• กู่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shadowy26@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 216
  • จำนวนผู้ชม : 340657
  • ส่ง msg :
  • โหวต 293 คน
บล็อกของกู่
เรื่องราวการเดินทางของคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ที่มา แต่มองหาที่ไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
วันอังคาร ที่ 26 มกราคม 2553
Posted by กู่ , ผู้อ่าน : 1129 , 14:59:39 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มุกกี้... เก๋...และ แสน.....น่านนน.... เอามาไว้ในทำเนียบมิตรรักนักอ่าน อ้อ..รวมคุณซันไว้อีกคน ไม่ใส่ชื่อป๋าคนโทใส่น้ำไปด้วยแน่นอน  เพราะแว่วว่าป๋าเบื่อบล๊อก (แต่จะเบื่อสาวๆเขียนบล๊อก หรือเปล่าไม่รู้...อิ อิ)

วันที่เดินทางกลับ...มีนกย้ายถิ่นบางส่วนนัดแนะว่าจะตามมาเจอกันที่กาฐมาณฑุ (เขียนแบบมุกกี้ล่ะ) แสดงว่าวันเวลาแห่งความเมามายขยายเวลาและพื้นที่มาถึงใจกลางทาเมลอีกนิด ก่อนที่เราจะบินกลับเมืองไทย

ขอบอกว่าชอบใจคำว่าวอลเปเปอร์ภาพหิมาลัยของมุกกี้มาก เห็นภาพจริงๆ หันไปทางไหนก็มองเห็นภูเขาราดกะทิเหมือนภาพถ่ายสามมิติ แปะไว้บนฟ้า อารมณ์แบบนั้นสะกดให้เรารู้สึกตัวเองเล็กนิดเดียว เล็กมากๆ เหมือนเกล็ดหิมะ ที่รอเวลาละลายกลายเป็นหยดซึมหายไปในซอกกรวดหิน

แต่กระนั้น หุบเหวและยอดเขาคือความท้าทายสำหรับคนมาจากถิ่นอื่น สำหรับคนพื้นที่ มันคือความจำเป็นที่ต้องอยู่ และต้องอยู่อย่างสงบสุขด้วย เพราะทุกๆระยะทางไม่กี่สิบเมตร บนท้องถนนล้วนมีแต่สีสันของเครื่องเซ่นไหว้บูชา ทั้งดอกไม้ทั้งเครื่องหอม เพราะเทพเจ้าสถิตย์อยู่ทั่วไป จนพี่รู้สึกเหมือนหันขวาก็ใช่ หันซ้ายก็เจอ เหมือนมีใครบางคนมาจูงมือให้เดินไปพบเจอ แบบที่เก๋ว่า....ชีวิตเรามี “คนบนฟ้า” กำกับอยู่

นั่นกระมัง พี่จึงมาเจอ “ราม”

ในเวลาใกล้ค่ำ...ที่กลับมาถึงทาเมล และย่างเข้าไปในโรงแรม ขณะที่ยืนรอกระเป๋าเสื้อผ้าที่ฝากไว้ในหลังเคาเตอร์ เงาใครบางคนปรากฏอยู่ทางหางตาขวามือ เมื่อหันหน้าไป สิ่งที่เห็นแรกสุด คือร่างสูงของเขา ที่ยืนอยู่บนบันไดไม่ไกลนัก เขาเพิ่งลงมาจากชั้นบน และชะงักนิ่งอยู่ตรงนั้น ที่พูดได้ว่าชะงักนิ่ง เพราะสายตาของเขาที่มองมาเต็มไปด้วยเงาแห่งความดีใจ แปลกใจและเรียกร้องประหลาด

“สวัสดีครับ” เขาทัก

พี่หันไปทางเขา มองอย่างเต็มตา ขณะที่ใครอีกคนซึ่งรอกระเป๋าอยู่ด้วยกัน เดินเข้ามาใกล้และเอ่ยปากชวนให้เดินไปข้างบน โดยที่ไม่ได้ทักทายกับเจ้าของบ้าน

ความผิดปกติกระจายไปทั่วบริเวณ ครอบคลุมเราทั้งสามคน พี่เดินขึ้นบันไดเพื่อจะผ่านเขาไป

“ผมจะรออยู่ที่ห้องทำงานของผมนะครับ” เสียงเบาๆของรามที่ก้มหน้าลงมาบอก พี่พยักหน้า

ไม่ได้หลงลืมว่าตัวเองเป็นใคร แต่บางครั้งคล้ายๆไม่เข้าใจว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม มาเที่ยวหรือ หรือว่ามาแสวงบุญ หรือมาทำบาปเพิ่มเติม

ใจคอไม่ปกตินักที่เดินไปหารามที่ห้องทำงานของเขาที่ชั้นสอง  ประตูเปิดรออยู่แล้ว เมื่อพี่เดินเข้าไป หุ้นส่วนอีกหนึ่งคนของเขาขอตัวออกมาจากห้อง เหลือเราเพียงสองคน พี่จึงนั่งที่โซฟาตัวยาว หน้าโต๊ะทำงานของเขา

“เป็นอย่างไรบ้าง คุณหายไข้หรือยัง” เขาถามขณะที่ทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ

“ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ”

“ผมเป็นห่วงคุณมากรู้ไหม การขึ้นภูเขาทั้งๆที่ไม่สบายเป็นอันตราย” พี่แค่พยักหน้า ขอบคุณ

“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ ฟังนะ...” เขาดึงมือพี่ไปรวบไว้ทั้งสองมือ ขณะที่พูดด้วยแววตาที่นิ่ง...จริงจัง

“ผมคิดถึงคุณตลอดเวลา ผมอยากบอกคุณเพราะผมรู้ว่าคุณกำลังจะกลับเมืองไทยแล้ว เราไม่มีเวลามากนัก ผมแค่จะขอเวลาของคุณสำหรับผมบ้าง จะได้ไหม ขอให้เราทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้จะได้ไหม ได้โปรด” 

ในเวลาไม่กี่นาที กับน้ำเสียงที่อ่อนไหว สิ่งที่พี่เป็นไปคือตกใจ ยิ่งเมื่อเขาดึงตัวพี่เข้าไปกอดเสียแน่น  ดีว่าเสื้อผ้ากันหนาวของเราสองคนหนาพอที่จะไม่ทำให้ร่างกายรู้สึกถึงกันมากไปกว่าแค่อารมณ์คิดถึง พี่กอดตอบพลางลูบหลังเขาคล้ายเด็กๆ เพราะพี่รู้สึกว่า เขากำลังจะกลายเป็นเด็กชายตัวเล็กๆไปแล้วจริงๆ

ถึงพี่จะกำลังอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ แม้ว่าหัวใจจะสะเทือนไหวเพราะอารมณ์ของอีกคนหนึ่ง แต่ยังมีสติพอที่จะหยุดตัวเอง รู้ว่าความทุกข์เกิดขึ้นทันทีอย่างชัดเจน ในขณะนั้น

“ราม แน่ใจหรือว่าความรู้สึกนั้นคือความรู้สึกจริงๆ คุณไม่เคยหวั่นไหวกับนักเดินทางคนอื่นบ้างหรือ”

“ไม่เลย ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้จริงๆ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องคิดถึงคุณมาก อาจเป็นเพราะคุณเป็นคนไทย เป็นคนชาติเดียวกับแม่ผม จริงๆนะ”

“ฉันก็แค่เดินทางมาแล้วก็จากไป เหมือนคนอื่นๆ”

“ไม่หรอก คุณไม่เหมือนใคร คุณไม่เหมือนคนอื่นที่ผมเคยเจอ”

“ราม คุณไม่รู้จักฉันเลยนะ ไม่รู้จักสักนิดเดียว ไม่รู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ ฉันมองหาอะไรอยู่”

“บอกผมสิ  ชีวิตคุณต้องการอะไร ถ้าผมทำให้ได้ผมก็จะทำ” เขาจับตัวพี่ให้หันไปเผชิญหน้า แล้วจ้องมองอย่างคาดคั้น

“อย่างแรกฉันเป็นคนเร่ร่อน ทำงานที่ไม่อยู่กับที่ แต่ละปีฉันเดินทางมาก ที่ผ่านมาจึงไม่มีผู้ชายคนไหนรอคอยฉันได้ ไม่มีใครบอกว่าจะรอฉันอยู่ที่บ้าน ทุกคนบอกว่า...อย่าทิ้งผมไป...ฉันจึงต้องทิ้งเขาไปก่อนที่เราจะเสียใจ แล้วคุณจะให้ฉันทำอย่างไรกับความรู้สึกของคุณ ฉันรับผิดชอบไม่ได้หรอก”

“คุณไม่ต้องทำอะไรเลย คุณเป็นอย่างที่คุณเคยเป็นนั่นล่ะ หน้าที่ของผมต่างหากที่จะทำให้คุณหยุดเดินทางให้ได้”

มุกกี้...ประโยคนี้ล่ะที่จะฆ่าพี่ให้ตาย ในชีวิตไม่เคยมีใครพูดแบบนี้ มีแต่จะตัดพ้อต่อว่า ทำไมทิ้งผมไป ไม่ไปไม่ได้หรือ หรือไม่ก็...ไม่ต้องทำงานนี้หรอก ยังไงผมก็เลี้ยงคุณได้  โอ.....ช่างเป็นอะไรที่ทารุณอารมณ์

“ราม คุณแน่ใจหรือว่าคุณชอบฉัน รู้ไหม ฉันอายุมากกว่าคุณนะ” หมัดเด็ดอีกหมัดถูกยิงออกไป จนเขาชะงัก

“ไม่จริง หน้าตาคุณไม่ได้แก่ไปกว่าผม แต่ถึงคุณจะแก่กว่า ผมก็ไม่แคร์”   เหมือนคนเอาแต่ใจ พี่คิด.....

“แล้วเรื่องศาสนาล่ะ คุณคิดอย่างไร” ที่ถามนี่มีเบื้องหลังว่าพี่เป็นคนที่ยึดมั่นในพุทธศาสนาอย่างรุนแรง...(ประมาณว่า อยากธุดงค์เรื่อยไป)

“ผมไม่สนใจในศาสนา ไม่มีอะไรที่แบ่งแยกความเป็นมุนษย์ได้ แม้แต่ศาสนา”

คำตอบน่าจะดูดี แต่ในเวลานั้น พี่อยากจะเป็นอิสระจากทั้งหมดของชีวิต ตัดหัวใจตัวเองทิ้ง ไม่ต้องรักใครอีก ไม่ต้องผูกพันกับใครอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะอกหักจากผู้ชายคนนั้นหรอก เพราะการที่เขามีใครคนใหม่ เป็นเพราะพี่เองต่างหากที่เปลี่ยนไป โดยสภาวะด้านในที่เหลือแค่ความเป็นกัลยาณมิตร และปรารถนาให้เขาเดินเคียงกันไปสู่ความสงบ แต่เขากลับประกาศลั่นว่าเขาต้องการ “คู่ชีวิต” ที่เหมือนคนอื่นๆเขาเป็นกัน โดยที่พฤติกรรมส่วนตัวของเขา ไม่ได้สามารถเป็นสามี หรือคู่ชีวิตที่ดีได้เลย ไร้คุณสมบัติในข้อแรกที่สำคัญคือ ความรับผิดชอบ แต่การเลิกรากันแบบเกลียดชังกันไปจนสาปส่ง ไม่ใช่สิ่งที่พี่จะทำกับใครได้

การเฉยเมยระหว่างเรา เป็นที่จับตาดูของเพื่อนๆ แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา หรือเขาคนนั้นอาจจะบอกไปบ้างแล้ว พี่ก็ไม่รู้ บางทีเขาอาจแนะนำผู้หญิงคนใหม่แก่เพื่อนๆกลุ่มนี้บ้างแล้วก็เป็นได้ เพราะเท่าที่รู้ว่ามา งานทางสังคมหลายงานเขาก็ไปด้วยกัน

“ขอเวลาให้ผมนะ เวลาที่เหลืออยู่ที่นี่ ผมจะทำให้คุณรู้จักผมมากขึ้น” พี่พยักหน้าอย่างลังเล  เหลือเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ที่จะอยู่ที่เนปาล อันที่จริงพี่จะอยู่ต่อก็ได้เพราะยังมีเวลาเหลืออยู่ แต่ไม่ได้บอกอะไรกับเขา

“เราไปกินข้าวด้วยกันนะ” รามดึงมือพี่ให้ลุกขึ้น แต่เมื่อเดินออกมาที่หน้าห้อง พบกับอีกคนที่เชิงบันได สีหน้าดวงตาของเขาถมึงทึง เขาห้วนใส่ทันที

“คุณไปไหนมา ผมเที่ยวตามหาคุณจนทั่วไปหมด ผมจะไปกินข้าว คุณจะไปกับผมไหม”

“ไม่ไป ฉันจะไปกินข้าวกับราม” สายตาของผู้ชายคนนั้นราวกับปีศาจร้าย ขณะที่อีกคนท่าทางสงบนิ่ง รามคงจะผิดสังเกตอะไรบางอย่าง แต่ขณะที่กินข้าวด้วย เขาไม่เอ่ยถามเรื่องของคนนั้นเลย สิ่งที่เราพูดกันคือเรื่องชีวิตและงาน

รามถามพี่ว่าทำงานอะไรกันแน่ จึงต้องเดินทางตลอดเวลา พี่บอกว่าทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนในชนบท ทั้งเด็ก คนแก่ คนพิการ และยากจน เขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นทำที่ไหนก็ได้ใช่ไหม แม้แต่ที่เนปาล พี่บอกว่าคงจะได้ ถ้าพี่ไม่มีธุรกิจเล็กๆเป็นส่วนตัวอีกอย่างหนึ่งที่ต้องทำ เพราะนั่นคือรายได้หลัก(และธุรกิจที่ว่านี้ คือสิ่งที่ยังต้องร่วมกันทำกับใครอีกคนหนึ่งนั่นเอง)

“ผมจะไปอยู่เมืองไทยกับคุณในช่วงโลว์ซีซั่น เพื่อทำการตลาดของผมด้วย แล้วคุณมาอยู่กับผมในเวลาที่คุณต้องการ” เขาเสนออย่างกระตือรือร้น จนพี่ต้องเงียบ...เงียบเพราะไม่กล้าคิดต่อ

“ผมเข้าใจว่าคุณใช้ชีวิตอย่างไร ที่นี่มีเด็กยากจนที่ต้องการเรียนหนังสืออีกเยอะ ผมและเพื่อนจะจัดแข่งขันกิฬาทุกปี เพื่อหาทุนช่วยเหลือเด็ก”  พี่มองหน้าเขาอย่างทึ่ง คนอายุไม่เยอะนัก ที่มีธุรกิจของตัวเอง และเข้าใจสังคม รู้จักโลกหลายด้าน นับว่าพิเศษพอสมควร แต่มุมที่อ่อนด้อยของเขาก็ยังมีอยู่ คือเรื่องศาสนา.....นั่นคือคำพิพากษาในใจที่มีตัดสินเขา และกลัวว่า สักวันหนึ่ง เขาจะเป็นเหมือนผู้ชายคนอื่น ที่มองพี่อย่างแปลกประหลาด และยอมรับไม่ได้อีกต่อไป เพราะเหตุผลว่า “คุณเป็นคนที่ดี ที่พิเศษเกินไป” ผมต้องการผู้หญิงธรรมดาๆเท่านั้น

(เอ่อออ....มุกกี้  คือตอนนั้น พี่จะสวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอน และยามเช้าทุกวันอ่ะนะ...คือเขินอ่ะ ที่จะบอก แต่กลัวสงสัยว่าอะไรนักหนานะพี่กู่)

ราม....คุณเป็นคนน่าทึ่ง แต่ฉันจะไว้ใจคุณได้อย่างไร......พี่ครางอยู่ในใจ  เรื่องราวชีวิตพี่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย (จริงๆนะ....อธิบายยากเหลือเกินมุกกี้)

สรุปว่า....รามเป็นคนที่น่าทึ่งมาก เพราะวันแรกๆที่เจอกัน พี่เดินกับเขาที่ย่านทาเมล คนทักทายจับมือเขาตลอดทาง ท่าทางจะเป็นคนป๊อบปูล่าร์ของเมือง จนพี่ต้องถามว่าทำไมคนรู้จักคุณเยอะจัง  แทนที่จะเป็นคำตอบว่า ...เพราะธุรกิจของผม กลับเป็นคำตอบว่า....

“เพราะผมเป็นนักกิฬาของเมือง”

เฮ้อ.......เรื่องก็ดำเนินมาจนถึงตอนนี้  เหลือไว้ ให้เป็นมุมดีๆ ก่อนที่เรื่องแย่ๆจะเกิดขึ้น....นะจ๊ะ

ด้วยรัก

พี่กู่

........... 

ปล. ลงเอนทรีโดยไม่มีรูปนี่สบายๆจริงๆ ขอบอก  อิ อิ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ภูพานลานดาว วันที่ : 01/02/2010 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phupanlanjai

อ่านถึงตรงนี้แล้ว
เกิดความกลัว กลัวว่าเรื่องจะดำเนินไป
กลัวสิ่งที่ไม่คาดคิด
กลัวตอนจบ

พี่กู่ ..........................................


ทุกอย่างเร็ว สวยงาม แต่แท้จริงคือละเมอ เหรอพี่

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 01/02/2010 เวลา : 02.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

555 ชอบคำตอบของคุณพี่รามจริงๆ "เพราะผมเป็นนักกีฬาของเมือง" เท่โคตร

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
พลอลี่ วันที่ : 29/01/2010 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plolee06
บรรยากาศที่เป็นจริง มิใช่สิ่งที่เพ้อฝัน

แวะมาอ่านต่อครับ ว่างเมื่อไรมาเยือนเวียงแหงบ้างนะครับ ยินดีต้อนรับทุกฤดูกาล ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พลอลี่ วันที่ : 29/01/2010 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plolee06
บรรยากาศที่เป็นจริง มิใช่สิ่งที่เพ้อฝัน

แวะมาอ่านต่อครับ ว่างเมื่อไรมาเยือนเวียงแหงบ้างนะครับ ยินดีต้อนรับทุกฤดูกาล ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
sunsmile วันที่ : 28/01/2010 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ความคิดเห็นที่ 14
riverpoem

"ปรมาจารย์"

คุณพี่ซัน พูดถึงใครอ่ะคะ
?????????????????????

หมายถึงเจ้าของบ้านหลังนี้ครับ
คำนี้รู้สึกได้ทันทีหลังจากการที่ได้อ่านหนังสือที่ปรมาจารย์กู่ เป็นบรรณาธิการเมื่อหลาย....ปี ก่อน
ชีวิตนี้ไม่รู้จะเดินทางตามไปเยี่ยมพี่น้องชนเผ่าผู้ร่วมโลกได้สักครึ่งของหนังสือเล่นนั้นหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ตะวันแดง วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawan642
จงเลี้ยงชีพ ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

คุณกู่ครับ ผมมาเชิญคุณไปร่วมกันเปิดเพลงลูกทุ่งครับ

เมาพักเรื่องหนักๆ มาฟังเพลงเบาๆ บรรยากาศท้องทุ่งที่รักนะครับ

ตะวันแดง
http://www.oknation.net/blog/tawan642/2010/01/27/entry-1

ปล.แล้วผมจะแวะมาฟังนะครับ ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
riverpoem วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

"ปรมาจารย์"

คุณพี่ซัน พูดถึงใครอ่ะคะ

อ่ะนะมุก พี่ว่า เหตุผลของพี่ซัน (เราก็เลยพลอยรู้สึกสนิทสนมไปด้วย 555+) น่าจะเข้าท่ากว่านะ

ไขมง ไขมัน อะไรน่ะ พูดจาไม่น่าฟัง นิ

ส่วนมหากาพย์ของพี่ เอางี้มะ
มุกเ่ล่าก่อน

พี่เป็นพี่ เล่าทีหลัง

ปล.1 ห้ามต่อรอง ใดๆทั้งสิ้น
ปล.2 มีเวลาว่างบ้างหรือเปล่า อยากไปเชียงคาน จัง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
sunsmile วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

การนอนตะแคงฟังเรื่องราวจากคำบอกเล่าทำให้หัวใจเอียงไหลไปทางคนเล่าเรื่อง เสมือนนอนฟังอย่าง(ทุ่ม)เท หัวใจ

หมู่บ้านนาคา ไม่มีหรอกครับ ผมเรียกชื่อเด็กหนุ่มที่ติดไฟหุงข้าวทำกับข้าวให้กินคราวไปนอนบ้านลาหู่ อีกไม่นานหรือนานอีกนิดหน่อย คงได้เห็นหน้าตาและตัว(แต่ไม่รู้ใจ) อยู่ที่หมู่บ้านแม่ฝางหลวง ไชยปราการเชียงใหม่ ครับ

ขออภัยที่เม้นท์เหมือนล้อเล่นกับปรมาจารย์
คือว่า รู้สึกเหมือนสนิทสนมยังไงไม่รู้........

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

กดดัน
กดดัน
กดดัน

มาช่วยอีกแรง
v
v
v
v
v

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
mookie วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

ตอบพี่เก๋....

ก็นอนหงายฟังอะไรนานๆ มันไม่ถนัดหรอก เชื่อเค๊าจิ...

ต้องนอนตะแคงให้ไขมันมันไปกองรวมกันไว้ข้างใดข้างหนึ่ง มันจะถ่วงให้เรามั่นคงกับท่านั้นนานขึ้น... 5555

ทฤษฎีของใคร...ฟระ??

ปล.ไม่มี๊...ไม่มี มหากาพย์ของเรา มีแต่เรื่องที่อยากแลกเปลี่ยนกับพี่กู่ กรณีประเด็นแถวๆ เอนทรี่นี้แค่นั้นน่ะล่ะ...

เอามหากาพย์ของพี่เก๋ดีกั่ว... นะนะ อยากฟังจางเยยยย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
mookie วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

มาตามคำโฆษณา ฮิ้วววว

อ้าว เข้ามาแว้วนี่หว่า!!

นึกว่าตอนใหม่ (กว่านี้) กดดัน ๆ ๆ ๆ


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ชอบเรื่องราวความรักของพี่กู่และคุณรามมากมายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
riverpoem วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

เอ่อ ความเห็น 1 สงสัยอ่ะว่า ทำไมต้องนอนตะแคง...

พี่รอฟัง มหากาพย์ของมุก....(ที่เราเชื่อมั่นว่ามี แน่ๆ) อยู่นะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
riverpoem วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

เคยถามเพื่อนว่า
ความสุขที่เกิดจากความรักมีกี่เปอร์เซนต์
มันบอกว่า แค่ 10 เปอร์เซนต์ก็หรูแล้ว

ไม่ได้มองความรักในด้านร้าย
หากอย่างไรก็แล้วแ่ต่

ผ่านพบ...แม้จะผูกพันหรือไม่ผูกพัน
สุดท้ายก็ ลาจาก....
เจ็บ...หากยังผูกพัน
หลายๆครั้ง เราถึงให้ "เวลา" ช่วยเยียวยา
แน่นอน เวลา ทำหน้าที่นั้นได้ดี

การที่มีใครบางคน
สอดแทรกเข้ามา
ในวันที่ความรักมีปัญหา
"ประตู" หัวใจ เปิดง่ายกว่าเวลาอื่น (หรือเปล่า)

เรื่องของ "หัวใจ" ต้องพูดคำนี้
"เมิงงง ไม่ใช่กรู เมิงงงไม่รู้หรอก เพราะกรูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รัก คนพรรค์นี้"



ปล. สมองน่ะมีเฟร้ย แต่ตอนนั้นมันไม่ทำงาน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 27/01/2010 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

บางตอนที่อ่าน
ผมแวบคิดไปถึงเรื่องราวความรัก(หรือเปล่า)บนรถไฟที่มุกกี้เล่าไว้(เอ...ที่ไหนน๊า.... )...
...
ตอนต่ไปถ้าจะ.......(กดดันอีกคน ฮี่ฮี่ฮี่.... )

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
mookie วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อ่านะ ลืมกล่าวถึง คุณ คห.3 ไปได้อย่างไร! คนนี้เค๊าก็แควนตัวจริงเสียงจริง ไม่พลาดซักเอนทรี่...


นี่ล่ะพี่กู่ ช่วงแถวๆ นี้ล่ะที่มุกอยากแลกเปลี่ยน...

เอาเป็นว่า เด๋วมุกอดใจอ่านให้จบแบบหมดจดเสียก่อน แล้วอาจจะมีพลังงานแลกเปลี่ยนเป็นเอนทรี่ (เชื่อน้ำหน้ามันได้อ๊ะป่าว อ้ายหมอนี่!! ฮี่ๆๆ)

คืนนี้เนตลมเพลมพัดมั่กๆ กว่าจะเข้าโอเคฯ ได้ม่ะกี้ แทบแย่แน่ะ

อ่านไปอีกรอบแระ ขอนอนย่อยสักคืนนะพี่นะ พรุ่งนี้หวังใจไว้ว่า (ยี่เกมั่กๆ) จะได้อ่านเอนทรี่ต่อไป... (กดดันกันเห็นๆ ครับพี่น้องงง)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

อ๊ายยยยย......

ความรักของคุณกู่....


เท่ห์จัง...



ความคิดเห็นที่ 3 (0)
sunsmile วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

๑. ลงเอนทรีโดยไม่มีรูปสบายจริง ๆ
๒. สวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอน และยามเช้า ทำได้ยากแม้บางพระ(บางคน)
๓. อีกคน ที่เอ่ยถึงเหมือนจะทำให้เสียสถาบันผู้ชาย
๔. บางทีการตัดสินใจที่จะไม่เลือกในเวลานั้นกับเวลานี้อาจมีผลผิดกันมหาศาล
๕. เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร รอติดตามครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
mookie วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

พี่กู่รู้มั๊ย เด๋วนี้มุกไม่ต้องไปตามน้องๆ ที่เดินทางทริปเนปาลด้วยกันมาฟังแล้วล่ะ...

น้องๆ เวียนเข้ามาแอบดูบ้านพี่กู่เองได้แล้ว...


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
mookie วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

ตื่นเต้นจริงๆ...

มุกอ่านแล้วหนึ่งรอบ แต่มุกรู้สึกอยากมีเวลาสำหรับคอมเมนท์อีกหน่อย...

เด๋วค่ำๆ มุกจะกลับไปอ่านที่บ้านอีกรอบ หลังจากที่อาบน้ำ อาบท่า สบายตัว สบายใจ แล้ว...

เอนทรี่นี้รู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งล้อมวงสนทนากันใกล้ชิดกว่าเดิม และมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

โดยมีมุกนอนเลื้อยอยู่กับพื้น พันแข้งพันขาอยู่กับพี่เก๋ที่นอนตะแคงอยู่ใกล้ๆ อ้ายแสนนั่งอยู่ข้างๆ พี่กู่ ป๋าคนโทฯ ไปฉี่อยู่! ยังไม่ได้มาฟัง...

ชอบบรรยากาศอย่างงี้จัง เด๋วเราจะกลับมาสนทนา...


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Dewa Che

เพลงที่ 8

View All
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ถ้าคุณมาจากต่างถิ่น (นอกวงโคจรดาวโอเค) ส่งเสียงด้วย
ใช่ค่ะ/ครับ
77 คน

  โหวต 77 คน