• shukur
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shukur2003@yahoo.co.uk
  • วันที่สร้าง : 2007-07-26
  • จำนวนเรื่อง : 756
  • จำนวนผู้ชม : 588764
  • ส่ง msg :
  • โหวต 92 คน
shukur
วันอังคาร ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by shukur , ผู้อ่าน : 218 , 01:07:35 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

2018: ปีแห่งการสูญเสียของชาวอินโดนีเซียเนื่องจากภัยพิบัติสึนามิ
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้
Shukur2003@yahoo.co.uk
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ปี ค.ศ.2018 หรือ พ.ศ.2561 ประเทศอินโดนีเซียเผชิญกับภัยพิบัติที่รุนแรงหลายครั้ง ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟปะทุ รวมถึงคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อ 28 ก.ย.61 และสึนามิที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อ วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 เวลา 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันในประเทศไทย)โดย ไม่มีสาเหตุมาจากแผ่นดินไหวเหมือนที่เคยเจอก่อนหน้านี้ แต่กลับมีสาเหตุจากภูเขาไฟปะทุ (โปรดดูhttps://www.youtube.com/watch?v=nLD8p-JnbFQ)
เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อ 28 กันยายน2561 นั้นเกิดสึนามิ คลื่นยักษ์สูงนับ 2 เมตร ซัดชายฝั่งทั่วเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.5 เขย่าเกาะสุลาเวสีทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันและผู้สูญหายอีกจำนวนมากรวมทั้งบ้านเมืองมีความเสียไม่สามารถประเมินค่าได้
ผลกระทบดังกล่าวไม่เพียงแต่คนอินโดนีเซียเท่านั้นแต่ยังมีคนไทยประมาณ 31 คน(นักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ที่เมืองปาลู 28 คน และพนักงานบริษัท 3 คน )ได้รับผลกระทบแต่ต้องชื่นชมสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตาได้ประสานทางการอินโดนีเซียนำเครื่องบินทหาร C-130 อพยพคนไทยทั้ง 31 คนออกจากเมืองปาลูทันที เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ไม่ปลอดภัย และทางการไทยได้นำนักศึกษาทั้งหมดกลับประเทศไทยโดยปลอดภัย

นายฆอซาลี ศรีอาหมัดชาวหาดใหญ่ซึ่งมีลูกสาวนามว่านางสาวนุสรา ศรีอาหมัดซึ่งเป็นนักศึกษาทุนรัฐบาลอินโดนีเซียกำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยTadolako กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวแผ่นดินไหวและสึนามิที่เมืองปาลูผมมีความกังวลมากๆเพราะลูกสาวศึกษาที่นี่ไม่สามารถติดต่อได้ในช่วงหลังเกิดแผ่นดินไหว

นางสาวนุสรา ศรีอาหมัด(ถึงแม้ปัจจุบันได้กลับไปเรียนที่อินโดนีเซียแล้ว)เปิดเผยว่า “ดิฉันเป็นนักศึกษา 1 ในนักศึกษาไทยทั้งหมด ดิฉันเรียนที่มหาวิทยาลัยTadolako ซึ่งมีทั้งหมด11 คนที่เหลืออีกเรียนที่มหาวิทยาลัยIAIN ของเมืองนี้ ตอนที่แผ่นดินไหวดีที่ฉันและเพื่อนอยู่สนามจึงไม่ได้รับอันตราย และมหาวิทยาลัยอยู่ที่สูงห่างจากชายฝั่งเมืองดองกาลา ที่ประสบสึนามิ แต่ตอนแผ่นดินไหวทรงตัวไม่ได้ หลังจากนั้นพบว่าหอพักได้รับความเสียหายต้องหนีมากลางสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย 3 คืน อาคารเรียนหลายอาคารร้าว เพดานหล่นตกมา ท่ามกลางไฟฟ้าที่ดับ บางคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่พยายามรวมกลุ่มกัน หลังจากแผ่นดินไหวครั้งแรกก็มี อาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้งทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย อยากกลับบ้านซึ่งท้ายสุดขอบคุณรัฐบาลอินโดนีเซีย รัฐบาลไทยนำพวกเรากลับมาได้

สำหรับสึนามิที่เกิดขึ้นล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาเวลา 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันในประเทศไทย)เข้าถล่มตีชาดหาดบริเวณช่องแคบซุนดรา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวาของ อินโดนีเซีย สร้างความเสียหายทั้งชีวิตมากกว่า 500 ราย ซึ่ง มีสาเหตุจากภูเขาไฟปะทุ
(อ่านในhttps://tirto.id/penyebab-terjadinya-tsunami-di-selat-sunda…)
นายHafizal Ridho ชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นครูโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กล่าวต่อผู้เขียนว่า” ไม่ว่าพระเจ้าจะให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยเหตุผลใดแต่เขารู้สึกเสียใจ ต่อเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะตอนเห็น โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปนาทีที่สึนามิ เข้าโจมตีเวที การแสดงของวง เซเว่นทีน วงป๊อปชื่อดัง ที่กำลังทำการแสดงอยู่ริมชายหาดเนื่องในโอกาสบริษัทแห่งหนึ่งจัดงานฉลองแก่พนักงาน โดยคลิปเผยให้เห็นนาทีที่ คลื่นตรงเข้ากลืนกินเวทีพังถล่มทันทีต่อมาพบว่าสมาชิกในวงเสียชีวิตเกือบทั้งหมด เหลือนักร้องนำเพียงคนเดียวหลังเหตุการณ์ อิฟาน นักร้องนำของวงออกประกาศตามหา ดีลัน ซาฮารา ภรรยาสาวของตนที่สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยไม่ทราบชะตากรรม อีกทั้งวันที่เกิดเหตุยังตรงกับวันเกิดของ ดีลัน อีกด้วย”
Noi Thamsathien อดีตผู้อ่านข่าวบีบีซีภาคภาษาไทย ณ กรุงลอนดอน ได้เขียนเฟสบุก ยืนยันว่า “สึนามิที่ช่องแคบซุนดาหนนี้เกิดจากภูเขาไฟจริง” พร้อมเสริมว่า “มันมีโอกาสเกิดอีกเมื่อไหร่ก็ได้”
ท่านได้เล่าเหตุการณ์ย้อน อดีตว่า “การระเบิดของภูเขาไฟอานัค กรากะตัวหนนี้ทำให้เกิดสึนามิได้อย่างไร สภาพอาการนั้นเหมือนกับปี 1883 ที่ภูเขาไฟตัวแม่คือกรากะตัวระเบิด ซึ่งตอนนั้นกรากะตัวระเบิดจนตัวเองหายไป แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวครั้งใหญ่สุดนั้นทำเอาปล่องภูเขาไฟ ตัวภูเขาไฟที่เป็นหินด้านนอกพังครืน ตกลงน้ำ ซึ่งเมื่อบวกกับอาการสั่นสะเทือนอย่างหนักคาดว่าทำให้เกิดการขยับและเคลื่อนตัวของพื้นดินส่งผลให้มีพลังผลักมวลน้ำจนกลายเป็นคลื่นสึนามิ หนนี้ก็เช่นกัน แม้ว่าอานัค กรากะตัวจะไม่ได้ระเบิดจนพังทั้งภูเขา แต่ว่ามีปล่องบางส่วนโดนแรงระเบิดที่รุนแรงแบบทะลักทะลายกระแทกจนหลุดออกมาบางส่วน คาดว่าอาจจะผสมผสานกับอาการสั่นสะเทือนภาคพื้นดินใต้น้ำรวมกันเข้ากดดันมวลน้ำกลายเป็นคลื่นสึนามิได้” ข้อมูลของNoi Thamsathien สรุปจากการ เวบไซท์รวมข่าวสารภูเขาไฟชื่อ Volcano discovery https://www.volcanodiscovery.com/…/eruption-t…/updates.html… โดยเขาบอกว่าหลังจากที่ได้ภาพจากดาวเทียมที่ถ่ายหลังวันระเบิดคือถ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่าภูเขาไฟระเบิดตัวเองจนแหว่งไปจริงๆโดยเขาเอาภาพก่อนและหลังการระเบิดมาให้ดู ระหว่างวันที่ 19 และวันที่ 22 เวบไซท์นี้เขาเขียนประมาณการสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับตาเห็นเลยทีเดียวว่า ก่อนเกิดสึนามิ ประมาณวันที่ 20-21 ธ.ค.2561 แมกมาระลอกใหม่ที่มากกว่าปกติเดินทางมาถึงภูเขาไฟและทะลักออกมาที่ปล่อง ภาพที่ถ่ายเมื่อเวลาสิบเอ้ดโมงกว่าๆแสดงอาการภูเขาไฟพ่นลาวาที่ดุเดือดมาก ภูเขาเป็นสีแดงไปครึ่งปล่อง เขาคาดการณ์ว่าน้ำหนักของแมกมาหรือลาวาที่มีมวลเยอะมากทำให้ปล่องรับไม่ไหว เวลาราวสามทุ่มของคืนวันเสาร์ ผนังของปล่องทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ก็พังลงมา ผลก็ทำให้เกิดสึนามิโถมเข้าสู่ชายหาดเกาะชวา แต่ผลของการที่ปล่องซีกหนึ่งหลุดลงมา ทำให้น้ำทะเลจำนวนมากไหลเข้าไปปนกับเถ้าลาวาที่เป็นหิวเหลวเกิดการระเบิดต่อเนื่องส่งควันและเถ้าถ่านพุ่งเป็นลำสูงในอากาศ ปัญหาคือ จนถึงขณะนี้ #อานัคกรากะตัว ก็ยังส่งลาวาและเถ้าถ่านออกมาเป็นระยะๆ ไม่ได้นิ่งหรือสงบไป ขณะที่อินโดนีเซียยังนั่งนับความเสียหาย จากจำนวนคนตายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เขาบอกว่าขึ้นอยู่กับว่าแมกมาหรือของเหลวใต้ภูเขาไฟจะยังหลั่งไหลกันออกมาแบบล้นทะลักเหมือนเดิมหรือไม่ และภูเขาไฟจะพังมากขึ้นหรือเปล่าด้วย หากเป็นอย่างนั้นโอกาสในอันที่จะมีสึนามิที่ใหญ่กว่าเดิมก็เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนอันนี้ทำให้ตอนนี้ระดับการเตือนภัยขึ้นจุดสูงสุดเลยทีเดียว

สำหรับบทเรียนแผ่นดินไหว-สึนามิที่อินโดนีเซีย รอบปีนี้ หรือจะกล่าวได้ว่าครบรอบ 14 ปีที่แล้วรวมทั้งไทย นั้นพบว่าจากเวทีเสวนาเห็นตรงกันว่าไทย ต้องถอดบทเรียนและอย่าประมาท เช่นหนึ่งระบบเตือนภัย ต้องมีการถอดบทเรียนระบบเตือนภัยโดยต้องมีการศึกษาประเภทต่างๆของการเกิดสึนามิ ที่แตกต่างกัน

เช่นที่ปาลู นั้นศ.ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร ให้ทัศนะว่า แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียมีขนาด 7.5 ความลึกอยู่ที่ประมาณ 10 กิโลเมตร ยังถือว่าเป็นแผ่นดินไหวในระดับตื้น ถ้าระดับลึกต้องเกิน 30 กิโลเมตรขึ้นไป แผ่นดินไหวระดับ 7.5 ถือว่าแรงแต่ไม่น่าทำให้เกิดสึนามิที่สูง ได้ เพราะที่ผ่านมา สึนามิจะเกิดขึ้นต้องเป็นแผ่นดินไหวระดับ 8-9 ขึ้นไป แต่ในกรณีที่เกิดขึ้นที่อินโดนีเซียนี้ เรียกได้ว่า อาจจะอยู่นอกการคาดหมายของนักวิทยาศาสตร์หลายๆ คน เมื่อมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุว่า ทำไมแผ่นดินไหวขนาด 7.5 แต่กลับทำให้เกิดสึนามิที่มีความสูงในระดับนี้ได้ ปัจจัยแรกคือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น “บนบก” ซึ่งแตกต่างจากสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่ผ่านๆ มา ซึ่งมักเกิดขึ้นในทะเลลึก แล้วทำให้เกิดคลื่นกระแสน้ำ เป็นสึนามิพัดเข้ามายังชายฝั่ง ต่อมาคือนอกจากแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบนบกแล้ว ยังเกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังอีกด้วย สำหรับปัจจัยที่ทำให้สึนามิครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ นักวิทยาศาสตร์กำลังวิเคราะห์ถึงปัจจัยเพิ่มเติม 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยแรก อาจเกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเล เนื่องจากบริเวณชายฝั่งของเมืองปาลู มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ลาดชันสูง จึงเป็นไปได้ว่า แผ่นดินไหวนี้ ทำให้เกิดแผ่นดินถล่มในทะเล ทำให้เกิดมวลน้ำมหาศาลซัดเข้ามายังตัวเมืองปาลู

อีกปัจจัยหนึ่งน่าจะมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของตัวเมืองปาลู ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่าวลึกเข้าไปเป็นรูปกรวย ทำให้เกิดการรวมศูนย์พลังงานให้เป็นจุดโฟกัสของคลื่นสึนามิที่วิ่งเข้ามา ทำให้เกิดพลังทำลายล้างที่รุนแรงมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากนักวิทยาศาสตร์หลายคน ที่คงต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ เรื่องการแจ้งเตือนภัย ว่าได้ผลหรือไม่ ซึ่งกรณีสึนามิที่อินโดนีเซีย ค่อนข้างโชคร้าย เพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวในแผ่นดิน ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ ได้ถูกทำลายไป(โปรดดูรายละเอียดhttps://www.thairath.co.th/content/1390828)

ส่วนที่ช่องแคบซุนดรา ในครั้งนี้เกิดจากภูเขาไฟนั้นจึงไม่พบการเตือนภัยล่วงหน้าเพราะอะไร และทำไม

สองจัดทำแผนชุมชน

ในการถอดบทเรียน 14 ปี สึนามิลุงวันชัย จิตต์เจริญ คือหนึ่งในทีมอาสาสมัครเฝ้าระวังภัยสึนามิบ้านน้ำเค็ม เขาได้ร่วมทำแผนชุมชน โดยลุงวันชัย บอกว่า “เส้นทางหนีคลื่นยักษ์สึนามิบ้านน้ำเค็มมีทั้งหมด 5 เส้นทาง ทุกเส้นทางถูกกำหนดโดยชาวบ้านในชุมชนเอง โดยแต่ละคนจะเป็นผู้เลือกและตัดสินใจว่าจะอพยพไปยังที่ใด ระหว่างโรงเรียนบ้านน้ำเค็มและวัดน้ำเค็ม ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะรอดปลอดภัยจากคลื่นยักษ์หากไปถึงที่นั่นจากการจัดทำแผนชุมชนที่ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน”

นายประยูร จงไกรจักษ์ ประธานคณะกรรมการศูนย์เตรียมความพร้อมรับมือสึนามิบ้านน้ำเค็มบอกว่า “แม้ชาวบ้านน้ำเค็มจะมีแผนรับมือสึนามิที่แข้มแข็ง แต่ก็ยังอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติมโดยเฉพาะ การก่อสร้างอาคารหลบภัยสึนามิหลังใหม่ โดยเสนอให้สร้างบริเวณท่าเทียบเรือของหมู่บ้าน เนื่องจากอาคารหลบภัยสึนามิที่มีอยู่เดิมจำนวน 1 หลัง สร้างอยู่ในพื้นที่ๆ ไม่เกิดประโยชน์ ชาวบ้านไม่เคยใช้งานได้จริง และไม่มั่นใจว่าอาคารหลบภัยหลังดังกล่าวจะปลอดภัยจากคลื่นยักษ์(โปรดดูhttps://www.tnamcot.com/view/63z69v_)

ดังนั้นรัฐบาลไทยรวมทั้งทุกภาคส่วนต้องกลับไปคิดว่าควรหนุนเสริมทั้ง แผนชุมชนและระบบเตือนภัยไทยหลังจากสึนามิที่ภาคใต้เมื่อสิบสี่ปีที่ผ่านมาว่ายังมีมาตรฐานอีกหรือไม่เพราะมิฉะนั้นความเสียหายอาจจะหนักอย่างที่คาดไม่ถึง

ในขณะเดียวกันผู้เขียนขอชื่นชมคนไทยน้ำใจงามทุกครั้งที่ช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติทุกครั้งโดยเฉพาะครั้งที่แล้ว ซึ่งนำโดยสภาเครือข่ายมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรีเป็นศูนย์กลางรวบรวมเงินเกือบห้าแสนบาทเข้าไปช่วยเหลือทันทีถึงเมืองปาลู อินโดนีเซียท่านอิสมาแอล หมัดอาดำในฐานะประฐานเครือข่ายกล่าวว่าต้องขอบคุณน้ำใจทุกภาคส่วนจากคนไทยให้องค์กรเราเป็นสื่อกลางการช่วยเหลือคนตกทุกข์จากภัยพิบัติครั้งที่แล้ว และหวังว่าครั้งนี้จะร่วมด้วยช่วยกันอีกครั้งผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยหมายเลข4600233433และธนาคารอิสลาม0341096407

 

หมายเหตุภาพ

1. นายฆอซาลี ศรีอาหมัด

คำอธิบาย: ในภาพอาจจะมี Worsanlee Sriarmad, à¸�ำลังยืน

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10217688979676683&set=pcb.10217688981556730&type=3&theater

2.นางสาวนุสรา ศรีอาหมัด

คำอธิบาย: ในภาพอาจจะมี 1 คน, à¸�ำลังยิ้ม, ภาพระยะใà¸�ล้

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10217688980036692&set=pcb.10217688981556730&type=3&theater

3. บัญชีธนาคารกรุงไทยหมายเลข4600233433และธนาคารอิสลาม0341096407

คำอธิบาย: https://scontent.fbkk2-8.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/48425954_2029671627112646_1628873446588940288_n.jpg?_nc_cat=104&_nc_ht=scontent.fbkk2-8.fna&oh=8f0c14e0f35d8838ff84d48952e2eded&oe=5C9B55EB

 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2029671623779313&set=pcb.2029671777112631&type=3&theater

4. อิสมาแอล หมัดอาดำประธานเครือข่ายสภาเครือข่ายมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรีและคณะนำเงินและสิ่งของบริจาคจากประเทศไทยไปเมืองปาลู อินโดนีเซียคำอธิบาย: ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนà¸�ำลังยืน à¹�ละสถานที่ในร่ม

5.นายHafizal Ridho ชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นครูโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

คำอธิบาย: ในภาพอาจจะมี 2 คน, รวมถึง Hafizhal Ridho, คนที่ยิ้ม, ผู้คนà¸�ำลังนั่ง

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2156047207752815&set=t.100000346664141&type=3&theater





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน