค่ครั้งแรกหรอก ที่คนระดับล่างต้อง "จำนน" ยอมเสียสละเพื่อ "ส่วนรวม" ด้วยสภาพจนใจ!..

ทว่า หากเรามองไปรอบๆสังคมไทยเราวันนี้ ในทุกๆพื้นที่ทั่วประเทศ "คนเล็กๆ ภาระโตๆ" เหล่านี้ ถูกยัดเยียดหน้าที่ "ผู้เสียสละ" อย่างไม่เป็นธรรมเฉกเช่นที่เขาว่ามานี้จริงๆมีให้เห็นทั่วทุกมุมสังคม ..

เรื่อง "ค่าชดเชย" "ค่าเสียหาย" มันเป็นฝันลมๆแล้งๆมานานเพียงใดแล้ว??..

จะมีสักกี่คดี กี่ราย ที่ได้เห็นมันจริงๆ!!..

..................................................
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่นำมาฝากกัน..

สบายดีนะครับ ..มีความสุขมากๆนะ คุณกู่..


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

เคยทำเรื่องแม่เหมาะตอน พ ศ 2534-35 ที่ทุกอย่างยัง อึมครึม เลยเข้าใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

เมืองไทย คนเล็ก คนน้อยอยุ่ไม่ได้

พอมีคนใหญ่คนโตเห็นใจ(แบบหลอกๆ กับคนเล็กคนน้อย เขาก็ดีใจ) พอโดนคนใชั้นกลางในเมืองใหญ่ไล่ไปนอก

คนเล็กคนน้อยเลยฝังใจ ว่าคนช่วยเหลือหายไป

เกิดเป็นคนไทย อดทนกันต่อไป

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปราณชลี วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

มาติดตามเรื่องร้ายๆ ที่ทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้น 'สู้'
ขอส่ง 'แรงใจ' ไปถึงครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มายาสา วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mayasa

เจ้าหน้าที่อุทยานอีกแล้วเหรอ...เอ้อ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กู่ วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ต้องขออภัยต่ออาจารย์นิธิ เนื่องจากบทความที่นำมาลง
มาจากเมล์ที่ส่งต่อมา จึงไม่มีที่อ้างอิงว่ามาจากนิตยสารหรือเวปใด

ขออภัยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขอบคุณสำหรับรูปมากๆค่ะ
เดี๋ยวค่อยตามอ่านนะคะ
ตอนนี้ไปทำงานก่อน
คิดถึงจ้า อยากไปเที่ยวไร่ หาพี่กู่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 14.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

สวัสดีค่ะ พี่กู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน