*/
  • Sigree
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sigree@ymail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-18
  • จำนวนเรื่อง : 3724
  • จำนวนผู้ชม : 4788702
  • จำนวนผู้โหวต : 1666
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1666 คน
เมื่ออาหารเช้าบุกโลก breakfasttransformer

เด็กๆจะกินจานนี้

View All
รัฐบาลสมชายต้องรับผิดชอบต่อเหตุสลายการชุมนุมอย่างไร
นายกลาออก
37 คน
ยุบสภาคืนอำนาจ
48 คน
ทำงานต่อเพื่อหาคนผิด
43 คน
ถวายคืนพระราชอำนาจ
166 คน
ตั้งรัฐบาลแห่งชาต
9 คน

  โหวต 303 คน
วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน 2550
Posted by Sigree , ผู้อ่าน : 501 , 23:12:40 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โดย แกเรธ ปอร์เตอร

       วอชิงตัน – ตอนเสนอขอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ดับเครื่องชนโครงการนิวเคลียร์อิหร่านนั้น รัฐบาลประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช ได้นำเสนอแนวคิดที่ว่า โครงการของอิหร่านกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของโลก เป็นการคุกคามท้าทายชุมชนโลกโดยตรง
       

       แต่จากประวัติความเป็นมาของความขัดแย้ง และมุมมองทางยุทธศาสตร์ในภาคเอกชน ของทั้งสองฝั่งชี้ว่า จริง ๆ แล้วกรณีพิพาทกันนี้ เป็นเพราะรัฐบาลบุชพยายามครอบงำตะวันออกกลาง แต่อิหร่านไม่ยอม และเรียกร้องให้สหรัฐยอมรับว่าตัวเป็นพี่ใหญ่ในย่านนั้น

(the dispute is really about the Bush administration's drive for greater dominance in the Middle East and Iran's demand for recognition as a regional power)
       
       ตอนนี้เป็นที่เปิดเผยแล้วว่า ผู้นำอิหร่านที่เชื่อว่าตนจะเป็นเป้าหมายอันดับต่อไปที่จะถูกโค่น หลังสหรัฐจัดการกับซัดดัม ฮุสเซนไปแล้ว ได้ยื่นข้อเสนอเจรจากับสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน 2003 เพื่อขอแก้ข้อกล่าวหา ที่สหรัฐใช้ระบุว่าเตหะรานเป็นภัยคุกคาม ซึ่งประกอบด้วย 1) อิหร่านมีโครงการนิวเคลียร์ 2) ให้การสนับสนุนขบวนการเฮซบอลลาห์ และกลุ่มติดอาวุธต่อต่านอิสราเอลอื่น ๆ รวมทั้ง 3) เป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล
       
       ตอนนั้น เตหะรานได้นำเสนอหลักฐานที่เป็นจริง และพร้อมหารือประเด็นทั้งหมดนั้นแล้ว แต่เพราะรัฐบาลบุช ไปฟังคำแนะนำของรองประธานาธิบดีดิ๊ก เชนีย์ และรมต.กลาโหม โดนัลด์ รัมสเฟลด์ จึงปฎิเสธไม่ยอมเจรจาด้วย เพราะฉะนั้น เรื่องหัวรบนิวเคลียร์จึงไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ที่สร้างความกังวลใจให้สหรัฐ ผลประโยชน์สูงสุดของสหรัฐก็คือการไม่ยอมรับรองสถานะภาพของสาธารณรัฐอิสลาม อันเป็นตัวปกป้องอาวุธนิวเคลียร์ต่างหาก

       
       เป้าหมายที่แท้จริงของรัฐบาลบุช คือดันประเด็นอิหร่านมีเทคโนโลยีนิวเคลียร์ (‘มีเทคโนโลยี’ ไม่ได้หมายความว่า ‘มีหัวรบ’) ให้ถึงขั้นวิกฤต เป็นภัยร้ายแรง ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกันของทอม ดอนเนลลี แห่งสถาบัน American Enterprise Institute นักทฤษฎีคนสำคัญของพวกจารีตนิยม-ใหม่นั่นเอง ดอนเนลลีเป็นรองผู้อำนวยการบริหารโครงการ Project* for the New American Century จากปี 1999-2002 และเป็นผู้เขียนหลักในหนังสือ ‘สร้างโล่ป้องกันอเมริกาเสียใหม่’ (“Rebuilding America's Defenses")
       (*คำว่าโครงการในแนวคิดของพวกจารีตนิยม-ใหม่กลุ่มนี้ หมายถึงแผนการหนึ่ง ๆ ขั้นตอนหนึ่ง ๆ ที่จะต้องทำ เหมือนที่เราใช้คำว่า ‘โครงการธรรมยาตรา’ เป็นต้น)
       
       หนังสือเล่มนี้เขียนเพื่อให้การสนับสนุนเชนีย์และรัมสเฟลด์ ที่ตอนนั้นกำลังลงสมัครรับเลือกตั้งในทีมบุช รวมทั้งบุคคลอีก 4 คน ที่ต่อมาร่วมอยู่ในรัฐบาล คือสตีเฟน แคมโบน, ลูอิส ลิบบี้, พอล วูลโฟวิตช์ และจอห์น โบลตัน
       
       ในหนังสือชื่อ ‘เตรียมพร้อมรับมือกับอิหร่าน ที่พร้อมนิวเคลียร์’ (Getting Ready for a Nuclear-Ready Iran) ที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนตุลาคมที่แล้วมา ดอลเนลลีวิเคราะห์อิหร่านกับอาวุธนิวเคลียร์ และชี้ชัดว่า เป้าหมายในที่สุดของอิหร่านคือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ อันจะเป็นการกีดขวางทางของสหรัฐในตะวันออกกลาง และเขาเรียกรัฐบาลบุชว่า ‘โครงการแปรรูปตะวันออกกลาง’ ("project of transforming the Middle East")
       
       ในการประเมินฐานะของอิหร่านในความสัมพันธ์กับสหรัฐ ดอนเนลลีเห็นแย้งกับท่าทีอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐที่ถือว่า อิหร่านเป็นประเทศหัวรุนแรง ที่พร้อมกระโจนสู่สงครามได้ทุกเมื่อ คือเขาถือว่าอิหร่าน ‘เป็นแค่ประเทศที่ปกป้องฐานะเก่า’ ประจำย่านของตน และเห็นว่า ‘เป็นตัวกีดขวางโครงการแปรรูปย่านนี้’ แต่เขาก็เข้าใจว่า จนถึงขณะนี้ อิหร่านก็ยัง ‘ไม่สามารถสะกัดกั้นการปรากฏตัวของสหรัฐ ที่แทรกเข้าในย่านอ่าวเปอร์เซียและอาณาบริเวณโดยรอบได้’ และเห็นว่า การรุกรานอิรัก ‘ทำให้กองทัพสหรัฐสามารถโอบล้อมอิหร่านได้โดยสิ้นเชิง’
       
       ดอนเนลลีเขียนว่า ที่ ‘นิวเคลียร์อิหร่าน’ เป็นปัญหาต่อสหรัฐ ไม่เฉพาะอิหร่านจะใช้มันทำสงครามนิวเคลียร์ หรือส่งผ่านมันไปให้ขบวนการก่อการร้ายเท่านั้น หากแต่โดยหลักแล้ว ‘มันเป็นเครื่องกีดขวางยุทธศาสตร์ของสหรัฐในตะวันออกกลางใหญ่*’ ด้วย
       (* the greater Middle East คือตะวันออกกลางและบริเวณนอกออกไป ในที่นี้คืออิหร่าน อัฟการิสถานและปากีสถาน)
       
       ดอนเนลลีกล่าวว่า ‘อันตรายใหญ่หลวงที่สุด’ ของสหรัฐ คือการที่ ‘พวกสัจจะนิยม’ จะสนับสนุนให้สหรัฐใช้วิธีการ ‘ถ่วงดุลอำนาจ’ กับอิหร่านที่มีหัวรบนิวเคลียร์ ซึ่งเท่ากับตีกระจับ ‘ยุทธศาสตร์ปลดแอก’ ของรัฐบาลบุช แม้ว่าดอนเนลลีจะไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่ก็มีหมายความโดยนัยว่า เป็นการขึ้นเข่าความเป็นไปได้ ที่รัฐบาลบุชจะใช้ยุทธศาตร์บุกอิหร่าน เพื่อเข้าไป ‘เปลี่ยนรัฐบาล’ นั่นเอง
       
       ดอนเนลลีเห็นว่า ศักยะภาพทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะโน้มนำผู้คนที่อยู่นอกแวดวง ‘นักบวชแห่งพวกจารีตนิยม-ใหม่’ (neo-conservative priesthood) ให้ไปเจรจาตกลง ‘ลดความตึงเครียด’ กับอิหร่าน ซึ่งก็คือยุติการครอบงำตะวันออกกลางทางการทหาร-การเมืองของสหรัฐลง โดยสิ้นเชิงนั่นเอง
       
       ในยุทธศาสตร์ของพวกจารีตนิยม-ใหม่ ตามแนวคิดของคอนเนลลีแล้ว เดิมพันที่รัฐบาลบุชใส่ใจมากที่สุด ในการเผชิญหน้ากับอิหร่านในครั้งนี้ คือโอกาสที่จะจัดลำดับชั้นของประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ให้เป็นไปตามความปรารถนาของสหรัฐเสียใหม่ ซึ่งก็คือการโค่นสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านลงนั่นเอง
       
       ฐานะของอิหร่าน

 
       ขณะเดียวกัน อิหร่านไม่ยอมรับว่า ผลประโยชน์ที่แท้จริงของตน คือผลักดันโครงการฟอกเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ให้ขึ้นสู่ระดับเผชิญหน้ากับสหรัฐเช่นกัน ตรงกันข้าม กลับหันไปทุ่มเทให้กับถ้อยแถลง เพื่อเรียกคะแนนนิยมต่าง ๆ ที่ว่าอิหร่านจะไม่มีวันละทิ้ง สิทธิอันชอบธรรมของตนที่จะเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ในทางสันติ
       
       จากข้อมูลที่ได้จากนักสังเกตการณ์จำนวนมาก ที่คุ้นเคยกับแนวคิดของทั้งสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่าน กล่าวเป็นการส่วนตัวมานานแล้วว่า อิหร่านควรแสวงหาการเจรจากับสหรัฐ เพื่อจะได้ทำความสัมพันธ์ทางการทูตให้เป็นปกติ และให้สหรัฐยอมรับบทบาทอันชอบธรรมของตน ในการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยในอ่าวเปอร์เซีย
       
       ตรีตา ปาร์สี ผู้เชี่ยวชาญนโยบายต่างประเทศอิหร่าน ประจำโครงการการระหว่างประเทศศึกษาขั้นสูง แห่งมหาวิทยาลัย Johns Hopkins School ซึ่งได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่านจำนวนมาก ในปี 2004 กล่าวว่า ตอนนี้อิหร่าน “กำลังพยายามฟื้นฟูกฎระเบียบทางการเมืองในย่านนั้นเป็นหลัก”
       
       นาจเมห์ โบซอร์กเมห์ร นักหนังสือพิมพ์อิหร่านที่ตอนนี้เป็นบัณฑิตแลกเปลี่ยน ประจำอยู่ที่สถาบัน Brookings Institution ก็เห็นด้วยในความคิดข้างต้น อาศัยที่เธอทำข่าวเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านมานานหลายปี โบซอร์กเมห์รกล่าวว่า “อิหร่านต้องการต่อรองกับสหรัฐ ในบทบาทของตนในย่านนั้น” รวมทั้งให้ถอนการคว่ำบาตร และรับประกันว่าสหรัฐจะไม่โจมตีตน เธอกล่าวอีกว่า เตหะรานกำลังมองหากระเดื่องในการเจรจา และ “การฟอกเชื้อเพลิงก็กลายมาเป็นเบี้ยให้ใช้พอดี”
       
       โบซอร์กเมห์รกล่าวว่า ชาวอิหร่านเห็นว่า พวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งในการดึงรัฐบาลบุชมาสู่การเจรจา เพื่อที่จะได้บอกกับสหรัฐว่า “คราวนี้พวกเราจะทำให้แกลำบากบ้างหละ” ส่วนปาร์สีกล่าวว่าทัศนะในหมู่เจ้าหน้าที่อิหร่าน ที่เห็นสหรัฐปฏิเสธการเจรจาทางการทูตในปี 2003 นั้น ก็คือพวกเขารู้สึกว่าตนสามารถที่จะทำให้สหรัฐเจ็บแสบ จนหันมาสนใจได้
       
       ในทัศนะของปาร์สี การที่สหรัฐปฏิเสธในครั้งนั้น ยืนยันความสงสัยของอิหร่านที่ว่า สหรัฐไม่ได้มีปัญหากับอิหร่านในนโยบาย หากแต่เป็นอำนาจมากกว่า ข้อสรุปของอิหร่านในครั้งนั้น ช่างคล้ายคลึงกับการวิเคราะห์เจาะลึก ในวัตถุประสงค์ของรัฐบาลบุชของดอนเนลลีเสียนี่กระไร
       
       แต่จากมุมมองของฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน สิ่งที่อิหร่านต้องการจริง ๆ ไม่ใช่อาวุธนิวเคลียร์ หากแต่เป็นการยอมรับ ให้ตนมีอำนาจสูงสุดในย่านอ่าวเปอร์เซียต่างหาก ซึ่งจะได้มาก็ด้วยการต้องไปเจรจาทำความตกลงทางการทูตกับสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
       
       และสำหรับการที่รัฐบาลบุช จะยืนยันในอำนาจของตนเหนือตะวันออกกลางต่อไปให้ได้ ก็มีเพียงวิธีเดียวที่จะทำได้ คือการขู่จะใช้กำลัง หากการนั้นล้มเหลว ก็คือต้องทำสงครามกับอิหร่านเท่านั้น
       
       Gareth Porter is a historian and national-security policy analyst. His latest book, Perils of Dominance: Imbalance of Power and the Road to War in Vietnam, was published last June.
       
       (Inter Press Service)
จาก http://www.manager.co.th


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปฐม วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

มันคือการตบตาและหลอกลวงชาวโลกไปวัน ๆ ของไอ้กัน เพราะทุกครั้งที่มันจะกระทืบใครก็ต้องยกข้อหานิวเคลียร์มาอ้างเสมอ แล้วสุดท้ายแล้วผมก็แทบไม่เห็นตามอ้างเลย

พูดไปก็เท่านั้น

เบื่อโคตรครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Kati วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

สวัสดียามดึกครับ

ขอบคุณในการนำประเด็นข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจมานำเสนอ ประเด็นนี้ ผมเข้าข้างอิหร่าน และเห็นด้วยในการแข็งขืน เพื่อต่อสู้กับมหาอำนาจเช่น สหรัฐอเมริกา

เพียงแต่วิธีการ กลยุทธ์ กลวิธี ยังต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะความบ้าระห่ำของสหรัฐฯ ยังสามารถก่อกรรมทำเข็ญได้อีกมาก

อีกทั้ง ผมเห็นว่า อิหร่านไม่ควรโน้มเอียง ไปสู่การส่งเสริมสงครามก่อการร้ายทั่วโลก เพราะเท่ากับจะทำให้สถานะในเวทีนานาชาติของอิหร่านตกต่ำ

แต่ควรต่อสู้ในฐานะประเทศมุสลิม ซึ่งมีเอกราช อิสรภาพของชาติ เป็นสิ่งอธิบาย

สนับสนุนอย่างยิ่ง ในท่าทีของอิหร่าน
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผ่านมาระบาย วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Sodoyouthinkyoucanblog
Keep reading and tell me what i am   

จะเอาอะไรกับเมกา
แต่งบทละคร แหกตาชาวโลก ไปวัน ๆ
..............................



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
amalit1990 วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amalit1990
ศานติ เพื่อ แสวงหา

บุช มันคือซาตาน กลับชาติมาเกิด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน