• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 341884
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม 2553
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 1724 , 12:18:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มุกกี้  กรรมยังคงทำงานของมันอย่างยุติธรรม ไม่ว่าพี่กู่จะพยายามหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเองอย่างไรก็ตาม แต่ความเจ็บปวดยังคงอยู่  วันนี้มันคิดดอกเบี้ยทบต้นเสียจนพี่จ่ายคืนไม่ทัน จึงตกอยู่ในอาการพร่าเบรอ  อย่างพยายามคุ้ยหารายละเอียดกลับคืนมา เพื่อยืนยันกับตัวเองว่า พี่ไม่ใช่คนผิด ไม่ใช่คนเริ่มต้นในเรื่องยุ่งยากนี้

แต่บางที ทุกคน รวมทั้งราม คงลืมวันเวลาเหล่านั้นไปแล้ว เหลือแต่พี่ที่ละเลียดเคี้ยวอดีตอันขมปร่า อย่างกล้าๆกลัวๆที่จะกลืนมันลงไป เพราะการยอมรับรสชาดความจริงบางอย่างต้องจ่ายด้วยอาการปวดแสบปวดร้อนในหัวใจ ยิ่งหัวใจที่มีทิฐิดื้อรั้น ที่รักแต่ตัวเองมากมายจนลืมเห็นหัวใจของคนอื่น ยิ่งจะต้องเจ็บหนัก

ดังนั้น คำพิพากษาแห่งความยุติธรรมไม่ต้องมองหาจากปากคนอื่น แต่มันจะส่งผ่านมาจากจิตใต้สำนึกที่ทุรนทุราย ให้เรารับรู้

.............

สองวันสุดท้ายบนภูเขา อาการไข้กำเริบอีกหน แต่ละก้าวที่เหยียบลงไปบนกรวดหิน เหมือนหุ่นยนต์ที่สั่งให้ขาก้าวเดินโดยไม่ใช้สมองคิด ก้าวย่างอัตโนมัติ  จำได้ว่าแยกสุดท้ายที่ตัดสินใจเดินลงมาเพื่อหาทางจับรถเมล์กลับโพคารา จากหมู่บ้านเล็กๆนั้น ถ้าเลี้ยวไปทางขวาจะไป “เบสแคมป์” แต่พี่เลือกที่จะเลี้ยวซ้าย เพราะในแผนที่เห็นว่าเป็นเส้นทางสั้นที่สุด ผ่านหมู่บ้านไม่กี่หมู่บ้านแต่กระนั้นก็ต้องนอนค้างบนภูเขาอีกสองคืน

ตอนที่เลี้ยวซ้าย ใกล้ค่ำเต็มที ไม่อยากพักที่หมู่บ้านนี้ อยากไปให้ไกลกว่านี้ เราจึงลากขาก้าวต่อไปท่ามกลางสายฝนพรำ เรื่องเปียกปอนไม่ต้องพูดถึง เสิ้อกันหนาวคือเสื้อกันฝนไปในตัว แต่พื้นรองเท้าข้างซ้ายแตก พี่เพิ่งรู้เมื่อน้ำเย็นๆซึมเข้าไปถึงฝ่าเท้า จนรู้สึกหนาวถึงสมอง จนต้องหาถุงพลาสติกมาสวมทับถุงเท้าอีกชั้นพอแก้ขัดไปได้  อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเจ้ารองเท้าคู่นั้น เพราะมันทำหน้าที่อื่นๆดีเหลือเกิน ไม่กัด ไม่บีบปลายเท้า ไม่ขูดเอ็นร้อยหวายให้ทรมาน

เวลาราวๆ ทุ่มกว่า เรามาถึงหมู่บ้านเล็กที่สุดที่เคยเจอมา ถามหาที่พัก มีคนชี้แนะให้ไปหาที่บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง  ไปถึงหน้าบ้าน สองสามีภรรยากำลังทำอาหารอยู่ในครัว ห้องว่างพอดี ซึ่งมีอยู่หนึ่งห้องนั่นล่ะ (อันที่จริงเป็นห้องสำรองที่เขาใช้พักเอง) มีสองเตียงเล็กๆ ฟูกบางๆ ไม่มีผ้าห่มให้ เรามีถุงนอนส่วนตัว แต่อากาศเฉียดติดลบขนาดนี้ยังไงๆก็ต้องทรมาน แต่ไม่ได้ก็ต้องได้ เพราะเหนื่อยเหลือเกิน หิวข้าวมากจนตาลาย ถามหาอาหารที่ง่ายที่สุด คือบะหมี่สำเร็จรูป แม้จะไม่ชอบมันเลยแต่นั่นคืออย่างเดียวที่ครอบครัวนี้มีอยู่เช่นกัน

ตอนนั้นพี่มีข้อจำกัดเรื่องอาหาร พี่กินเนื้อสัตว์  ไม่ได้ ร่างกายมีปฏิกริยาต่อต้าน กินแล้วปากบวม ตัวร้อน อาเจียรทันที จนไม่กล้ากินมานานร่วม 8 ปี ก็ถือเสียว่าเป็นข้อดี ไม่รังแกสัตว์ แต่นมและไข่ก็แตะไม่ได้ กลิ่นคาวมากอาหารหลักจึงเป็นผักและถั่ว ร่างกายจึงขาดไขมันและพลังงานในขณะที่ต้องใช้พลังงานอย่างหนักในการเดิน  อาหารที่กินประจำบนภูเขาคือข้าวผัดผัก แค่ข้าวจืดๆบวมๆผัดแห้งๆใส่ผักแบบหรอมแหรม เพราะบนภูเขาปลูกผักยากเต็มที แต่ละมื้อมีแค่นั้น จ่ายไปราคาราวๆ 80 บาทต่อจาน ที่จำได้เพราะสั่งบ่อย ที่พอจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อยคือ จาปาตีกับแกงถั่ว นอกนั้นไม่มีสิทธิแตะ

ก่อนจะได้กินมื้อค่ำ เราขอไปอาบน้ำ เจ้าบ้านบอกว่าอากาศหนาวๆควรจะไปอาบน้ำพุร้อน บ่อเล็กๆที่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าน ใช่แล้ว...ที่จำได้คือ หมู่บ้านนั้นตั้งบ้านเรียงรายไปตามลำน้ำเชี่ยวกราก

เราโดยสารไปบนกล่องสี่เหลี่ยม ที่ต้องดึงตัวเองไปบนลวดสลิงค์ เพื่อไปเจอกับน้ำพุร้อนบ่อเล็กจี๊ดเดียว ต้องตักน้ำร้อนรดตัว แต่ก็คุ้มค่า เรี่ยวแรงกลับคืนมาทันที เมื่อกลับมาที่พัก เจ้าของบ้านรีบบอกให้กินบะหมี่ ก่อนที่จะเย็นเพื่อที่จะเข้านอน บะหมี่เนปาลรสชาดเหลือจะกลืน พะอีดพะอมในปากทุกทีไป เพราะเส้นอืดง่ายมาก ต้มแป๊บเดียวแค่นั้น ยังอืดราวกับทิ้งไว้สักสามชั่วโมง เครื่องปรุงไม่มีความเผ็ด  สรุปว่า....ที่บ่นๆมา รอดตายไปอีกหนึ่งวัน

เล่ามายาวไกล ยังไปไม่ถึงเรื่องของราม......เพราะว่าพี่กำลังจะตายอยู่บนภูเขา ในคืนสุดท้าย

ฝนตกอีกแล้ว ตั้งแต่เช้าตรู่ที่เริ่มออกเดินทาง ช่วงนี้ยิ่งต้องระวังเพราะถนนแคบ ต้องเลาะไปตามแม่น้ำที่พุ่งกระแทกหินครึกโครกในหุบเหวลึก ทางแคบขนาดคนเดินสวนทางได้สองคนบางช่วง เห็นซากม้าหล่นลงไปตาย ชวนหวาดเสียว

เรี่ยวแรงใกล้จะหมด แต่ยังไงคืนนี้จะต้องไปถึงเมืองสุดท้ายให้ได้ ตัวร้อนจี๋อีกแล้ว กัดฟันเดิน ข่มใจเดิน เพราะถ้าไม่เดินก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น หมู่บ้านเล็กๆที่ผ่านมาเป็นหมู่บ้านที่ยากจนโดยแท้ และน่าจะเป็นชนเผ่าอะไรสักอย่างที่ทำเกษตรเล็กน้อย เท่าที่พื้นที่ราบจะอำนวย ส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์ มีม้า แพะ ถูกขังอยู่ในคอก เพราะฝนตกพรำอย่างนี้ คงไม่ง่ายที่จะต้อนขึ้นไปหากินตามหุบเขา  เรื่องที่คิดว่ายอมแพ้ขอพักนอนแถวนี้อีกสักคืนให้เลิกคิด ไม่มีบ้านไหนสละห้องให้นอนได้แน่ ไม่มีกระทั่งร้านอาหาร เพราะร้านสุดท้ายผ่านมาแล้วเมื่อตอนเที่ยง เป็นเพิงเล็กๆที่อัดนักเดินทางเข้าไปราวๆยี่สิบกว่าคน กลุ่มใหญ่สุดเกือบสิบคน เป็นหนุ่มสาวเยอรมัน พูดคุยกันเสียงดังเฮฮา จนพี่ต้องกัดฟัน เออ....พวกเอ็งยังหนุ่มสาว ยังมีแรงซ่า แต่ขอให้ช่วยลดแรงสะท้อนในหูหน่อยได้ไหม คนจับไข้ เกือบจะตายเพราะเสียงพวกนายอยู่แล้ว

เปล่า  ไม่ได้พูดอะไรออกไป ได้แต่นั่งหลับตาข่มใจ จนกระทั่ง
เทนซินสังเกตเห็น เขาจึงถามว่า ไม่สบายหรือ พี่บอกว่าใช่ จากนั้น เมื่อเราเริ่มเดิน เขาพยายามเดินรอพี่เหมือนจะช่วยดูแล แต่เรี่ยวแรงของพี่ลดน้อยลงเต็มที ส่วนเขาในฐานะหัวหน้าทีมที่ต้องดูแลคนอื่นๆด้วย ต้องเร่งความเร็วให้ทันทีม พี่จึงบอกให้เขาเร่งเดินไปเถอะ พี่ดูแลตัวเองได้ อย่างน้อยก็ยังมีฝันเดินอยู่เป็นเพื่อน แม้จะมีอาการง่อนแง่นไม่ต่างกันนัก

ค่ำพอดี ที่มาถึงเมืองเล็กๆที่มีแสงไฟฟ้าสว่าง มีโรงแรมใหญ่(หมายถึงโรงแรมจริงๆ ไม่ใช่ห้องแบ่งเช่า) แต่นั่นไม่ใช่ๆที่ๆจะมีรถเมล์ไปถึงโพคารา ต้องนอนพักอีกคืน

โรงแรมแรกที่เห็น เราเลี้ยวเข้าไปทันที สิ่งที่เห็นแรกสุดคือฮิปปี้ฝรั่งรุ่นใหญ่หนึ่งคู่นั่งตากอากาศเย็นๆ ที่โต๊ะกลางสนามหญ้า ผู้ชายกำลังเล่นกีต้าร์เพลงฮิตฮอตของเนปาล ที่ออกเสียงว่า ดำ มะ ดำ ปี ดำ ดำ อะไรทำนองนี้ล่ะ (แฮะๆๆๆ มันอาจออกเสียงแปลกๆ แต่พี่จำได้แค่นี้เองอะนะมุกกี้) ที่จำได้อีกอย่างคือ คุณผู้หญิงเธอใส่ตุ้มหูทองอันใหญ่ๆ สไตล์สากลของเนปาล ที่เป็นรูปแบบเฉพาะ เหมือนคนวัฒนธรรมลาวใส่ขะจอนหู (แล้วจะเห็นภาพไหมเนี่ยหือ....เรื่องนี้คงต้องให้น้องชายแสน(นายสิบหมื่น)ช่วยขยาย ) ที่จำได้เพราะเป็นของชอบพี่ทั้งสองอย่าง ทั้งเพลงและตุ้มหู (เอาล่ะสิ...ลงรายละเอียดซะ......)

เจ้าของโรมแรมเป็นหญิงชราหน้าตาใจดี พี่ขอน้ำร้อนเธอหนึ่งกระติก บอกว่าอย่างอื่นไม่ต้อง จะขอนอน นอน และนอนเท่านั้น เธอพยักหน้ายิ้มอย่างปลอบใจ .....ไม่นานน้ำร้อนก็มาถึงที่ห้อง ราคาประมาณ 50 รูปี

นอนโดยไม่อาบน้ำ หนาว ปวดหัว เหนื่อย หมดแรง  คลุมโปงก็แล้ว พลิกตัวก็แล้ว ยังไม่หายหนาว ที่หนาวนี่ไม่ใช่เพราะอากาศอย่างเดียว แต่เพราะพิษไข้กำลังเล่นงาน ฝนเองก็ดูท่าจะแย่ แต่เธอยังอุตส่าห์มีแรงอาบน้ำอุ่น มีแรงสั่งอาหารมากิน พี่จึงคิดว่า ด้วยการเป็นมังสวิรัติมาแปดปี วันนี้คือวันสุดท้ายที่ได้ใช้พลังงานชีวิตหยาดสุดท้าย และน่าจะตายบนเตียงนุ่มๆแต่หนาวยะเยียกนี่อย่างแน่นอน

ยกแก้วน้ำร้อนขึ้นมาจิบแทบไม่ไหว ไม่อยากยื่นมือออกไปนอกผ้าห่ม จะให้ฝันช่วยก็เกรงใจ อาการหนาวในไขกระดูกจู่โจมเหมือนจะช๊อค ตอนนั้นรู้ว่าเป็นเพราะร่างกายไม่พร้อมในเรื่องอาหารจริงๆ นึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋าสตังค์มีรูปพระอาจารย์ที่เคารพอยู่สามท่าน หยิบมาวางแนบอกอธิษฐานว่า ถ้าไม่ไหวจริงๆขอให้ลูกได้ตามไปอยู่กับพระอาจารย์ด้วยนะคะ.....แน่ะ...อาจเอื้อมจะไปสวรรค์ แต่ตอนนั้นขอตามไปรับใช้ท่านจริงๆนะมุกกี้ เพราะพี่กู่เชื่อว่า ตายตอนนี้ก็ไม่น่าเสียดาย อะไรๆก็ทำมาตั้งเยอะแล้ว และที่รู้สึกดีที่สุดคือ ในเวลานั้น ไม่มีใครตกค้างอยู่ในหัวใจสักคน (ในเวลาวิกฤติ ไม่มีเรื่องราวใดๆให้ทุกข์ทน ไม่มีความสุขใดให้ไขว่คว้า..แค่นี้ก็น่าจะพอใจ)

แต่คงไม่ถึงที่ตายละมั้ง..เมื่อฝันถามว่าไม่ลองกินไข่ต้มเพื่อเสริมพลังงานตัวเองบ้างเหรอ บางทีอาจจะดีขึ้น พี่คิดว่าก็ไม่เลว จึงขอให้ฝันลงไปสั่งไข่ต้มมาสองใบ

ไม่นานไข่เป็ดต้มที่ยังไม่ปอกเปลือกสองใบก็อยู่ในอุ้งมือพี่ ภายใต้ผ้าห่มคลุมโปง เหมือนพบทางไปสวรรค์จริงๆ ความอุ่นที่เริ่มจากอุ้งมือ ค่อยๆกระจายไปทั่วร่าง

พี่มารู้สึกตัวอีกครั้งในตอนดึก ยังมีไข่ต้มซุกอยู่ข้างตัว ด้วยความหิวจึงบอกกับมันว่า

“ฉันขอกินเธอหน่อยนะ อย่าให้ฉันเกิดอาการแพ้เธอเลย ไม่อย่างนั้นฉันหมดที่พึ่งจริงๆ”

ไข่สองใบเกลี้ยงในเวลาไม่กี่นาที กับความอบอุ่นวาบในท้องที่ตามมาเร็วพลัน และแล้วความฝันใดๆก็ไม่รบกวนอีกเลย จนกระทั่งสาง

มุกกี้....พี่กู่ไม่พากลับไปกัฐมัณฑุเสียที  นานะ.....ตอนต่อไปแน่นอน

พี่กู่จ้ะ

ปล.  ไม่มีภาพประกอบ....เพราะสไลด์เก่าเก็บไม่สามารถสแกนได้ เครื่องสแกนสไลด์เสียไปนานแล้วจ้า

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 01/02/2010 เวลา : 01.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

ผมชอบจาปาตีกับแกงถั่ว มีช่วงหนึ่งได้กินบ่อย แต่นานมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
sunsmile วันที่ : 25/01/2010 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

เรื่องของอาหารกับการใช้ร่างกายอย่างหนัก บางทีถ้าเรายึดทางสายกลางแบบพระพุทธเจ้าได้ก็จะช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยไปได้ส่วนหนึ่ง
เป็นอีกเรื่องที่น่าแปลกใจ กู่ แพ้เนื้อสัตว์ ทำให้จินตนาการไปถึง เอ้อเขาเรียกอะไร อดีตชาติ ... ออกจะไปไกลเกินไป กลับมาเนปาลก่อนดีกว่า
การเดินที่ทรหดในสภาวะที่เจ็บไข้นี่ขอนับถือจริง ๆ คนที่บ้านเวลาเดินข้ามลำธารก็ต้องขี่หลัง (กลัวรองเท้าเปียก) หรือจะให้คนที่เดินทางด้วยกันอิจฉาไม่รู้

อายจังที่จะบอกว่าผมก็อยากรู้เรื่อง ราม ละนะยังไงก็เล่ามาถึงป่านนี้ เล่าต่อให้จบละกัน รออ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 25/01/2010 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

มาตามอ่านตอนที่สาม
...
เหมือนคนวัฒนธรรมลาวใส่ขะจอนหู
...> ขอสารภาพเลยครับพี่กู่ ภาพมันลางเลือนมากๆ
เมื่อก่อนแม่เคยได้รับมาจากยาย แต่ตอนนี้มันหายไหนแล้วไม่รู้ สังเกตุคนเก่าๆแก่ๆทางอีสาน(ถ้ายังมีชีวิตอยู่) ที่ติ่งหูจะยานแลัรูที่เจาะจะยาวและยานลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก และนน.ของขะจอนหูที่ใช้นั่นแหละ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
กู่ วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

แป๋ม อ่านเรื่องของแป๋มแล้วคุ้มเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

พบกันในบล็อก ทำให้พี่คิดถึงบ้านจัง มันบอกไม่ถูกอย่างไรไม่ทราบ เป็นจริงด้วย หรือบ้านเรามันอยู่ละแวกเดียวกัน

จากบ้านทุ่ง ริมลุ่มน้ำปากพนัง มองไปทางทิศตะวันตก เทือกเขาสูงลิบๆนั้นคือเขาเหมน ยามทัศนวิสัยดีแล้วเห็นชัดมากๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
กู่ วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

พี่สุภาวัล กู่ขอบพระคุณค่ะ ที่อ่านเรื่องเหลวไหลของกู่



คุณพลอลี่ สวัสดีค่ะ



เก๋...เก๋รอหน่อยละกัน ไว้งานในสวนเบาบางพอที่จะจมกับอารมณ์ได้ สักวันเก๋น่าจะได้อ่าน เหอ ๆๆๆๆๆๆๆๆ หัวเราะเยาะตัวเองไว้ก่อน กิ๊วๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กู่ วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ขอบคุณค่ะ MT-PONG

ค่ะจ่า...จินต์.....ขอบคุณค่ะ

มุกกี้ พี่กู่ทึ่งกับมุกกี้ทุกครั้งที่ลงเอนทรี เพราะมุกกี้ไม่เคยทำมันแบบฉาบฉวย ไม่เคยเจอเลยสักครั้งว่ามุกกี้จะไม่ใส่หัวใจลงไป

แม้แต่รูปถ่าย ที่ลงไปในนั้น มุกี้มีความคิดแทรกอยู่ในรูปเสมอ และไม่จำเป็นอีกเช่นกันที่จะต้องบรรยายมาก เพราะรูปได้บอกเล่าเรื่องของเรื่อง...อยู่แล้ว

พี่กู่รู้สึกแปลกๆ ที่เขียนเรื่องส่วนตัวขนาดนี้ แต่ก็ดีใจที่ตัวเองกล้าหาญที่จะเขียน

เพื่อ....ไถ่บาป (หรือเปล่า) น่ะ....เริ่มสับสน


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
กู่ วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ค่ะ พี่ณุ กู่สบายดีค่ะ....ขอบคุณค่ะ

คุณ drifworm คำพูดคุณคล้ายๆคนคุ้นเคย
แฮะๆๆๆ มันคุ้นสำนวน คุ้นวิธีคิดอ่ะค่ะ

ตอนวัยเด็กน่าแปลกจริงๆด้วย
เพราะมักจะเห็นหลังคาบ้าน เห็นเพดานเป็นตัวยึกยือน่าเกลียดน่ากลัวมาก มันเคลื่อนไหวได้เหมือนงูเลื้อย
โอว.....น่าเกลียดจริงๆด้วย

ขอบคุณค่ะ สำหรับคำสนทนาอันน่ารัก(จริงๆ)


นิส กู่ลุ้นวันที่นิสจะผ่าตัดนะคะ

ขนาดวัยเด็กมีโรคประจำขนาดนั้น โตมายังร่าเริงซะ...
น่าเป็นคนน่ารักนะ รู้ตัวหรือเปล่า เวลาพูดแจ่มใส หัวเราะร่าเริงราวเด็กๆ (แบบว่าข้างใน(ใจ)สดเสมอน่ะค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

อ่านทั้ง จดหมายที่พี่กู่เขียนถึง มุกกี้ แล้วก็ ข้อความที่มุกกี้เขียนถึงพี่กู่ .. อิอิ คุ้มเลย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
riverpoem วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

ฝนตกหนักเหมือนกันค่ะ แต่เผอิญว่าไม่ได้ใช้ โซล่าเซลล์
เลยม่ะมี ปัญหา

ค่อยๆตามละเลียดอ่าน
หืมม์ ป่วยหนักเลยนะคะนั่น

จะบอกไรให้ ถ้าเป็นนิยาย เนี่ย
แสดงว่าเก๋ติดงอมแงม
เขียนได้ดีจริงๆ

พี่กู่ เขียนนิยายสักเล่มดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พลอลี่ วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plolee06
บรรยากาศที่เป็นจริง มิใช่สิ่งที่เพ้อฝัน

มาตามความล่าฝันที่ผันผ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Supawan วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เพิ่งจะอ่านเป็นตอนแรก เดี๋ยวจะตามไปอ่านตอนที่ผ่านมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
mookie วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

พี่กู่..ที่รัก...

มุกอยากบอกเพียงแค่ว่า มุกเฝ้ารอซึมซับเรื่องราวโดยไม่ได้มีความรู้สึกเร่งรัดอะไรเลย...


ตรงกันข้ามเสียอีกที่มุกรู้สึกว่า อยากให้พี่กู่ค่อยๆ ถ่ายทอดมันออกมา... ด้วยความเนิบช้า และไม่อยากให้มันรีบจบ...

มุกไม่ได้อยากทราบตอนจบมากไปกว่าอยากละเลียดเรื่องราวระหว่างทาง...

พี่กู่รู้มั๊ย ตอนที่มุกคิดจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางทริปนี้ มุกรู้สึกหลากหลาย ไอ้ครั้นจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติ หรือภูมิประเทศ ภูมิอากาศ อะไร มุกก็รู้สึกเหมือนเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน...

ใครอยากทราบเรื่องราวของเนปาลในเชิงประวัติศาสตร์ ในเชิงพุทธประวัติ หรืออะไรต่อมิอะไร เพียงแค่ search คำว่าเนปาล คำเดียว เค๊าก็จะได้รับรู้เรื่องราวมากมายแทบจะเคี้ยวกลืนกันไม่หวาดไม่ไหวทีเดียว

เวลาลงรูป มุกก็ไม่คิดที่จะบรรยายอะไรใต้รูป ... มันเป็นเรื่องยากสำหรับมุกในการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางสักเรื่องหนึ่ง อาจเป็นเพราะมุกอ่านเยอะ อ่านเยอะจนรู้สึกว่า ใครๆ เค๊าก็เขียนกันไว้ได้ดีมากอยู่แล้ว มุกก็เลยไม่มีอะไรที่จะเขียน...

แต่เวลามุกเจอคนอ่านอย่างพี่กู่... คนอ่านที่ทักมุกว่า "ยอดมัจฉาปูชเรย์ของมุกกี้ช่างสวยจัง" ... พี่กู่รู้มั๊ย ประโยคนี้ประโยคเดียวทำเอามุกขนลุก...

ประโยคนี้ประโยคเดียว ทำให้พี่กู่คุยกับมุกเพิ่มมาตอนนี้ก็สามเอนทรี่แล้ว... และมุกก็มั่นใจว่าพี่กู่ต้องคุยกับมุกต่ออีกหลายเอนทรี่แน่ๆ ซึ่งมุกก็ยินดี และรอคอยที่จะให้เป็นเช่นนั้น...

มุกชอบเจอคนอ่านอย่างพี่กู่ เหมือนเราได้คุยเรื่องเดียวกัน คุยเรื่องที่เราเคยผ่านมาเหมือนกัน ต่างกันเพียงช่วงเวลาเท่านั้น...

และเรากำลังได้แลกเปลี่ยนความต่างของช่วงเวลา 12 ปีนั้น อยู่ในตอนนี้...

มุกไม่มีอะไรจะบอกนอกจากรู้สึกการเดินทางของมุกในครั้งนี้มันคุ้มค่าจริงๆ ที่ทำให้ได้มีโอกาสรับทราบเรื่องราวของพี่กู่...

ไม่แน่... สิ้นปีนี้มุกอาจจะกลับไปค้นหามันด้วยตนเองอีกครั้ง...


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่ามาตามติด.
ตอนสามครับผม..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
mookie วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

มาแว้วววววว


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
MT-PONG วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

อืม..กู่จ้ะ..
กู่ บันทึกเรื่องเล่านี้ไว้สามตอนแล้ว..เป็นเรื่องเล่าที่กู่..ประสบ พบผ่าน พบพานเรื่องที่กระทบกาย ใจ นิสอ่านแล้ว..โอ้..หนักหนามากทีเดียว..สิ่งที่กู่ผ่านมาได้ คือกายและใจกู่เข้มแข็ง แข็งแรงมากๆ

ตอนนิสอายุเจ็ดขวบ..เจอและเป็นทั้ง ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด โรคหิด โรคที่ทำให้แก้มบวมอ่ะ สมัยโน้น เขาบอกเราจะเป็นโรคอะไรเอง หากเป็นแล้วร่างกายเราจะหายเองและมีวัคซีนป้องกันไม่ให้โรคเดิมเหล่านี้เกิดขึ้นมาอีกได้..เฮ้อ รอดมาได้.. ตอนเจ็ดขวบเป็นทั้งปี โรคไรนักไม่รู้ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง..อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

.
ดังนั้น คือความต้องการรู้โลกให้ทั่วๆ
.
หรือ ตื่นตากับการ เห็น ว่าโลกก็ยังมีอย่างนี้ๆๆอีก
.
หรือเพียงโลกอีกใบที่เพียรสร้่างขึ้นเป็นการชดเชย
.
ที่สุดแล้วล้วนอยู่ภายใต้ การเดินทางในโลกภายใน คือ ใจ ดวงเดียว
.
หรือจิตวิญญาณของชนเผ่าเร่ร่อนแต่บรรพกาลเข้าสิงสู่
ฯลฯ
.
.
เปล่าหรอก .. ความจริงผมยอมรับในแรงปรารถนาที่จะเดินทาง ... สัญชาตญาณเก่าแก่
แต่ผมเป็นเด็กขี้สงสัย อดถามตัวเอง(โดยอาศัยเรื่องของกู่)ไม่ได้
แม้ตัวเองจะมีคำตอบในใจอยู่บ้าง แต่ยังคงค้างสัญชาตญาณของสัตว์โลก(โลโก)อยู่ในตัว
.
(วัยเด็ก ยามป่วยรุมด้วยพิษไข้ ผมมักเห็นสนามหญ้าแปรเป็นผืนน้ำเหนียวข้นหนาหนักกระหน่ำคลื่นกดทับตัวเอง
เดี๋ยวนี้มันหายไปแล้ว คลื่นน้ำเหนียวข้นกระหายวิญญาณนั้นคงจะเป็นห้วงความคิดที่หนาทึบกดทับของตัวเองนั่นเอง)
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ยามนั้น เรามักจะถาม ถาม ถาม ตั้งข้อสงสัยในตัวเอง
.
.
ที่สุดก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี มีแต่คำปลอบใจว่าเดินต่อไปเถิด
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แม้จะอ่านเรื่องราวของนักเดินทางแสวงหามาเยอะแล้ว
มาอ่านเรื่องของ กู่ ก็ยังรู้สึกแปลกๆในใจอยู่ดี
โดยเฉพาะยามป่วยไข้ที่พึ่งใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง
ห้วงคำนึงจะอลหม่านไปหมดราวม้าศึกมากันทั้งกองทัพ
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 22/01/2010 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ครับเนื้อวัว อย่ากินแหละดี
สบายดีไหมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน