• สาครงค์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sinchai35@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 71498
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
วรรณกรรมสมัครเล่น
สาระพอประมาณ ประสบการณ์แลกเปลี่ยน แวะเวียนมาบอกเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij
วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2558
Posted by สาครงค์ , ผู้อ่าน : 1307 , 17:48:40 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน chailasalle , moonlight และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

                                                             เที่ยวอังกฤษ ไม่ติดใจ แต่อยากไปอีก (ตอนที่ 1 )

 

     ห่างหายจากวงการอ่านและเขียนของโอเคเนชั่นบล็อกไปเสียนาน  นานจนวรรณศิลป์หลังแป้นพิมพ์เริ่มจะจิดจางลงไปทุกขณะ  จวบกระทั่งได้ไปสัมผัสกลิ่นอายความหนาวเย็นของเมืองที่เราพากันเรียกว่าเมืองผู้ดีมาในช่วงกลางเดือน มิถุนายนที่ผ่านมา  ความกระหายที่จะเล่าเรื่องแบบไม่เปลืองเวลาจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

          เอาเป็นว่ามีประสบการณ์เปิ่น ๆและความสนุกเล็ก ๆ มาฝากกันบ้างดีกว่าเขียนยาว ๆ น่าเบื่อละกัน

            อังกฤษ  สก็อตแลนด์ เวลล์  3 ประเทศที่แม่บ้านผมเลือกมาทัวร์แบบห้ามปฏิเสธครั้งนี้  เริ่มที่เมือง Wembley ว้าว..พักที่โรงแรมที่อยู่เกือบติดสนาม Wembley เลย สนามนี้มีชื่อเสียงโด่งดัง  เป็นสนามกลางที่ใช้แข่งฟุตบอลอังกฤษนัดสำคัญ รวมทั้งนัดชิงชนะเลิศ FA Cup   แต่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมทัวร์  จึงไม่มีเวลาที่จะเดินไปถ่ายรูปหน้าสนาม เช่นสองหนุ่มในทัวร์ที่แอบไปกดแชะ ๆ กันก่อน Check in     อากาศหนาวเริ่มทักทายเราวันแรกเมื่อถึงที่พักตอนหนึ่งทุ่มก็แค่พอทน 13 องศาเซลเซียส   แต่ที่ไม่พอทนก็เรื่องอาหารเย็นนี่สิ  นึกว่าทัวร์จะจัดให้เรา  ก็เปล่า ถามกันไปมาได้ความว่าอาหารมื้อก่อนลงเครื่องนั่นแหละเป็นอาหารเย็น  อ้าว  ก็ฉันกินไปนิดเดียวนี่นา  นึกว่าจะมีอีก หันมาหาภรรยา  แกทำตาเหมือนว่าสามีแกขี้งกจัง  ไม่ดูรายการทัวร์ให้ดี 

            เมื่อคืนอดกินอาหารเย็นหนัก ๆ เหมือนอยู่บ้าน   เช้านี้เลยจัดหนักกับบุฟเฟท์ English Breakfast แบบว่าแวะเติมมันทุกจุดที่มีอาหารวางอยู่  ไส้กรอกรสชาดแปลก . ถั่วลิสงอบซ้อส  เห็ดผัดน้ำมัน   เบคอน  ไข่ดาว  ตามด้วยซีเรียล  กาแฟ  จัดเต็มไม่แพ้ใครในกรุ๊ป   แล้วก็ไปเที่ยวชมเมืองในฝันของผม  นครลอนดอน

              เริ่มกันที่   พระราชวังบัคกิ้งแฮม ซึ่งเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษมาช้านาน   

                                                                                                                                                          (อนุสาวรีย์พระนางวิคทอเรีย)              

       แต่ใครที่ไปที่นี่ก็ได้เพียงแต่ชมความงดงามอยู่นอกรั้วซึ่งเป็นลานกว้างใหญ่เท่านั้น  แต่จะมีไฮไลท์ตรงที่ความน่าทึ่งของทหารรักษาพระองค์ชุดสีแดงขณะเปลี่ยนเวรยาม  ซึ่งก็ต้องไปให้ตรงเวลา 11.00 น.จึงจะได้ชม  ส่วนคณะเรางานนี้ แห้วครับ  อดดู   เอาเหอะ เป็นบุญตาและได้มาถ่ายรูปกับพระราชวังของกษัตริย์อังกฤษ  พร้อมอนุสาวรีย์พระนางวิคทอเรีย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวหลาย ๆ ชาติก็พอใจแล้ว    เอาละครับถ่ายรูปได้ 15 แชะ  กระหืดกระหอบไปรอบ ๆ ลานกว้างได้ 20 นาที  ต้องสาวเท้าไปเดินตามธงกินเจ ( ธงที่ไกด์ถือสีเหลือง ๆ ) เป้าหมายที่ไกด์บอกก็คือไปนั่งชิงช้าสวรรค์ยักษ์ละ   และก็เหตุที่ใจกลางมหานครลอนดอนนั้นเต็มไปด้วยสิ่งสวยงามชวนให้เนื้อเต้นเสียนี่กระไร      บ้านนอกอย่างผมจึงเดินไปแบบถ่วงเวลากรุ๊ปทัวร์ไป เรื่อย ๆ  ก็ไม่ใช่ไรหรอก   ระหว่างทางเดินแบบจ้ำพรวด ๆ  ก็พบวิหาร เวสมินสเตอร์ ( Westminster Abbey ) อยู่ซ้ายมือ 

           

 

 

 

                                                                          

ซึ่งด้านหน้าเห็นผู้คนจำนวนมากมายืนรอดูการทำพิธีฉลองอะไรซักอย่าง  แต่อีตาไกด์ก็เดินถือธงไปเรื่อย  ไม่รอใครเลย  ไอ้เรารึอยากจะเข้าไปดูภายในวิหารที่ซึ่งเคยเป็นที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงไดอาน่าคนงาม  ก็ได้แต่ยิงภาพระยะไกลแล้วรีบเดินต่อ  ชะรอยไกด์คงกลัวอาเจ็ก อาแปะ แก่ ๆ สี่ห้าคน(รวมผู้เขียน ) ในกรุ๊ปเราหลงเข้าไปในฝูงชนแล้วทำให้เสียเวลาก็อาจเป็นได้    พอเดินมาอีกหน่อย โอ๊ะ นั่นหอนาฬิกาบิ๊กเบน ( Big Ben) อยู่ติดกะเราในระยะประชิดเลย  ใครไม่หยุดถ่ายรูปก็โง่เซ่อแล้ว   เราจึงกดชัตเตอร์แบบไม่ยั้ง   โดยไม่เว้นภาพที่ติดกับ อาคารรัฐสภา( เดิมคือพระราชวัง Westminster )  สีทองเหลืองอร่ามบนสถาปัตยกรรมแบบโกธิคอันสวยงามยิ่งนัก   เอาละทีนี้ดูคนโน้นคนนี้พวกเราดูจะแตกแถวเพราะกับไกด์กันใหญ่  เพราะระหว่างเดินข้ามสะพาน Westminster  ความเพลิดเพลินก็บังเกิดกันถ้วนหน้า  

          ยิ่งได้ยินเสียงระฆังยักษ์ 4 ใบที่อยู่บนยอดของนาฬิกายักษ์ตีดังเหง่งหง่างกังวานไปไกล เราก็ยิ่งจะอินกะบรรยากาศเสียเหลือประมาณ  ใจก็อยากจะอยู่บริเวณนั้นให้นานจนชุ่มฉ่ำกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยโบราณสถานอันงดงามของสองฝั่งแม่น้ำเทมส์   ฮ่า ๆ  ยิ่งคนบ้าถ่ายรูปอย่างเราละก็  ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มคนมุงเล่นไฮโลว์บนทางเดินของสะพานเวสมินสเตอร์  เอ๊ยไม่ใช่ มุงแทงลูกบอลว่าอยู่ในถ้วยไหนใน 3 ถ้วยตะหาก   ฝรั่งมุงนี่ก็ช่างหาเรื่องเสียตังค์ให้ไอ้นักมายากลหลอกแท้ ๆ ว่าแล้ววิญญาณนักพนันก็เข้าสิงเรา

          “ เดี๋ยวพี่ขอลองหน่อย”  พร้อมกับควักแบ๊งค์ 5 ปอนด์ออกมา

           เพี๊ยะ  โดนฝ่ามืออรหันต์เข้าที่ไหล่อีกแล้ว  “ จะบ้าเหรอ พี่นี่ พวกเค้าเดินไปโน่นกันแล้ว  เดี๋ยวก็หลงหร็อก”    เออจริงของแก  เฮ่อ .. เสียดายที่ไม่ได้เสียตังค์ 

             และแล้วเราก็มาถึงชิงช้าสวรรค์ ที่ปัจจุบันจากที่เคยสูงที่สุดในโลกกลายมาเป็นลำดับ 3 ของโลก  ก็คือ ลอนดอนอาย ( London Eye) นั่นเอง  อ่านว่าลอนดอนอายแบบไม่มี s จริง ๆ ครับ  เออเนาะจะอายใครไม่รุ้สิ      เดินมาไกลจนเหงื่อซึม   แล้วพวกเราก็มาหยุดรอล้อมธงเหลืองของเราที่บันไดทางขึ้น  เพื่อรับบัตรคนละใบ   คิววันนี้คนแน่นเอี๊ยดเลย  ต้องต่อคิวนานมาก  แต่ก่อนต่อคิวเขาให้เราเข้าไปดูหนัง 4D ในโรงหนังเล็ก ๆ แป๊บนึงพอได้เปียกละอองน้ำที่โปรยลงมาในความมืด   เป็นเรื่องเกี่ยวกับลอนดอนล้วน ๆ   แล้วก็ถือบัตรคนละใบ( เก็บมาเป็นที่ระทึกเช่นเคย)  ขึ้นกระเช้าไปสวีทกันบนฟ้านู่น  

     คู่อื่น ๆ เขาสวีทกันน่ะครับ  สไตล์ฝรั่งละก็ไม่ค่อยจะเลือกที่  พอกระเช้าหมุนขึ้นที่สูงลิบลิ่ว แกคงเผลอคิดว่ากำลังจะขึ้นสวรรค์มั้งถึงได้จุ๊บกันโชว์ในขณะที่คนรึก็อยู่กันเต็มกระเช้าน่ะ   ขวางตาฉันจริง ๆ ( แหะ ๆ นึกอยู่ในใจ)    ด้วยความสูง 135 เมตร ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ก็ทำให้ผมและภรรยาตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย แม้จะเคยไปพิสูจน์ Singapore Flyer ที่สูง 160 เมตรมาแล้วก็ตาม  แต่วันนี้วิวข้างล่างดูจะสวยกว่าอ่าววิคทอเรียของสิงคโปร์  อาจจะเป็นเพราะความงดงามของสองฝั่งแม่น้ำเทมส์ที่เราได้เห็นนาฬิกาบิ๊กเบนกับพระราชวังเวสมินเตอร์ พร้อมกับสะพานสวย ๆ ในมุมสูงก็เป็นไปได้  ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ใช้เวลา ½ ชม.พอกับการอิ่มเอมกับกระเช้าลอยฟ้าหมุนครบรอบให้เราก้าวกระโดดลงแท่นเบื้องล่าง ทำเอาคนแก่อย่างเราเกือบหกล้ม   ก็ยังงงอยู่ว่า ทำไมมันไม่ยอมหยุดแบบนิ่ง ๆหว่า    แต่พอไกด์เดินมาตาม ให้ไปเที่ยวต่อก็เลยอโหสิกรรมให้มัน  รีบสาวเท้าไปขึ้นรถบัสต่อกันที่พระราชวังวินเซอร์ ( Winsor Castle )

                      แล้วเราก็ได้มาสัมผัสความอลังการงานสร้างของพระราชวังที่ได้ชื่อว่าใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก   “ โอ..มันเยี่ยมมากเลย ” เรารำพึงแบบเสียงพระเอก ตามคนอื่น ๆ เมื่อได้เข้ามายืนอยู่ลานโล่งด้านหน้าปราสาทหลังใหญ่ที่ก่อด้วยหินก้อนใหญ่ ๆ สีนวล ๆ แบบยุโรป   

เนื่องจากบริเวณพระราชวังมีเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดถึง 45,000 ตารางเมตร  อีกทั้งมีอาคารหลายหลัง ทั้งโบสถ์  วิหาร  ปราสาท  โรงเรียน  บ้านของพนักงานที่ทำงานในพระราชวัง  นักท่องเที่ยวอย่างเราจึงมีบุญได้ชมแค่อาคารส่วนหน้า  เช่นหอกลม( The round tower) ที่ดูคล้ายป้อมปราการและมีธงปักอยู่  และตัวปราสาทเดิม ที่เขาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมห้องต่าง ๆ ภายใน โดยต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูคนละ 17.30 ปอนด์  

                พอไหลเลื่อนเข้าไปข้างใน บัดดลก็ได้สำนึกของบ้านนอกว่า  “ เฮ้อ ทำไมฉันไม่เรียนให้สูงกว่านี้วะ ” จะได้อ่านคำบรรยายในแต่ละห้องให้เข้าใจได้หมด  โดยไม่ต้องหันมาถามคนข้าง ๆ ตลอดเวลา  แต่เอาเหอะ  ไงก็พอรู้ว่า  นี่ห้องบรรทมของกษัตริย์องค์ไหน    นี่ท้องพระโรง  แล้วนั่นก็ห้องแสดงอาวุธสมัยโบราณ  ของกำนัลจากประเทศต่าง ๆ  ก็ประมาณนี้แหละ  นอกนั้น  ไม่กระดิกเลย   ฮ่า ๆ   

                          ( ตัวปราสาทส่วนกลาง  เห็นหอกลม( The round tower )ด้านขวามือซึ่งในยุคแรก ๆ ทำด้วยไม้ )

             แล้วไอ้การที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงนัก  เราก็เลยสาวเท้าฉับ ๆ ไปถ่ายรูปข้างนอกดีกว่า  แต่ก็ไม่วายปล่อยไก่ให้คนใกล้ตัวเราทำตาดูหมิ่น  เพราะเราดันไปชี้ให้เขาดูว่า  “ดูสิฝรั่งที่มาเที่ยวที่นี่สิ เขาติดฟังเพลงกันเนอะเธอ  เดินเที่ยวแล้วยังฟัง Soundabout กันเป็นแถวเลย ”    แต่ความจริงเขาเช่าเครื่องบรรยายสิ่งที่อยู่ภายในห้องต่าง ๆ ในปราสาทต่างหาก  เหมือนมีไกด์ประจำตัว ยังไงยังงั้น  โธ่   เฉิ่มอีกแล้วเรา  แต่พอแม่คนเก่งของเราอธิบาย   เราก็เลยแก้เขินด้วยการชวนเขาไปเช่าไอ้เครื่องดังว่ามาฟังบ้าง

              “ ไม่เอา ๆ  พี่ฟังรู้เรื่องเหรอ ”

               อ้าว  พูดซะแบบนี้  ดูถูกช้างเท้าหน้าอย่างเรา เครียดเลย  เชอะ ! ไม่เอาก็ได้(วะ)

                     ออกจากวัง  ได้เวลาอาหารเย็นที่รอคอยมาหลายปี  หลายปีจริงนะครับท่าน  เพราะเคยอ่านหรือฟังมานักต่อนักแล้วว่า  นักการเมือง หรือไฮโซไทย  เวลามาประเทศอังกฤษจะต้องมานั่งกินเป็ดย่างเลิศรสร้านนี้  เป็นภัตตาคารอาหารจีน ชื่อ Four Season บนถนน Queenway  ย่าน Baywater  และวันนี้ ฮ่า ๆ ฉันก็ได้มานั่งชูคอเพื่อเอากลับไปคุยที่เมืองไทยได้แล้ว  ว่าฉันก็ได้ไปชิมมาเหมือนกัน   เออ แต่พอได้ชิม  จึงได้เข้าใจในบริบทของการปรุงอาหารในเมืองไทยว่า  พี่ไทยเราช่างปรับปรุงอาหารของชาวบ้านได้อร่อยกว่าเดิมทุกอย่างไป  เพราะเป็ดจานที่เสิร์ฟมาอร่อยสู้ที่ร้าน Four Season สาขาเม็กกะบางนาไม่ได้  หน้าตาก็ไม่น่ารับประทานเท่า  แต่ความนุ่มนวลของเนื้อไม่ห่างกันนัก  

         มื้อนี้นอกจากเราจะได้กินเป็ดย่างอร่อย ๆ แล้ว   ยังจะมีจานเด็ดของร้านให้อาเฮียอย่างเราได้รีบยื่นตะเกียบไปคีบอีกหลายอย่าง  อาทิกุ้งมังกร   หอยเชลล์ตัวใหญ่   แต่ก็สะดุด  เฮ่ย จานนี้อั๊วจะกินไงหว่า  กับกุ้งมังกรแบบของลื้อ  เพราะแกเล่นเอาปังตอสับทั้งเปลือกกุ้ง  แล้วผัดมันทั้งก้อนใหญ่ ๆ ซะงั้น   เลยเหลือเสียของเกือบเต็มจาน  เสียดายหาถุงพลาสติคไม่ได้   ม่ายงั้นจะหอบกลับมาแกล้มเบียร์ที่โรงแรมให้หนำใจ

                                                   ( กุ้งมังกรสไตล์ Four Season ให้ลูกค้าแทะนาน ๆ )

                  เอาเถอะ  ยังไงพวกเราก็อิ่มแปล้กันทุกคน  เพราะมีกับข้าวหลายอย่าง  ตบท้ายด้วยส้มฝานเป็นชิ้น ๆ ให้อาแปะร่วมโต๊ะดูดดังจ๊วบจ๊าบล้างปาก    มองหาแปะก๊วย  บัวลอยน้ำขิง   พนักงานเสริฟรู้ใจคนกินส่งเสียบกังวาน  “ หมกเลี้ยวค้าบบ ” พร้อมหัวเราะเยาะเรา  

                 “ เออ  อิ่มก็ได้วะ  “  ( เราคิดอยู่ในใจ )  ได้เวลาขึ้นรถบัสกลับโรงแรมไปลุ้นสภาพห้องพอดี 

        ถึงบรรทัดนี้ดูท่าแล้ว  ชักจะยืดยาวเกินไปแล้วกับงานเขียนอันอ่อนด้อยของผม  เลยต้องขอยุติก่อน  ไว้ไปต่อภาค 2 ดีกว่า     สวัสดีคร้าบ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 21/07/2015 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

นึกถึงกษัตริย์ไทย พระราชวังเป็นโรงงานสาธิต พระตำหนักประดับด้วยสุมทุมพุ่มไม้ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 17/07/2015 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ
นานแล้วไม่ได้กลับไปอังกฤษอีก..คิดถึงจังเลย..

ความคิดเห็นที่ 4 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 17/07/2015 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ยังไม่มีโอกาสไป อังกฤษ
อาศัย เที่ยวตามบล็อกไปก่อน

เรื่อง น่าอ่าน
ภาพ น่าชม

ดูคล้าย กับ อาหารบนโต๊ะ
(ชุด อาหารจีน)
จะมีพริก-น้ำปลา
หรือ พริก-ซอส ด้วย
สงสัยนำไปจาก ไทย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สาครงค์ วันที่ : 16/07/2015 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

ป้าลีครับ ผมได้ลองเป็นมื้อกลางวันครับสำหรับฟิชแอนด์ชิพ ก็พอรับได้ คงเพราะชอบทานปลาอยู่แล้ว ลอนดอนมีสถานที่น่าสนใจเยอะ และสวยงามจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 2 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
leetahiti วันที่ : 16/07/2015 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

ป้าลีมีโอกาสไปลอนดอนเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กำลังฤดูใบไม้ผลิ ดอกทิวลิปบาน ปรากฏว่าลมพัดผิวพวกละอองต้นไม้ เข้าตา กลับมาแพ้อยู่ 2 อาทิตย์
แต่ลอนดอนสวยดีนะคะ ชอบลอนดอน อาย ตอนกลางคืนเช่นกันค่ะ สวยดี
แต่แแอบผิดหวังกับ ฟิช แอนด์ ชิพ หลายคนบอกว่าไปลอนดอนต้องลองกิน ชิมไปครั้งแรก รสชาติแย่มาก ลองใหม่อีกร้านอื่น ก็ยังแย่อยู่ เลยยอมแพ้ค่ะ..ไม่กล้าลองอีก กลัวได้รสชาดเดิม

ความคิดเห็นที่ 1 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 16/07/2015 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

แต่ละอาคารงดงามตามแบบฉบับ สถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ หอนาฬิกาชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก กระเช้าชิงช้าสวรรค์สูงละฟ้ามองเห็นธรรมชาติจากมุมบนลงล่างน่าตืนตายิ่งนัก...ยังไม่มีวาสนาได้ไปสัมผัสเลย ขอบคุณภาพทั้งหมดครับคุณสาครงค์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน