• shukur
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shukur2003@yahoo.co.uk
  • วันที่สร้าง : 2007-07-26
  • จำนวนเรื่อง : 786
  • จำนวนผู้ชม : 610320
  • ส่ง msg :
  • โหวต 92 คน
shukur
วันเสาร์ ที่ 6 เมษายน 2562
Posted by shukur , ผู้อ่าน : 276 , 14:09:49 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทางออกหลังกระแสวิวาทะตรวจDNA ระหว่างการเกณฑ์ทหารที่ยะลา

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้ Shukur2003@yahoo.co.uk

               ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

               หลังจากผู้เขียนได้นำเสนอรายงานเรื่อง “วิวาทะตรวจDNA ระหว่างการเกณฑ์ทหารที่ยะลา”โปรดดูรายละเอียดในhttps://thepenin.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88-dna-%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80/?fbclid=IwAR2SxRUK9L8WEoxCdu3E79tw4T4aZfH1mhobPbpzQN2PCmwMiui54KBbDyo)

      ผู้เขียนขอเสนอแนะทางออกด้วยการ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อสันติภาพ

              การใช้มาตรการอย่างนี้ของหน่วยความมั่นคงสะท้อนถึง “ความไม่เข้าใจมิติความรู้สึกของมวลชน ไม่เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน และหลายครั้งเป็นการทำงาน แทนที่จะแก้ปัญหากลับต้องมาแก้ปัญหา  จากการทำงานเชิงรุกได้มวลชนกลับผลักให้มวลชนห่างจากรัฐ สรุปง่ายๆคือไม่นำบทเรียนมาเป็นอุทาหรณ์”

                 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการละเมิดสิทธิมนุษยชนของหน่วยความมั่นคงที่ทำงานในพื้นที่ความขัดแย้งและมันคือเป็นปัจจัยหนุนให้ปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้น

           จากการทำงานส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) มากว่า 10 ปี ของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม  กลุ่มด้วยใจ  เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากฎหมายพิเศษ พบว่า

  • นับแต่เหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง จังหวัดนราธิวาส ในปี 2547 เป็นต้นมา ประชาชนทั้งชาวมุสลิมและชาวพุทธจำนวนมาก ได้ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความรุนแรงตลอดมา ทั้งจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบางคนและกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐ โดยไม่เลือกอายุ เพศ ชาติพันธุ์ หรือศาสนา

 

  • รัฐมีหน้าที่ในการยอมรับนับถือ เคารพ ปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ปรากฎว่ารัฐบาลที่ผ่านมาและกองทัพ ยังไม่เข้าใจบทบาทของตนในด้านสิทธิมนุษยชน กระทั่งในบางกรณีกลับมีนโยบายและการปฏิบัติที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง

 

  • สันติภาพและสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก ที่ใดไม่มีความเป็นธรรม มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่นั้นย่อมปราศจากสันติภาพ ที่ใดต้องการสันติภาพ ที่นั้นต้องมีความเป็นธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน

 

  • เหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความรุนแรง มักเป็นประชาชนในกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธหรือมุสลิม โดยเฉพาะหญิงและเด็ก ประชาชนกลุ่มนี้ ถูกกดทับโดยสถานทางสังคม วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อบางประการ และโครงสร้างหรือความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่มักตกเป็นเบี้ยล่างในสังคม จึงขาดศักยภาพในการปกป้องคุ้มครองตนเอง หรือเรียกร้องสิทธิและแสวงความเป็นธรรม

 

  • การประกาศกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ภายใต้ กอ.รมน.ภาค 4 ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมคุมขัง  ผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับความไม่สงบได้อย่างกว้างขวาง โดยขาดการตรวจสอบถ่วงดุลตามหลักนิติธรรมที่กระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะศาลไม่สามารถปกป้อง  คุ้มครอง สิทธิมนุษยชนอย่างได้ผล หรือในบางกรณีองค์กรหรือเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมกลับเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง เช่น การซ้อมทรมาน ระหว่างการจับกุมและการควบคุมตัว  การห้ามเยี่ยม ห้ามพบและปรึกษาทนายความ การใช้คำรับสารภาพที่ได้จากการซักถามผู้ที่ถูกคุมขังตามกฎหมายพิเศษ มาใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี การออกหมายจับหรือหมาย ฉฉ. โดยปราศจากพยานอันเพียงพอ การตั้งข้อหาหนักเกินกว่าพฤติกรรมของการกระทำผิด และการห้ามประกันตัวในระหว่างการพิจารณา ทั้งในศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และฎีกา การอายัดตัวซ้ำซาก และการเลือกปฏิบัติที่และการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอื่นๆ ที่เจ้าหน้าที่กระทำต่อชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู รวมทั้งความล้มเหลวในการฟื้นฟูเยียวยาความผิดพลาดที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐบางคน เป็นต้น ได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนมุสลิมอย่างกว้างขวาง ทำให้บางส่วนขาดความไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เคียดแค้นและเอาใจออกห่างจากรัฐในที่สุด

              นอกจากนี้สิทธิมนุษยชนของชาวพุทธ ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ จชต. ยังไม่ได้รับการเคารพ ปกป้องอย่างได้ผล ทั้งสิทธิในการดำรงรักษาวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของกลุ่มตน สิทธิในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากมีการก่อความรุนแรงต่อกลุ่มชาวพุทธอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการโจมตีพลเรือนชาวพุทธโดยกองกำลังติดของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน โดยเหยื่อของความรุนแรงดังกล่าวยังไม่สามารถเข้าถึงการฟื้นฟูเยียวยาอย่างได้ผล และกระบวนการยุติธรรมล้มเหลวในการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด  ความรุนแรงที่มีต่อชาวพุทธอย่างต่อเนื่องยืดเยื้อยาวนานโดยที่รัฐไม่สามารถแก้ไขอย่างได้ผล เป็นเงื่อนไขให้เกิดความแตกแยกระหว่างชาวพุทธและมุสลิม บางส่วนเกิดความามรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและต้องการที่จะแก้แค้นเอาคืน  อันจะมีผลทำให้สถานการณ์ขัดแย้งรุนแรงมากยิ่งขึ้น และอาจบานปลายเป็นความขัดแย้งหรือสงครามทางศาสนา ทำให้ควาพยายามในการสร้างสันติภาพจากการร่วมไม้ร่วมมือกันในกลุ่มประชากรต่างๆ ในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมายังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร

         จากข้อเสนอแนะของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม  ต่อสันติภาพหรือสันติสุขจะเกิดขึ้นได้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน ทั้งกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีบทบาทในการให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย มีตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างได้ผล เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนของคนทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ สำหรับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อสันติภาพได้นั้นจำเป็นต้อง

  1. ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม

 1. เคารพยึดถือปฏิบัติตามมาตรฐานระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมและหลักนิติธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านความยุติธรรมได้ ทั้งในทางแพ่ง อาญา และปกครอง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษหรือกฎหมายอื่นใด เช่น สิทธิของผู้ถูกควบคุมตัวในการที่จะได้รับการเยี่ยมเยียนจากญาติพี่น้อง ปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัว ไม่ถูกทรมาน บังคับขู่เข็ญ  สิทธิของบุคคลที่จะไม่ถูกตรวจดีเอ็นเอ โดยไม่เต็มใจ หรือกระทำการด้วยประการใดใด  ในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีของความ

เป็นมนุษย์ ทั้งให้ศาลสามารถตรวจสอบการกระทำของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิผลตามหลักนิติธรรม

2. หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษในขณะที่ยังไม่มีการยกเลิก ทั้งในเรื่องการตั้งด่าน ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมคุมขังผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ และยกเลิก การใช้ “กรรมวิธี” ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษเสี่ยงต่อการถูกทรมาน โดยประชาชนที่เป็นชาวมุสลิมมักตกเป็นเป้าหมายของการปฏิบัติงานดังกล่าวของเจ้าหน้าที่

3.  ยุติการดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม เอาเปรียบผู้ต้องหา ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม หรือ Fair Trial ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และมาตรฐานระหว่างประเทศเช่น ใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ จับและคุมขังผู้ต้องสงสัยไว้ก่อน แล้วหาพยานหลักฐานทีหลัง ใช้คำซัดทอดของผู้ถูกคุมขังตามกฎหมายพิเศษ ใช้เป็นพยานหลักฐานในการตัดสินลงโทษจำเลย สืบพยานล่วงหน้าโดยไม่มีเหตุอันสมควรเพื่อปรักปรำผู้ต้องหาและตัดโอกาสผู้ต้องหาในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ นำพยานหลักฐาน ทั้งพยานวัตถุและบันทึกถ้อยคำของบุคคล ที่เจ้าหน้าที่ได้มาจากการปิดล้อม ตรวจค้น ยึด จับกุม คุมขัง หรือซักถาม ตาม “กรรมวิธี” คลิป ทั้งที่ตัดตอนและบันทึกหรือจัดทำขึ้นโดยไม่โปร่งใส ภายใต้การใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ มาใช้ในการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา)  อันเป็นกระบวนการได้มา ส่งต่อ เก็บรักษา ตรวจสอบ และเสนอพยานหลักฐานต่อศาล ที่ไม่สอดคล้องกับหลักของการดำเนินคดีที่เป็นธรรม

4. ยกเลิกการออกหมายจับและหมายขังซ้ำซ้อน ทั้งการออกหมายจับและหมายขังตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ (หมาย ฉฉ.)  ที่ศาลได้ออกให้แก่เจ้าหน้าที่ แม้บุคคลตามหมายต้องหมายจับตามป.วิอาญาอยู่แล้ว ซึ่งนำไปสู่การเอาตัวผู้ต้องหาที่ต้องหมายจับตามป.วิอาญา ไปคุมขังไว้ตามหมาย ฉฉ. ทำให้ผู้ต้องหาในคดีอาญาถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นสิทธิในการพบและปรึกษาทนายความ สิทธิในการที่จะให้การหรือไม่ให้การอย่างใดก็ได้เป็นต้น  หรือการออกหมายจับตาม ป.วิอาญาที่ศาลออกให้แก่เจ้าหน้าที่อีกคดีหนึ่ง แม้บุคคลตามหมายจับต้องหมายจับ    ตาม ป.วิอาญาในคดีอื่นอยู่แล้ว ทำให้พนักงานสอบสวนสามารถอายัดตัวผู้ต้องหาหลังจากศาลมีคำพิพากษาคดีหนึ่งแล้ว โดยอ้างว่ายังมีหมายจับอีกคดีหนึ่งเป็นการรอายัดตัวซ้ำซาก ทำให้ผู้ต้องหาถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดีต่างๆต่อๆไปไม่มีสิ้นสุด

5.ให้ศาลปกครองมีอำนาจที่จะพิจารณาคดีปกครองที่เกิดจากการกระทำทางปกครองของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษ และคดีละเมิดทางปกครอง ก่อนที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลจะวินิจฉัยให้ศาลปกครองไม่มีอำนาจพิจารณาคดีละเมิดที่เจ้าหน้าที่กระทำต่อพลเมืองใน จชต.  ผู้เสียหายมีความรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมและการเยียวยาจากศาลปกครองมากกว่า เนื่องจากแนวคิดและการไต่สวนในระบบการพิจารณาคดีของศาลปกครองสามารถตรวจสอบการกระทำทางปกครองของเจ้าหน้าที่และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ดีกว่า ดังนั้นศาลปกครองควรจะมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาคดีละเมิดทางปกครองเช่นเดิม และคดีที่เกี่ยวกับการกระทำทางปกครองของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษด้วย

  1. นำหลักการความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice – TJ) มาใช้

โดยให้นำมาใช้ทั้งกับการก่ออาชญากรรมร้ายแรง ทั้งจากฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อลดความขัดแย้ง เกลียดชังโดยประสานกับหลักการความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restroative Justice -RJ) โดยจะต้องยึดหลักการดังนี้

(1) การตรวจสอบค้นหาความจริง จากคณะกรรมการอิสระที่เป็นอิสระ เช่นนักวิชาการ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และภาคประชาสังคมที่ได้รับความเคารพเชื่อถือ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเหยื่อของความรุนแรงและสังคมรับทราบความจริง เข้าใจปัญหาและรากเหง้าของความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในแง่มุมต่างๆ อย่างเป็นภาวะวิสัย

(2) การชดเชย ฟื้นฟู แก้ไข เยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ทั้งชาวมุสลิมและชาวพุทธ ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขเช่นเดิม รวมทั้งการเยียวยาทางด้านจิตใจ ซึ่งที่ผ่านมาบุคคลดังกล่าวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐเท่าที่ควร ความคับแค้นใจที่ยังคงดำรงอยู่ไม่เป็นดีอย่างยิ่งต่อกระบวนการสันติภาพและการสร้างความปรองดองใน จชต.

(3) การนำผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ลงโทษผู้กระทำผิด โดยเฉพาะผู้มีอำนาจไม่ว่าจะฝ่ายใด ที่สั่งการ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจในการก่ออาชญากรรมร้ายแรง โดยอาจนำหลักการของความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice-RJ) มาใช้สำหรับการกระทำผิดของผู้ใต้บังคับบัญชาของทั้งสองฝ่ายด้วย

(4) การปฏิรูปเชิงสถาบัน ทั้งในทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ จชต. โดยกระบวนการของการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่สันติสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

  1. การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา

    3.1 พัฒนากลไกในการรับเรื่องร้องเรียน โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมที่สามารถเข้าถึงชุมชนและผู้ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงและได้รับผลกระทบมากกว่ากลไกของรัฐ โดยรัฐจะต้องประกันความปลอดภัยและความเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ร้องเรียนมีความมั่นใจและกล้าร้องเรียน การร้องเรียนเป็นการเปิดเผยความจริงของความขัดแย้งและปัญหาต่อรัฐต่อสังคม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการแก้ไขปัญหาและกระบวนการสันติภาพ

3.2 พัฒนากลไกการร้องเรียนและตรวจสอบกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เพื่อป้องปราม ค้นหาความจริงและให้มีการแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างได้ผล ทั้งการตรวจสอบโดยกลไกในท้องถิ่น กลไกประเทศและกลไกระหว่างประเทศ ที่เป็นอิสระ โดยกลไกเหล่านี้ต้องสามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงต่างๆ และข้อเสนอแนะได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานของรัฐและรัฐบาล

3.3 การเยียวยาเหยื่อและผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมิใช่เพียงการชดใช้เป็นตัวเงินเท่านั้น แต่รวมถึงการฟื้นฟูเยียวยาด้านจิตใจ การทำให้กลับสู่สถานะเดิมเท่าที่จะทำได้ การช่วยเหลือดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเหยื่อและครอบครัว ฯลฯ การเยียวยาเป็นการบรรเทาความขัดแย้งที่ได้ผลระดับหนึ่ง ในขณะที่กระบวนการสันติภาพยังไม่ได้รับความสำเร็จ

           หากสามารถปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามข้อเสนอแนะนี้ได้ มันจะนำไปสู่ปัจจัยเอื้อต่อโจทย์ของกระบวนการสันติภาพที่ทุกเวทีเห็นสอดคล้องกันว่า ความรู้สึกไม่ยุติธรรมของคนพื้นที่ที่ได้รับจะสามารถปลดระวางไปอีกเปาะหนึ่งและจะทำให้สามารถผดุงเจตนารมณ์ของกฎหมายทั้งไทยและอิสลามที่ให้ความสำคัญ 5 ประการ คือ

  1. ศาสนา  2. ชีวิต 3. สติปัญญา  4. ทรัพย์สิน  5. เชื้อสาย (ตระกูล)

(โปรดดู เจตนารมณ์ของกฎหมายอิสลามเบื้องต้นในhttp://oknation.nationtv.tv/blog/shukur/2015/07/23/entry-1)

หมายเหตุ

1 รู้จักDNA

คำว่า ดีเอ็นเอ (DNA) ย่อมาจากคำว่า Deoxyribonucleic acid ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และเป็นเสมือนคำตอบที่มนุษย์ทุกคนอยากรู้มานานแล้ว ว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายดำรงเผ่าพันธุ์และสืบทอดลักษณะต่างๆ มาได้อย่างไร

ร่างกายคนเราประกอบด้วยเซลล์มากมาย จะหยิบจับส่วนไหนก็ล้วนแล้วแต่มีเซลล์เป็น องค์ประกอบอยู่แทบทั้งสิ้น กองบัญชาการควบคุมการทำงานของเซลล์ซึ่งเป็นส่วนที่มีเจ้า DNA (Deoxyribonucleic acid) อยู่นี่เองทำหน้าที่สร้างสายโปรตีนต่างๆ ออกมาใช้เป็น ส่วนประกอบต่างๆ ในเนื้อเยื่อฮอร์โมน เอ็นไชม์และอีกหลากหลาย ทำให้คนเรามีชีวิต อยู่ได้ หน้าตาของเจ้า DNA เป็นเส้นคล้ายสร้อยลูกปัด แต่ละเส้นจะประกอบด้วยอนุพันธ์ย่อยๆ ทางการแพทย์ เรียกว่า นิวคลีโอไทต์ (Nucleotide) 

คนเรา ทุกคนจะมีเส้นสายของ DNA หรือโครโมโซมเหล่านี้ครึ่งหนึ่งได้จากพ่ออีกครึ่งหนึ่ง ได้จากแม่ ความจริงแล้วใน เซลล์ของมนุษย์มี DNA อยู่สองส่วนคือ อยู่ในโครโมโซมในนิวเคลียส ซึ่งถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ อย่างละครึ่ง อีกส่วนอยู่ในโครงสร้างที่เรียกว่า โมโตคอนเดรีย ซึ่งอยู่ในไซโตพลาสซึม DNA ส่วนนี้ถ่ายทอด มาจากแม่ ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจึงใช้ DNA ส่วนนี้ พิสูจน์บุคคลว่า มีสายพันธุ์ ทางมารดาเดียวกัน

 

และสิ่งที่น่าสนใจก็คือการเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน อย่าง A C G T ที่เรียงลำดับกันนี้ บางช่วงอาจจะมีการเรียงซ้ำเป็นชุดๆ ได้ เช่น ACACA... ส่วนใหญ่เป็นการซ้ำ 2 3 หรือ 4 ครั้งจนถึง 70 ครั้งได้ แตกต่างกันไปในแต่ละคน สมมติว่าพ่อมี DNA ที่ระดับอณูชีววิทยานี้ 15 ซ้ำ ชุดหนึ่งจากปู่ อีกชุดหนึ่ง 20 ซ้ำจากย่า DNA คือ (15,20) แม่มี DNA 18 ซ้ำจาก ตา 22 ซ้ำจากยาย รหัส DNA คือ (18,22) พ่อแม่คู่นี้จะมีโอกาสมีลูกที่มีรหัส DNA คือ (15,18) (15,22) (20,18) (20,22) ฉะนั้นการตรวจรหัส DNA จะมีความแม่นยำมาก โอกาสที่คนเราจะมีลักษณะเหมือนกันไปเสียหมดทุกตำแหน่งเป็นไปได้ยากมากๆ เลย

ศึกษาเพิ่มเติมใน

https://www.scimath.org/article-science/item/2164-dna612

 

2.ศูนย์ทนายความมุสลิมชี้ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่เก็บ DNA

ศึกษาเพิ่มเติมใน

 

https://prachatai.com/journal/2015/11/62608

3. DNA ส่วนหนึ่งของการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ในการดําเนินคดี


ศึกษาเพิ่มเติมใน

 

digi.library.tu.ac.th/thesis/la/0928/08CHAPTER_3.pdf

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]