• ป้าเปิ้ล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : siangdek@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-02-11
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 83366
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
สำนักข่าวเสียงเด็ก
นำเสนอข่าวสาร สาระ กิจกรรมต่างๆ ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek
วันพุธ ที่ 26 กันยายน 2550
Posted by ป้าเปิ้ล , ผู้อ่าน : 2761 , 20:25:50 น.  
หมวด : Blog Kids

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 สวัสดีครับ กระผมยอดชายนายปลาเก๋าราดพริก ขอรายงานเรื่องกิจกรรมช่วยลดภาวะโลกร้อนตอนจบให้ทุกท่านทราบต่อไปเลยนะครับ

สมาชิกเฝ้าดูนกกับลิง

ตกเย็นก็ช่วยกันสุมไฟไล่ยุงและริ้น

จากการรายงานครั้งก่อนที่บอกไปว่าค่ายเยาวชน "เปลี่ยนวิถี-วิธีคิด พิชิตโลกร้อน"ของสำนักข่าวเสียงเด็ก สอนให้เด็กๆ อย่างเราได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายนั้น กิจกรรมที่ว่าก็ได้แก่ การให้น้องๆ สมาชิกทุกคน เรียนรู้เกี่ยวกับสภาพป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม กับป่าชายเลนที่สมบูรณ์ครับ

"ลุงเล็ก" มนัส มะลิทิพย์ จาก กฟผ. มาร่วมเป็นวิทยากร

เดินป่าชายหาดก่อนมุ่งหน้าสู่ป่าชายเลน

ลูก "ลำพู" รสเปรี้ยวอมฝาด ชาวบ้านใช้ "เหนาะ" แกงพุงปลา

ดูสีหน้าก็รู้...เปรี้ยวอมฝาดจริงๆ

ขอพูดถึง "ป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม" ก่อนก็แล้วกัน เพราะเป็นจุดที่พวกเราเดินไปพบเป็นจุดแรก จริงๆ ตอนเดินเข้าไปก็นึกไม่ถึงหรอกครับว่าจะเจอภาพแบบนี้ เพราะจินตนาการไปว่าภาพป่าชายเลนน่าจะเหมือนกับที่เราเคยเห็นในทีวี หรือในหนังสือท่องเที่ยวที่มีภาพสวยๆ ได้เห็นปูแสม หรือที่ภาษาถิ่นเรียกกันว่า เปี้ยว ขุดรูทำบ้านและหากินตามรากต้นโกงกาง หรือภาพสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อย่างหอย ปลา กุ้ง ที่พบเห็นได้ง่ายๆ แต่โอ้ว..ไม่ ... ไม่ใช่อย่างคิดเลยครับ ป่าชายเลนทั้งผืนมองไปเห็นต้นโกงกางขึ้นอยู่ราวๆ 20-30 ต้น ที่เหลือเป็นดินเลนกว้างไกลสุดสายตา พอมองไปตามพื้น ก็พบซากของ "หอยกัน" ซึ่งเป็นหอยพื้นบ้านของที่อำเภอขนอมรู้จักกันดี ตายซากอยู่เกลื่อนไปหมด "ลุงเล็ก" ซึ่งเป็นวิทยากรสอนเรื่องป่าชายเลนให้เราบอกว่า บริเวณที่เราเห็นเป็นป่าชายเลนที่เสื่อมสภาพแล้ว เนื่องจากการทำนากุ้ง เพราะการทำนากุ้งนั้นจะต้องทำการสูบน้ำเข้ามาขังไว้เพื่อเลี้ยงกุ้ง ทำให้ "หอยกัน" ซึ่งเป็นหอยที่ฝังตัวเองอยู่กับดินเลนบริเวณรากต้นโกงกาง และหากินดำรงชีวิตโดยอาศัยจังหวะของน้ำขึ้นน้ำลง คือในช่วงน้ำขึ้นจะมีอาหารลอยผ่านมาให้กิน และในช่วงน้ำลงก็จะมีโอกาสได้รับอากาศหายใจ เมื่อเกิดการวิดน้ำเข้านากุ้ง จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ "หอยกัน" ขาดอากาศหายใจ เพราะ "หอยกัน" จะฝังตัวเองอยู่กับที่ ไม่เดินทางไม่คลานไปไหนเหมือนหอยชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุที่เป็นหอยที่มีเปลือกหนาและแข็งมาก น้ำหนักของเปลือกมากอาจจะทำให้เคลื่อนที่ไม่สะดวก จึงต้องหากินประจำที่และรอคอยจังหวะอย่างที่อธิบายกันมา นอกจากนั้น การที่มีน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ก็ทำให้ห่วงโซ่อาหารบางอย่างตายลง ชีวิตสัตว์น้ำอื่นๆ ที่ต้องอิงอาศัยซึ่งกันและกันจึงไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ และตายไปในที่สุด (จริงๆ คนทำนากุ้งเค้าก็ไม่สนใจหรอกว่าสัตว์น้ำอื่นจะเป็นอย่างไร ขอให้กุ้งที่เลี้ยงรอดชีวิตอย่างเดียวก็พอ ก็เค้าเลี้ยงกุ้งขายนี่ครับ) การได้เรียนรู้ตรงจุดนี้ดีตรงที่ทำให้เด็กๆ อย่างเราได้รู้ว่า ความเสื่อมของอะไรก็แล้วแต่นั้น เกิดเพราะความอยากได้เงินของมนุษย์เพียงอย่างเดียวจริงๆ (อันนี้ป้าเปิ้ลแอบกระซิบบอกแบบเสียงดังๆ ฮ่า ฮ่า)

ซากป่า ซึ่งอดีตเคยเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์

 ถัดจากนั้นก็ถึงเวลาลุยโคลนกันอย่างสนุกสนาน บอกตรงๆ ในชีวิตไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย น้องๆ หลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกมากๆ พวกเราพร้อมใจกันใส่ถุงน่องสีโคลนกันเป็นทีม (ดูจากภาพนะครับ)

ลุยดง "โคลนดูด" เรื่องสนุกของเด็กๆ

พอลุยโคลนกันเสร็จ "ลุงแกะ" ก็พาพวกเราไปล้างตัวที่ลำบางเล็กๆ แล้วให้พวกเราได้ลอง "ตบกุ้ง" กันดู ก่อนจะได้ "ตบกุ้ง" เราก็ต้องลงไปเล่นน้ำจนน้ำขุ่นเสียก่อน พอกวนจนขุ่น กุ้งก็จะเมา (ภาษาชาวบ้าน) ทีนี้ก็ถึงช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานอีกครั้ง มีอาสาสมัคร 4-5 คน อาสาตบกุ้งด้วยมือเปล่า แต่น่าจะเป็นเพราะส่วนใหญ่เป็นมือสมัครเล่นก็เลยได้กุ้งไม่กี่ตัว "ลุงแกะ" เลยให้ปล่อยกุ้งกลับลงน้ำอย่างเดิม เท่าที่ฟัง "ลุงแกะ" เล่าให้ฟังรู้สึกว่าปริมาณกุ้งที่มีในลำบางก็ลดจำนวนไปมาก เพราะแกบอกว่าเมื่อก่อนลงตบกุ้งแต่ละครั้งจะได้กุ้งกลับไปกินที่บ้านกัน 2-3 โคม (โคม เป็นภาษาใต้ แปลว่า กะละมังใบย่อม) แถมยังบอกว่าที่ได้แค่นั้นเพราะขี้เกียจจับแล้วมันมากเกิน แสดงว่าเมื่อก่อนต้องมากมายมหาศาลจริงๆ

"ตบกุ้ง" หรืองมกุ้ง ในลำบาง

"กวนน้ำให้ขุ่น" ทำให้กุ้งมึนหัวจะได้จับง่ายๆ

จวนจะได้เวลาอาหารกลางวัน "ลุงเล็ก" วิทยากรของเราก็เลยเดินนำสมาชิกสำนักข่าวเสียงเด็กเข้าไปยังป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อพักเที่ยงกันที่นั่น เพราะมีร่มไม้เยอะ เด็กๆ จะได้ทานข้าวกันแบบไม่ร้อน อ้อ..ลืมบอกไปว่าอาหารกลางวันมื้อนี้เด็กๆ ทำกันเองตั้งแต่เช้า แล้วตักใส่กล่องข้าว (ไม่ใช่กล่องโฟมนะครับ ค่ายนี้ห้ามใช้เด็ดขาด) ของแต่ละคน ต่างคนต่างแบกอาหารของตัวเอง ไม่มีใครถือให้ใครครับ ทุกอย่างต้องทำด้วยลำแข้งตัวเองจริงๆ (เพิ่งซึ้งกับคำว่า "หากินด้วยลำแข้งของตน" ก็คราวนี้แหละครับ)

ทานข้าวเสร็จก็ถึงเวลาลุยกันต่อครับ คราวนี้พวกเราได้รู้จักป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์กันบ้าง บอกได้เลยครับว่าผิดกันคนละเรื่องเลย ระหว่างทางเราได้เก็บหอยจุ๊บแจง กับหอยกัน เพื่อนำไปทำเป็นอาหารมื้อเย็นกันด้วยครับ ที่ป่าชายเลนจุดนี้ เราได้รู้จักการอยู่ร่วมกันของสัตว์น้ำประเภทต่างๆ ลุงเล็กหยิบหอยสันขวานขึ้นมาสอนพวกเราว่านี่เป็นการอยู่ร่วมกันและหากินร่วมกันของหอยหลายชนิด ทั้งหอยเจดีย์ หอยนางรม ฯลฯ ได้เห็นไข่ปลาตีน เกิดมาเพิ่งเคยเห็นนี่แหละครับ ลักษณะจะเป็นเหมือนวุ้นใสๆ มองเข้าไปก็เห็นลูกปลาตีนตัวเล็กๆ นอนนิ่งๆ อยู่ คงใกล้จะฟักเป็นตัวแล้ว ได้รู้จักหอยรากไม้ ได้เห็นบ้านปูเปี้ยว (ปูแสม ที่เค้าเอามาดองเป็นปูเค็มกินกับส้มตำนั่นแหละ) บ้านของเปี้ยวเหมือนกับคอนโดเลยครับ มันจะทำกองดินสูงๆ ไว้ ส่วนด้านล่างที่ติดกับพื้นจะมีรูใหญ่ขนาดเท่าตัวของมันหนึ่งรู เหมือนกับเป็นประตูบ้าน ด้านบนที่ทำสูงๆ ไว้ น่าจะเป็นเหมือนเกราะป้องกันภัย เวลาเดินต้องเตือนให้น้องๆ คอยระวังไม่ให้เหยียบบ้านของปูกันด้วย ระหว่างเดินเราพบเห็นขยะเศษถุงพลาสติกมากมาย เศษแก้วแตกๆ ก็มี เดินแรกๆ ก็ช่วยกันเก็บครับ แต่เก็บตลอดทางไม่ไหวจริงๆ มันเยอะมากถุงที่นำไปใส่ขยะยังไม่พอใส่เลย ป้าเปิ้ลกับลุงแกะบอกว่าเก็บยังไงก็ไม่หมด เพราะขยะเหล่านี้เป็นขยะสะสมมานาน ไม่เคยมีใครเข้ามาในนี้ หากจะเก็บจริงๆ ต้องทำกันนานมาก ที่พามาดูก็หวังว่าทุกคนจะได้กลับไปช่วยบอกต่อๆ กันไปว่าให้ลดปริมาณขยะภายในบ้านและชุมชนลง รวมไปถึงบางบ้านที่ครอบครัวทำประมงให้เตือนว่าอย่าทิ้งขยะลงในทะเล ปริมาณขยะก็จะค่อยๆ ลดจำนวนลงไปเอง เพราะทุกอย่างต้องเริ่มและเคร่งครัดกับตัวเองให้ได้เสียก่อน การมาเดินเก็บขยะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่ได้ผลน้อยที่สุด แต่ดูเหมือนมีประโยชน์ในสายตาคนส่วนใหญ่

หอยสันขวาน ซึ่งมีหอยนางรมเกาะอยู่ด้วย เป็นการอยู่อาศัยร่วมกัน

"ไข่ปลาตีน" ลักษณะเหมือนวุ้น เมือกๆ ลื่นๆ

ในช่วงระหว่างที่ดูความสมบูรณ์ของป่าชายเลน "ลุงแกะ" ต้องเก็บอุปกรณ์กล้องทั้งหมดเพราะฝนกระหน่ำลงมาตัวเปียกปอน และบางช่วงก็ต้องลุยน้ำสูงขนาดเอวของเด็กๆ ทำให้ภาพบางช่วงขาดหายไป แต่ตลอดทั้งวันนั้นเด็กๆ ได้เห็นสิ่งต่างๆ มากมายครับ มีภาพของแมงมุมในป่าชายเลนมาฝากด้วย เป็นแมงมุมที่สวยมากสีออกเหลือบเงินนิดๆ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แล้วเด็กๆ ยังได้รู้จักตัว "รัง" ซึ่งเป็นโอชะของเหล่าสัตว์น้ำโดยเฉพาะ "ปลา" ทุกประเภทเลยทีเดียว ตัว "รัง" นี้ในตลาดของนักนิยมการตกปลาขายถึงกิโลละ 80-100 บาท แต่ "ลุงแกะกับลุงพงศ์" ก็สอนว่า หากทุกคนคิดจะหา "รัง" ไปขายเพราะเห็นแก่เงินจำนวนมาก ต่อไประบบนิเวศน์ในทะเลก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก เพราะหากตัว "รัง" หมดไปจากท้องทะเล ลูกหลานของเรารุ่นต่อๆ ไปก็จะไม่รู้จักหน้าตาของกุ้ง หอย ปู ปลา และอาหารทะเลก็อาจจะหมดไปจากโลกได้เช่นกัน สรุปคือ อย่าโลภเห็นแก่เงิน จนต้องทำลายทรัพยากรต่างๆ ไปจนหมดนั่นเอง ต่อจากนั้น "ลุงพงศ์" กับ "พี่ท้อป" ก็สอนพวกเราว่าตัว "รัง" ทำรังอย่างไร วิธีสังเกตรังของตัวรัง และวิธีการหาตัวรังของชาวประมงที่หากินบริเวณชายฝั่งโดยการ "ตกปลา" ไปขายที่ตลาดในจำนวนที่พอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป "ลุงพงศ์"  บอกว่า จริงๆ แล้วชาวบ้านที่จะมาหาตัวรังไปตกปลานั้น เค้าจะหาแต่พอดี ไม่เอาไปจนมากเกิน กะว่าพอได้ปลาสักโคมให้พอแกง แล้วเหลือปลาเอาไปขายที่ตลาดหาเงินเข้าบ้านนิดหน่อยก็พอแล้ว นั่นก็ทำให้เราได้รู้จักการหากินแบบพอเพียงอีกเรื่องหนึ่งครับ....

"บ้าน" ของตัว "รัง" บนดินเลนตอนน้ำลด

ลุงพงศ์สอนวิธีขุด "รัง"

โฉมหน้าของตัว "รัง" ซึ่งน่าจะเป็นไส้เดือนหรือเพรียงชนิดหนึ่ง ใครรู้ช่วยบอกเด็กๆ ด้วยครับ

ตัวนี้มีไข่ด้วย

ส่วนตัว "รัง" ที่ "ลุงพงศ์" ขุดหาได้ประมาณ 7-8 ตัว ก็นำไปเป็นเหยื่อตกปลาแล้วนำปลาที่ตกได้มาให้น้องๆ ในค่ายย่างกินเป็นอาหารมื้อเย็นอีกหนึ่งเมนู

ปลาย่าง อาหารมื้อเย็นแสนอร่อย

เช้าวันสุดท้ายของค่ายนี้ "ลุงแกะกับพี่ๆ" ซึ่งพยายามย้ำนักย้ำหนาว่า "น้ำ" ต้องใช้แต่พอดี ดื่มแต่พอดี ให้เหลือถึงวันสุดท้าย แต่เด็กๆ ก็ดื่มน้ำกันแบบลืมไปว่าต้องตระหนักตลอดเวลา ในที่สุด เด็กๆ ทุกคนในค่ายได้ทราบว่า "น้ำ" ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของการยังชีพเหลือไม่พอจะ "หุงข้าวและดื่มกิน" ทุกคนต่างคิดหาวิธีที่จะใช้น้ำที่มีอยู่เพียงน้อยนิดนั้นให้พอสำหรับการ "ยังชีพ" ก่อนขึ้นฝั่ง บางคนบอกว่าให้เอาน้ำทะเลมาต้มแล้วนำไอน้ำที่ระเหยมาใช้ "ลุงแกะ" ก็บอกว่ามันเป็นวิธีที่ฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์ดี แต่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานมากและใช้เวลานานกว่าจะได้น้ำพอสำหรับคนทั้งหมด บางคนบอกให้ไปหาน้ำจืดจากซอกหินต่างๆ หลายคนโหวตให้กับความคิดนี้ แต่เมื่อนำไปปฏิบัติจริงทุกคนก็ได้รู้ว่า น้ำขังในแอ่งหินนั้นมีน้อยและไม่เพียงพอเช่นกัน มาถึงอีกหนึ่งวิธี สมาชิกหลายคนบอกว่าให้ใช้น้ำมะพร้าวมาหุงข้าว ส่วนน้ำดื่มที่มีให้ปันส่วนกัน แต่พอเดินหาจริงๆ มะพร้าวไม่ค่อยมีลูก และต้นก็สูงมากเสียจนเก็บไม่ได้ บางลูกก็แก่ไม่มีน้ำเหลือแล้ว สรุปว่าไม่มีน้ำจากมะพร้าวมาให้สมาชิกเหมือนกัน พวกเราทุกคนจึงต้องเดินกลับมา เมื่อมาถึงจุดตั้งค่าย ปรากฏว่า "ป้าเปิ้ลกับพี่ๆ" หุงข้าวรอไว้แล้ว และถามเด็กว่าตกลงได้น้ำมาแล้วใช่มั้ย เด็กๆ ถึงกับตกอยู่ในอาการตะลึงนึกไม่ถึงว่า "ป้าเปิ้ล" จะตัดสินใจหุงข้าวไปก่อน ทุกคนเริ่มกังวลว่าไม่มีน้ำเหลือแล้ว และอีกกว่า 3 ชั่วโมงเรือถึงจะมารับ สมาชิกค่ายบอกว่าหาน้ำไม่ได้เลย และเริ่มสำนึกว่าตนเองไม่น่าดื่มน้ำเกินปริมาณที่พี่ๆ และป้าเปิ้ลกับลุงแกะคอยเตือนแทบจะทุกชั่วโมงเลย เพราะคิดว่าเดี๋ยวผู้ใหญ่ก็คงหามาให้เด็กดื่มจนได้ เมื่อสถานการณ์กดดันจนสมาชิกทุกคนเห็นถึงความสำคัญของ "น้ำ" ที่มีอยู่อย่างจำกัด การรักษากฎระเบียบในพื้นที่อย่างเคร่งครัด และการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว สมาชิกส่วนใหญ่เริ่มขอโทษเพื่อนๆ ที่ตนเองดื่มน้ำมากเกินไป แล้วทุกคนก็ต่างขอโทษต่างรู้จักให้อภัยและเริ่มคิดหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรต่อไป พี่ๆ ก็บอกว่า ให้น้องๆ ไปทานข้าวเอาแรงก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน เมื่อทุกคนทานข้าวเช้าเสร็จ "พี่ปืน" ประธานกลุ่มธนาคารขยะก็บอกน้องๆ ว่า พอดี "ลุงพงศ์" ออกเรือไปหาปลา แล้วได้แวะไปเอาน้ำดื่มมาได้ครึ่งหม้อใหญ่ๆ จึงมีน้ำให้เด็กทุกคนได้ดื่มกันคนละแก้ว เมื่อได้ยินอย่างนั้นเด็กๆ ถึงกับยิ้มอย่างดีใจ หลายคนบอกว่า "น้ำหนึ่งแก้ว" เป็นน้ำที่อร่อยที่สุดและสดชื่นที่สุดเท่าที่เคยได้ดื่มมา ต่อจากนั้นทุกคนก็กันเก็บสัมภาระเตรียมตัวกลับบ้าน บรรยากาศก่อนกลับชื่นมื่นจริงๆ พี่น้องตกลงกันว่าจะช่วยกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และช่วยลดภาวะโลกร้อนเท่าที่ตนเองจะทำได้ โดยการลดการใช้พลังงาน ดื่มและใช้น้ำอย่างพอเหมาะพอดี ใช้ถุงพลาสติกให้น้อยลง ฯลฯ

เด็กๆ ต้องบริหารการใช้ "น้ำ" ให้สามารถอยู่ได้ภายใน 3 วัน

 และแล้วก็ถึงเวลาอำลากัน น้องๆ ทั้งหมดบอกว่าเป็นค่ายที่ประทับใจมากและอยากอยู่ต่ออีก หากมีค่ายแบบนี้อีกก็จะมาอีกเรื่อยๆ

กระผมนายปลาเก๋าราดพริก ก็ต้องขอจบการรายงานของค่าย "เปลี่ยนวิถี-วิธีคิด พิชิตโลกร้อน" แต่เพียงเท่านี้ล่ะครับ

ชมภาพวิดิโอกันต่อครับ


" คลิ้ก play เพื่อเริ่มดู clip "




" คลิ้ก play เพื่อเริ่มดู clip "


" คลิ้ก play เพื่อเริ่มดู clip "


นี่เป็นแมงมุมที่เด็กๆ เห็นในป่าชายเลน ไม่เคยเห็นมาก่อนใครทราบบอกด้วยครับว่าชื่อแมงมุมอะไร


" คลิ้ก play เพื่อเริ่มดู clip "




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ใต้น้ำ วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 20.58 น.

ไม่รู้มาก่อนเลยนะเรา.....เยี่ยมจริงๆ..ทั้งคนและข้อความ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
เด็กผีEP(อีผี) วันที่ : 05/10/2007 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komgrid

ชักอยากจะไปขึ้นมาอีกแล้ว..

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

คุณชาลี

พรุ่งนี้จะบอกนายราดพริกให้ค่ะ สงสัยคงยิ้มไม่หุบแน่คราวนี้

ตอนนี้บล็อกเกอร์เด็กๆ ของสำนักข่าวเสียงเด็กเค้ากำลังพยายามส่งเรื่องที่จะมาลงในบล็อกกันใหญ่เลยค่ะ

ป้าเปิ้ลกำลังจัดคิวให้อยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

คุณกัสโต้

แมวกับปลาย่างเป็นของคู่กันค่ะ อิ อิ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
BlueHill วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

น้องปลาเก๋าราดพริก สื่อความหมายธรรมชาติได้เก่งมากครับ

ดูไกล ๆ แมงมุมหน้าตาเหมือนปูเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
กัสโต้ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

เด็กๆ เริ่มแล้ว ผู้ใหญ่ยิ่งต้องเริ่มค่ะ

อยากกินปลาย่างบนเตา นั่นจัง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 28/09/2007 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

พ่อลูกนิวส์

ขอบคุณแทนเด็กๆ ในขนอมทุกคนค่ะ

************
คุณปากการดำนำทาง

ไว้จะตามไปอ่านในบล็อกของคุณนะคะ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

************
คุณ sat11

ตัวรังมันไม่กัดหรอกค่ะ .. มันแค่ยึกหยึยนิดหน่อยเท่านั้นเอง

จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่เราคิดไว้เหมือนกัน แต่ดีที่เด็กๆ ทุกคนที่มาเข้าค่ายเป็นสมาชิกของสำนักข่าวเสียงเด็ก จึงเป็นเรื่องที่เราสามารถติดตามผลได้หลังจากเสร็จค่ายแล้ว เพราะเด็กๆ จะแวะเวียนมาที่สโมสรเยาวชนฯ เป็นประจำ ก็จะมีการสอบถาม และพูดคุยเพื่อสังเกตเด็กแต่ละคนค่ะ

อีกอย่าง...การจะปรับเปลี่ยนความเคยชินเดิมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก การจัดค่ายแบบนี้เพื่อกระตุ้นเตือนให้ "ฉุกคิด" ขึ้นมาสักนิด แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปทีละน้อยค่ะ ...

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างนี้ (ขอบอกว่าชอบมาก)

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
sat11 วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


หนูกลัวเจ้าตัวรังอ่ะค่ะป้าเปิ้ล
...มันยึกหยึย..

ขาดแคลนจริงๆถึงจะคิดถึงคุณค่าของสิ่งนั้นๆ
เด็กๆคงได้บทเรียนจากตรงนี้
แต่พอกลับบ้านแล้วมักเคยชินกับการใช้อย่าฟุ่มเฟือยอีกรึเปล่าคะ
เพราะเราก็ยังเป็นเรื่อยๆ ต้องคอยเตือนตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ปากกาดำนำทาง วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/udomgran

สวัสดีครับ ตอนนี้บ้านเมืองยังไม่อยู่ในสภาวะปกติครับ ยังมีปัญหาอีกมากมายรอคอยอยู่ครับ
และผมคิดว่า หลังเลือกตั้งไปแล้ว ปัญหาก็ยังไม่จบครับ ยังวุ่นวายอีกต่อไป มีผู้เดียวที่จะเคลีย
ปัญหาได้จบอย่างแท้จริง ก็คือพลังประชาชนอันบริสุทธิ
ไม่ใช่พลังประชาชนแขวงจากหน่วยอื่นหรือกลุ่มการเมืองอื่นครับ ดังนั้นผมจึงอยากให้ประชาชนออกมาช่วยกันมาสร้างพรรค ประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และมีการจัดตั้งสภาประชาชน สภาประชาชนจะมีการจัดตั้งทั่วประเทศ
เพื่อให้ประชาชนมีความใกลัชิดกับ ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับและมองเห็นความโปร่งใส
ต่างๆในการดำเนินงาน ของหน่วยงานรัฐ และเวลามีปัญหาต่างๆประชาชนก็สามารถให้รัฐ
ช่วยเหลือได้ทันทีและทันการกับความเดียดร้อน อีกทั้งถ้ารัฐทำงานไม่โปร่งใสไม่ถูกต้องก็
สามารถเข้าเสียงกันปลด ออกได้ (แต่กรณีนี้ต้อง อยู่ในพื้นฐานความเป็นจริงไม่ใช่มากลั่น
แกล้งกันนะครับ) และประชาชนยังได้ร่วมเสนอแนะนโยบายให้กับรัฐได้ด้วย ในทางสภาประชาชน สภาประชาชนจะอยู่ใกล้ชิดท่านและ ดูแลท่านและทำงานร่วมกับท่าน
ต่อไปรัฐจะไม่ใช่คนที่ประชาชนพบอยากแต่จะเป็นคนที่อยู่ใกล้ประชาชนมากที่สุด
ถ้าเป็นดังที่กล่าวมานี้จึงอยากให้ พี่น้องประชาชน ให้ความไว้วางใจและร่วมมือร่วมใจกัน
จัดตั้งพรรค เพื่อมาแก้วิกฤษให้กับชาติบ้านเมือง และเพื่อเป็นตัวกลางในการในการ
สงบความร้อนแรงของกลุ่มอำนาจเก่าและกลุ่มอำนาจใหม่ ที่มีการโหมกระแสกันเป็น
ระยะๆ ตอนไม่มีใครช่วยได้นอกจากพี่น้องประชาชนเท่านั้น ที่จะระงับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคตอันใกล้นี้ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่รวมตัวกันจัดตั้งพรรคประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ประเทศของเราจะเกิดปัญหาตามที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ตามข้างต้นนี้
อย่างแน่นอนครับ และเศรษฐกิจของชาติบ้านเมืองก็จะเสียหายหนักไปอีก อีกทั้งประชาชน
ก็จะลำบากแสนเขน ผมไม่อยากให้ พี่น้องมาเสียงกับ ความเสียหายที่เรากำลังได้รับอยู่
และไม่อยากให้มันเป็นหนักขึ้นไปอีกครับ อีกทั้งประเทศชาติของเราจะตามเพื่อนบ้านไม่
ทันอีก เพราะตอนนี้หลายประเทศได้พัฒนาประเทศ หนีเราไปแล้ว เช่นเวียตนาม และอีกหลายประเทศ จึงอยากขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนทำในสิ่งที่เห็นได้จริงและทำใด้
จริงครับ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนได้โปรดไตรตรองดูครับก่อนที่จะหมดเขตจัดตั้งพรรค
และหมดเขตลงรับเลือกตั้งครับ เพราะนั้นหมายความว่าทุกอย่างสายไปแล้ว คอยดูชะตากรรมที่เราได้ตัดสินใจ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปอีก ด้วยการอาศัยคนอื่นทำแทน
ให้โดย อดีตตระการมาแล้วที่ท่านได้เลือกเข้าไปเคยทำให้พี่น้องประชาชนอย่างจริงจังหรือไม่
อดีตก็สอนเราอยู่แล้ว เราต้องคิดและจำ ท่านคิดเอาปากท้องของท่านควรจะเดินด้วยมือ
ของท่านเองหรืออาศัยคนอื่นเดินครับ เงินทอง สามร้อย ห้าร้อย จริงอยู่มีความสำคัญต่อท่าน แต่มันไม่ยังยืนครับ หลังจากท่านรับเงินไปแล้วท่านได้อะไรกลับมาได้บ้างในอนาคต มีแต่การเบียดเบียน
มีแต่ความอดอยาก มิได้รับการแก้ใขอย่างจริงใจ มองผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลักไม่ได้
มองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก และเมื่อเห็นแล้วท่านทำอะไรได้บ้างละ
มีแต่ทำให้เขาได้สร้างอิทธิพลให้กับพวกเขาเจริญเติบโตและเราจะแก้ใขก็แก้อยากมาก
เพราะท่านได้ให้เขาได้สร้างโอกาสเขาสร้างอิทธิพลให้กับเขาแล้ว ดังนั้นผมจึงอยากให้พี่
น้องประชาชนคิดให้มากๆและคิดให้ลึกๆครับอย่าให้โอกาสพลาดไปโดยไม่สามารถเอากลับ
มาได้นะครับและโอกาสไม่มีให้เราบ่อยนะครับ สุดท้ายนี้กระผมหวังว่าพี่น้องประชาชนคงเข้าใจและได้ไตรตรองข้อเสนอแนะนะครับ
เราจะไม่เอาแต่พูดแต่เขียนอีกต่อไปแล้วแต่เราจะริเริ่มลงมือทำเสียบัดนี้เป็นต้นไปครับ
ผิดถูกขอได้โปรดแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พ่อลูกนิวส์ วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/homeschool

ต้องบอกว่าเยี่ยมจริง คนขนอม และจงเดินน้าทำกิจกรรมดีๆอย่างนี้ต่อไป

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

คุณ ณ ดาว

ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาให้กำลังใจเด็กๆ

**************

คุณนารถ_บูรพา

ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองคงกำลังยุ่งกับเรื่องต่างๆ อยู่ค่ะ เลยไม่มีเวลามาดูบล็อกนี้ (ฮา)

**********

คุณ feng_shui

ขอบคุณนะคะ บล็อกเกอร์ชื่อดังแวะมาเยี่ยมชมและให้กำลังใจเด็กๆ อย่างนี้ เด็กๆ ต้องดีใจแน่ๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

คุณ ด เด็ก

อยากให้เด็กได้ไปเห็นสิ่งที่แปลกและแตกต่างในที่อื่นๆ เหมือนกันค่ะ แต่ขาดงบประมาณ (ฮา)

หากผู้ใหญ่ใจดีออกงบให้ คงได้เห็นสกู๊ปดีๆ จากเด็กแน่ๆ

**************
คุณ mr.koe

ขอบคุณค่ะ จะบอกนายปลาเก๋าให้นะคะ

*****************

คุณเมอร์ซีไซค์สีแดง

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจเด็กๆ ค่ะ

************

คุณ redribbons07



ฝากรอยยิ้มไว้ ให้โลกเย็นค่ะ

*************
คุณแม่หมี

ขอบคุณแม่หมีเหมือนกันค่ะ ที่มาให้กำลังใจกันในทุกเรื่อง
ขอให้น้องหมีน้อยกับหมีใหญ่ และพ่อหมีกับแม่หมีมีความสุขมากๆ นะคะ

***************

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

คุณ siampatriot

....ตกเย็นก็ช่วยกันสุมไฟไล่ยุงและริ้น.......

"สุมไฟ" จะไม่ทำให้โลกร้อนหรือครับ....
เจ๋งครับ บล็อเจ็งมาก... รับไป ๑ โหวตครับ

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นค่ะ จริงๆ แล้วการ "สุมไฟ" ก็เป็นการทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และอื่นๆ อย่างที่คุณสยามแพทริออทว่ามา แต่ก็เป็นปริมาณที่น้อยนิดมาก ประกอบกับเป็นกิจกรรมเล็กๆ ในระยะเวลา 2 คืน ซึ่งถือว่าทำให้เด็กได้เรียนรู้อย่างอื่นเพิ่มเติมด้วย เราก็บอกเด็กๆ ค่ะถึงความจริงเหล่านี้ แต่ก็เป็นความจำเป็น เนื่องจากจุดที่พักบริเวณนั้น ไม่มีไฟฟ้าใช้ เราจึงต้องมีกองฟืนไว้ให้เด็กๆ ได้นั่งผิงไฟ และทำกิจกรรมร่วมกันในตอนค่ำค่ะ

อันที่จริงเรามีการพูดคุยแบบเสวนากันเล็กน้อยด้วย โดยการบอกเล่าถึง "ภาวะโลกร้อน" ที่เกิดขึ้นแบบง่ายๆ และสิ่งที่พวกเขาจะสามารถช่วยได้คนละไม้คนละมือ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ยินดีและชอบมากสำหรับความคิดเห็นดีๆ แบบนี้ เด็กเค้าต้องได้ตระหนักในทุกมุมมองค่ะ จึงจะก่อเกิดปัญญา

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

นายยุติธรรม

ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

**************

น้าเกรียง

ขอตอบแทนเดอะราดพริกหน่อยนะคะ

ระยะทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ฯ มาขนอมประมาณ 80 กม. ค่ะ
น้าเกรียงมาขนอมรับรองได้เห็นตัวรังแน่นอนค่ะ

ส่วนแมงมุมถ้ามันยังอาศัยอยู่ที่เดิม ไม่ย้ายที่ไปไหน อาจจะได้เห็นมั้งคะ (อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ) วันนั้นที่เด็กๆ เจอเป็นเหตุบังเอิญที่เด็กช่างสังเกตกว่าผู้ใหญ่ค่ะ

นายปลาเก๋าต้องยิ้มแน่ๆ น้าเกรียงชม

**************

คุณต้อง

ขอบคุณที่แวะมาหาเด็กๆ นะคะ

********************

คุณบ้านดวนน้อย

ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
feng_shui วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอชื่นชม ปลาเก๋าราดพริก และเด็กๆค่ะ ที่มีกิจกรรมที่ผู้ใหญ่บางท่านต้องอายเลย
ขอบคุณค่ะป้าเปิ้ล

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

แวะมาปรบมือให้กับความตั้งใจของเด็กๆ

ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองน่าจะเอาไปเป็นตัวอย่างนะครับ
ทำเป็นนโยบายแห่งชาติ ให้มีการขับเคลื่อนกันอย่างจริงจังเสียที

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ณดาว วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/petpetpe

ผู้ใหญ่คงว่าไงไม่ได้มากหรอกคะ..คงต้องฝากอนาคตไว้กับเด็กกลุ่มนี้แหละ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
แม่หมี วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 13.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ถึงจะลำบากแต่ก็สนุกค่ะ นี่ถ้า " ลุงพงศ์ " ไม่ได้เอาน้ำมาให้ เด็กๆคงแย่นะคะ ขอบคุณป้าเปิ้ล ลุงพงศ์ ลุงแกะและพี่ๆ ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ธรรมชาติค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
redribbons07 วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ปลูกฝังกันไว้แต่เด็กๆ เลยก็ดีค่ะ โลกจะได้เย็นขึ้น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LIVRED


ปลุกฝังเยาวชน เพื่ออนาคตที่ดีของชาติ ชื่นชมอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
mr.koe วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nammon
*ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง นั ก ถ่ า ย ภ า พ ส มั ค ร เ ล่ น บ้ า น น อ ก ! ! !

เยี่ยมๆๆ เยี่ยมๆๆๆ ยกนิ้วให้เลย...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ด.เด็ก วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/badboy

เยาวชนคนเก่ง คิดดี ทำดี อะไรๆก็ออกมาดูดีไปหมด ว่างๆ มาทำสคู๊ปเรื่องสวนสัตว์แห่งใหม่ แถวๆ เซ็นเตอร์พอยท์ดูสิ ...ฮา

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
siampatriot วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

....ตกเย็นก็ช่วยกันสุมไฟไล่ยุงและริ้น.......

"สุมไฟ" จะไม่ทำให้โลกร้อนหรือครับ....
เจ๋งครับ บล็อเจ็งมาก... รับไป ๑ โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
บ้านดวนน้อย วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banduannoi

ดีจังเลย แจ๋วครับหนูๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ต้อง วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/justthinking
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติมกันได้ทาง message นะครับ "Don't try to be nice,be yourself!"

น่ารักจังเลยครับ เด็กๆได้ทำกิจกรรม ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น้าเกรียง วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nakriang

นายปลาเก๋าฯ นายแน่มากรายงานได้ครบถ้วนกระบวนความ น่าติดตาม น้าให้คะแนนเต็มสิบ ที่สำคัญคือน้าไม่เคยรู้จักตัว รัง เลย เห็นทีต้องไปดูให้เห็นกับตาตัวเองเร็วๆ นี้ เอ้า ใครจะอาสาพาน้าไปดูตัว รัง ยกมือขึ้น
ส่วนแมงมุม clip สุดท้ายเป็นพวกแมงมุมกระโดด น้าจะได้เห็นมั้ยเนี่ยะ ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน
ถามหน่อย... จากสุราษฎ์ไปขนอมนี่สักกี่กิโลครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยุติธรรม วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 03.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yutithum

คุณผู้เที่ยงธรรม อากงถูกชนชั้นตุลาการกลั่นแกล้งเพื่อเรียกเงินเรียกทองถึงขั้นภรรยาผู้พิพากษาลงทุนออกเช็ค 2 แสนบาทวางศาลแทนเพื่อฟ้องอากงเหมือนแก๊งตกทองมีคนลงทุนซื้อทองจริงสักเส้น และเขาอ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทกับคุณจรัญกระทรวงยุติธรรม ถ้าเป็นเพื่อนก็ช่วยตักเตือนว่าอย่าทำบาปกรรมอีกเลย ลูกหลานจะรับกรรมแทน แต่ถ้าไม่เป็น เรื่องนี้หากพวกนักศึกษานิติศาสตร์หลายๆคนช่วยอากงร้องเรียนเรื่องจริยธรรมก็อย่าได้ช่วยเหลือเขาเลย เมื่อมีอาจารย์นิติศาตร์เอาเรื่องของอากงมาศึกษาเพราะอ่านจากหนังสือพิมพ์มติชนที่มีผู้เอาไปให้ลงว่า สามนักธุรกิจถูกจำคุกหมิ่นผู้พิพากษา ลงแบบข่มขู่ให้คนอื่นกลัวเรื่องทะเลาะกับผู้พิพากษา จนมีพวกนิติศาสตร์ผู้เที่ยงธรรมเอาเรื่องมาศึกษา อากงก็เบาใจหน่อย เราถูกฟ้องที่ไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการศาล ทั้งๆที่ในที่ประชุมเขามีเรื่องร้ายแรงและเกี่ยวกับเงินๆทองหลายเรื่องแต่ก็ถูกอุ้มไว้ แม้จะไม่รู้จักกันแต่อากงอ่านย้อนหลังดูรู้ว่าคุณเป็นคนยุติธรรม ต่างความเห็นไม่เป็นไรขอให้ใจสะอาดเป็นพอ ลองมาดูชีวิตอากงและครอบครัวที่สุดแสนโชคร้าย มีเรื่องกับผู้คุมกฎ เป็นชีวิตจริง ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ ยังร้อนๆจนชาวบ้านต่างซวยไปด้วย ช่วยหาวิธีแก้ปัญหาของอากง เรื่องเหลือเชื่อที่เกิดในยุคนี้โดยเฉพาะนักตกทองในเสื้อครุยผู้พิพากษา อากงไม่เคยนอนหลับมาหลายปีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

เด็กๆ รวมกับพี่เลี้ยงก็ประมาณ 30 คนได้ค่ะ ส่วนใหญ่เด็กๆ เป็นสมาชิกของกลุ่มธนาคารขยะสำนักข่าวเสียงเด็ก ค่ะ ซึ่งพ่อแม่ทำอาชีพประมง เป็นเด็กในอำเภอขนอมทั้งหมดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ป้ารุ วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

น่าสนุกจัง เด็ก ๆ ทั้งหมดกี่คนคะ
แล้วเด็ก ๆ มาจากที่ไหนกันบ้าง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ป้าเปิ้ล วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siangdek

ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ต้นบัวดิน วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tonboudin

ช่วยกันครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]