• siampatriot
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 185950
  • ส่ง msg :
  • โหวต 104 คน
siampatriot
การเดินทาง และ ความสุข
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
วันอาทิตย์ ที่ 5 สิงหาคม 2550
Posted by siampatriot , ผู้อ่าน : 22710 , 10:25:30 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          กลับมาถึงเที่ยงคืนวันจันทร์ที่ ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๐ รถติดแทบแย่ สายเอเชียช่วงอ่างทองเข้ามาพระนครศรีอยุธยา ทำถนนยังไม่เสร็จหลายจุด จาก ๔ เลนส์ ลดเหลือเป็นสองเลนส์ จริงๆ แล้วถนนสายเอเชียขาเข้าน่ะ มี ๔ เลนส์ แต่พอรถติด ก็เลยแย่งกันเบียดกันเป็น ๖ เลนส์ พอมาถึงจุดก่อสร้างลดเหลือแค่ ๒ เลนส์ คิดดูละกันว่าจะติดขนาดไหน ค่อยๆ คลานเข้ามาจนถึงแยกบางปะหัน ตัดสินใจไม่ตรงเข้าอยุธยาแล้ว เปลี่ยนเส้นทางดีกว่า ขึ้นต่างระดับวิ่งเข้าสาย ๓๔๗ ด้านตะวันตกของเมืองอยุธยาตรงเข้าปทุมธานี โล่งสุดๆ ไม่น่าเสียเวลาติดตั้งนานเล๊ย.. เหนื่อยสุดๆ ถึงบ้านสลบพอดี เช้านี้ก็ต้องรีบๆ เข้ามาเคลียร์งาน สิ้นเดือนพอดี อะไรๆ ก็เต็มโต๊ะไปหมด ดองไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเพราะมีงานด่วนเข้ามาหลายงาน เลยยังไม่มีเวลาปั่นต้นฉบับ (ยังกับว่าตัวเองเป็นนักเขียนปากกาเพชรยังงั้นแหละ) ยังไม่ได้ดูรูปที่ถ่ายมาเลยก็ว่าได้ ดูหน่อยๆ ตอนถ่ายเสร็จแต่ละที่แล้วมีเวลานั่งพัก เริ่มเขียนเรื่องตั้งแต่วันอังคารกว่าจะมีเวลาโพสต์ก็วันอาทิตย์

          เช้าวันเสาร์ที่ ๒๘ กรกฏาฯ ตื่นตั้งแต่ตีสี่ กว่าจะออกจากบ้านได้ก็ตีสี่ครึ่ง แวะเติมน้ำมันเช็คลมแถวคลองหลวงก็เกือบตีห้า แม่ทอดหมูกับห่อข้าวเหนียวให้ไว้กินบนรถ ยังไม่ถึงนครสวรรค์เลย แค่สิงห์บุรีก็เอาขึ้นมากินแล้ว หิวแต่เช้า ตืนเช้าทีไรเป็นอย่างงี้ทุกที ทำไมออกทริปทีไรเจริญอาหารอย่างนี้ฟ่ะ! ก่อนเข้ากำแพงเพชรถึงได้แวะปั๊ม ปตท. เข้าห้องน้ำ เห็นว่ายังเช้าอยู่นี่หว่า แวะดูอะไรๆ ริมทางหน่อยดีกว่า ดูแผนที่เห็นบอกว่ามีเมืองไตรตรึงส์ ก่อนถึงกำแพงเพชร ขับๆไป อ้าวถึงกำแพงเพชรแล้วนี่หว่า ไม่ย้อนแล้วนะ... เข้ากำแพงเพชรเลยละกัน ดูแผนที่อีกครั้งเห็นมีอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรนี่น่า เลี้ยวขวาเข้าไปนิดเดียวเอง ข้ามสะพานผ่านตัวเมืองเข้าไปหน่อย ก็เจอแล้ว ไม่หลงอยู่แล้ว มีแต่เจดีย์ วัดวาอารามเก่าๆ เยอะแยะไปหมด จดรถหน้าศาลหลักเมือง เช้านี้คนมาไหว้หัวหมูเยอะแยะเลย หรือว่าปกติก็เยอะยังงี้อยู่แล้วก็ไม่รู้ แต่ว่าอาจจะเป็นว่าพรุ่งนี้วันพระอาสาฬหบูชา ไม่มีหัวหมูเพราะโรงฆ่าสัตว์หยุดก็ไม่รู้ ก่อนเข้าพรรษาด้วย ชาวบ้านก็คงรีบๆ แก้บนกันให้เสร็จๆ มั๊ง...

ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

โบราณสถานในเมืองกำแพงเพชร

ฐานเจดีย์มีช้างล้อม

องค์พระ

องค์พระในพระวิหาร

ตะใคร่น้ำเขียวๆ สุดยอดความขลัง

ฐานวิหารเจดีย์

หมู่เจดีย์ด้านทิศตะวันออก

อีกมุมนอกกำแพง

          เราก็เลยถือโอกาสไหว้ศาลหลักเมืองกำแพงเพชรพร้อมหัวหมูที่ชาวบ้านทะยอยกันเข้ามาไหว้ไม่ขาดสาย จากนั้นก็เลยเข้าไปชมโบราณสถาณตรงนั้น มีที่ขายตั๋วเข้าชม คนไทย ๑๐ บาทเอง แถมยังบอกว่าใช้เข้าชมจุดที่สองของอุทยานประวัติศาสตร์ที่อยู่ถัดไปได้อีกด้วย ก็เลยเก็บบัตรไว้เป็นอย่างดี วัดนี้สร้างด้วยศิลาแลงกับอิฐดินเผา เป็นแนวยาว มีโบสถ์ วิหาร เจดีย์ช้างล้อม หน้าฝนตะใคร่น้ำขึ้นเกาะ บวกกับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าๆ น้ำค้างยังคงเกาะตามยอดหญ้าได้บรรยากาศความเก่า ขรึม ขลังที่สุด เดินเก็บภาพจนรอบเอาซะขากางเกงเปียก ก็เลยกลับออกมาที่ศาลหลักเมือง ยิ่งสายคนยิ่งเยอะขึ้นไปอีก แทบจะไม่มีที่วางหัวหมูแล้ว ชาวบ้านบางคนต้องวางตามบันไดทางขึ้น ตอนนี้มีนางรำสองคู่กำลังรำถวายศาล สงสัยจะเป็นชาวบ้านแก้บน เมื่อซักครู่เห็นนั่งแต่งตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกฟากของถนน ตอนนี้กำลังตั้งตกตั้งใจรำทีเดียว ดูจากลักษณะการเกร็งมือเหยียดแขน และหน้าตาที่ดูตั้งอกตั้งใจ ต่างจากหลายๆ ที่ที่เคยเห็นมาซึ่งบางที่เหมือนจะรำๆ แบบผ่านๆ จบๆ ไป จะได้ไปรำเอาตังค์กับคนอื่นอีก.

รำแก้บน

                จากนั้นไปต่อที่อุทยานฯ จุดที่สอง เจ้าหน้าที่บอกไว้ว่าออกจากศาลหลักเมืองไปหน่อยเดียวจะเจอสะพานเล็กๆ ข้ามสะพานไปแล้วเลี้ยวซ้ายทันที จะเจอกับป้อมยามเลย พอเข้าไปแล้วก็ต้องจ่ายค่านำรถเข้า จำไม่ได้ว่า ๓๐ บาท หรือ ๕๐ บาท ก็บ่นกันว่าแพง เดินเข้าไปดีกว่า แต่พอขับรถเข้าไปแล้ว โอ้... เดินได้ไงเนี่ย.. ทั้งใหญ่ทั้งกว้าง มีหลายซอกหลายซอยเหลือเกิน เลาะไปเรื่อยผ่านป่าผ่านเนิน แปลกใจจัง ทำไมคนที่นี่เค้าสร้างเมืองกันไว้บนเนิน ไม่ได้สร้างไว้ริมน้ำเหมือนกับ อยุธยา ธนบุรี กรุงเทพ เชียงใหม่ ที่มีคูน้ำล้อมรอบ แล้วก็ห่างจากแม่น้ำด้วย อย่างงี้เมื่อก่อนต้องมีคนที่มีทำหน้าที่ตักน้ำมาใช้ในเมืองด้วยแหงเลย หรือเค้ามีระบบน้ำประปาขึ้นมารึเปล่าไม่รู้

นักศึกษากำลังซ้อมงานแสงสีเสียง

วัดช้างล้อมเหลือแค่ฐานเจดีย์

อีกมุม

ตะเกียงน้ำมันทั่วเขตฯ

วัดพระสี่อิริยาบถ

                จุดนี้มีวัดใหญ่ๆ หลายวัด ที่เด่นๆ ก็จะเป็นวัดช้างล้อม วัดพระสี่อิริยาบถ วัดสิงห์ วันนี้วัดช้างล้อมมีซ้อมงานแสงสีเสียง นักศึกษาเต็มไปหมด ที่เยอะสุดจะเป็นจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และมีน้องๆ มัธยมด้วย แต่ไม่ทราบว่าโรงเรียนอะไร เกือบทุกโบราณสถาณทุกถนนในอุทยานฯ จะมีขวดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง (ไม่อยากโฆษณาว่าเป็นลิโพ กระทิงแดง หรือเอ็มร้อย) มาดัดแปลงเป็นตะเกียงน้ำมันเต็มไปหมด คิดแล้วอิจฉาคนที่ได้อยู่เที่ยวจริงๆ คงสวยน่าดู แต่ว่าเราต้องไปต่อนี่นาเลยอด แวะเข้าไปเก็บภาพจุดใหญ่ๆ สำคัญๆ เสร็จก็ออกเดินทางต่อ เกรงจะสายต้องไปต่ออีกไกล ขับรถย้อนออกมายังถนนสายกำแพงเพชร-ตาก มุ่งหน้าสู่ตาก ไม่ได้แวะไหน แป๊บเดียวก็ถึงตากแล้ว เที่ยงพอดี หากินข้าวตามสั่งร้านเล็กๆ ในเมืองตาก ไหนๆ ก็มาตากซะที แวะกราบอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชซะหน่อย จริงๆ ต้องเรียกพระบรมราชานุสาวรีย์รึเปล่า? ทุกทีขึ้นเหนือก็ได้แต่ผ่านๆ ไม่ได้แวะกราบท่านซะที  อนุสาวรีย์ ฯ ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำปิง ห่างไปสองไฟแดง แต่ไม่มีสิ่งก่อสร้างบดบัง มองเห็นแม่น้ำปิงและภูเขาได้ มีขายดอกไม้ธูปเทียนพร้อม มีปล่อยนกอีกต่างหาก แต่ว่าไม่ได้ปล่อย ได้แค่ไหว้และหยอดตู้บริจาค ภายในอนุสาวรีย์มีรูปเหมือนพระองค์ท่าน ไม่แน่ใจขนาดเท่าพระองค์จริงหรือใหญ่กว่า อยู่ในท่าทรงประทับนั่ง ภายในศาลฯ มีภาพเขียนพระราชประวัติฯ ทุกด้านสวยงามมาก

เข้าเมืองตาก

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ทิวทัศน์จากหน้าศาลฯ

                จากนั้นก็ไปที่ตลาดริมปิง ที่ริมปิงนี้วันเสาร์จะมีของมาขายเพียบ ขายทุกอย่างเหมือนตลาดนัด ที่น่าสนใจที่สุดจะเป็นต้นไม้ กล้วยไม้ สัตว์เลี้ยง ส่วนเสื้อผ้าแฟชั่นไม่ได้ดูเลย ก็คงเหมือนกันทุกที่ ตอนไปถึงก็เริ่มจะบ่ายแล้ว พ่อค้าแม่ค้ากำลังจะเก็บของกลับ รีบเดินจ้ำกันใหญ่ ร้อนนะสิครับ แดดตอนบ่ายของเมืองตากที่ขึ้นชื่อว่าร้อนที่สุดในประเทศ จากนั้นไปถ่ายรูปริมปิงกับสะพานแขวนข้ามปิงซะหน่อยก็รีบกลับ

กล้วยไม้ป่าแปลกๆ ที่ตลาดริมปิง

สะพานแขวนข้ามแม่น้ำปิง

                ขับรถมุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อ จุดหมายของเราอยู่ที่เขื่อนภูมิพล ระหว่างทางจากเมืองตากไปสามแยกปากทางเข้าเขื่อนมีร้านริมทางขายพวกรูปปั้นรูปสลักจากหินเยอะแยะไปหมด นี่ก็เหมือนกัน ผ่านขึ้นเหนือทีไรก็ได้แต่ดูในรถ ไม่เคยได้แวะเลย วันนี้ก็เลยแวะซะหน่อยวะ เผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือไปด้วย กว่าจะตัดสินใจได้ก็จอดร้านเกือบสุดท้ายแล้ว เข้าไปดูลองถามราคาพระพิฆเณศดู มีหลายแบบหลายปางมาก ทั้งยืนทั้งนั่งถืออะไรต่ออะไรไม่เหมือนกัน ถามราคาแล้วถูกมาก เริ่มตั้งแต่หลักสิบสำหรับองค์เล็กตั้งโต๊ะหรือทับกระดาษได้ องค์ใหญ่ก็หลักร้อยถึงหลักพัน ถูกกว่าในกรุงเทพฯ หลายเท่า สุดท้ายก็ได้มาคนละองค์ แพคให้ดีมากเลยใส่โฟมอัดหนังสือพิมพ์ใส่กล่อง การันตีว่าไม่แตกไม่สะเทือนแน่ๆ กลับมากบ้านก็โอเคทุกอย่างปกติ

               จากนั้นก็ขับต่อถึงสามแยกปากทางเข้าเขื่อนฯ เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอสามเงา ผ่านอำเภอสามเงาครู่เดียวก็เข้าสู่ตัวเขื่อน ที่หน้าเขื่อนมีป้ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเชิญชวนให้ดูมะพร้าวสองยอด เค้าคงคิดว่าเป็นของแปลกมั๊ง ป้ายเยอะทีเดียว แต่เราเคยเห็นมาหลายที่แล้ว ก็เลยเฉยๆ แต่เก็บภาพมาด้วย

มะพร้าวสองยอดของแปลก กฟผ.

                เข้าไปบริเวณเขื่อนจะพบเขื่อนเล็กๆ อันแรกนี้ไม่ใช่ จะผ่านที่พัก ที่ทำการ ตลาด เข้าไปจนสุดที่ตัวเขื่อน ที่จอดรถไม่มากนัก รถใหญ่รถทัวร์นักท่องเที่ยวต้องเข้าไปส่งนักท่องเที่ยวแล้ววนออกมาจดตามไหล่ทาง เราก็ต้องวนออกมาจอดเหมือนกันเพราะไม่มีที่จอด ได้ที่จอดแล้วเราก็ลงไปถ่ายรูปตัวเขื่อน จากบนสันเขื่อน ภายในเขื่อนในอ่างเก็บน้ำมีบริการล่องเรือล่องแพด้วย ถามผู้รู้บอกว่ามีแบบแพงๆ ด้วย ไปกลับหลายวันจากตากล่องขึ้นไปเรื่อยๆ ตามแนวลำน้ำปิงจดท้ายเขื่อนที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนภูมิพลสร้างกั้นแม่น้ำปิงที่ไหลมาจากเชียงใหม่ ที่เราไปเชียงใหม่ทีไรก็ต้องข้ามแม่น้ำปิงน่ะแหละ เห็นว่าค่าล่องเรือไม่ถูกเลยอยู่บนเรือหลายวันกินอยู่พร้อม คงเหมือนกับที่เราไปล่องเรือพวกอันดามันครู๊ยซ์ทำนองนั้น กินอยู่พร้อมมีคาสิโนรึเปล่าไม่รู้ จากนั้นก็เดินขึ้นเขาไปหน่อยนึงมีพระพุทธรูปสีทองอยู่บนยอดเขา บ่ายๆ อย่างนี้ร้อนน่าดู แต่จะได้วิวสันเขื่อนแบบเต็มๆ ที่สันเขื่อนมีปล่อยปลาด้วย เป็นปลาบึกไม่เห็นเค้าบอกว่าตัวละ ๙๙ บาท วิธีการปล่อยเขื่อนเค้าทำถังน้ำแขวนไว้ เราซื้อลูกปลาแล้วก็เอาลงถัง จากนั้นก็หย่อนลงไปในน้ำเหนือเขื่อน เห็นแต่คนอื่นปล่อย เราไม่ได้ปล่อย เจ้าหน้าที่เขื่อนบอกว่าปลาตัวโตมากๆ สองสามร้อยกิโลฯ ปีนึงก็มีชาวบ้านจับได้ แต่มีกำหนดไม่ให้จับเกินกี่ตัวต่อปี แต่จะห้ามได้ยังไง ในเมื่อชาวบ้านจับแล้วเค้าไม่ได้มาบอกเขื่อนว่าเค้าจับไปกี่ตัวแล้ว

โรงไฟฟ้าใต้ตัวเขื่อน

แม่ปิงกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์เหนือเขื่อน

แม่ปิงไหลไปใต้เขื่อน

น้ำที่ไหลออกจากโรงไฟฟ้าสีเขียวมรกต

ป้ายเขื่อน

                จากตัวเขื่อนย้อนออกมายังที่พัก เช็คอินอาบน้ำอาบท่าเปิดแอร์ฉ่ำๆ จากไฟฟ้าฟรีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะงีบหน่อยก็ไม่ทันเนื่องจากว่าสี่โมงเย็นมีนัดกับเพื่อนๆ ที่ไปร่วมทำกิจกรรมกัน คือเข้าชมโรงไฟฟ้า เนื่องจากว่าเป็นกรณีพิเศษเท่านั้นที่ได้เข้าชม จึงเอาแค่บรรยากาศหน้าโรงไฟฟ้าและภายในมาให้ชมนิดหน่อย ตอนนี้กฟผ. เค้าก็มีโฆษณาในทีวีออกมา เลยเอามาให้ชมเช่นกัน

หน้าโรงไฟฟ้า

ในโรงไฟฟ้า

ในห้องควบคุม

ท่อน้ำหน้าเขื่อนเข้าโรงไฟฟ้า

ปล่องลิฟท์

ขึ้นชมด้านบนอีกรอบ

แนวสันเขื่อน

                ชมโรงไฟฟ้าเสร็จก็ไปทานอาหารที่ร้านอาหารของสโมสรการไฟฟ้าฝ่ายผลิต วิวสวยจริงๆ ด้านหน้าเป็นแม่น้ำปิง ด้านหลังเป็นภูเขามีสนามกอล์ฟเขียวสุดสายตา แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าสวยเฉพาะหน้าฝนแหละ หน้าแล้งก็แห้งเหลืองไปทั้งเขา วันดีคืนดีก็ไฟป่ามาไหม้ไปทั้งลูก ต้องคุมคนงานขึ้นไปดับไฟทั้งเหนือยทั้งร้อน จะเขียวอยู่ก็เฉพาะสามกอล์ฟนี่แหละ ทานอาหารไปคุยกันไป ห้องใหญ่ๆ เสียดายไม่ได้เปิดคาราโอเกะไม่งั้นคงดึกแหงๆ... จากนั้นก็เข้าที่พักๆ คุยกันต่อว่าพรุ่งนี้จะไปไหน เราก็ไม่ได้แพลนไว้เลยว่าจะไปไหนก็เลยถามๆ ในกลุ่ม ต่างคนต่างไป บางคนก็ไปต่อเชียงใหม่ก็มี น่านก็มี ลำปางก็มี อยู่ต่อก็มี เราก็เลยได้โปรแกรมคร่าวๆ สำหรับพรุ่งนี้คือ ตอนเช้าหลังจากทำกิจกรรมกันเสร็จ เช็คเอาท์เสร็จก็จะไปตลาดชาวเขาดอยมูเซอ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช อุทยานแห่งชาติลานสาง จากนั้นก็ย้อนเข้าตากตรงไปยังสุโขทัย พักสุโขทัยหนึ่งคืนต่อจากนั้นค่อยว่ากันว่าจะไปไหนต่อ

สนามกอล์ฟพร้อมต้นตะแบกสวยๆ

เขากวางอ่อนสวยๆ ที่มีผู้เอามาฝาก

แมลงแปลกๆ

                เช้าวันอาทิตย์อากาศแจ่มใสเช่นเคย หน้าฝนที่ตากก็อย่างนี้แหละ เข้าอากาศแจ่มใส สบายๆ เที่ยงๆ บ่ายๆ ก็จะร้อนสุดๆ เย็นๆ หน่อยก็จะฮึ่มๆ พายุฝนข้ามเขามาตก หลังจากเสร็จกิจกรรมกันแล้วเราก็เช็คเอาท์ออกมา ย้อนกลับเข้าตัวเมืองตาก แวะมีที่ริมปิงอีกเมื่อวานมีคนแนะนำว่ามีส้มตำอร่อยอยู่ร้านนึง พอมาถึงดันจำชื่อร้านไม่ได้ขับรถวนเข้าไปเรื่อย เจอร้านส้มตำอยู่ร้อนนึงขึ้นป้ายว่าร้านส้มตำป้าหวิล แต่ไมยักจะเห็นมีครกตำส้มตำอยู่หน้าร้านเลย มีแค่ตู้กับเตาย่างไก่อยู่หน้าร้าน ก็เลยเดินเข้าไปถาม ป้าบอกว่ามีค่ะ ส้มตำอยู่ด้านใน ก็เลยอ๋อ.. สิบเอ็ดโมงเศษเพิ่งมีลูกค้าเข้ามาโต๊ะเดียว เราเป็นโต๊ะที่สอง ดีแฮะ..ไม่ต้องรอนาน ถามป้าว่ามีปลาเผามั๊ยเพื่อนเค้าอยากกินปลาเผามากๆ ป้ายังใจดีบอกว่ามีค่ะ อยู่ร้านถัดไป ไปซื้อมาละกัน ที่นี่ไม่หวง เพื่อนก็เลยเดินไปซื้อปลาช่อนเผามาตัวนึง ๑๒๐ บาทเอง ตัวใหญ่มากๆ มีน้ำจิ้มสองแบบเป็นน้ำจิ้มเปรี้ยวถุงนึงกับน้ำจิ้มพริกสดเผาหัวหอมแดงกระเทียมตำอร่อยมาก มีผักต้มให้ด้วยถึงนึง ส่วนที่ร้านนี้เราสั่งส้มตำปูปลาร้าหนึ่ง ต้มแซ่บหมูหนึ่ง คอหมูย่างหนึ่ง ใส้หมูย่างหนึ่ง ข้าวเหนียวสอง เป็ปซี่สอง น้ำแข็งสอง แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับสองคน ทุกอย่างอร่อยจริงๆ ไม่ยักรู้ว่าเมืองเหนือตอนล่างอย่างนี้อาหารพวกส้มตำจะอร่อยด้วย กินแทบไม่หมดแต่พยามยามกินเท่าที่กินได้ เนื่องจากว่าบ่ายนี้เราต้องไปต่ออีกไกล ยังไม่รู้จะได้กินเย็นอีกตอนไหนกินเสร็จแทบนั่งไม่ได้ เป็นไงล่ะ หวงของนัก เหลือแล้วไม่รู้จักทิ้ง ก็เลยรับกรรมไป

อาหารกลางวันของเรา คอหมูย่าง ใส้อ่อนย่าง

ปลาช่อนเผาจากร้านข้างๆ

ขาดไม่ได้คือส้มตำ ปู ปลาร้า

ต้มแซ่บ เด็ดสุดๆ

เมนูอร่อยๆ

ร้านนี้นี่เอง สังเกตุจากต้นมะม่วงพุ่มงามๆ

          ออกจากตากย้อนข้ามลำน้ำปิงลงมานิดเดียว ทางกลับเข้ากำแพงเพชรและกรุงเทพฯ ก็จะเจอสามแยกใหญ่ขาล่องจะมีป้ายบอก เลี้ยวขวาแม่สอด เราก็จับแม่สอด จริงๆ จับป้ายตลาดมูเซอเลยก็ได้ มีป้ายตลอดทาง ยังไงก็ไม่มีหลง วิ่งตรงอย่างเดียว ทางแยกซ้ายขวาไม่ต้องสนใจ ไปตามทางหลัก จากแยกขึ้นเขาไปเรื่อยๆ บางช่วงขึ้นยาวแต่ถนนก็กว้างใช้ได้ มีบางช่วงขาขึ้นเค้าจะทำไว้เป็นสองเลนส์แซงกันได้ เข้าไปประมาณ ๓๐ กิโลผ่านทางแยกขวาเข้าอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราชไปหน่อยก็จะเจอตลาดมูเซออยู่ซ้ายมือช่วงนั้นเป็นทางโค้งซ้ายพอดี มีลานกว้างๆ อยู่หน้าตลาด ถ้าไม่ขับเร็วมากๆ ก็จะไม่เลยหรอก ที่ตลาดมีกาแฟสดด้วย ได้กาแฟเย็นซักแก้วช่วยให้หายง่วงจากอาหารมื้อกลางวันพอสมควร ที่ตลาดมูซอก็จะมีพวกผลิดผลเกษตรซะส่วนใหญ่ ทั้งผักผลไม้ ที่เยอะๆ ตอนนี้ก็จะเป็นแคนตาลูป ลำใย อะโวคาโด ลูกเหลียงเหมือนของใต้ กระชายดำ ขิงสด ข้าว มีกล้าไม้ขายด้วย พวกกาแฟ ไม้หอม สมุนไร ส่วนเราเองก็สนใจกล้วยไม้ ก็เลยอุดหนุนกล้วยไม้มาไม่น้อย ชาวเขาบอกว่า “เป ขอ ฝ่า พา ม่า ขอ ทาย ม่าย มี และ – เป็นของฝั่งพม่า ของไทยไม่มีแล้ว” ด้วยความชอบ ก็เลยบอกไปว่าไม่สนหรอกว่าของไทยหรือพม่า เอาเป็นว่าลดเยอะๆ ละกัน และตำรวจไม่จับก็พอแล้ว ได้กล้วยไม้แล้วก็ได้เฟิร์นอุ้งตีนหมีมากระถางนึง กาแฟสองต้น มีพันธุ์อาราบิก้า กับอะไรไม่รู้ เอสเปรสโซ่รึเปล่า (ใช่ชื่อพันธุ์กาแฟมั๊ยฟ่ะเนี่ย) ยังขอต้นอะโวคาโดแถมมาด้วยต้นนึง มาปลูกที่ราบอย่างบ้านเราจะขึ้นไม๊ไม่รู้..

ระหว่างทางไปดอยมูเซอแม่สอด

กล้วยไม้ไอยเรศสวยๆ ในตลาดมูเซอ

ในตลาดมูเซอ

ภายนอกตลาด

              จากตลาดมูเซอกลับออกมา เจอทางแยกซ้ายเข้าอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ๓ กิโลฯ ก็เลยเข้าไปหน่อย เอาพาสปอร์ตอุทยานแห่งชาติมาด้วยนี่ เข้าไปแสตมป์ซะหน่อย พอเข้าไปปั๊มตราอุทยานแล้วก็เลยดูข้อมูลนิดหน่อย ที่น่าสนใจที่นี่ก็จะเป็นจุดชมวิว มีต้นกระบากยักษ์ แล้วก็มีน้ำตก เลยจากที่ทำการเข้าไปหน่อย ก็เลยตัดสินใจไปชมต้นกระบากยักษ์เห็นบอกว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่สำรวจพบในประเทศไทยขณะนี้ ป้ายบอกแค่ ๔๐๐ เมตรจากที่จอดรถก็เลยเอาน่ะ มาถึงแล้วก็เข้าไปดูหน่อย ปรากฏว่าทางไปต้นกระบากเป็นทางลงเขาอย่างเดียว ลงชันด้วย เป็นขั้นบันใดตลอด นี่แค่ขาลงนะ ๔๐๐ เมตร คิดถึงขาขึ้นก็แหยงแล้ว ระหว่างทางลงไปก็สวนทางกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่เดินหอบแฮ่กๆ เกาะราวบันใดที่ทำด้วยไม้ขึ้นมามีทั้งเด็กทั้งคนแก่ คนแก่ๆ ก็ต้องพยามยามช่วยตัวเองลากสังขารขึ้นไปให้รอด คิดดูละกันว่าทางดิ่งประมาณ ๔๐๐ เมตรเนี่ยสูงแค่ไหน ประมาณเดินขึ้นยอดตึกใบหยกได้มั๊ง ส่วนเด็กๆ ล่ะน่าสงสารที่สุด ร้องให้กระจองอแง เหนื่อยไง ตัวเล็กหน่อยพ่อแม่ก็ต้องอุ้มหรือแบกขึ้นมาตัวโตหน่อยก็ต้องค่อยๆ ลากกันขึ้น เดินทีละสี่สิบห้าสิบเมตรก็ต้องหยุดพัก พอเราลงมาถึงก้นเหว หรือต้องเรียกว่าหุบเขาก็ไม่รู้ ข้างล่างจะเป็นป่าแน่นทึบอยู่ในช่องเขาที่ไม่กว้างนัก มีแต่ต้นไม้ต้นใหญ่ๆ ทั้งนั้น สูงลิบ แหงนมองคอตั้งบ่า มีลำธารสายเล็กๆ ที่ในแผนที่บอกว่าไหลไปเป็นน้ำตก เราตัดสินใจแค่ถ่ายรูปกับต้นกระบากยักษ์แล้วรีบขึ้นเพราะฝนตกปลอยๆ ตั้งแต่เราเข้ามา เกรงว่ามันจะหนักลงมากว่าเดิม ขาขึ้นเหนื่อยสุดๆ เข้าใจเลยตอนที่เห็นชาวบ้านเค้าเหนือย หยุดพักตั้งหลายรอบ เหงื่อแตกพลั่กๆ ปวดหัวตึบๆ ขึ้นมาถึงรีบกินน้ำ นั่งพักซะหน่อยเหงื่อก็ไม่หยุด ขึ้นรถดีกว่า เปิดแอร์หน่อยเผื่ออะไรจะดีขึ้น  เอ... หรือว่าเราจะแก่แล้วฟ่ะ..

กล้วยแปลกๆ ในอุทยานฯ

นี่ก็แปลก

หุบเขาที่เราต้องลงไป

ดอกไม้แปลกๆ

ดอกอะไรไม่รู้

ทางลงอย่างเดียว

หลอกเพื่อนว่าเป็นโพรงนกเงือก

ลงมาถึงจนใด้ ต้นกระบากใหญ่

เรือนยอดสูงลิบ

จากอุทยานฯ ลงเขาย้อนกลับออกมาขวามือจะมีทางแยกขวาเข้าอุทยานแห่งชาติลานสาง ก็เลยเลี้ยวเข้าไปอ่านป้ายหน่อยซิว่ากี่กิโล เห็นว่านิดเดียวเองก็เลยเข้าไปแสตมป์พาสต์ปอร์ตอุทยาน เข้าไปที่อุทยานฯ จะพบที่ทำการฯ ก่อน ตรงนี้จะมีน้ำตกลานเลี้ยงม้ามีร้านอาหารแวะเข้าไปหาน้ำเย็นๆ กินซะหน่อย ถามเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าข้างบนเป็นศูนย์บริการฯ มีน้ำตกหลายจุด น้ำตกใกล้ๆ ที่สุดจะเป็นน้ำตกลานสาง เค้าถามว่าไปไหนมาแล้วมั่งเราบอกไปต้นกระบากใหญ่มา เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่านักท่องเที่ยวเปลี่ยนชื่อเป็นต้นลำบากแล้ว เพราะว่าขึ้นลงลำบากเหลือเกิน..

ลำธาร

น้ำตกลานเลี้ยงม้า

น้ำตกลานสาง

ด้านล่างของน้ำตก

ที่นี่ก็มีกระเจียวขาวเหมือนกัน

ได้กินน้ำเย็นๆ แล้วค่อยยังชั่วหน่อยที่มึนๆ เมื่อครู่หายไปบ้าง ลงไปถ่ายรูปน้ำตกลานเลี้ยงม้า แล้วก็ขึ้นไปยังน้ำตกลานสาง น้ำตกลานลางอยู่หลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินเข้าไปชมได้ แต่ถ้าเป็นชั้นบนๆ จะมีอีกหลายชื่อหลายชั้น เจ้าหน้าที่บอกว่าฝนปลอยๆ อย่างนี้ไม่แนะนำให้เข้าไป เพราะจะเดินลำบาก (คิดในใจว่าถ้าฝนไม่ตกก็ไม่ไปหรอก เพิ่งหมดแรงไปกับไอ้ต้นกะบากจนไม่อยากจะดูอะไรแล้ว) ถ่ายรูปเสร็จแต้มป์พาร์สปอร์ตเสร็จก็เลยกลับออกมา ย้อนเข้าไปยังจังหวัดตาก ข้ามสะพานแม่น้ำปิง เลยไปหน่อยมีทางเลี้ยวขวาไปสุโขทัย ถนนช่วงตากไปสุโขทัย กำลังมีการขยายถนนจากสองเลนส์เป็นสี่เลนส์ แต่ด้านที่ติดตากนี้ยังไม่เริ่มทำ พอเข้าไปทางสุโขทัยทำไปบ้างแล้ว ถนนไม่ได้เลวร้ายอะไร วิ่งได้สบายๆ หลบหลุมช่วงที่กำลังขยายสะพานนิดหน่อย ถึงสุโขทัย มีทางเลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข ๑๒ เดิม ผ่านเมืองเก่าสุโขทัย บ่ายแก่ๆ ยังมีเวลาเที่ยวเลยแวะวัดศรีชุมซะก่อน วัดนี้อยู่นอกเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วันนี้ไม่เก็บตังค์หรือว่าเป็นวันพระ ก็เห็นมีตู้เจ้าหน้าที่เก็บตังค์นี่นา ไม่เก็บก็ดี จะได้หยอดตู้ทำบุญดีกว่า.

เข้าสุโขทัย

บริเวณวัดศรีชุม ปกติจะไม่มีรถจอด วันนี้ชาวบ้านมาทำบุญกันเลยมีการเข้าไปรับส่งคนแก่ถึงภายใน

พระอจนะ

อีกมุม

อีกมุมหนึ่ง

มุมกว้างๆ

ดอกบัวในคูน้ำด้านหน้า

ในวัดศรีชุมจะมีวิหารพระอจนะเด่นที่สุด พระองค์ใหญ่อยู่ในวิหาร ไม่มีหลังคา เพราะเป็นของเก่า เข้าไปถ่ายรูป จริงๆ แล้วมีทางเป็นช่องภายในกำแพงขึ้นข้างบนด้วย แต่ไม่ได้ขึ้นไป เค้าปิดเลยไม่อยากแอบเข้า ยิ่งตัวใหญ่ๆ เดี๋ยวเข้าไปแล้วออกไม่ได้ ขาดอากาศหายใจยะแย่ ข้างนอกวิหารมีชาวบ้านนิมนต์พระมาถวายสังฆทานสวดกันฮึมๆ อยู่ เราก็ไม่ได้ถ่ายรูปที่เค้าทำพิธี เค้ามีวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาด้วย อยู่ติดกัน สงสัยเพิ่งเข้ามาสร้างวัดใหม่ช่วงหลังจากที่ร้างไป ออกจากวัดศรีชุมก็เลยเข้าเมืองเก่าสุโขทัย ในเมืองเก่ามีวัดตะพังทองที่ยังมีพระอยู่ พระสงฆ์ออกมาตั้งเต็นท์หล่อเทียน ก็เลยไปทำบุญกับเค้าได้หล่อเทียนด้วย ไมได้หล่อมานานแล้ว ปีนี้ได้หล่อกับเค้าซะที หล่อเทียนเสร็จขับรถวนไปวนมาหาเกสท์เฮ้าส์ก็ไม่เห็นป้ายซักป้าย แล้วพวกฝรั่งพวกนี้มันพักไหนกันหว่า ก็เลยถามตำรวจ ตำรวจบอกว่าทางที่จะวิ่งเข้าตัวจังหวัดเลยเซเว่นไปหน่อย มีแยกขวาไปทางอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เข้าไปจะมีเกสท์เฮ้าส์สองสามที่ ราคาถูกบ้างแพงบ้าง ก็เลยลองไปดู

ได้บ้านพักห้องสุดท้ายราคาหกร้อยบาท ห้องแอร์เป็นเรือนหลังนึงมีสองห้องเราได้ห้องนึง เข้าไปอาบน้ำอาบท่าเสร็จรีบออกมา เย็นมากแล้ว เผื่อจะมีอะไรกิน ได้ลำไยมาโลนึงจากตลาดซื้อแบบลูกใหญ่สุดดีสุดแพงสุดแค่โลละสิบบาทเอง ถูกอะไรอย่างนี้ ห้าหกบาทก็มีสงสารชาวสวนจริงๆ กินบนรถไปอร่อยไป ใจนึงก็กลัวน้ำตาลจะขึ้น เฮ้อ... ความขัดแย้งในใจมันตามมาซะทุกที่ที่กินอะไรซิน่า..

เข้ามาในเมืองเก่า แวะเข้าไปในตลาด เห็นชาวบ้านเค้าถือดอกไม้ทะยอยมาวัด เค้าพูดกันว่าวันนี้เวียนเทียน เราก็อ้าว.. นึกว่าวันเสาร์เป็นวันอาสาฬฯ วันอาทิตย์เข้าพรรษา แต่วันนี้วันอาทิตย์เป็นวันอาสาฬฯ พรุ่งนี้ค่อยเข้าพรรษา ก็ดีน่ะสิ ไม่ได้เวียนเทียนนานมากแล้ว ก็เลยเข้าไปในวัด วัดตะพังทองอยู่ติดกับตลาด มีตะพังหรือสระน้ำขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยม (ดูในกูเกิลเอิร์ธก็เห็น) มีวิหารกับเจดีย์ ชาวบ้านก็มากันพอสมควร เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดเล็กๆ เราก็เลยเก็บรูปยามเย็นของวัด เห็นชาวบ้านบางกลุ่มเค้ามาจัดดอกไม้เป็นกำๆ ไว้ให้คนที่มาเวียนเทียนบูชาดอกไม้ เราก็เลยได้ดอกไม้ธูปเทียนกับเค้าบ้าง พอค่ำลงก็มีพระมานำสวด สวดเสร็จก็พาเวียนเทียน พระแนะนำให้ตอนเวียนเทียนสามรอบให้สวดมนต์ไปด้วย รอบแรกสวดอิติปิโสภควา อะระหังสัมมา.... จนจบ รอบสองสวด สวากขาโต... จนจบ รอบสามก็สวด อะระหังสัมมา... จนจบ เราอยู่ในโลกนี้มาจนโตป่านนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเวียนเทียนให้สวดมนต์แบบนี้ พอมาท่องเองก็ถูกๆ ผิดๆ เหมือนกัน ถามเพื่อนไปท่องไปกว่าจะครบแต่ละรอบก็ได้หลายจบ วิธีนี้ทำให้เราจำบทสวดได้ ดีแฮ่ะ ถ้าไม่ได้เวียนเทียนที่นี่เราก็คงไม่รู้...ง่อ จริง จิง.

วัดตะพังทอง

ภายในวิหาร

หอพระพุทธบาตรจำลอง

รอยพระพุทธบาตรบนแผ่นหิน

ดอกไม้ธูปเทียนบนฐานเจดีย์หลังเวียนเทียนเสร็จ

มุมสงบๆ

พระในวัด

ตอนเวียนเทียนมัวแต่ท่องบทสวดมนต์เลยไม่ได้ถ่ายรูปเลย... เสียดายจริงๆ ไว้จะไปใหม่นะสุโขทัย... เวียนเทียนเสร็จชาวบ้านก็แยกย้ายกันกลับ เราก็เลยขับรถวนดูซิว่าวัดอื่นเค้าทำอะไรกันบ้าง เข้าไปที่เขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เห็นเค้าเปิดไฟส่ององค์เจดย์มองจากข้างนอกสวยจริงๆ เห็นประตูยังเปิดอยู่จึงขับรถเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่าเข้าได้ เสียค่าเข้าชม เราก็ว่าจะไม่เข้าเพราะพรุ่งนี้ต้องมาเข้าแต่เช้าอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะเปิดไฟให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปตอนกลางคืนได้ พรุ่งนี้วันจันทร์ก็จะไม่ได้เข้าตอนกลางคืน ก็เลยเข้าน่ะสิ โอกาสอย่างนี้หายาก ข้างในอุทยานฯ มีรถรางพานักท่องเที่ยวเข้าชม จอดตรงนั้นตรงนี้ แต่เราเอารถเข้าเองได้ เข้าไปจดรถถ่ายรูปดูไกลๆ เลยลองเข้าไปเลียบๆ เคียงๆ กำแพงดูปรากฏว่ามีช่องเข้าไปได้นี่น่า ก็เลยเข้าไปถ่ายรูปข้างใน ยังมีธูปเทียนที่ชาวบ้านเค้ามาทำพิธีเมื่อครู่จุดอยู่เลย ยามค่ำคืนของเมืองเก่าบวกกับแสงเทียนอย่างงี้ช่างสวยจริงๆ ลมสงบๆ น้ำในตะพังนิ่งๆ เงาเจดีย์ที่ทอดลงมาในน้ำเกินบรรยายครับ ถ่ายซะเพลินเลย เจ้าหน้าที่เริ่มปิดไฟไล่ ตรงโน้นปิดตรงนี้ปิด ใกล้เข้ามาแล้ว รีบกลับดีกว่าก่อนที่จะมืดสนิท ออกมาที่รถเห็นว่าบางจุดยังไม่ปิดไฟกะว่าจะวนรถไปดูอีก แต่ก็โดนปิดไฟตัดหน้า เอาไงล่ะ กลับดีกว่าเดี๋ยวออกไม่ได้ ใจชื้นหน่อยที่ยังมีรถตู้พานักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งจอดถ่ายรูปอยู่ อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนอ่ะ พอออกมาที่ประตูทางเข้า อ้าว...ออกไม่ได้จริงๆ เจ้าหน้าที่ที่ขายบัตรหายไปหมด ไฟที่ป้อมก็เปิดหลี่ๆ ทำไงไดีล่ะ ประตูต่ำๆ แค่เอวแต่ล่ามโซ่ใส่กุญแจ มีนักท่องเที่ยวสองคนแบกจักรยานข้ามประตู เราก็พูดกันว่าแย่แล้ว แล้วจะเอารถออกยังไงล่ะเนี่ย ขณะที่นักท่องเที่ยวคนแรกแบกจักรยานข้ามไปแล้ว คนที่สองกำลังจะทำตาม ก็มียามเดินมาเปิดประตูให้ เฮ้อ... ดีใจจัง นึกว่าจะได้นอนเฝ้ารถในนี่แล้ว... ก็เลยบอกเค้าไปว่ายังมีรถอีกคันนึงอยู่ข้างในนะ อย่าเพิ่งปิดล่ะ

ยามค่ำคืนในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

มืดๆ แต่ไม่น่ากลัว

แต่ละมุม

แต่ละปาง

อดีตอันรุ่งโรจน์

รากเหง้าวัฒนธรรม

ค่ำคืนแห่งอดีต

มหาราชธานี

ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ความรุ่งเรือง

ออกมาได้แล้วในเมืองเก่าเงียบสนิท มีแค่ตรงหน้าเซเว่นเท่านั้นที่ยังมีคนเดินเข้าออก จะหาอะไรกินก็ไม่มี ทำไงดีล่ะ เข้าไปในตัวจังหวัดดีกว่า ไม่กี่กิโลก็ถึงแล้ว ข้ามสะพานไปมีร้านอาหารเยอะแยะยังกับโต้รุ่ง กินตามสั่งคนละจานกับแกงจืดถ้วยนึง ต่อด้วยโกโก้ร้อน ขนมปังสังขยา อิ่มแล้ว... กลับดีกว่า วันพระอย่างนี้คงไม่มีอะไรเที่ยวต่อ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า แวะเซเว่นซื้อนมซื้อน้ำไว้กินพรุ่งนี้เช้าดีกว่า....

เช้าวันจันทร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม จริงๆ แล้วกะจะตื่นขึ้นมาชมอรุณรุ่งที่สุโขทัย แต่ตื่นเอา ๗ โมงกว่า อาบน้ำออกไปถ่ายรูป กลายเป็นสายโด่งที่สุโขทัย วันนี้ที่อุทยานฯ เปิดเข้าฟรี แต่ที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิดเลย วนดู เจ้าหน้าที่เมื่อคืนบอกว่าเปิดฟรีประตูข้างๆ สำหรับชาวบ้าน ก็เลยได้เข้าด้านข้าง เข้าไปยังไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เพราะนักท่องเที่ยวออกันอยู่ที่ประตูใหญ่ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาเปิด เข้าไปถ่ายรูปซ้ำกับเมื่อคืนแต่นี่เป็นตอนเช้า ภาพเจดีย์ทอดตัวลงในสระน้ำที่ไม่มีบัวหรือพืชน้ำขึ้น เป็นน้ำทั้งผืนนี่ผมว่าที่สุโขทัยนี่แหล่ะสุดยอดแล้ว สระกว้างๆ รอบๆ ไปหมด มีหลายมุมให้เล่น สายๆ หน่อยเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ชักจะวุ่นวาย เลยรีบๆ ถ่ายรีบๆ ออก มีบ่าวสาวคู่นึงที่ขับรถผูกผ้าสีชมพูมาถ่ายรูปกันด้วย สงสัยเพิ่งแต่งงาน เมื่อคืนที่ร้านอาหารข้างๆ ที่พักก็มีคู่แต่งงานมาจัดงาน ยังสงสัยอยู่ว่าเค้าไม่ถือกันรึไงว่าวันนี้วันพระ หรือถือแต่ถือว่าวันนี้เป็นวันดี..

อรุณรุ่งที่สุโขทัย

พระผู้ครองไท พ่อขุนรามคำแหง

พระมหากรุณาธิคุณยังแสดง

ประจักษ์แจ้งรุ่งเรืองรอง

ทั่วแผ่นดินถิ่นอาเขต

ทั่วประเทศผไทผอง

รัฐศาสตร์ทรงปกครอง

พระศาสนาทรงบำรุง

ศิลปศาสตร์ทั่วแว่นแคว้น

ดั่งเมืองแมนเนรมิต

งามไทไร้จริต

ความวิจิตรจากวิญญาณ

ชิ้นงานที่สร้างสรร

กี่ร้อยวันที่สั่งสม

ลูกหลานได้ชื่นชม

ฝีมือช่างสุโขทัย

วัดพระพายหลวงที่ลือเลื่อง

ฐานโยนีที่บ่งบอกประวัติศาสตร์แห่งฮินดูสถาณ

รายละเอียดในชิ้นงาน

สั่งสมผ่านกาลเวลา

ออกมาจากอุทยานฯ ขับรถวนไปรอบๆ แวะถ่ายรูปอีกหลายที่ เนื่องจากโบราณสถานอยู่นอกเขตมีเยอะ สายมากแล้ว ตอนแรกกะจะไปอุทยานแห่งชาติรามคำแหง แต่อยู่ห่างออกไปตั้ง ๓๐ กิโล กลัวจะไปไหนๆ ไม่ทันก็เลยตัดไปก่อน กลับเข้าไปอาบน้ำอีกรอบ เช็คเอาท์ ทางที่พักบอกว่าไม่เห็นมากินกาแฟกันเลย ก็เลยบอกว่าต้องออกไปแต่เช้า(เช้าที่ไหนล่ะ) จากเมืองเก่าตรงไปทางเข้าตัวเมือง จากนั้นเลี้ยวซ้ายตรงไปยังศรีสัชนาลัย ขับไปเรื่อยๆ ถนนคดๆ โค้งๆ จริงๆ แล้วไปได้หลายเส้นทาง แต่ได้ยินว่าถนนก็ไม่ได้กว้างกว่ากันนัก เอาเส้นที่ง่ายที่สุด ๑๐๑ ละกัน

วัดรอบนอกเขตอุทยานประวัติศาสตร์

บ้านพักของเรา 

ก่อนเข้าศรีสัชฯ ด้านซ้ายมือจะเป็นปรางค์องค์ใหญ่ตั้งอยู่ เจอประตูทางเข้าปั้นเป็นรูปหน้าคนเลยเลี้ยวเข้าไป ดันเป็นซอยเล็กๆ แคบๆ ถ้าจอดรถแล้วสามารถเดินข้ามสะพานแขวนเข้าไปได้ ฝั่งตรงข้ามเป็นวัดมหาธาตุ เห็นพระปรางค์สวยๆอยู่ลิบๆ ถามป้าคนนึงที่ทอผ้าอยู่ในซอย ป้าบอกว่าถ้าจะเข้าไปก็ให้ออกไปที่ถนนแล้วขับรถต่อไปอีกหน่อยจะเจอทางแยกซ้ายมือข้ามสะพานไปลงสะพานปุ๊บเลี้ยวซ้ายเลย เข้าไปเจอพระปรางค์ใหญ่สมบูรณ์สวยงามมาก ยังขึ้นไปบนองค์ปรางค์ได้เลย ข้างในมีธูปเทียนให้จุดบูชาเจดีย์เล็กในปรางค์ ได้ทำบุญอีกแล้ว ถ่ายรูป แล้วก็มีที่ขายของฝากหลายร้าน ที่อยากได้สุดคือเป็นเครื่องเคลือบโบราณ ตัดใจซื้อโถเล็กๆ มาอันนึง ฝากับตัวเป็นคนละอันกัน แต่เข้ากันได้ ราคาไม่เท่าไหร่ เก่าแท้ไม่แท้ไม่รู้ คิดซะว่าได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือซักชิ้น

วัดมหาธาตุนอกเมืองศรีสัชนาลัย

ซุ้มประตูแบบขอม

องค์พระในซากวิหาร

หนึ่งชิ้นงานที่ยังเหลือ

ภาพจากด้านบนองค์ปรางค์

เจดีย์ภายในองค์ปรางค์

ชาวบ้านร่วมกันทำของบูชาพระ

พระร่วง

วัดเก่านอกเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

องค์พระก็ทำจากศิลาแลง

วัดอย่างนี้มีทั่วเขตอุทยาน

ออกจากวัดมหาธาตุ เราไม่ข้ามสะพานไปยังถนนเดิม ขับรถเรียบฝั่งขวาของแม่น้ำ แม่น้ำจะอยู่ด้านขวามือเราตลอด ขึ้นไปตามแม่น้ำหน่อย จะเจอกลุ่มโบราณสถานตลอด มีวัดเก่าๆ หลายวัด จนตรงเข้าสู่เขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ฟรีอีกแล้วครับท่าน ไม่ต้องเสียตังค์ เอารถเข้าก็ไม่เสีย ดีแท้... แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้บำรุงสถาณที่เค้าเลย ข้างในก็มีแต่วัดเก่าๆ เหมือนๆ กับกำแพงเพชรและสุโขทัย เข้าชมวัดโน้นวัดนี้ มีวัดบนยอดเขาด้วย ขึ้นไปดูเจดีย์อลังการณ์ดีจัง ไม่แพ้พนมรุ้งเลยนะ ใกล้เคียง แต่เปลี่ยนจากองค์ปรางค์ที่พนมรุ้งเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่แทน จะนึกออกได้ไม่ยาก บรรยากาศรอบๆ ใกล้เคียงกัน แต่ที่นี่น่าจะเขียวกว่าพนมรุ้ง

เจดีย์ใหญ่ของวัดบนยอดเขา วัดเขาสุวรรณคีรี

ทางเดินแสนสงบรอบองค์เจดีย์

งานศิลป์สุโขทัย

เจดีย์ใหญ่วัดช้างล้อม

ซุ้มศิลาแลงกับองค์พระ-ศิลปะพุทธศิลป์

จากด้านบนฐานเจดีย์

งานช่างสุโขทัย

เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณท์เอกลักษณ์สุโขทัย

ซุ้มรอบเจดีย์

น่าจะทำใหม่ตามแบบเดิม

รายละเอียดที่ยังเหลือ

เจดีย์เล็กๆ ก็มีช้างล้อม

ตัวอาคารก็เป็นหิน หลังคาก็เป็นหินสร้างเก่งจัง

นี่นี่วัดใหญ่ๆ สำคัญๆ จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน ถ่ายรูปได้บรรยากาศชาวบ้านๆ มาเยอะ มีช้างมาเดินขายอาหารช้างก็มี ให้นักท่องเที่ยวนั่งก็มีดูแล้วสยองหน่อยๆ เมื่อต้นเดือนเพิ่งได้ดูข่าวช้างฆ่าคนที่มารังแกมันที่ไหนไม่รู้

จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เลียบไปตามถนนริมน้ำเส้นเดิม ถนนเล็กๆ ผ่านเข้าไปในหมู่บ้าน เรื่อยขึ้นไป มีวัดวาอารามเป็นระยะ แต่จะมีเตาเผาสังคโลกโบราณอยู่เยอะ ทำเป็นศูนย์ศึกษาก็มี แวะเข้าไปดู มีขายของที่ทำขึ้นใหม่ด้วย เค้าเอาของเก่ามาลอกลายเขียนลาย สวยดี จากนั้นก็ขับขึ้นไปเรื่อยๆ ถนนเริ่มเป็นลูกรังบางช่วง จนไปสุดที่กลุ่มเนินดินที่เต็มไปด้วยเตาเผาโบราณ ทะลุออกไปเจอถนนลาดยางอีกสายนึงรู้สึกว่าจะตัดมาจากศรีสัชนาลัยไปยังอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย อย่าสับสนนะครับ ที่นี่จะมีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ที่เป็นเมืองเก่า กับอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยที่เป็นป่าอนุรักษ์ จากตรงนี้เลี้ยวขวาไปก็จะเข้าอำเภอศรีสัชนาลัย ตรงแยกโรงพยบาลศรีสัชนาลัยเลี้ยวขวาข้ามสะพานก็จะไปจ๊ะเอ๋กับถนนสาย ๑๐๑ ที่เราจากเค้ามาตอนที่เลี้ยวไปชมวัดมหาธาตุ ถึงตัวอำเภอก็เที่ยงกว่าแล้ว หาอะไรกินดีกว่า เจอร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณอยู่ร้านนึงอยู่ขวามือติดถนน ตัวร้านขายอยู่ริมถนนแต่มีลานข้างในคนเยอะมาก ต้องรอนานกว่าจะได้กิน ดีนะสั่งไปคนละสองชาม ไม่งั้นคงรอนาน รสชาดใช้ได้ กินแทบไม่หมด

เครื่องปั้นแปลกๆ

ใช้ใส่อะไรกันครับเนี่ย

อันนี้เครื่องเคลือบโบราณแท้ๆ

หม้อครับหม้อ

เตาทุเรียน-เตาเผาหม้อครับไม่ใช่เผาทุเรียน

ก๋วยเตี๋ยวของเรา-เล็กหมูน้ำตก

ก๋วยเตี๋ยวโบราณสุโขทัย ของแท้ต้องใส่ถั่วฝักยาวหั่นเฉียงยาวๆ

จากศรีสัชนาลัยเจอสามแยก ซ้ายไปเด่นชัย แพร่ ขวาไปอุตรดิตถ์ เราเลือกที่จะวิ่งไปอุตรดิตถ์ ไม่ย้อนลงมาสุโขทัยเข้าพิษณุโลก เพราะถนนแคบรถเยอะ จากศรีสัชนาลัยไปอุตรดิตถ์รถน้อย ทางดีมากวิ่งสบาย ทำความเร็วได้ ก่อนเข้าเมืองเจอสามแยกหน้าวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เราตัดสินใจเลี้ยวซ้ายเข้าไปเมืองลับแล ไหนๆ ก็มาแล้วเข้าไปไม่กี่กิโลเอง เข้าเมืองลับแลด้านนี้จะไม่ผ่านประตูเมือง ทีแรกกะแค่จะไปถ่ายรูปประตูเมืองลับแล พอเค้าไปในเมืองจอพ่อค้าขายผลไม้เลยถามว่าที่นี่มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง พอเค้าก็เลยโฆษณาใหญ่ บอกไอ้โน่นก็ดี ไอ้นี่ก็ดี ที่เชียร์สุดๆ ก็คือน้ำตกแม่พูลจากตัวเอาเภอเข้าไป ๑๒ กิโล ไปก็ไปน่ะ ยังพอมีเวลา ถนนคดเคี้ยวเข้าไปเรื่อยผ่านชุมชนตลอดทาง เลาะไปเรื่อยตามลำน้ำ จนไปสุดทางที่ทางเข้าน้ำตกแม่พูล มองเห็นน้ำตกได้เลย เป็นน้ำตกที่ใหญ่มาก แต่บรรยากาศแปลกๆ คงเพราะเมื่อปีที่แล้วที่น้ำป่าหลากที่อุตรดิตถ์ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ยอดเขาริเวณนี้ยังมองเห็นแนวดินแดงๆ โล้นๆ อยู่ทั่วไป ตามลำน้ำก็ แม่เศษไม้เศษหินทรายตะกอนเต็มไปหมด ตัวน้ำตกเองก็ดูเหมือนมีการปรับแต่งชั้นน้ำตกให้ดูลดหลั่นกันสวยงามแต่ยังไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก อาจเพราะยังไม่มีต้นไม้พวกมอสพวกเฟิร์นขึ้นแซม มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำกันไม่น้อย มีมาปิคนิคกันก็มีแบบปูเสื่อทานอาหารกัน บริเวณนี้ก็มีร้านขายอาหารพวกส้มตำไก่ย่างกันหลายร้าน ที่ถูกใจที่สุดจะเป็นร้านขายทุเรียน ลองกอง ลางสาด ทุกอย่างสดๆ แท้ๆ ของอุตรดิตถ์ สวนก็อยู่แถวนี้ ลองซื้อทุเรียนหมอนทองที่แม่ค้าแกะขายใส่แพ็คไว้รสชาดใช้ได้ ก็เลยซื้อเป็นลูกๆ กลับกรุงเทพด้วย ถ่ายรูปเสร็จก็กลับออกมา ระหว่างทางก็มีตลาดค้าส่งผลไม้ ที่ชาวบ้านเอาออกมาขายให้กับคนกลาง แต่ไม่ได้แวะซื้ออะไรเพิ่ม เกรงว่าจะกลับช้า ออกมาถึงอำเภอลับแล ระหว่างทางที่จะออกมายังอำเภอเมืองต้องผ่านประตูเมืองลับแล ก็เลยจอดถ่ายรูปกัน

กำแพงวัดสวยๆ ของชาวลับแล

น้ำตกแม่พูลที่พักผ่อนชาวลับแล

ความเสียหาย ความทรงจำจากน้ำป่าที่ยังไม่ลบเลือน

ลาก่อนเมืองลับแล

แล้วพบกันใหม่เมืองแห่งอ้อมกอดขุนเขา

จากนั้นก็ยิงตรงมายังพิษณุโลกเลย ก่อนเข้าพิษณุโลกก็แวะเติมน้ำมันซะหน่อย อาการง่วงจากก๋วยเตี๋ยวสองชามเมื่อกลางวันยังตามมาตลอด จะซื้อกาแฟเย็นมากินซะหน่อย ร้านอะเมซอนก็น้ำแข็งหมด ก็เลยได้กินกาแฟเซเว่นในปั๊ม ปตท. ดี... ประหยัด จากนั้นก็เข้าเมืองพิษณุโลกแวะวัดมหาธาตุไหว้พระพุทธชินราช ก่อนเข้าไปไหว้พระก็เดินตลาดในวัดซะหน่อย ได้กล้วยไม้อีกแล้วครับ อย่างอื่นไม่ได้อะไรเลย เข้าไปกราบองค์พระฯ เดินถ่ายรูปรอบๆ จากนั้นก็รีบกลับ ใช้เวลาในวัดเป็นชั่วโมงจนสี่โมงครึ่งแล้ว เย็นแล้ว รีบกลับดีกว่า

พระภายในวัดมหาธาตุเมืองพิษณุโลก

พระปรินิพานนอนในโลง เท้าโผล่ออกมานอกโรง มีพระนั่งยองๆ ไหว้ ยังกับเป็นแบบพม่า

พระสามพี่น้อง

รอบพระวิหาร

พระพุทธชินราช ผ่านพิษณุโลกคราวใด ต้องแวะกราบนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคล

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรส พระสุพรรณกัลยา

รอบพระวิหาร

พระปรางค์วัดมหาธาตุเมืองพิษณุโลก ภาพสุดท้าย อำลาทริป

ออกจากพิษณุโลกรีบตรงเข้านครสวรรค์ รถติดไฟแดงนิดหน่อย ทางขาล่องที่มากจากด้านพิษณุโลกนี่ไม่มีบายพาสรึไงนะ ถ้าด้านที่ขึ้นลงด้านกำแพงเพชรน่ะ สะดวกที่สุด ไม่ผ่านไฟแดงเยอะแยะเสียเวลาอย่างนี้ เข้ามาถึงสิงห์บุรีฝนเริ่มตกหนักพอสมควรแต่ครู่เดียวก็ผ่านมาได้ จนมาติดอยู่ที่แยกอ่างทองเข้าอยุธยานี่แหละ เดินทางสามวันเพิ่งจะมาเหนื่อยตอนรถติดนี่เอง กว่าจะหาทางออกได้

เป็นอันว่าจบไปอีกทริป สำหรับช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา กับภาคเหนือตอนล่าง เสาร์อาทิตย์นี้หยุดพักสัปดาห์หนึ่ง ไว้หยุดยาวช่วงวันแม่ ๑๑ ๑๒ ๑๓ สิงหาคม บวกกับพักร้อนยาวเป็นสองสัปดาห์จะไปภูเก็ต ไว้จะมาเล่าอีกนะครับ ไว้มาติดตามอีกนะครับ หลังวันแม่หยุดยาว คงได้มีเวลาขุดเรื่องเก่าๆ มาโพสต์อีก

อย่าลืมนะครับ ความสุขมีอยู่ทั่วไทย แม้ใกล้บ้านคุณ

วันแม่อย่าลืมพาแม่เที่ยวนะครับ

****************

เพิ่มเติมแผนที่เส้นทางที่เดินทางคราวนี้ครับ...

1. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

2. ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ จังหวัดตาก

3. เขื่อนภูมิพล

4. ตลาดชาวเขาดอยมูเซอ

5. อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช

6. อุทยานแห่งชาติลานสาง

7. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

8. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

9. เมืองลับแล - น้ำตกแม่พูล จังหวัดอุตรดิตถ์

10. วัดมหาธาตุ - เมืองพิษณุโลก


         




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
ThelastKGB วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inter
The last KGB สายลับเจ้าเสน่ห์ ที่จะคอยตามไปสอดแนมทั่วทุกมุมโลก

ขอบคุณที่พากลับไปเที่ยวบ้านนะคะ เหมือนได้กลับไปเองเลย รูปก็สวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
ThelastKGB วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inter
The last KGB สายลับเจ้าเสน่ห์ ที่จะคอยตามไปสอดแนมทั่วทุกมุมโลก

ขอบคุณที่พากลับไปเที่ยวบ้านนะคะ เหมือนได้กลับไปเองเลย รูปก็สวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
siampatriot วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 07.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/06/20/entry-2 วันพุธ ที่ 20 มิถุนายน 2550
ไขปริศนามหาปราสาท .....ที่นักประวัติศาสตร์ไม่อยากได้ยิน

ตกไปบล็อกนึงครับ...

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
siampatriot วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 06.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

แหม... ยังเต็มไปด้วยคำชมเช่นเดิม... ขอบคุณจริงๆ ครับ...
สำหรับใครที่ต้องการข้อมูล เกร็ดท่องเที่ยวสนุกๆ ผมมีบล็อกแนะนำนะครับ บล็อกนี่ต้องชมเลย สำหรับนักเดินทางที่สนใจในประวัติศาสตร์วัฒนธรรม....

http://www.oknation.net/blog/voranai - วรณัย - เรื่องราวทางมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สหสาขาวิชา และ มุม Gossip (นักวิชาการนอกกรอบ)

มีบล๊อกที่เกี่ยวกับเส้นทางที่ผมไปหลายบล็อกครับ เช่น...

http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/08/29/entry-1 ตามเส้นทางเสด็จประพาส...ประวัติศาสตร์จากภาพโบราณ
http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/08/28/entry-1 เขาะจาเลอ “ลาฮูนะ” พระเจ้า ผี พิธีกรรม หมูและการเต้นรำ
http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/08/26/entry-1 “เทวาทวารบาล” บนบานประตู....ศิลปกรรมอยุธยาชั้นครูที่เหลืออยู่
http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/07/25/entry-1 จดหมายเหตุเที่ยวละไม.....เยือนสุโขทัย แดนมรดกโลก

ลองเข้าไปชมนะครับ คุณอาจจะติดบล๊อกนั้นจนต้องเข้าไปรออ่านทุกวันไปเลย...

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
sertphoto วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sertphoto
ทุกที่ ทุกภาพ

มาบล๊อคเดี่ยวได้เที่ยวสามจังหวัดเลย ภาพสวยมาก ครับ

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
เณรรูน วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/singslatan

สวัสดีเมืองไทย มีอะไรน่าไปสัมผัสอีกมาก...

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
i-spa_i-spy วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preeyada

ว่างๆก้อมาเที่ยวอีสานมั่งดิ มีดีเยอะกว่าที่คิดเด้อจะบอกให้

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
kittinunn วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittinunn
Fight for what we believe in.

ภาพสวยงามมากครับ ขอบคุณที่หามาให้ชมกัน

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
ก้อนหิน8887 วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TonKaew

แจ๋วมากๆๆๆ ค่ะ
สงกะสัย ก้อนหินต้องไปหัดถ่ายรูป
ให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วล่ะ

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
paGar วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pagar

อยากไปเที่ยวจังเลย......

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
48122766026 วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaweetip

ขอบคุณนะค่ะสำหรับ comment
น่าไปเที่ยวจังอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

ถ่ายรูปสวยมากๆ

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
sat11 วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


เที่ยวซะจุใจเลย...

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
ฟ้ามิอาจกั้นขวาง วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/actaullyaccess

ไปเที่ยวด้วยได้ไหมคร้าบ!!!

ทริปหน้าอย่าลืมนะครับ..มาเล่าอีก
(ยินดีที่ไปเยี่ยมบ้าน..ขอบคุณคร้าบ!!!)

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee


ข้อมูลละเอียดสมบูรณ์ เยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

ดูท่าคุณคงเป็นนักท่องเที่ยวตัวยงเลยนะค่ะนี่...น่าอิจฉาที่ได้ไปเที่ยวในที่ที่สำคัญๆหลายๆๆที่..ยังงัยก็ขอบคุณนะค่ะที่พาเที่ยว...และร่วมแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
feng_shui วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

แหะ แหะมาอีกรอบ
นึกว่าจะพาไปที่ไหนใหม่อืก
สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
ครูควนฮาย วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chimdee
อุดมพร  ฉิมดี *วชรกานท์  * http://www.thaipoem.com/forever/my_poem.php?mid=27814

ขอบคุณที่เยี่ยมติชมบ้านผม แต่งกลอนได้เพราะมาก

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ภาพพระพุทธรูปมุมสเน็คอายวิวนั้นงดงามจับใจ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
หนอนชาเขียว วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Koreastar

ให้ความรู้ดีนะคับที่ดูมา ชอบกล้วยอะคับ แปลกดีนะ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
เด็กอ้วน วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/koratboy

คุ้มจริงไปกี่วันครับเนี๊ยะ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 22/08/2007 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


เต็มอิ่มจริงๆ ครับเหนือคำบรรยาย...

ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
Big_Bear วันที่ : 20/08/2007 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigbear

ดูรูปแบบจุใจมากกกกก
รูปเยอะยิ่งกว่าได้ไปเที่ยวเอง
แบบนี้...ต้องหาโอกาสไปเที่ยวมั่งแล้วล่ะค่ะ ขุ ขุ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
rootlaw วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mangrove

ช่วงหลังๆ สงสัยแบตใกล้หมดนะครับ เริ่มผ่อนแรงเก็บรายละเอียด แต่ก็คุ้มค่าเต็มอิ่ม ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
กู่ วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ขอใช้เวลาอ่านสักสามวันนะคะ
ชื่นชมคนช่างเที่ยว ช่างเล่าจริงๆ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
Invisible-Ink วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/victor

สุดยอดเลยคับ สนุกมาก
1 โหวตไม่รอช้า

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
siampatriot วันที่ : 15/08/2007 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

ความคิดเห็นที่ 40: ผมเองเป็นคนที่สนใจแบบนี้ตั้งแต่เด็ก ก็ติดมาจนโต จริงๆ แล้วเรื่องเดินทางเรื่องท่องเที่ยวนี่น่าจะชอบกันทุกคนนะครับ แต่อาจจะชอบไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่สนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมเลย เข้าวัด เข้าพิภิธภัณฑ์ไม่ได้ ไม่สนใจ ถ้าต้อเข้าก็แค่ดูๆ ผ่านๆ ก็มี ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องปลูกฝังยังไง
ความคิดเห็นที่ 39 ศาลหลักเมืองกำแพงเพชรรู้สึกเป็นปูนนะครับ ทาสีออกแดงๆ เป็นศิลปะไทยคล้ายๆ กันกับทุกจังหวัด แต่ตอนนี้เห็นใครไม่รู้เอากระดาษเขียนตัวหนังสือจีนมาแปะอีกหน่อยก็คงเพี้ยนเป็นศาลจีน เหมือนกันศาลพ่อปู่ พ่อด่าน ของหลายตำบลหลายจังหวัด ที่เป็นศาลโบราณมาแต่เดิม แต่พอมีการรื้อสร้างใหม่กลับสร้างเป็นศาลจีน ไม่รู้เพราะคนจีนเอาแบบมาเสนอ หรือคนจีนบริจาคเงิน ชาวบ้านคนไทยก็ได้แต่ไหว้ๆไป งง ไป เพราะไม่แน่ใจ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
siampatriot วันที่ : 15/08/2007 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ วันนี้หยุดยาวเลยมีเวลาเข้ามาคุยกัน
ทุกความคิดเห็น: อยากให้ทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเหมือนกับได้ไปเที่ยวด้วยกัน แต่จริงๆ แล้วก็อยากให้ได้ไปจริงๆ ด้วยนะครับ เมืองไทยนี่จะว่าใหญ่ก็ใหญ่เพราะที่เที่ยวเยอะไปหมด สถานที่ที่น่าสนใจก็มีอยู่ทุกมุม จะว่าเล็กก็เล็กเพราะการเดินทางทุกวันนี้สะดวกเหลือเกิน เหนือ-ใต้ ชั่วโมงเศษ(จากกรุงเทพฯโดยเครื่อง) หรือคืนเดียวหัวค่ำยันเช้ารุ่ง ก็ได้ลุยอะไรสนุกๆ แล้ว เข้าใจว่าเรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่หลายๆ ท่านจะเดินทางท่องเที่ยวต้องคิดหนัก ผมเองก็รู้สึกดีหน่อยที่ได้ทำงานในองค์กรที่มีวันหยุดเยอะพอสมควร ก็เลยเอาวันลาพักร้อนมาจัดสรรที่จะไปโน่นมานี่ได้สะดวก เรื่องค่าใช้จ่าย ไปกันเองแบบนี้ เรากินง่ายอยู่ง่าย ส่วนใหญ่ถ้าไปเที่ยวที่เป็นอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าก็นอนเต็นท์ตลอด เสียค่าธรรมเนียมกางเต็นท์คืนละไม่กี่สิบบาท แต่ถ้าเที่ยวในเมืองก็ต้องนอนโรงแรม เราก็จะจับโรงแรมเซลล์ไว้ก่อน คืนนึงก็หลักร้อย ไม่ถึงพัน ถ้าเราจะนอนเกสท์เฮ้าส์ ก็มีแบบออกแบบดีๆ สงบๆ แต่ตกแต่งใหม่ๆ เป็นหลังๆ ในสวนก็จะหลายร้อยขึ้นไปอีก แต่น้อยครั้งถึงจะพักอย่างนี้ เรื่องการเดินทาง ถ้าเราเอารถไปกันเองแล้วผลัดกันขับก็จะสะดวก ประหยัด ไม่เหนื่อยนัก อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือกรุงเทพ-ภูเก็ต ตีเผื่อซะพันกิโล ค่าน้ำมันกิโลละสองบาท ก็จะสองพันบาท ไปกลับ สี่พันบาท บวกค่าน้ำมันที่ต้องขับรถเที่ยวในแต่ละจังหวัดอีกพันนึง ก็เป็นห้าพันบาท คิดเผื่อกับค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอีกพันนึง จริงๆ แล้วก็ไม่ถึง ก็รวมแถมให้สำหรับค่าสึกหรอที่ต้องเกิดอยู่แล้วก็เป็นหกพันบาท ถ้าไปกันสี่คนก็หารกันเหลือแค่พันห้าร้อยบาท ถูกกว่านั่งรถทัวร์แล้วไปเสียตังค์หารถเที่ยวอีก ค่ากินก็คิดแบบหรูๆ หน่อยก็ไม่เกินห้าร้อยบาทต่อมื้อต่อสี่คน ถัวๆ กันกินร้านข้างทางบ้าง ร้านอาหารเลยบ้าง ภัตาคารนี่น้อยครั้งจะกิน อร่อยสู้ร้านชาวบ้านไม่ได้หรอก ก่อนไปจังหวัดไหนก็น่าจะถามเพื่อนๆ ว่าที่จังหวัดนั้นมีอะไรดัง ไปแล้วต้องกินอะไร ร้านดังๆ พวกนี้จะเป็นร้านอาหารท้องถิ่น เราก็จะได้สนุกกับอารมณ์การกินของแปลกๆ ขึ้นมาอีก ยิ่งข้อมูลท่องเที่ยวตอนนี้ในเวปแน่นไปหมด จะไปไหนก็เปิดปุ๊บรู้ปั๊บ แผ่นที่ก็มีไว้เล่มนึงก็สบายไปได้ทั่วไทย ละเอียดบ้างไม่ละเอียดบ้างก็ไม่เป็นไร มีปากครับ ถามไปเหอะ ผมถามมาตลอดชีวิต และก็แน่ใจแล้วว่าคนไทยทุกภาค รวมทั้งเพื่อนบ้านเรานะ เค้าอยากจะตอบทั้งนั้น เวลาถามใครแล้วเค้าไม่รู้หรือไม่แน่ใจเค้าจะถามให้ หรือไม่งั้นเค้าก็จะแนะนำให้ไปถามคนโน้นคนนี้ต่อ และเค้ายังแนะนำด้วยนะครับว่ามีที่เที่ยวตรงโน้นตรงนี้ บางคนบอกจุดเที่ยวซะเราไม่สามารถเก็บได้หมด จนเราต้องพูดกันว่า "เดี๋ยวมาใหม่" อีกอย่างที่ช่วยได้คื่อพี่ๆ ตำรวจที่อยู่ที่ป้อมตามแยกต่างๆ ที่เคยถามมาจะเป็นข้อมูลที่แม่นยำด้วย และเค้าก็จะเต็มใจตอบเต็มใจช่วยเหลือเราทั้งนั้น ลองเข้าไปถามทางเหอะครับ เราก็จะได้มีอารมณ์แบบว่ารู้สึกดีๆ กับน้ำใจของผู้คนที่เราผ่านไปในที่ต่างๆ
สำหรับเที่ยวต่างประเทศ เอาเป็นแค่ในเอเชียละกันนะครับ เคยไปแค่แถบนี้ ที่ถ้าไปเองก็จะไปพักยูธโฮเทล เค้าจะมีเครือข่ายกันทั่วโลก ราคาจะถูกมาก ถูกกว่าพักในโรงแรมสามดาวในเมืองไทยซะอีก ที่สำคัญเค้าจะมีครัวเล็กๆ ให้เราทำอาหารได้ด้วย ประหยัดไปอีก
เรื่องถ่ายภาพ ผมเองใช้กล้องดิจิตอลธรรมดาครับ แต่เลือกแบบที่ถ่ายมาโครดีหน่อย ใช้ถ่ายกล้วยไม้ดอกไม้หรืออะไรเล็กๆ ได้ ถ้าจะให้แนะนำทิปเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการถ่ายภาพก็คงเป็นการแอบหรือสังเกตุดูชาวบ้าน บางที่ก็ดูที่คนอื่นเค้าถ่ายไว้ว่าเค้าถ่ายยังไง น่าจะมุมไหนถึงจะออกมาได้รูปอย่างนี้ แล้วก็คงต้องช่างสังเกตุ ช่างจินตนาการด้วยแหละครับ ไว้ได้กล้องโปรมาถ่ายเมื่อไหร่ จะทำบล็อกสอนถ่ายภาพนะครับ ตอนนี้ขอผ่อนโน๊ตบุ๊คให้หมดก่อน แล้วค่อยถอยกล้องโปร (ยังเป็นหนี้ แต่อยากเที่ยวอ่ะครับ)


ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ปรัตยา วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 02.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

น่าเสียดายนะครับ ที่เยาวชนสมัยนี้ไม่นิยมท่องเที่ยวแบบนี้ ต้องช่วยกันส่งเสริมครับ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 00.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

ที่ภาพ ศาลหลักเมือง น่ะครับมันเป็นอิฐหรือว่าเป็นไม้ครับ ดูไม่ออก

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
AnnieLove วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Annielove


มาแนะนำ Dennis และ ละครเรื่องสนุกคะ ถ้ามีเวลาจะได้พักผ่อนอยู่บ้านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ตะวันแดง วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawan642
จงเลี้ยงชีพ ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

ขอบคุณครับ ที่พาเที่ยว เป็นทัวร์ ที่สวยงามมากครับ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
rainny วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainny
 [มีอาการคล้ายๆ ขี้เกียจเขียนบล็อก] 

ถ่ายรูปได้ธรรมชาติๆ ดี ได้บรรยากาศมากค่ะ เล่าเรื่องได้ละเอียดมาก มีอารมณ์ขันแทรกเป็นระยะๆ

ชอบเที่ยวตามโบราณสถานมากๆ ค่ะ
กำแพงเพชรนี่เคยไปแบบแว้บๆ ค่ะ แต่ก่อนญาติอยู่ที่นั่น
ส่วนจังหวัดตากนี่ยังไม่เคยไป แต่เล็งๆ ไว้บ้างเหมือนกัน อยากไปอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
อินไซด์ถึงห้องควบคุมของโรงไฟฟ้าของเขื่อนภูมิพลเลยนะคะ
ต้นกระบากที่อุทยานฯ ใหญ่จริงๆ ค่ะ ไม่รู้กี่คนโอบ

อยากไปดูวัดเก่าๆ ที่สุโขทัยมากค่ะ ที่บ้านต่างจังหวัดเวียนเทียนตอนเช้าค่ะ แต่กรุงเทพฯ มักจะเวียนเทียนกันตอนค่ำ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยในตอนกลางคืนสวยมากค่ะ

แนะนำว่าถ้าจะเขียนต้นฉบับก่อนนำลงโอเค ลองเขียนใน notepad แทน word นะคะ (แต่อาจไม่สะดวกเรื่องจัดวางรูป) เพราะถ้า copy จาก word มาวางจะทำให้ตัวหนังสือมันซ้อนกัน สระชนกัน อ่านแล้วไม่ค่อยสบายตาค่ะ

ขอให้ไปเที่ยวสุดสัปดาห์นี้อย่างมีความสุขนะคะ แล้วเก็บมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้ถึงที่บ้านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

คลิ๊กเดียวคุ้มเลยอ่ะ
ภาพงาม และร่องรอยประวัติศาสตร์น่าสนใจ
แม่สีไฟตื่นตา ตื่นใจเลย อยากไปน่ะ
เคยไปแต่พิษณุโลก กับสุโขทัย แต่เที่ยวไม่ทั่วเลยค่ะ
เดี๋ยวมาดูอีกรอบนะคะ พยายามเชื่อมกับประว้ติศาสตร์น่ะค่ะ

ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ ฮับ!

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
พิชญาภา วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pitchayapa


คุณขา..เก็บรายละเอียดได้ดีจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ปรัตยา วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

เรื่องยาว รูปเยอะ ข้อมูลแน่น แบบนี้น่าจะตัดแบ่งเป็นตอน ๆ นะครับ จะเพิ่มอรรถรสในการอ่านมากขึ้น



ความคิดเห็นที่ 32 (0)
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anti-Corruption


เรื่องน่าสนใจและยาวมากกกก...ขอ Save ไว้อ่านยามว่างครับ...(ภาพสวยครับ...ถ่ายเองทั้งหมดเลยหรือ)

ว่าแต่เมื่อไหร่จะทัวร์ตะลุยลอนดอน จะฝากสัมภาษณ์หน้าเหลี่ยมหน่อยว่า ตายแล้วเอาเงินไปได้ซักบาทมั้ย !?!

-----------------------
เรียนเชิญทุกท่านไปช่วยกันฟ้องแมนฯ ซิตี้ "ทักษิณ" คือ อาชญากร !!!

หมายเหตุ : สื่อมวลชนอังกฤษประกาศศักดา "ฐานันดรสี่" เปิดโปงตราบาปทมิฬ "ทักษิณ - ฆ่าตัดตอน" มิใยว่าชาวอังกฤษและสาวก "แมนฯ ซิ" จะอนาทรร้อนใจหรือไม่ เราคนไทยใฝ่ธรรมะจะนิ่งเฉย หรือจะช่วยกันส่งความคิดเห็น ข้อเรียกร้องไปถึงผู้บริหารสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

โปรดคลิ๊ก! เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นหรือข้อเรียกร้อง (กรุณาใช้ถ้อยคำสุภาพ เพื่อแสดงว่าคนไทยมีสำนึกอารยะ)
http://www.mcfc.co.uk/default.sps?pagegid={842020E5-FE36-4C02-902C-C416D363B534}

(ข่าว) สื่อผู้ดี! สาวไส้ “แม้ว” คดีฆ่าตัดตอน
โปรดคลิ๊ก ! เพื่ออ่านรายละเอียดและข่าวเกี่ยวเนื่อง (พร้อมเพลงแม้วผีบ้า)
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/08/09/entry-1

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ku_khuan วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khuan
<<"วันนึงชั้นก็ตื่นขึ้นมา!...แล้วพบว่า....ตัวเองเป็นแค่ถ่านไฟฉายก้อนนึง">>

กะว่าจะมาทักทาย....
แต่ก็เผลอ ไปเที่ยวในตัวซะงั้น...

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ทอดน่อง วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Todnong

แวะมาทักทายคะ ....สวยมากเลย..ชีวิตอิสระเสรีไปไหนก้อได้ มีความสุขอยากเป็นแบบนี้มั้งจังเลย...

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

สวัสดีค่ะ...ภาพสวยมากเลย

เราก็กำลังออกเดินทางอยู่เหมือนกัน

แต่...พึ่งจะเริ่มต้นแค่นั้นเองคงจะอีกนานกว่าจะทันคุณ

เวลาก้าวเดิน... หันหลังกับมามองข้างหลังบ้างนะค่ะ

จะได้ทักทายกันบ้าง สังเกตง่าย ๆ ผู้หญิงตัวเล็กที่สุด

ในฝูงชน ที่คุณเห็นนั่นละค่ะ เราเอง...ผู้หญิงตัวเล็ก

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Damian วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happynewdear

ขอบคุนสำหรับเมนท์นะคับ แวะมาเยี่ยมเยียนคับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
saleman วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

ดีครับ ช่วงหยุดยาวผมมีภารกิจต้องทำทีพะเยา ครับ อดไปดำน้ำ ด้วยเลย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
kaypuccino วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaypuccino
N o T T h i n G   i M p o S S i B L e   f O r   M E !!!

แวะมาเที่ยว
ภาพสวยทุกภาพเลย...เหมือนได้ไปเองยังงัยยังงั้น
เที่ยวแบบนี้ก้อประหยัดตังค์ดีเนอะ...


ความคิดเห็นที่ 25 (0)
รุ้งสีฟ้า วันที่ : 08/08/2007 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Salib

ภาพสวยจัง วันหลังขอทิปเรื่องการถ่ายภาพบ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
MUNYANMAI วันที่ : 08/08/2007 เวลา : 00.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Voyager
สายลมและแสงแดดทำให้เรารู้ว่า มีความอบอุ่นซ่อนอยู่ในความหนาวเย็น

ภาพสวยมากขอรับ เดี๋ยวแวะมาอ่านอีกทีพรุ่งนี้ขอรับ
จะไปนอนแล้วครับ

ขอให้ตัวเองหลับฝันดีขอรับ (นั่นงงงงกันใหญ่แล้ว)

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
patijjachon วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ยอดเยี่ยมมาก ๆ ทีเดียวครับสำหรับทุก ๆ ภาพ ที่นำมาฝาก สวยงามมาก ...
ผมเองแม้จะเคยไปมาทุกที่ที่คุณ siampatriot นำมาลง แต่ก็ไม่เคยได้บันทึกภาพได้ละเอียด งดงามแบบนี้ ส่วนใหญ่เคยไปแค่ครั้งเดียว และก็หลายปีมาแล้ว ... เห็นภาพแล้วทำให้หวนระลึกถึงความทรงจำดี ๆ ที่เก็บไว้ในใจได้เป็นอย่างดีครับ
... ขอบคุณอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
reallemons วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reallemons

แปลกแต่จริงแหะ
วันนี้มีแต่คนเอาสถานที่ท่องเที่ยวมานำเสนอ น่าไปทั้งนั้นเลย
ที่นี่ก้อเช่นกันค่ะ
คิดแล้ว อยากไปจริงๆ

ขอบคุณมากค่ะ
reallemons

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Jaxx วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 19.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaxx
ผู้ชายที่เร็วกว่าหมา และมาจากดาวอังคาร

ขอบคุณที่ไปติ-ชมครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
saleman วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

ท่องเทียวหลายจังหวัดเลยนะครับ สงสัยไปช่วงเดียวกับผม เลย น่าสนุกนะครับ แต่จริงๆแล้วน่าแวะที่น้ำตกคลองลาน หรือคลองน้ำไหลสวยมากๆครับ ถ้าเข้าอุตรดิตถ์แล้วจะแวะพักที่เขื่อนสิริกิตต์ หรือเรือนแพที่ท่าปลาก็สวยมากๆ เราอาจเจอกันในสถานที่ท่องเที่ยวแล้วก็ได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ยอดมากครับ ทั่วจริงๆครับ ขอบคุณในรายละเอียดครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ITGLOBAL วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/global
โลกใบนี้มีแต่รัก


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นีออน วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lekpapa

แวะมาทักทายค่ะ..ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
โนบิตะ! วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakda2009

ดีคับแวะมาทักคับ......ชอบทุกเรื่องเลยอ่ะ....แวะไปด้วยนะคับผม

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

งดงาม น่าไป มุมกล้องเยี่ยมมั๊กๆๆ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Ethanhunt วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ethanhunt
อีธาน ฮันต์

ขอบคุณครับที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น เมื่อวานนี้ผมเขียนเรื่องทิ้งไว้แล้วติดภาระกิจกลับมาอีกทีดึกเลย เพิ่งจะมาเปิดตอน10 โมงนี้เอง สรุปว่าขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ครูควนฮาย วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chimdee
อุดมพร  ฉิมดี *วชรกานท์  * http://www.thaipoem.com/forever/my_poem.php?mid=27814

ภาพสวยมาก ผมยังไม่เคยได้ไป...คนใต้ครับ...ถ้าว่างช่วยแนะวิธีการลงภาพประกอบบรรยายหน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
kaekyo วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaekyoko

สนุกค่ะ
ชอบมาก โดยเฉพาะส้มตำ?

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

พึ่งไปตากกับพิษณุโลกมาเหมือนกันครับ ไปแม่สอด ศาลพระเจ้าตาก แวดพระพุทธชินราชด้วย น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสชมภาพสวย ๆของวัดที่กำแพงเพชร สุโขทัย เหมือนคุณ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลานเทวา วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........


งามๆทั้งนั้นเลยนะ
แต่ละแห่งที่ไป
น่าอิจฉาจังเลยครับผม

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
noopuk วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++

เลยมาที่นครสวรรค์อีกหน่อยดิ
สวัสดีตอนบ่ายคะ......... แวะมาทักทาย.......

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เดรัจฉานการเมือง วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cteno9
เอ-กา


เชอะ อิจฉา เฟ้ย อย่าให้มีโอกาสบ้างก็แล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
naitiwa วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...


สวัสดีครับ
อิ่มมากเลยครับ
ดูภาพ-อ่านเรื่อง
อิ่มใจจริง ๆ
คิดถึงเมื่อครั้งหนึ่งที่เคยไปกันเป็นหมู่คณะ
แวะรายทางตามเส้นทางที่ว่านี้เลยล่ะครับ
แต่ไม่ได้เก็บรายละเอียดได้มากอย่างนี้
ขอบคุณมากเลยครับ
คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
ที่ยังงดงามในความทรงจำอยู่เลยครับ
แหะ แหะ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
AnnieLove วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Annielove

เรื่องสนุกดีนะคะ ที่ใกล้ๆ ได้แต่ขับรถผ่านคะ วันหลังต้องไปเที่ยวบ้างแล้ว
ขอบคุณนะคะที่เอาที่ดีๆ มีเล่า และ ส้มตำน่ากินมากเลยเห็นแล้วน้ำลายไหลคะ อยากกินจัง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
skinhead วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

ถึงผมจะไม่ได้ไปเที่ยวเองแต่ก็มีเพื่อนๆใจดีพาผมเที่ยวครับ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ไป หลายที่ เพลินตา เพลินใจมากเลยค่ะ
ยอดเยี่ยม
ภาพสวย ได้เที่ยวเต็มอิ่ม ทั้งมีอาหารให้เลือกหลากหลายเชียวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เก็บตกรายละเอียดทั้งเรื่องและภาพได้เยี่ยมมากครับ โดยเฉพาะได้ชมกันอย่างจุใจทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Life)

ภาพงามครับ อยากไปเที่ยวนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสเลยง่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kengrimsay วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kengrimsay

สวยมากครับ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยตัวเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่านักการเมืองไทยโกงกันทุกคนรึเปล่า?
โกงกันทั้งนั้นแหละ ไม่โกงมันจะเข้ามาทำไม เงินเดือนไม่ได้มากมายอะไรเลย เป็นเถ้าแก่อยู่ร้านยังมีรายได้เยอะกว่า (100%ที่โกง)
1 คน
มันก็คงมีบ้างล่ะนะ แต่คนดีก็คงมีอยู่บ้าง แต่น้อยเหลือเกินสำหรับคนที่จะเข้ามาช่วยชาติจริงๆ (~95%ที่โกง)
10 คน
คนดีคนเลวมันก็มีปะปนกันน่ะแหล่ะ จะว่าไม่มีเลยก็ไม่ใช่หรอก รู้ๆ กันอยู่ แต่ก็พอรับได้ ในสังคมหวังจะให้มีคนดีทั้งหมดเข้ามาบริหารคงยากอ่ะ (~50%-50%ที่โกง)
2 คน
ไม่หรอกมั๊ง ส่วนใหญ่แล้วคนที่เข้ามาเล่นการเมืองนี่ก็จะเป็นคนดีมีจิตกุศล หวังจะช่วยประเทศชาติกันทั้งนั้นแหละ น้อยมากๆ สำหรับคนที่จะเข้ามาโกงกินหาผลประโยขน์ส่วนตัว พวกที่โกงๆ อ่ะ ก็อยู่เมื่องไทยไม่ได้แล้วสิ (จริงไม๊แม๊ว) (~20%ที่โกง)
0 คน
ไม่มีหรอก ไม่เชื่อเด็ดขาด คนที่เข้ามาเล่นการเมืองเป็นคนที่พี่น้องประชาชนเลือกมา คนส่วนใหญ่ของพื้นที่เลือกมาก็แสดงว่าเค้าเป็นคนดี ถ้าเค้าไม่ดีเค้าโกงกินประชาชนจะเลือกเค้าเข้ามาได้ไง ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีนักการเมืองคนไหนที่มาจากการเลือกตั้งจะมีหน้ามาโกงกินบ้านเมืองได้ลงคอ (จริงไม๊-พวกม๊อบสนามหลวง นปก.) (0%ไม่มีโกงแน่นอน)
0 คน

  โหวต 13 คน