• shukur
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : shukur2003@yahoo.co.uk
  • วันที่สร้าง : 2007-07-26
  • จำนวนเรื่อง : 789
  • จำนวนผู้ชม : 616767
  • ส่ง msg :
  • โหวต 92 คน
shukur
วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม 2562
Posted by shukur , ผู้อ่าน : 309 , 18:11:04 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กระแส #Savethanathorn ที่ชายแดนใต้หลังเลือกตั้ง

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้ Shukur2003@yahoo.co.uk

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

                         กระแส #Savethanathornและอนาคตใหม่หลังเลือกตั้งไม่เพียงแต่การเมืองที่กทม.แต่มันยังส่งผล ที่ชายแดนใต้เช่นกัน อะไรคือที่มา สาเหตุและจะส่งผลต่อการเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่ผู้คนมีความเห็นต่างจากรัฐสูงอยู่แล้วอย่างไรผู้เขียนรวบรวมทัศนะต่างๆที่เป็นตัวแทน นักศึกษา นักวิชาการ และประชาสังคมดังนี้

 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=478630885976931&set=t.100018533740808&type=3&theater

(นายอติรุจ  ดือเระ   นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์   สาขาการระหว่างประเทศ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

หนึ่ง นโยบายโดนใจคนชายแดนใต้         

              นายอติรุจ  ดือเระ   นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์   สาขาการระหว่างประเทศ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   “ในฐานะคนที่เคยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้มองอนาคตใหม่ว่าสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองให้เกิดขึ้นในพื้นที่อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะแนวคิดและอุดมการณ์ที่สอดรับกับความคิดของคนรุ่นใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่แทบไม่ได้มองตัวผู้สมัครในระดับเขตเป็นหลัก ทว่าหัวหน้าพรรคอย่างคุณธนาธรกลับส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่า  ประเด็นสำคัญอีกประการคือการนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มุ่งใช้การเมืองแทนที่การทหาร นโยบายการผดุงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งการใช้เศรษฐกิจและการศึกษาในการขับเคลื่อน หรือแม้กระทั่งนโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร  เห็นท่าว่าจะตอบโจทย์ต่อนักทำงานภาคประชาสังคม ปัญญาชนผู้เคลื่อนไหวประเด็นความขัดแย้ง รวมถึงนิสิตนักศึกษาในพื้นที่อยู่ไม่น้อย  กระนั้นเกมการเลือกตั้งของรัฐไทยในครั้งนี้ก็ดูจะหาหนทางปิดกั้นการขึ้นสู่อำนาจของธนาธรและพรรคอนาคตใหม่เช่นกัน มีทั้งการใช้ช่องทางกฎหมายไปจนถึงการปลุกผีธนาธรหรือผีปิยบุตรให้คนในสังคมเกิดอาการผวา เส้นทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่ต้องการทหารเข้ามายุ่งเกี่ยว ผ่านนโยบายของพรรคอนาคตใหม่จึงวางอยู่บนเส้นแห่งความเป็นไปได้และไม่ได้  ทั้งนี้คงต้องจับตามองต่อไปว่าพรรคนี้จะขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองหรือถูกตัดแข้งตัดขาให้หยุดเดินเกมเสียก่อน”

       ที่สำคัญนโยบายพรรคอนาคตใหม่สอดคล้องกับพื้นที่ทางการเมืองที่คนเห็นต่างจากรัฐรวมทั้งมวลชนส่วนใหญ่เรียกร้อง ดังที่   นายปรัชญา   เกียรติว่าโร๊ะ- ผู้สื่อข่าวและนักเขียนอิสระจากThe Pen ได้สะท้อนว่า “ธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ หาเสียงโดยชูอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตย เน้นความเท่าเทียมทางสังคมของผู้คนที่แตกต่างหลากหลาย , กล้าพูดกล้าวิพากษ์วิจารณ์ โครงสร้างทางการเมืองไทยที่มีปัญหา กล้าพูดกล้าวิพากษ์วิจารณ์อุดมการณ์รัฐราชาชาตินิยมไทยที่กดข่มคนชายแดนใต้ที่เรียกตัวเองว่า ปาตานี ด้วยการเสนอให้ปัญหาปาตานีแก้ด้วยแนวทางการเมือง กล้าประกาศในการนำทหารออกจากพื้นที่ชายแดน อุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยพรรคอนาคตใหม่ น่าจะส่งผลให้อิสรภาพ เสรีภาพทางเมืองมีมากขึ้นในปาตานี/ชายแดนใต้ มีการ นำเสนอความหวังของกระจายอำนาจทางการเมือง นำเสนอความหวังของกระจายรายได้ทางการเศรษฐกิจ”

 

https://www.facebook.com/KONRAU/photos?lst=1245604111%3A100018533740808%3A1554633213

(นายปรัชญา เกียรติว่าโร๊ะ)

 

 

ทัศนะทั้งสองท่านทั้งอติรุจ  ดือเระ   และ ปรัชญา เกียรติ ว่าโร๊ะสอดคล้องกับทัศนะ  ผศ.ดร.สามารถ ทองเฝือ คณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี)  ซึ่งสรุปสั้นๆแต่ได้ความหมายครอบคลุมคือ   “อนาคตใหม่นั้น นโยบายของพรรคนี้ โดนใจวัยโจ๋, pr (ประชาสัมพันธ์หรือนำเสนอ)ได้ดีเหมาะกับยุคสมัย คือใช้ สื่อ social media”

( บทความจากต้นถึงนี้ได้รับการตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับวันที่ 12 - 18 เมษายน 2562แล้ว

https://www.matichonweekly.com/column/article_187409)

 

 https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2356801620998178&set=a.186785514666477&type=3&theater

ผศ.ดร.สามารถ ทองเฝือ คณะรัฐศาสตร์  มอ.ปัตตานี

 

 

 

            ข้อเสนอของธนาธร ยังตอบโจทย์ตรงเป้าที่สุด (ที่ถูกเสนอทุกเวทีรวมทั้งก่อนเลือกโดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม)  ในคำว่า นโยบาย “การเมืองนำการทหาร” ยกเลิกนโยบาย “ทหารนำการเมือง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ภายหลังการรัฐประหาร ได้ใช้อำนาจรัฐประหารให้ กอ.รมน. ภาค 4 เป็นหน่วยงานนำ บังคับบัญชาและกำกับดูแลหน่วยงานราชการทุกแห่งใน จชต. รวมทั้ง ศอ.บต. ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติที่ตราโดยรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง หน่วยงานด้านการยุติธรรม พลเรือนต่างๆรวมทั้งหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงโดยตรง การประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน    และพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ การเน้นการใช้กำลังในการปราบปรามผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ มีผลทำให้เกิดช่องว่าง ความแปลกแยกห่างเหินระหว่างประชาชนกับหน่วยงานราชการ 

          อย่างไรก็แล้วแต่ในนโยบายเสรีนิยม ยังมีข้อกังวล ของคนมลายูมุสลิม ในเรื่องการรับรอง กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT จนทำให้คนกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะวิถีมุสลิม สงวนท่าทีในการสนับสนุน หรือบางส่วนออกมาโพสต์ต่อต้านพรรคอนาคตใหม่ ในเรื่องนี้อย่างชัดเจน  

                 นางสาวรุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ อาจารย์(คนไทย)ประจำสาขาภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมลายา  ประเทศมาเลเซียให้ทัศนะว่า 

 

 

 

https://www.facebook.com/realistic.rose?fref=search&__tn__=%2Cd%2CP-R&eid=ARCbV5RdmcbtZHDRO9iWSV3zpCuLQFigxEPWv0AhFidnB4cwqJTr4QbHzkM9djz9uwxSka3OBVkxye8X

(นางสาวรุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ อาจารย์ประจำสาขาภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมลายา) 

“อย่างไรก็แล้วแต่เรื่อง LGBT จริงๆแล้วทุกพรรค (ใหญ่ๆ) มีนโยบายสนับสนุนสิทธิของพวกเขา อาจจะ ยกเว้นพรรคประชาชาติ  แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมมีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้นโดนโจมตี  ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าคนใน อนาคตใหม่ มี LGBT หลายคน  กล่าวคือเขาชัดเจนไปเลยว่ามีสมาชิกในพรรคระดับสูงเป็น LGBT สำหรับในมุมมองของเรามุสลิม  แน่นอนเราไม่เห็นด้วยอยู่แล้วในการสนับสนุนสิทธิต่างๆ ที่เขา LGBT เรียกร้องที่มากเกินไปสำหรับชีวิตคนปกติ เช่น การแต่งงาน แม้ว่าจะมี พรบ. คู่ชีวิต ที่รัฐบาลลุงประยุทธ์อนุมัติไปแล้ว  แต่เรามุสลิมนั้นอยู่ในประเทศไทย ที่มีคนหลากหลาย คงจะยากที่จะไปต่อต้านทุกเรื่องที่เราไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุนแต่การไม่ต่อต้าน มิได้หมายความว่าเราไม่ดูดูแลคนของเรา เฉพาะคนของเราต้องช่วยดูแล ซึ่ง แบบนี้น่าจะคุยกันได้ เรียกว่า แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง”

 

 

สอง กระแสจากแนวร่วมมุมกลับให้กับธนาธร

  1. ตรวจDNA ระหว่างการเกณฑ์ทหารที่ชายแดนใต้

          เมื่อ 1 เมษายน 2562 มีรายงานข่าวจากสื่อว่า หน่วยความมั่นคงชายแดนใต้ได้ตรวจDNA ระหว่างการเกณฑ์ทหารที่ยะลาและจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งการกระทำเช่นนี้กำลังเป็นที่กล่าวขวัญและถูกตั้งคำถามของสังคมโดยเฉพาะวัยรุ่นถึงแม้รัฐจะมาออกปฏิเสธว่าการตรวจดังกล่าวได้ขออนุญาตผู้เข้ามาเกณฑ์ทหารโดยมีเอกสารยืนยันซึ่งวัยรุ่นมองว่านี่เป็นการหมัดมือชกโดยมีการแสดงความคิดเห็นเชิงล้อเลียนรัฐว่า “ยินยอมหรือจำยอม” เพราะหากใครปฏิเสธก็จะถูกสันนิฐานได้เลยว่าเป็นผู้ร้ายและจะถูกแพ่งเล็งในที่สุด

 (โปรดดูรายงานข่าวในhttps://prachatai.com/journal/2019/04/81888) 

 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2284889074855714&set=t.100000039316411&type=3&theater(พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ)

                จากการเปิดเผยของพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ (มูลนิธิผสานวัฒนธรรม) มองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่เรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยท่านแสดงทัศนะว่า “การตรวจเก็บดีเอ็นเอ จะต้องได้รับข้อมูลเป็นที่พอใจและเข้าใจก่อนว่าจะเก็บไปทำอะไรอย่างไร เพื่ออะไร ต้องได้รับการยินยอม การบังคับตรวจเก็บดีเอ็นเอ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน (จะใช้อำนาจกฎอัยการศึกหรือพรก.ฉุกเฉินไม่ได้)กฎหมายป.วิอาญาให้อำนาจแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการเก็บดีเอ็นเอ ตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน เมื่อมีการแจ้งข้อหาแล้วเท่านั้น และสามารถปฏิเสธการตรวจได้ฯ (อ่านเพิ่มเติมในhttps://prachatai.com/journal/2015/11/62608)

  1. คำสั่งหน่วยความมั่นให้ตรวจทุจริตเฉพาะโรงเอกชนสอนศาสนาอิสลาม

                คำสั่งนี้ถูกตั้งคำถามจากบรรดาผู้นำศาสนาว่าไม่เป็นธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะมุ่งตรวจทุจริตเฉพาะโรงเอกชนสอนศาสนาอิสลามทั้งๆเงินอุดหนุนรัฐมอบให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าเอกชนสามัญ กศน.และ โรงเรียนรัฐกอร์ปกับสื่อกระแสหลักช่อง 7 ได้รายงานสกูปข่าวนี้และถูกส่งต่อในโลกซีเซียลอย่างรวดเร็วสร้างความเสียหายในภาพพจน์โรงเรียนสอนศาสนาจนในที่สุด

                สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้การนำเสนอข่าวของสื่อดังกล่าว พร้อมประกาศสงครามกับหน่วยความมั่นคงอย่างเปิดหน้า  (วันจันทร์ที่ 8 เมษายนนี้ เวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนบุสตานุดดีน อ.จะนะ จ.สงขลา)

 อย่าลืมว่าโรงเอกชนสอนศาสนาเหล่านี้มีมวลชนเป็นวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ทราบข่าวผ่านโลกโซเซียลถึงสถาบันของเขา ผู้นำศาสนาของเขาถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม

            ด้วยปัจจัยสองประการดังกล่าวทำให้รัฐได้สร้างแนวร่วมมุมกลับให้กับธนาธร (โดยอัตโนมัต)ที่โดนชะตากรรมถูกตรวจสอบฝ่ายเดียวเช่นกัน

                ความไม่เป็นธรรมดังกล่าว ท่าน พันตำรวจเอก ทวี  สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติเรียกความไม่ยุติธรรมดังกล่าวว่า  ความรู้สึกไม่ยุติธรรม ของผู้คนชายแดนใต้ความไม่ยุติธรรมทางความรู้สึกอันเป็นปัจจัยหลักให้ความขัดแย้งไม่สิ้นสุดโดยการนำบทบัญญัติที่ขาดการนำไปปฏิบัติ ไม่ให้คุณค่า ไม่ให้ความสำคัญ และถูกเลือกปฏิบัติ

 https://www.facebook.com/TaweeSodsongOfficial/photos/a.2640485059300453/2716745498341075/?type=3&theater  (พันตำรวจเอก ทวี  สอดส่อง )  

                 "ความยุติธรรม" เป็นคำยากต่อการกำหนดนิยาม มีความเป็นนามธรรมระดับสูง แต่ความยุติธรรมมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง หากสังคมใดขาดความยุติธรรมย่อมต้องประสบปัญหาความทุกข์ร้อนทั้งผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง ซึ่งในกรณีของกฎหมายก็เช่นเดียวกันผู้บังคับใช้กฏหมาย อย่าเป็นเครื่องมือของกฎหมาย แต่ต้องใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือให้เกิด "ความยุติธรรม"

 

 

 

 

 

 

 

 

                           ในส่วนพรรคอนาคตใหม่ชายแดนใต้ได้ขึ้นข้อความตั้งคำถามในเพจ อนาคตใหม่ชายแดนใต้โดยตั้งคำถาม ให้สังคมได้คิด ว่า ที่สุดแล้วจริงๆนั้น อนาคตใหม่ น่ากลัวสำหรับใคร เพื้อดึงสติมวลชนและตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีคำถามโดนใจ(โดยเฉพาะคนชายแดนใต้) ดังนี้

 

1.กองทัพที่ร่ำรวยและไม่โปร่งใส ย่อมกลัว การปฏิรูปกองทัพที่จะลดอำนาจและสร้างทหารอาชีพสร้างเทคโนโลยี อยู่ในกรมกอง ลดทหารเกณฑ์ ลดนายพล

2.กลุ่มทุนผูกขาดที่ได้อภิสิทธิ์ควบคุมเศรษฐกิจ ครอบงำตลาดทำลาย SME ผสานสัมพันธ์กับกองทัพและราชการ ย่อมกลัวการลดอำนาจทุนผูกขาด

3.รัฐราชการรวมศูนย์ผูกขาดทรัพยากร งบประมาณ และอุดมการณ์ในกรุงเทพฯ กลัวอำนาจของประชาชนท้องถิ่นจะขยายเพิ่มจากการกระจายอำนาจ

4.รัฐเวทนานิยม ที่มองเรื่องสวัสดิการเป็นเรื่องใจบุญคนรวยให้คนจน กลัวอำนาจต่อรองและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนด้วยรัฐสวัสดิการจะท้าทายลำดับชั้นทางสังคมที่พวกเขาคุ้นเคย

5.ผู้เอาเปรียบชนชั้นแรงงานทำนาบนหลังคน มองมนุษย์ไม่เท่ากัน ย่อมกลัวการปฏิรูปกฎหมายแรงงานของพรรคอนาคตใหม่ที่เพิ่มอำนาจต่อรองของผู้ใช้แรงงาน

6.ผู้รังเกียจความเท่าเทียมของมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมของ ทุกเพศสภาวะ ชาติพันธุ์ ชาติกำเนิด ย่อมกลัวการท้าทายจากอนาคตใหม่เป็นปกติธรรมดา

                         ความกลัวหกข้อข้างต้นผนวกรวมอยู่ในระบอบเผด็จการอำนาจนิยมที่ย่อมสร้างปีศาจร้ายขึ้นมาอยู่เสมอเพื่อแบ่งแยกประชาชนผู้ถูกกดขี่แต่ปีศาจนี้ย่อมสร้างความหวาดกลัวจนพวกเขาต้องไปหลบในมุมมืด และสร้างสารพัดข้อกล่าวหา แต่ยิ่งเป็นการเร่งให้ประชาชนตั้งคำถามว่าเหตุใดพวกเขาต้องกลัว อนาคตใหม่ ที่ไม่มี อำนาจรัฐ คุก ศาล ทหาร ตำรวจ สื่อมวลชนขนาดนั้น?

ผลสะท้อนการไล่ล่าธนาธร

              

                   นายปรัชญา   เกียรติว่าโร๊ะ- ผู้สื่อข่าวและนักเขียนอิสระจากThe Pen ได้สะท้อนต่อว่า

https://www.facebook.com/KONRAU/photos?lst=1245604111%3A100018533740808%3A1554633213

(นายปรัชญา เกียรติว่าโร๊ะ)

 

                   “การถูกไล่ล่าจากเผด็จการทหารต่อธราธร และปิยบุตร ซึ่งเป็นหัวใจของพรรคอนาคตใหม่  ได้สะท้อนอะไรให้กับเรา (สังคมไทยและสังคมมลายูปาตานี/ชายแดนใต้) ยังเป็นสังคมอับจนปัญญา ผู้คนในสังคมไทยและสังคมมลายูปาตานีส่วนหนึ่งไม่สนที่จะทำความเข้าใจ แนวคิดและเหตุผลของธนาธร และปิยบุตร พร้อมจะรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนตามสิ่งที่รัฐบาลทหารใช้วาทกรรมบอกว่าธนาธร และปิยบุตรไม่รักชาคิ ไม่รักสถาบัน คนไม่มีศาสนา -ในด้านบวกก็จะได้เห็นผู้คนในสังคมไทยและสังคมมลายูปาตานีส่วนหนึ่ง รู้ทันวาทกรรมบอกว่าธนาธร และปิยุบุตรไม่รักชาคิ ไม่รักสถาบัน คนไม่มีศาสนา ไม่หลงเชื่อ และมีความเห็นว่าธนาธรกับปิยบุตรไม่ได้รับควายุติธรรมจาการล่าแม่มดจากประชาชนที่เป็นแนวร่วมทางอุดมการณ์กับรัฐไทย -ธนาธร และปิยบุตรมีสติ อดทนอดกลั้น เน้นย้ำถึงคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและสันติวิธี พร้อมพิสูจน์ตัวเองจากข้อกล่าวหา และแก้ต่างด้วยข้อมูลโจมตีทั้งหลายด้วยข้อเท็จจริง วางตัวเองในบุคลิคพร้อมอธิบายสังคม -รัฐไทยค่อนข้างกลัว ธนาธร ปิยบุตร รวมถึงพรรคอนาคตใหม่มากเพราะมีบุคลิกเอาจริงเอาจังและพร้อมชนวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างรัฐไทยที่มีปัญหา มีฐานเยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นฐานเสียงและให้การสนับสนุน เยาวชนคนรุ่นใหม่มีพลังงานสูงมากพร้อมพร้อมท้าทายสิ่งที่ตัวเองคิดว่าไม่ถูกต้อง รัฐไทยจึงคิดจะกำจัดปิยบุตรและธนาธรด้วยการฟ้องคดีต่างๆ รวมถึงเล่นงานผ่านการล่าแม่มดของประชาชนที่เป็นแนวร่วมทางความคิดกับอุดมกการณ์นำของรัฐไทย -ปาตานีควรสร้างสถาบันทางการเมือง คือพรรคการเมืองของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และแกนนำพรรคการเมืองนั้นต้องมีบุคลิก สติปัญญา อดทนอดกลั้น เน้นย้ำถึงคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและสันติวิธี หรือไม่ก็เข้าไปปฏิรูปพรรคประชาชาติ โดยค่อยๆสลัดทิ้งระบบคิด  (อนุรักษ์นิยม)วัฒนธรรมแบบเก่าของพรรคการเมือง สร้างวัฒนธรรมภายในพรรคให้มีความเป็นประชาธิปไตยขึ้น ไม่ใช่ยึดโยงอยู่กับความอาวุโส ความมีบารมี อิทธิพล และระบบอุปถัมภ์อย่างที่เป็น อยู่ ณ ปัจจุบัน     สำหรับภาคประชาสังคมส่วนใหญ่ คือคนรุ่นเก่าเน้นทำงานแบบตั้งรับ ทำงานสังคมสงเคราะห์เป็นหลัก ไม่คำนึงการทำงานแบบเสริมสร้างศักยภาพและหลักคิดให้ผู้คนในสังคม ชุมชน โดยขาดความเข้าใจถึงบทบาทภาคประชาสังคมต้องเป็นอย่างไรถึงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม ยังไร้ฐานคิดถึงคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและสันติวิธีว่ามันคือเรื่องเดียวกัน ปาตานีหรือชายแดนใต้ควรปฏิรูปภาคประชาสังคมที่มีอยู่ พร้อมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสู่ภาคประชาสังคมเพื่อสร้างวัฒนธรรมการเคลื่อนไหวแบบใหม่ในภาคประชาสังคม เฉกเช่นที่พรรคอนาคตใหม่ได้สร้างวัฒนธรรมในการเป็นพรรคการเมืองแบบใหม่ที่มียุทธศาสตร์และอุดมการณ์ที่ชัดเจนตามมาตรฐานสากล   อุดมการณ์นำของรัฐไทยควรถูกปฏิรูปจากอุดมการณ์ราชาชาตินิยมไทยให้มีความเป็นประชาธิปไตย คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และพหุวัฒนธรรมมากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับ ขบวนการ BRN ที่ควรปฏิรูปอุดมการณ์นำแบบชาตินิยมมลายูปาตานีเชิงจารีต ไปสู่การมีแนวความคิดในการทำสงครามให้มีอารยะตามหลักการอิสลาม (ญีฮาดตามหลักการอิสลาม) หรือ ไม่ก็ทำสงครามให้มีอารยะตามอนุสัญญาเจนีวา

ความขัดแย้งสองขั้ว

              อย่างไรก็แล้วในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ว่าการเมืองที่กรุงเทพมหานครหรือปาตานี ปฎิเสธไม่ได้ว่ายังมีช่องว่างระหว่างวัย  ผู้คนแบ่งเป็นสองฟากอย่างชัดเจน ระหว่างเสนีนิยมประชาธิปไตยกับอนุรักษ์นิยม บางฝ่ายถูกผลักหรือกล่าวหาหนุนทักษิณหรือแนวร่วมทักษิณ (ทั้งที่เขาเคยต่อต้านทักษิณและยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตยสากล) กับลุงตู๋ ดังนั้นจึงยากที่จะยืนบนหลักการประชาธิปไตยสากลโดยหวังว่าในอนาคตจะมีพรรคที่เดินตามระบอบประชาธิปตามมาตรฐานสากลต่อสู้ทางการเมืองระหว่างเสรีนิยมประชาธิปไตยกับอนุรักษษ์นิยมประชาธิปไตยอย่างในอังกฤษ ในออสเตรเลียและในนิวซีแลนด์ มีมารยาททางการเมืองรู้แพ้รู้ชนะตามกติกา ไม่ใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญให้ได้มาซึ่งอำนาจหรือจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ซึ่ง นายอิมรอน โสะสัน (นักศึกษาปริญญาเอก สาขา นโยบายสาธารณะ แห่ง สถาบันการศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งโอ๊คแลนด์ AUT University ประเทศนิวซีแลนด์) ยอมรับต่อผู้เขียน (ให้สัมภาษณ์ต่อผู้เขียน ณ บ้านพักภรรยาท่าน ที่บ้านท่าน้ำ อำเภอ ปะนาเระจังหวัดปัตตานี)

 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10219118649417533&set=pcb.10219118649777542&type=3&theater

(นายอิมรอน โสะสัน  ขวาสุดเสื้อเขียว)

ดังนั้นจึงเห็นภาพผู้มีอำนาจ หรือผู้ที่สืบทอดอำนาจจะทำทุกวิถีทางกำจัดศัตรูทางการเมืองโดยมีกองเชียร์ คอยเชียร์ถึงแม้ฝ่ายตนจะไม่ทำตามหลักการสากลแต่ผู้รักความถูกต้องตามมาตรฐานสากลต้องร่วมยืนหยัดปกป้องแม้ท้ายสุดศัตรูทางการเมืองที่เราเคยต่อสู้จะได้ประโยชน์ ภาพดังกล่าวเราเห็นชัดถึงบทบาท อย่างนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ ‘หมอจุ๊ก’ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา 

ซึ่งในอดีตเคยต่อสู้กับฝ่ายทักษิณ แต่ปัจจุบันกลับต่อสู้กับฝ่ายประยุทธ์ (ตรงข้ามทักษิณ)

ท่านฉายภาพ การสืบทอดอำนาจ คสช.และกองทัพ โดยท่านกล่าวว่า  “ทำไม คสช.และกองทัพ จึงจัดกำลังรบเข้าทำศึกเล่นงานธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ชนิดไม่ให้ได้หายใจ กะเอาถึงคุกด้วยศาลทหาร ก็เพราะนโยบายพรรคอนาคตใหม่เป็นภัยต่ออนาคตและความอยู่ดีกินดีของผู้นำกองทัพนี่เอง การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนตื่นตัวอย่างที่สุด คนไทยแบ่งขั้วแบ่งค่ายบ้างก็เป็นธรรมดา คสช.เกาะกุมการบริหารประเทศมา 5 ปี จัดการเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ควรกลับไปเลี้ยงหลาน ปล่อยให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป หากประยุทธ์อยากให้ประวัติศาสตร์ไทยจดจำอย่างชื่นชมในหัวใจประชาธิปไตยที่ยังหลงเหลือ ก็ควรประกาศถอนตัวจากชื่อที่ถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะ พปชร.ได้คะแนนมาเป็นที่ 2 หรือประกาศของเป็นฝ่ายค้านก็ยังจะสง่างามกว่า นี่คือการเคารพเสียงประชาชน   ตอนนี้ คสช.กลายมาเล่นบทขี้แพ้ชวนตี งัดกฏหมายและสารพัดวิชามาเล่นงานพรรคอนาคตใหม่ หวังจะใช้อำนาจเผด็จการก่อนมีรัฐบาลใหม่ทำลายให้มากที่สุด มันจะยิ่งสร้างรอยร้าวให้กับสังคมไทย”

ท่านให้กำลังใจคนรุ่นใหม่   “คนรุ่นใหม่คือเหล็กกล้า เหล็กกล้านั้นยิ่งตีก็ยิ่งแกร่ง ประชาชนคนรุ่นใหม่เขามีกำลังหงุดหงิดกับสิ่งที่ คสช.ทำอยู่ หากเขาชวนกันชูสามนิ้วกันบ่อยๆ จากเงื่อนไขแรงกดดันที่รัฐบาล คสช.สร้างขึ้น คนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนทหารต้องนำกำลังเข้าปราบปราม นั่นจะกลายเป็นพฤษภาทมิฬ2 ก็เป็นได้ แม้นั่นจะเป็นจุดจบเผด็จการ แต่ก็ไม่ควรจะเกิดแล้วในยุคนี้บ้านเมืองเรายุคอำนาจมืดครองเมืองนี้ เราต้อง save หลายอย่างเหลือเกิน#saveธนาธร , #saveเดชา , #saveเสือดำ , #saveคนลงชื่อถอดถอนกกต.

 

 

https://www.facebook.com/supathasuwannakit/photos/a.206230839915718/463910637481069/?type=3&theater  (นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ) 

ทางออกในโลกแห่งความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย

 

        ความขัดแย้งทั้งสองฟากฝั่งบางทีมันเหนือเหตุ ผลหรือค่อยหาเหตุผลยืนยันจุดยืนตัวเองดังนั้นสังคมไทยและชายแดนใต้อาจจะต้องคิดถึงทฤษฎี   ที่เรียกว่า "National Dialogue" บทสนทนาแห่งชาติ

 

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10155117488517743&set=t.1089214678&type=3&theater

         รอมฎอน  ปัญจอร์  บรรณาธิการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่า  "National Dialogue" เป็นกระบวนการทางการเมืองชุดหนึ่ง(เสนอโดยศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันต์)ที่มุ่งเผชิญและคลี่คลายความขัดแย้งที่ร้าวลึกของคนในประเทศนั้น ๆ ในระหว่างที่กระบวนการปกติไม่อาจทำให้บรรลุทางออกที่เห็นพ้องต้องกันได้ ก่อนที่จะเข้าสู่สภาฯ พรรคต่าง ๆ จำเป็นต้องนั่งลงด้วยกันในสถานการณ์หรือเวทีหนึ่ง ๆ เพื่อสนทนาพูดคุยในหมู่พวกเขาเองและแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างจุดยืน (position) และจุดสนใจ/ผลประโยชน์ (interest) ซึ่งบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย  คุณ ๆ คงนึกได้ว่ากระบวนการที่ว่านี้คงยากและมีความท้าทายหลายอย่าง และไม่แปลกที่จะยังไม่มีใครซื้อข้อเสนอเช่นนี้ในเวลานี้ แต่จากบทเรียนของที่อื่น ๆ เรื่องใหญ่เริ่มแรก ซึ่งอาจเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดของ National Dialogue คือการระบุบ่งชี้ #ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ให้ได้ว่าเป็นใครหรือกลุ่มใดบ้าง หาไม่แล้วกระบวนการที่ไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและมีความเป็นตัวแทนที่ชอบธรรมมากพอเหล่านี้ก็จะทำให้การสนทนาเหล่านั้นไร้ความหมาย  ลองนึกดูซิครับ ความขัดแย้งหลังการเลือกตั้งนี้เป็นเสี้ยวหนึ่งของความขัดแย้งที่กว้างขวางและลึกร้าวกว่านั้น อาจจำเป็นจริง ๆ ที่มานั่งทบทวนว่าใครเกี่ยวข้องกับวงจรเหล่านี้บ้าง การแบให้เห็นทั้งกระดานจะนำมาซึ่งความเป็นไปได้ในการหาทางเลือกต่าง ๆ ต่อไป  สิ่งนี้ดูจะเป็นเรื่องเกินคิดถึง เกินจินตนาการ - คล้าย ๆ กับการเจรจาสันติภาพในชายแดนใต้/ปาตานี - แต่ความจำเป็นที่ต้องหาทางเลือกของวิธีการเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นตามความเสี่ยงและอันตรายที่กำลังรอเราอยู่

 

ดูคลิปเพิ่มเติมเรื่อง ชี้จุดเปราะบาง เปิดช่องทางยุติความขัดแย้งทางการเมือง (31 มี.ค. 62 )
https://www.youtube.com/watch?v=_32JkqhBwq4

             สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพผู้แทนยูเอ็น-อียู-ทูต 11 ประเทศรวมสหรัฐ ร่วมสังเกตการณ์คดีธนาธร จะต้องขึ้นศาลทหารถูกทำให้กระบวนต่อสู้ด้านประชาธิปไตยในไทยรู้สึกยำแย่ในสายตานานาชาติและสร้างเครดิตให้ธนาธร  ภาพข่าวนี้ส่งสัญญาณไปทั่วโลกให้จับตาดูการเลือกตั้งในไทย งานนี้เลยกลายเป็นการประจานเผด็จการให้อับอายชาวโลกโดยทั่วกัน...oนักวิเคราะห์การเมืองเห็นสอดคล้องว่า  “ ความพยายามจะบีบให้ธนาธรต้องรับผิดให้ได้ในตอนนี้นั้นเป็นวาระการเอาเปรียบเพื่อจัดการศัตรูทางทางการเมือง #มันเป็นเหมือนการเอาเปรียบทางกฏหมาย#หรือพูดให้หนักอย่างไม่เกรงใจภาษานักเลงการเมืองคือมันเป็นเรื่องของอำนาจเถื่อนโดยแท้โดยใช้กฎหมายและศาลเป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง และไม่เคารพประชาชนอีกฝั่งที่มีจำนวนหลายล้านคนซึ่งเลือกธนาธรและอนาคตใหม่เปรียบเสมือนการบีบให้คนรุ่นใหม่ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ให้ไม่มีทางเลือกในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอย่างสันติแล้วผลักให้พวกเขาลุกขึ้นมาต่อสู้และจงระวัง  “ถ้าพวกเขาต่อสู้ด้วยสันติวิธีไม่ได้แล้วพลังวัยรุ่นจะไม่ใช้สันติวิธีเข้าต่อสู้(ธรรมชาติของวัยรุ่น)ในขณะผู้เห็นต่างจากรัฐ (วัยรุ่นและนักศึกษา)ที่ชายแดนใต้ก็มองการเมืองส่วนกลางอย่างไม่กระพริบตาเช่นกันว่า  “แม้กระทั่งคนที่เชื้อชาติ ศาสนา ชาติพันธ์เดียวกันรัฐยังเอาเปรียบถึงขนาดนี้แล้วพวกเขาเป็นใครล่ะที่จะต่อสู้ทางการเมืองด้วยสันติวิธีผ่านรัฐสภาและกระบวนการประชาธิปไตย”   เพราะนี่มันไม่ใช่การกระทำต่อแค่ธนาธรแต่มันเป็นการกระทำต่อประชาชนและ(อย่าประมาท)คิดว่าประชาชนจะปล่อยให้ธนาธรต้องสู้อย่างโดดเดี่ยวลำพังเพราะนี่มันไม่ใช่การกระทำต่อพรรคใดพรรคหนึ่ง

                ดังนั้นหากเปรียบความขัดแย้งทางการเมืองไทย เป็นเด็ก ปีนี้เด็กคนนี้กำลังจะมีอายุครบ 13 ปี(หากนับจาก49) เป็นช่วงวัยของการเปลี่ยนแปลงจากเด็กไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทั้งในแง่ร่างกาย พฤติกรรม และความรู้สึกนึกคิด เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ บางคนเรียกว่า เป็นวัยแห่งการไขว่คว้าหาอิสรภาพ เป็นช่วงวัยที่เริ่มแสวงหาความเปลี่ยนแปลง กว่า 13 ปีของขัดแย้งทางการเมืองไทยและ 15ปี (นับจากปี 2547)  ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ มีพัฒนาการที่ปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยและเงื่อนไขของฝ่ายต่างๆ จนทำให้คนในประเทศไทยและสำหรับคนในพื้นที่ชายแดนใต้ มีความขัดแย้งสองชั้น ต้องร่วมด้วยช่วยกันหานวัตกรรมการแก้ปัญหาทางการเมือง อย่างไรก็แล้วแต่ผู้เขียนยังมั่นใจของกระบวนการทางประชาธิปไตยเพียงแต่คนรุ่นใหม่ อาจยอมอ่อนโยนต่อผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ และผู้ใหญ่ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ค่อยๆปล่อยให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ศักยภาพตนเองอย่างเต็มที่


 

 

----------------------------               

หมายเหตุ

  1. อ่านต่อฉบับหน้า

2.1 รู้จักDNA

คำว่า ดีเอ็นเอ (DNA) ย่อมาจากคำว่า Deoxyribonucleic acid ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และเป็นเสมือนคำตอบที่มนุษย์ทุกคนอยากรู้มานานแล้ว ว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายดำรงเผ่าพันธุ์และสืบทอดลักษณะต่างๆ มาได้อย่างไร

ร่างกายคนเราประกอบด้วยเซลล์มากมาย จะหยิบจับส่วนไหนก็ล้วนแล้วแต่มีเซลล์เป็น องค์ประกอบอยู่แทบทั้งสิ้น กองบัญชาการควบคุมการทำงานของเซลล์ซึ่งเป็นส่วนที่มีเจ้า DNA (Deoxyribonucleic acid) อยู่นี่เองทำหน้าที่สร้างสายโปรตีนต่างๆ ออกมาใช้เป็น ส่วนประกอบต่างๆ ในเนื้อเยื่อฮอร์โมน เอ็นไชม์และอีกหลากหลาย ทำให้คนเรามีชีวิต อยู่ได้ หน้าตาของเจ้า DNA เป็นเส้นคล้ายสร้อยลูกปัด แต่ละเส้นจะประกอบด้วยอนุพันธ์ย่อยๆ ทางการแพทย์ เรียกว่า นิวคลีโอไทต์ (Nucleotide) 

คนเรา ทุกคนจะมีเส้นสายของ DNA หรือโครโมโซมเหล่านี้ครึ่งหนึ่งได้จากพ่ออีกครึ่งหนึ่ง ได้จากแม่ ความจริงแล้วใน เซลล์ของมนุษย์มี DNA อยู่สองส่วนคือ อยู่ในโครโมโซมในนิวเคลียส ซึ่งถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ อย่างละครึ่ง อีกส่วนอยู่ในโครงสร้างที่เรียกว่า โมโตคอนเดรีย ซึ่งอยู่ในไซโตพลาสซึม DNA ส่วนนี้ถ่ายทอด มาจากแม่ ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจึงใช้ DNA ส่วนนี้ พิสูจน์บุคคลว่า มีสายพันธุ์ ทางมารดาเดียวกัน

และสิ่งที่น่าสนใจก็คือการเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน อย่าง A C G T ที่เรียงลำดับกันนี้ บางช่วงอาจจะมีการเรียงซ้ำเป็นชุดๆ ได้ เช่น ACACA... ส่วนใหญ่เป็นการซ้ำ 2 3 หรือ 4 ครั้งจนถึง 70 ครั้งได้ แตกต่างกันไปในแต่ละคน สมมติว่าพ่อมี DNA ที่ระดับอณูชีววิทยานี้ 15 ซ้ำ ชุดหนึ่งจากปู่ อีกชุดหนึ่ง 20 ซ้ำจากย่า DNA คือ (15,20) แม่มี DNA 18 ซ้ำจาก ตา 22 ซ้ำจากยาย รหัส DNA คือ (18,22) พ่อแม่คู่นี้จะมีโอกาสมีลูกที่มีรหัส DNA คือ (15,18) (15,22) (20,18) (20,22) ฉะนั้นการตรวจรหัส DNA จะมีความแม่นยำมาก โอกาสที่คนเราจะมีลักษณะเหมือนกันไปเสียหมดทุกตำแหน่งเป็นไปได้ยากมากๆ เลย

ศึกษาเพิ่มเติมใน

https://www.scimath.org/article-science/item/2164-dna612

2.2 LGBT (หรือ GLBT) ซึ่งเป็นตัวอักษรตัวแรกของคำว่า lesbian (เลสเบี้ยน) , gay (เกย์) , bisexual (ไบเซ็กชวล) , และ transgender/transsexual (คนข้ามเพศ) มีการใช้คำว่า LGBT มาตั้งแต่ยุค 90 ซึ่งดัดแปลงมาจาก “LGB” ที่ใช้ในการแทนวลี "สังคมเกย์" (Gay community) ที่ในหลาย ๆ กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่รู้สึกว่าอธิบายกลุ่มคนพวกนี้ได้อย่างถูกต้องตามที่กล่าว ในการใช้สมัยใหม่ LGBT มีความหมายถึงความหลากหลายของเพศวิถี (Sexuality) และลักษณะการแสดงเพศทางสังคม และในบางครั้งอาจหมายถึงกลุ่มคนที่ไม่ใช่กลุ่มรักต่างเพศ แทนการระบุว่าเป็นเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล หรือ คนข้ามเพศ

คำนี้ในภาษาอังกฤษ ยังมีการนำมาปรับใช้ในสังคมกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และสื่อมวลชนในกลุ่มผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

 

2.3 ศูนย์ทนายความมุสลิมชี้ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่เก็บ DNA

ศึกษาเพิ่มเติมในhttps://prachatai.com/journal/2015/11/62608

2.4   DNA ส่วนหนึ่งของการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ในการดําเนินคดี


ศึกษาเพิ่มเติมในdigi.library.tu.ac.th/thesis/la/0928/08CHAPTER_3.pdf

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]