• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 341867
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันอังคาร ที่ 19 มกราคม 2553
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 2071 , 16:47:42 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"ยอดมัจฉาปูชเร เมื่อ 12 ปีที่แล้ว"

.

ยอดมัจฉาปูชเร ที่เก่าเขรอะ สแกนมาจากสไลด์

"บ้านเช่าราคาถูก ที่ขอเช่าพักหนึ่งคืนบนเขาสรังโกฐ เพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือยอดหางปลา"

.

"ที่เดียวกัน กดชัทเตอร์ต่ำจนเห็นหุบโพคารา"

"หน้าบวมเพราะพิษไข้ และอากาศบางเบา"

.

ทะเลสาปเฟวา ยามพระอาทิตย์ตก

.

มุกกี้ที่รัก เพราะเรื่องนี้มีอะไรที่มากกว่า “ความรัก” เมื่อมุกกี้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับพี่ที่เนปาล  พี่จะเล่าให้ฟัง อย่างน้อยก็เพื่อถ่ายถอนความรู้สึกแย่ๆที่มีต่อตัวเอง และขอโทษต่อเขา ที่อาจจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆระหว่างเรา

เรื่องมีอยู่ว่า...

เป็นเพราะภูเขาสูงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของพี่มาตั้งแต่จำความได้ ยอดเขาที่สูงตระหง่านตรงหน้าบ้าน มีเรื่องเล่าอัศจรรย์มากมาย ทั้งตำนานทวดอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสวนหมากสวนพลูแคระ ที่งอกงามอยู่เต็มลานแคบๆบนยอดสูงเหนือเมฆนั้น เพียงคำเล่าของยายก็ชวนให้ตื่นใจ ยิ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่สามารถปีนป่ายขึ้นไปเห็นด้วยตนเองยิ่งตื่นตา ตำนานที่ว่าบนนั้นมีสมบัติพระสุเมรซ่อนอยู่ มีหนุมานชาญสมรทหารกล้า มาหายาดีไปรักษาพระราม ทำให้พี่นั่งมองอย่างต่อเติมจินตนาการโดยไม่รู้เบื่อ

แล้วเกี่ยวอะไรกันเล่ากับมัจฉาปูชเร ยอดหางปลาอันศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองโพคารา  จนมาถึงยอดซำผักหนามแห่งเมืองคอนสาร ชัยภูมิ ในวันนี้
.

.

.

เมื่อวาน พี่เพิ่งเดินทางไปดูความเป็นไปของชีวิตผู้คนที่สวนป่าปลูกคอนสาร ซึ่งเป็นซอกมุมเล็กๆที่มีความไม่เข้าใจกันระหว่างคนกับคน จนกลายเป็นเรื่องของคนกับกฏหมาย เรื่องเล่าง่ายๆสั้นๆ ที่สรุปได้คือ มีกลุ่มพี่น้องชาวบ้านผู้ลำบากยากไร้ ต้องการทวงสิทธิ์ในที่ดินของตัวเองคืนมาเพื่อทำกินเยี่ยงคนหากินกับผืนดิน เพราะทางราชการได้ใช้อำนาจของตนยึดครองผืนดิน ด้วยการปลูกป่ายูคาลิปตัสลงในที่ดินหลายพันไร่นี้ ด้วยการขับไล่คนที่ทำกินอยู่ก่อนแล้วให้ออกไปหลายหมู่บ้าน ที่ดินผืนนี้อยู่ใกล้ๆยอดเขาซำผักหนามที่ดูสงบ สะอาด สงบเสงี่ยม จนไม่น่าจะมีคนนอกสังเกตเห็นว่าที่นี่กำลังมีเรื่องบาดหมางเกิดขึ้น และยังไม่รู้อนาคต

ภูเขาสูงเปรียบได้กับความรัก ยามยืนอยู่ห่างไกล ได้ชื่นชมความงาม ความอลังการณ์ จึงใฝ่ฝันอยากจะพิชิต แต่ยามเคลื่อนเข้าใกล้ จนกระทั่งเหยียบย่างบนอยู่บนนั้น  แล้วถามว่าภูเขานั้นว่าอยู่ตรงไหน ใครเล่าจะตอบได้   เช่นเดียวกับความรัก เมื่อความเคยชิน คุ้นเคยมีอิทธิพลต่อหัวใจ จนกระทั่งคำว่า คิดถึง หรือห่วงหาอาทร ได้กลืนกลายหายไปเพราะความชิดใกล้ จนต้องถามหาว่า “ไหนเล่าคือความรัก”ใครกันล่ะจะตอบได้ นอกจากตัวเอง

มัจฉาปูชเรสำหรับพี่ คือความทรงจำ คือความรัก ความงาม ความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีที่ใดจะมอบให้พี่ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว จากการเดินทางในครั้งนั้น ที่พี่ตั้งจิตอธิษฐานก่อนออกเดินทางว่า

“ขอให้เป็นการเดินทางเพื่อแสวงหาที่พักกายพักใจ และหากว่าใช่ที่ๆสามารถล้มลงตายได้อย่างสงบ ก็จะทำ” 

แต่แล้ว....สิ่งที่พบเจอ ทำให้พี่พบว่าการตายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่การมีชีวิตอยู่อย่างสงบและมีชีวิตที่แท้จริงนี่สิ เป็นเรื่องยาก และต้องฝึกฝนเรียนรู้ให้มากกว่านี้

บทสรุปที่ได้กับตัวเองในคราวที่เหยียบยืน ณ เชิงสะการะมาตา หิมาลัย ภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น คือ จะทำอย่างไรให้ลมหายใจที่เหลืออยู่ไม่เป็นลมหายใจที่ผ่าวร้อน จนเผาไหม้หัวใจตัวเองมากไปกว่านี้

จากการเริ่มต้นเดินทาง ด้วยการสร้างโลกแห่งอิสระภาพที่โอบกอดห่อหุ้มหัวใจอย่างบางเบา เริ่มถูกกระทบกระเทือนเมื่อคำทักทายแรกเอ่ยมาจากปากเขาคนนั้น ในฐานะเจ้าของโรงแรม ที่มีขนาดกระทัดรัด จนเรียกได้ว่ากึ่งบ้านกึ่งโรงแรม ในย่านทาเมล เมืองกัฐมัณฑุ

“สวัสดีครับ” ภาษาไทยชัดเจน จากใบหน้าที่ละม้ายคนไทยทางใต้ เพียงดวงตาเท่านั้นที่ยาวรีด้วยเลือดเนื้อคนพื้นถิ่น ทั้งประกายตาที่สดใสเปิดเผย แบบคนพื้นที่สูง

“คุณเป็นคนไทยเหรอ” พี่ถามกลับเป็นภาษาไทย แต่เขาตอบกลับเป็นอังกฤษ

“ผมเป็นลูกครึ่งไทย แม่ผมเป็นคนไทย” เรียวปากบาง มีรอยหยักสวยเหมือนผู้หญิง ช่างยิ้มง่ายและช่างเจรจาของเขา บอกกับพี่เป็นภาษาไทยว่า “ผมชื่อรามครับ”

พี่อาจสติแตกมาจากประเทศพม่า เพราะหนึ่งเดือนที่เร่ร่อนอยู่ที่นั่นทำให้อารมณ์แปรปรวนพอสมควรกับระบบระเบียบแบบทหารของพม่า เมื่อบินต่อมาที่เนปาล ด้วยความอ่อนล้าจึงปรารถนาการพักผ่อนทั้งกายและใจ เมื่อมาเจอกับเขาคนนี้เข้า พี่จึงรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน บ้านที่ไม่เคยมีอยู่เลยในสักที่ที่เคยอยู่มา นอกจากบ้านหลังเก่าสมัยวัยเด็กที่เชิงเขาพระสุเมรแห่งเทือกบรรทัดนั้น

เราเข้าพักในโรงแรมของเขาตอนหัวค่ำ รามขอเลี้ยงต้อนรับด้วยชาร้อนๆ กลิ่นหอมละมุน และพูดคุยกับเราในห้องพักอยู่นาน จนพี่รู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า

ทุกอย่างคงเป็นไปตามปกติของมันถ้าไม่มีเรื่องอื่นๆเข้ามา เราคงแค่เป็นเพื่อนธรรมดาที่ไม่ได้ก่อปัญหาให้แก่กัน

แต่เป็นเพราะว่าในการเดินทางครั้งนั้นพี่ตั้งใจจะไปเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากพันธะสัญญาหัวใจกับใครบางคน เราจึงเดินทางด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย เพราะว่ามันคือแผนการเดินทางที่ถูกวางเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนที่เราจะบอกเลิกกันเมื่อสามเดือนก่อนเดินทาง

เรื่องการเดินทางกับใครบางคนไม่ใช่เรื่องหลัก แต่เพราะเรามีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ที่นัดแนะกันว่าจะไปเจอกันที่เนปาล หนึ่งคู่มาจากกรีซ อีกหนึ่งคู่มาจากสวิสเซอร์แลนด์ อีกคู่ล่วงหน้ามาจากเมืองไทย ทั้งหกคนรอเราอยู่ที่บ้านเช่าย่านทะเลสาปเฟวา แห่งเมืองโพคารา พวกเขาเป็นนกย้ายถิ่น ใช้เวลาหกเดือนที่เนปาล อีกหกเดือนที่ประเทศตัวเอง ดังนั้นเขาจึงรอพี่อยู่ที่นั่น ขณะที่พี่ใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวในพม่าก่อนจะต่อไปยังเนปาล

การพักกายที่กัฐมัณฑุ เพื่อเตรียมร่างกายสำหรับการเดินเท้าขึ้นภูเขาที่เทือกเขาอันนาปูรณะ พี่ยังมีเวลาที่จะออกไปท่องเที่ยวในเมืองเก่าย่านนี้อีกสามวัน

ในวันที่สอง...อาหารเช้าที่รสชาดไม่เลวนักบนหลังคาตึกกับเจ้าของโรงแรม มองเห็นทิวทัศน์สดใสในวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ  รามเล่าอะไรให้พี่ฟังมากมายถึงชีวิตของเขา นับตั้งแต่ พ่อชาวเนปาลกับแม่คนไทย ว่าได้ไปเจอกันที่ฮ่องกงจนตกหลุมรักและมีเขากับแฝดพี่ที่นั่น ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาจึงอยู่ที่ฮ่องกง แม้ว่าแม่ได้เคยพาเขาไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย แต่แค่เพียงครั้งเดียวตั้งแต่วัยเด็ก  ซึ่งเขาจำอะไรไม่ได้แล้ว จนกระทั่งแม่กลับไปเสียชีวิตที่ฮ่องกง เขาและพ่อจึงกลับมาเนปาล และไม่นานพ่อก็เสียชีวิตตามแม่ไป เหลือเขากับแฝดพี่ ขณะที่แฝดพี่ยังเลือกที่จะอยู่ฮ่องกง

“ผมกลับมาอยู่ที่นี่ เพราะว่าที่นี่ยังทำอะไรได้อีกมากในเรื่องท่องเที่ยว แต่แฟนผมเขาไม่ชอบเนปาล ผมจึงต้องกลับมาคนเดียว” เขาให้ดูภาพถ่ายสาวสวยที่เก็บไว้ในกระเป๋าสตังค์

การเดินทางร่วมกับคนที่ไม่ใช่แฟนอีกต่อไป เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพี่ เพราะความเป็นเพื่อนมีอยู่เท่าเดิม เพียงแต่จะดีงามเหมือนเก่าหรือไม่ ไม่อาจรู้

เมื่อรามถามพี่ว่า คนที่มาด้วยคือใคร พี่ก็ต้องบอกเขาว่า คือเพื่อน แน่นอน....คนๆนั้นๆ ไม่ใช่ผู้ชายที่จะดูแลพี่อีกต่อไป เพราะเขาออกไปจากโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน ไม่เคยกินข้าวด้วยกัน ไม่เคยไปไหนด้วยกัน อย่างที่รามเห็น เขาอาจคิดว่าเพื่อนคนนี้ ไม่มีน้ำใจต่อพี่เลยก็เป็นได้ เขาจึงอาสาที่จะดูแลในยามที่พี่ไม่ปกติ 

.

.

.


.

วันที่สาม พี่มีอาการเป็นไข้สูงตัวร้อน แต่ก็ยังอยากจะออกไปเดินเที่ยว รามบอกว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้โทรฯมาหาเขาโดยด่วน และเมื่อพี่โทรฯกลับมา ไม่ใช่เพราะอาการไข้ขึ้นสูง แต่เป็นเพราะตัดสินใจให้ทางโรงแรมของเขาจองตั๋วรถทัวร์ไปเมืองโพคาราให้ น้ำเสียงของเขายามรับสายและคำพูดแรกทำเอาหัวใจคนเดินทางกระตุกวาบ

“คุณอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง จะให้ผมไปรับไหม”รัวเป็นชุดใหญ่ จนพี่หัวเราะ บอกถึงธุระที่โทรฯมา เพื่อให้จัดการเรื่องตั๋วในวันพรุ่งนี้

อาการไข้ค่อยๆดีดตัวขึ้นสูงทีละนิด แต่ยังพอทนสำหรับการนั่งรถเมล์กลับโรงแรมและเดินเท้าอีกหน่อยในย่านทาเมล เพราะรถเมล์เข้าไปไม่ถึง พี่คิดว่าอาการเจ็บป่วยแบบนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับคนเดินทาง เพราะร่างกายไปเผชิญกับความร้อนแล้งแห้งโหดที่เมืองพุกามหลายวัน และส่วนใหญ่ใช้เวลากลางคืนบนรถทัวร์แทนการนอนโรงแรมสบายๆ เมื่อการผักผ่อนไม่เพียงพอ ความอ่อนแอของร่างกายจึงแสดงตัวด้วยอาการเจ็บคอ ปวดหัวตั้งแต่อยู่ในมัณฑเลย์ และอาการหนักเมื่ออยู่บนเครื่องบินที่มุ่งหน้ามากัฐมัณฑุ  ยิ่งมาเจอกับอากาศเย็นๆในเดือนมีนาคมที่เนปาล ไข้จึงกำเริบแทบคลาน

รามนั่งรออยู่ที่ล๊อบบี้แล้ว พอพี่ผลักประตูกระจกเข้าไป เขาลุกขึ้นมารับทันที ในตอนนั้น รู้สึกได้เลยว่าตัวเองมีอาการโงนเงนเพราะไข้สูงมาก ร้อนจัดไปทั้งตัว ปวดหัวจนแทบระเบิด เขาแตะที่แขนเบาๆแล้วบอกว่า

“รีบขึ้นไปพักซะนะ เดี๋ยวจะเอายาและชาร้อนๆไปให้”

มุกกี้....ไม่รู้ว่านานสักแค่ไหนที่พี่หลับไปเพราะฤทธิ์ยา เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา เก้าอี้ที่ปลายเท้ายังมีเขานั่งอยู่ตรงนั้น แววตาที่มองมาคือความห่วงใย และคืออะไรสักอย่างที่พี่ไม่กล้าตีความ

 “คุณยังอยู่อีกหรือ” จำได้ว่าพี่พูดแค่นั้นอย่างสลึมสลือ ก่อนที่จะหลับต่อไปอีกนาน กระทั่งมาสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคนพูดกัน

“ทำไมคุณไม่บอกผมว่าคุณไม่สบาย” คนที่เข้ามาใหม่หันมาถามอย่างคาดคั้น

พี่มีอะไรจะต้องตอบ ในเมื่อการที่เขาออกไปตั้งแต่เช้า เขาไม่ได้บอกอะไรกับพี่สักคำ ไม่สนใจด้วยว่าพี่จะไปไหน จะทำอะไร แต่พี่รู้ว่าเขาไปที่ไหน เพราะเมืองนี้เป็นสวรรค์ของบุปผาชน คนแบบเขาคุ้นเคยกับที่นี่ดี แค่ตามกลิ่นใบไม้แห่งสวรรค์ไปเท่านั้น โลกของเขาก็ไร้เงาของพี่เข้าไปรบกวนอีกต่อไป ไม่ต้องพูดถึงความรับผิดชอบ หรือการดูแลในฐานะเพื่อนร่วมทาง ความรู้สึกที่ดีที่มีต่อเขาจึงขาดผึงนับตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเมืองเนปาล และเขาก็รู้ดี

“ผมขอโทษด้วยที่เข้ามาในห้องของคุณ แต่เป็นเพราะคุณผู้หญิงเขาไม่สบาย” นั่นคือคำพูดของราม ก่อนที่เขาจะหันมาจ้องลึกเนิ่นนานในดวงตาพี่ อย่างไม่สนใจท่าทีของอีกคน ก่อนพยักหน้าคล้ายขอตัวเดินจากไปอย่างเงียบๆ

“คุณกินยาหรือยัง” คนร่วมห้องถาม

“รามจัดการให้แล้ว ทั้งน้ำชาร้อนๆนั่นด้วย คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันดีขึ้นมากแล้วล่ะ ขอนอนต่อละนะ พรุ่งนี้ฉันจะไปโพคาราตั้งแต่เช้า”

พี่จำได้ว่าเข้ามานอนในห้องราวๆบ่ายสาม จนกระทั่งใกล้ค่ำใครอีกคนจึงเข้ามา หากรามไม่ได้นั่งอยู่ที่ห้องตลอดเวลา เขาคงเข้ามาดูอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งใครอีกคนกลับมา และเริ่มแสดงท่าทีมีความรับผิดชอบขึ้นบ้าง แต่สายไปแล้ว...สายไปตั้งนานแล้ว

รุ่งเช้า..อาการไข้ดีขึ้นมาก พี่ตื่นตั้งแต่ตีห้า เพราะรถทัวร์จะออกจากเมืองเวลาเดียวกันทุกคัน ทุกบริษัท คือเจ็ดโมงเช้า ทุกคนที่จะไปโพคาราจึงต้องรีบไปขึ้นรถ ณ จุดจอดเดียวกัน คนร่วมทางคงจะเตรียมตั๋วสำหรับตัวเองเรียบร้อยแล้ว เพราะเขาตื่นและเก็บกระเป๋าเช่นเดียวกัน

รามตื่นมารอส่งที่หน้าโรงแรม เขาเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าบางส่วนที่ไม่จำเป็นไว้ให้ แววตาที่มองมาทำให้พี่หายใจไม่ออก

“อย่าเพิ่งไปได้ไหม คุณยังไม่สบาย รออีกสักหน่อยแล้วค่อยไป” เขาเว้าวอน

“ไม่ได้หรอกค่ะ เพื่อนๆฉันรออยู่ อีกอย่างเวลาฉันมีไม่มากนัก ต้องแทร็คกิ้งรอบอันนาปูรณะให้ทันเวลาที่วางแผนไว้”

“ไม่ไปไม่ได้เหรอ ที่นั่นไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไรน่าสนใจ” เขาเริ่มเกเรอย่างเห็นชัด

“อ้าว แล้วนักท่องเที่ยวเขาไปดูอะไรกันล่ะคะ ถ้าไม่ไปดูหิมาลัย” พี่หัวเราะบ้าง

“ไม่มีอะไรจริงๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ โดยเฉพาะในที่ที่ไม่มีผม” เอาล่ะสิ...เวลาเหลือแค่ไม่กี่นาที เขาจะมาเอาอะไรกับคนเดินทางล่ะ

“ขอผมตามไปได้ไหม เมื่อคุณไปถึงที่นั่นกรุณาโทรฯมาหาผมด้วย บอกผมว่าคุณอยู่ที่ไหน แล้วให้ผมตามไปได้เมื่อไหร่” เขายื้อในนาทีสุดท้าย อย่างไม่สนใจใครอีกคนที่ยืนมองอย่างมีอารมณ์ขุ่น

“ก็ได้ แล้วฉันจะโทรฯมาหา”

มุกกี้...ตลอดทั้งวันที่ซุกนั่งอยู่กับเบาะนุ่มบนรถทัวร์ที่เหวี่ยงซ้ายป่ายขวาไปตามหนทางแคบๆ เลาะหุบเหว เลียบยอดเขาสูง หาได้ทำให้พี่หวาดหวั่นไม่ แต่อาการไข้มันกำเริบหนัก เป็นอาการไข้ทางใจ มีแต่คำพูดอึงอลอยู่ในใจ


“ทำไมฉันจะต้องมาเจอคุณด้วยนะราม ทำไมเราจะต้องมาเจอกัน ในวันที่ฉันรู้สึกว่าอิสระเสรีภาพน่ะ ยิ่งใหญ่กว่าความรักของหนุ่มสาวหลายร้อยหลายพันเท่า”

มุกกี้...พี่ยอมรับว่าหัวใจคนเดินทางเริ่มซัดส่าย ด้านหนึ่งมันไม่อยากหยุดอยู่ตรงที่ใดที่หนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งมันลังเลถามหาดวงตาและดวงใจ ที่ห่วงหาอาทรอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะคนที่เจ็บป่วยในยามเดินทาง และรู้ชัดว่าคนข้างๆไม่อาจพึ่งได้อีกแล้ว แม้เขาจะอ้างว่า ยังคงรักเหมือนเดิม  แต่รักแล้วมีใครคนใหม่ และการไม่ดูแลกัน มันจะหน่วงเหนี่ยวเราไว้ได้อย่างไร

ในขณะนั้นพี่รู้ว่า สิ่งหนึ่งที่ร้อยรัดอารมณ์พี่เอาไว้กับราม หาใช่ความแปลกใหม่ในเชื้อชาติ ในภาษาในวัฒนธรรมไม่ แต่เป็นเพราะครึ่งหนึ่งของสายเลือดเขา คือความเป็นไทย เพราะการสนทนาในคืนแรกเขาบอกว่า

“ผมดีใจที่ได้เจอคนไทย เพราะตลอดเวลาผมคิดถึงแม่ คิดถึงเมืองไทยที่ผมแทบไม่เหลือความทรงจำ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากไปเมืองไทย ถ้าผมไปคุณช่วยพาผมไปเที่ยวเมืองไทย ให้ผมได้รู้จักเมืองไทยมากกว่านี้ได้ไหม”

มุกกี้...พี่รับคำขอของเขาในทันที ด้วยความสงสาร เขาไม่ได้ร้องขอพี่เพียงลำพัง เขาพูดต่อหน้าใครอีกคนอย่างไร้มายา นี่กระมัง....ที่ทำให้เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นอย่างไม่น่าจะเป็นไป จนทำให้หัวใจบางด้านของพี่ร้องไห้คร่ำครวญ ด้วยความรู้สึกผิดตลอดมา เพราะพี่ไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขา

กระแสบางอย่างที่เป็นความผูกพัน แม้ไม่ใช่ความรัก แต่ก็เป็นไมตรีจิตที่งดงาม ที่ควรค่าแก่การจดจำ หากว่าเรื่องบางเรื่องไม่เกิดขึ้น เพราะความริษยาอาฆาต ของใครอีกคน

มุกกี้...ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่พี่จะเล่าเรื่องแบบนี้อย่างมีใจที่เป็นปกติ  ขอเวลาพักใจสักครู่ แล้วจะเล่าต่อ เพื่อจะบอกว่าทำไมมัจฉาปูชเร ต้องมาเกี่ยวข้องกับภูซำผักหนาม ในวันนี้

ด้วยรัก

พี่กู่

.

.

.

.

.

.

.

ยอดพูนฮิล หิมะยังคงตก กลางเดือนมีนาคม

.

ควายภูเขา

บางมุมของเฟวา

บางมุมของโพคารา-สรังโกฐ

.

.

สองพี่น้อง ลูกเจ้าของบ้าน ที่พี่ขอเช่าพักร่วม ครึ่งเดือน

บริเวณหน้าบ้านที่เช่าพัก  อยู่ติดกับทะเลสาปเฟวา

เส้นทางเดินเท้าสายพูนฮิล (รอบอันนาปูรณะ)

.

 

 คือ "ราม"





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ปุณณดา วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonnada

เดี๋ยวจะกลับมาอ่านค่ะพี่กู่
คิดถึงซำเหมอเน้อ...

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 01/02/2010 เวลา : 01.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

คุณพี่ราม นี่เท่ได้ใจเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
coolwater วันที่ : 24/01/2010 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

รูปถ่ายสวยจังเลย
สวยทั้งนางแบบและวิวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Supawan วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เขียนเก่งค่ะ น่าติดตามทุกตัวอักษร ... ภาพสวย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 21/01/2010 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

ยัง...ยังก่อน
ขออ่านอีกตอน
ค่อยเม้นท์นะราม

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/01/2010 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

แกร่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจริงๆครับพี่กู่.. ..เธอคนนั้นดูดี..ระดับแถวหน้าเลยพี่กู่

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
กู่ วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

คุณซัน คุณมาทันเวลาพอดี


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
sunsmile วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ตำนานชีวิตที่น่าอิจฉา มากนะเนี่ย แม้จะมีเรื่องเศร้า ๆ แห่งการพลัดพรากแทรกอยู่
ชีวิตนักเดินทางที่น่าทึ่ง
และทึ่งมากขึ้นเมื่อเล่าเรื่องนี้ให้อ่าน

ขอบคุณ กู่ ที่เขียน ขอบใจ มุ๊กกี้ ที่จุดประกาย

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
sunsmile วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ถ้า มัจฉาปูชเรถึงภูซำผักหนาม มีตำนานเดียวกัน ผมอ่านแล้วแต่ยังมองไม่เห็นความรักที่ภูซำผักหนาม

คือว่า.....สาวในรูปที่บอกหน้าบวมเพราะพิษไข้ ช่างสวยงดงามยิ่งนัก

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ตามมาอ่านเรื่องแต่หนหลังของพี่กู่ค่ะ
หากว่าเรื่องบางเรื่องไม่เกิดขึ้น
เพราะความริษยาอาฆาต ของใครอีกคน
อ่านประโยคนี้แล้ว ก็พลันอยากรู้เรื่องราวต่อไปค่ะ พี่กู่

คิดถึงพี่กู่

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
กู่ วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

อ๊ะ อ๊ะ ป๋าคนโทฯ
ตอนนี้กู่บวมทั้งตัวตะหาก ไม่ใช่แค่ใบหน้า

แซวได้แซวไป ไม่ว่ากัน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
กู่ วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

มุกกี้ที่รัก
รากแห่งความทรงจำ มันชอนไชฐานชีวิตให้แตกร้าวทีละนิด
การเล่าเรื่องนี้อย่างกลัวๆกล้าๆ เพราะไม่อาจเสแสร้งแกล้งให้เป็นนิยายได้

ไม่อยากกล่าวร้ายใคร ไม่อยากให้ค่ากับใคร
แต่ความเป็นจริง คนเราจัดตัวเองไว้ในสถานะนางเอกเสมอ

มันจึงดูแปร่งๆทะแม่งๆ และขัดเขิน
แต่ก็อะนะ ตัดสินใจแล้วนี่ที่จะเล่าให้มุกกี้ฟัง

เพียงอยากแบ่งปัน แลกเปลี่ยนบางมุมมองของความรัก
ซึ่งนับตั้งแต่เขียนบล๊อกมา นี่คือครั้งแรกจริงๆ ที่ขุดเรื่องทำนองนี้มาเขียน

ไหนๆก็ไหน จริงไหมเก๋.....
อะไรๆ ที่เกิดขึ้น มันคือนิยายทั้งนั้น

จริงหรือที่ว่า พี่แข็งนอก อ่อนใน


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
กู่ วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

นิส ดีใจด้วย ที่วันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว
ชีวิตเหมือนฝันนะนิสนะ
หลับแล้วตื่นขึ้นมา...ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง

ตอบคุณเต็งพ้ง
วางแผนว่าจะไปค่ะ ช่วงนั้นจะอยู่ใต้แน่นอน
เจอกันที่โน่นเลยก็แล้วกันค่ะ




ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

รูปแรกเก่าเขรอะยังไง ดูตอนนี้ก็ยังสวยมากๆ
ไม่อยากนึกถึงอารมณ์ขณะที่ดูตอนนั้นเลย ว่ามีความอิ่มเอมใจขนาดไหน


ส่วน..
"หน้าบวมเพราะพิษไข้ และอากาศบางเบา"

12 ปีแล้วยังไม่หายอีกเหรอ 5555 (แซวเล่นๆ นะจ๊า)

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
riverpoem วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

ตามมุกมา....

อ่านแล้วอึ้ง....
ตั้งแต่เจอ พี่กู่ หนแรก
ก็คิดอยู่ว่า พี่กู่ ข้างนอกเข้มแข็ง
ข้างในอ่อนไหว
นั่นคือ สิ่งที่รู้สึกได้

ยิ่งมาอ่านตัวหนังสือของพี่กู่ ทำให้รู้ว่า ที่เคยรู้สึกน่ะใช่
อ่านแล้ว ใจ วิบๆ ไหวๆ ไปด้วย
คาดว่า พี่ต้องเสียน้ำตา ที่บ้านมุก แน่ๆเลย

มีใครบางคนบอกไว้ว่า
"ความรัก" เป็นสิ่งที่สวยงาม
แต่ทำไม ยามที่เลิกรัก
แล้ว "คนรัก" จึงทำร้ายกันได้มากกว่า คนอื่นๆนะ
ไม่สามารถ แม้แต่จะดูแล คนที่เคย "แคร์" ทั้งหัวใจได้หรือ

ปล. อ่านแล้วเหมือนอ่านนิยายเลยอ่ะ พี่กู่
ทั้งสำนวน ทั้งอะไรก็แล้วแต่
จะตามอ่าน มหากาพย์นี้ต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
mookie วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก


แวะกลับมาอ่านอีกรอบ

มุกส่งลิ้งก์เอนทรี่นี้ ให้กับน้องสองคนที่เดินทางร่วมกับมุก เป็นน้องที่เป็นครีเอทีฟบริษัทโฆษณา เค๊าอ่านแล้วฝากข้อความมาคอมเมนท์พี่กู่ด้วยครับ


ฝากบอกพี่กู่ว่า
"มีคนรอลุ้นตอนจบอยู่นะคะ"


เป็นข้อความจากน้องก้อย เจ้าน้องสาวที่หน้าเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น...

และ มุกก็ฝากบอกเหมือนน้องก้อยด้วยจ้ะ...


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
mookie วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 20.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

พี่กู่ที่รัก...

ที่จริงตั้งแต่กลับมาจากที่ทำงานวันนี้ มุกไม่ได้เปิดคอมพิวเตอร์ และเป็นความตั้งใจที่จะไม่เปิด เพราะต้องการไปใช้เวลากับบางสิ่งที่มุกยังทำมันค้างคาอยู่

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเช็คเมล์ทางมือถือ เห็นเมล์ที่แจ้งการคอมเมนท์ของบล็อกเข้ามา พอกดเปิดเมล์ดูก็ได้อ่านคอมเมนท์ที่พี่กู่ฝากเอาไว้ที่หน้าบ้าน

ถ้อยคำสั้นๆ ที่พี่กู่ฝากมา ทำให้มุกต้องเด้งตัวขึ้นมากุลีกุจอเปิดคอมฯ เปิดโมเดม...

รอบแรกมุกเลื่อนดูรูปทั้งหมด แล้วเกิดอาการขนลุก (น้อยๆ)

รอบที่สองมุกอ่านทุกตัวอักษรอย่างช้าๆ ... ย่อหน้าไหนที่อ่านแล้วรู้สึกยังไม่ค่อยเข้าใจ มุกอ่านทวนซ้ำไปซ้ำมา

เมื่ออ่านจนจบ ความรู้สึกแรกเลย (นอกจากขนที่ลุกแบบเต็มที่) คือ ความทะลึ่งตึงตังของมุกนั้น สร้างความลำบากใจให้กับพี่กู่หรือเปล่า??

แต่เมื่อเลื่อนลงมาอ่านคอมเมนท์ ก็รู้สึกสบายใจขึ้น (เล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับความอึดอัดใจของตนเอง)



เฮ้ออออ

มุกจะบอกอะไรพี่กู่ดี...

มุกรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก ที่พี่กู่ใส่ใจกับคำขออันไร้สาระ และไร้มารยาทของมุก

มุกรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก กับถ้อยคำอันสวยงามที่พี่กู่เรียงร้อยออกมา และที่สำคัญมันเป็นถ้อยคำที่เรียงร้อยมาจากเรื่องราวบนเส้นทางชีวิตที่พี่กู่ได้เดินผ่านมันมา...

มุกรู้สึกมึนงง และ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ .... อย่างบอกไม่ถูก...

ถ้าพี่กู่ไม่ว่าอะไร มุกขออนุญาตถอยไปตั้งหลักแปร๊บนุงนะ มุกรู้สึกต้องการเวลา (อย่างแรง) แล้วมุกจะกลับมา... สัญญา


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
mookie วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

โอ้ยยย ...

เอ่อ

เอาไงดีเรา


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
tengpong วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ทำไมคนบางคน คนนั้น ใจร้ายกับพี่กู่ได้ เนาะ


เสียดายที่พี่กู่ไม่ได้ไปงานหมกรรมภาพถาย

ฮาลาบาลา 26 ก.พ. ผมซื้อตั๋วกันแล้ว พี่กู่ไปด้วยกันไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ว้าว..นี่ล่ะ..คือสิ่งที่นิสใฝ่ฝัน อยากจะมีประสบการณ์ท่องโลกแบบกู่บ้าง..แต่ทำไม่ได้..

เมืองนี้ดูคล้ายๆกับธิเบตเนาะ..กู่ดูแข็งแรง และมั่นมากจ้า..ว้าว..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สงสัยจะแห้งใจอย่างพี่กู่ว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ความคิดเห็นที่ 1
กู่ วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.39 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
ขอบคุณค่ะ ที่ทักทาย
ip : 110.49.159.184/110.49.159.184

สวัสดีค่ะ
ตาของนิสผ่าตัดเนร็จแล้วหรือยังคะ
เขาว่าให้ทุบหลังด้วยนะนิส ให้มันกระฉอกออกมา
*************************************
จ้ากู่..เย้..
คุณหมอชัยรัตน์ จักษุแพทย์ รพ.ราชวิถี นิสผ่าตัดตาซ้ายให้นิสอังคารหน้า วันที่ 26 มกราคม 2553 นี้จ้ากู่..

หมอนัด 25 ม.ค.เข้านอนพัก รพ.พอวันที่ 26 ม.ค.ก็นำเข้าห้องผ่าตัดจ้า..พอ 27 ม.ค.ก็กลับมาพักที่บ้านได้ แล้วอีกสองอาทิตย์คุณหมอก็นัดพบเพื่อตรวจอีกจ้า..

อืม..กินอะไรติดคอ ก็น่าตกใจนิ.. ต้องรู้วิธีช่วยทางรายการก็มีการสาธิตวิธีช่วยให้ดู ทั้งช่วยเด็กและช่วยคนโต...เห็นให้กดท้องตรงลิ้นปี้อ่ะ..ทุบตรงหลังไม่มีให้ดู..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กู่ วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

แสน...อย่าคิดมาก
เรื่องของเรื่องที่ทำให้กลายเป็นเรื่องสาธารณะไปแล้ว
ย่อมแตะได้....

ขอให้อ่านอย่างมีอิ่มใจก็พอ
เอ๊ะ...หรือแห้งใจ

ขอบคุณค่ะ คุณสุริสา

เช่นกันคุณเต็งพ้ง คิดถึงหลายๆ โดยเฉพาะต้นฉบับ
อิ อิ ว่ากันในหน้านี้ล่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tengpong วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ไปย้ายของเดี๋ยวกลับมาอ่าน


คิดถึงพี่กู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
surisa วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boongsurisa

เรื่องซึ้ง...
ภาพสวย...
T_T

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

เมื่ออ่านจบแล้ว
...
....
ต้องขอโทษพี่กู่ด้วยครับที่เสียมารยาท

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กู่ วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

แสน ด้วยความยินดี
พี่เขียนถึงมุกกี้ เพราะมุกกี้เค้าเขียนเอนทรีเนปาลที่มีภาพสวย
กระตุกต่อมน้ำตา ให้รินๆ ด้วยความคิดถึง

มันดูเป็นลิเกโอเปร่า ไปหน่อย
แต่ก็อะนะ....เขียนก็เขียน
เผื่อมุกกี้มีอะไรขุดมาเล่าตอบมั่ง

ขอให้แสนมีความสุขในการอ่าน อิ อิ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 19/01/2010 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

จะถึงใครก็ช่างพี่กู่เหอะ
ขออ่านด้วยนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน