• สาครงค์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sinchai35@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 39
  • จำนวนผู้ชม : 86920
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
วรรณกรรมสมัครเล่น
สาระพอประมาณ ประสบการณ์แลกเปลี่ยน แวะเวียนมาบอกเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij
วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน 2559
Posted by สาครงค์ , ผู้อ่าน : 1466 , 09:06:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน someone_in_somewhere , nitimada และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

                     

New York , New York  กับ Trip อันแสนไกล

         เพิ่กลับจากไปตามฝันที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดามาอย่างหมาด ๆ  พอจะมีเวลาว่างก็รีบนำเสนอนิวยอร์คเป็นตอนแรกไว้ก่อนเลยใช่แล้วครับ  Trip นี้ไกลสุด ๆ   สำหรับสว. อย่างผมที่ต้องทนทรมานอยู่บนเครื่องบิน สิริรวมทั้งเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงกับแวนคูเว่อร์แล้ว 18 ชั่วโมง   เล่นเอาเส้นสายในลำตัวไม่ยอมจะช่วยเราเดินเลยเมื่อลงจากห้องขังลอยฟ้า    แถมได้เวลาหลับนอนตามปกติไกด์ทัวร์ก็ไม่ยอมให้เข้าที่พักอีก   พาไปตะลุยนิวยอร์คทั้ง ๆ ที่ง่วงและไม่ได้อาบน้ำซะงั้น   แต่เราทั้งหลายก็จำยอม  เพราะความอยากเที่ยวเป็นทุน  เมื่อย ก็เมื่อย  ง่วงก็ง่วง  แต่ก็... มาเถอะครับเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังแบบที่เรียกว่าหลงจ้ง ( รวม ๆ )  ก็แล้วกัน 

              ผ่านการตรวจเข้มจากตม.( ตรวจมาก) ที่สนามบิน JFK   เป็นครั้งที่ 2 นับแต่ที่สนามบิน แวนคูเว่อร์  ก่อนเปลี่ยนเครื่องมานิวยอร์ค  ก็เพราะภัยจากผู้ก่อการร้ายในปัจจุบันนี่แหละ ที่ทำให้เราต้องถูก X- ray หลายรอบ   จากนั้นก็ขึ้นไปหลับ ๆ ตื่นในรถบัสตามความง่วงที่หลงเหลือ  ประมาณชั่วโมงครึ่งถึงเมืองแมนฮัตตัน   เพื่อที่จะลงเรือที่สวนสาธารณะแบตเตอรี่พาร์ค   อ้าว..เผลอข้ามไปละ  ขอย้อนไป  ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีเราได้ข้ามสะพานแขวนอันสวยงามและมีประวัติอันยาวนาน  คือสะพานแขวนบรู๊คลิน ( Brooklyn  Bridge )  ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก ทอดข้ามแม่น้ำอิสต์รีเวอร์ เชื่อมระหว่างเกาะแมนฮัตตันและย่านบรูคลิน ฟังไกด์ Brief อย่างรวดเร็ว ถึงความยาว ประวัติการสร้างอันน่าทึ่งเมื่อ 130 ปีก่อน  แต่ไม่ยักกะบอกว่าเกี่ยวกับหนังเรื่อง Brooklyn  หนัง Romantic Vintage ที่เราอยากดูหรือไม่  แต่ก็เอาเหอะ อย่างน้อยก็ได้นั่งรถผ่านเห็นวิวอันงดงามสองฝั่งสะพาน  รวมทั้งเห็นผู้คนเดินกันขวักไขว่บนสะพานก็พลอยได้บรรยากาศไปด้วยละ     ไปชมเทพีเสรีภาพ ( Statue of Liberty ) คนสวยกันดีกว่า

                 ไฮไลท์วันแรกของเราอยู่บนเกาะลิเบอร์ตี  เกาะเล็ก ๆ กลางอ่าวนิวยอร์ค    เราถือตั๋วราคา $ 18คนละใบ ลงเรือ Ferry  2 ชั้น  แต่ก่อนที่เท้าเราจะได้สัมผัสเรือ  พวกเราก็ได้รับการดูแลร่างกายกันทุกคนอีกรอบ   ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ    เจ้าหน้าที่เขาทำ Security Screening ทีละคน อีกแล้ว  เฮ้อ..น่าเบื่อ    แล้วเรือขนาดจุผู้โดยสาร 130 คนก็ วิ่งเอื่อย ๆ ขยายภาพเทพีเสรีภาพที่มองเห็นไกล ๆ ตอนเราอยู่ที่ท่าเรือให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามความตื่นเต้นของเรา  พอเรือห่างฝั่งอยู่กลางอ่าว เราก็ร้อง “ Oh my God “  เปล่าหรอกนะ  เสียงฝรั่งบนเรือรำพึงตะหาก  อันลาวอย่างเราก็ได้แต่ชวนชี้ ชวนชมกับศรีภริยาให้มองย้อนกลับไปทางด้านฝั่งแผ่นดินใหญ่ เห็นเมืองนิวยอร์คที่มีตึก New World Trade และตึก Empire State แทรกตัวอยู่

 

                                                 (    มุมมองเกาะแมนฮัตตันจากกลางอ่าวนิวยอร์ค )

                  

                     มองไปด้านหน้าเรือก็เห็นเทพีเสรีภาพชัดเต็มตาด้วยขนาดใหญ่โตเมื่อเทียบกับขนาดของนักท่องเที่ยวมากมายที่อยู่ด้านล่างตรงทางเดินรอบเกาะ

และส่วนหนึ่งที่ตีตั๋วราคาพิเศษได้ขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ภายในตัวอนุสาวรีย์ขึ้นไปอยู่ด้านบนที่เป็นฐานสี่เหลี่ยมของอนุสาวรีย์  ทำให้เห็นภาพเปรียบเทียบระหว่างผู้คนกับความสูงใหญ่ของตัวเทพีเสรีภาพซึ่งสูงจรดปลายคบเพลิงถึง 93.3 เมตรได้อย่างชัดเจน     นับเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของผู้มาเยือนเสียนี่กระไร   และแล้วก็เป็นอีกวาระหนึ่งที่กล้องนิคอนคู่ใจเราทำงานหนัก  รวมทั้ง Samsung S6 ก็ไม่น้อยหน้าที่เราต้องเอาความทรงจำมาใส่ไว้แล้วส่งไลน์ไปอวดชาวบ้านที่กรุงเทพฯทันที 

              แม้เป็นวันศุกร ก็ปรากฎว่านักท่องเที่ยวพากันมาชมอนุสาวรีย์ที่ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่านี้อย่างมากมาย  เรือเฟอรี่ผลัดเวียนกันมาและกลับออกไปอย่างไม่ขาดสาย  มองไปบนท้องฟ้าเห็นเฮลิคอปเตอร์บินวนไปมาไม่ต่ำกว่า 3 ลำ   ทีแรกผมก็คิดว่าเขารักษาความปลอดภัยกันเข้มเหลือคณา  แต่ถามไปถามมาได้ความว่า  นั่นมันเป็นบริการระดับ First Class โฉบไปร่วมชมอนุสาวรีย์ฯและสถานที่สำคัญๆ ในบริเวณนั้นเช่น เกาะ Ellis หรือตึกสูงอันมีชื่อเสียงของคนระดับเศรษฐี  พร้อมกับก้มลงมามองพวกเราอย่างเย้ยหยัน  ฮ่า ๆ   รวยซะอย่าง (  พวกเขาคงคิด)   แต่เอาเหอะ  พวกเราก็นินทาเขาและเปรียบเทียบว่า  คนที่บินอยู่ข้างบนก็ดีแต่ได้มองมุมสูง  สู้เราไม่ได้ที่ได้มีโอกาสแหงนคอตั้งบ่าเพื่อถ่ายรูปมุมสูงเสียดฟ้าแบบเห็นตั้งแต่เท้าที่มีโซ่ตรวนถึงคบเพลิงที่เทพีฯถืออยู่ตามสไตล์มาตรฐานของไทยเรา   “ นี่เห็นมั้ย... เป๊ะเลย ”  ผมโชว์ฝีมือถ่ายภาพให้ภรรยาดู  อิๆ  

                        

              ชื่นชมเทพียักษ์สีเขียว ๆ อยู่ได้ไม่นาน  เราถูกต้อนลงเรือเพื่อกลับขึ้นฝั่ง  นกนางนวลสิบกว่าตัวบินโฉบมาส่งเราดูเจี๊ยวจ๊าว เหมือนจะบอกว่า “ แล้วกลับมาอีกน้า "  อ้าวเริ่มเพ้อซะแล้วเรา  ยังไม่ทันไรเลย ... แล้วเราก็โบกมือลาเทพีคนงามให้เธอยืนถือคบเพลิงต่อไปอย่างอาลัย อาวรณฺ์

                    

                                                                     (   เรือ Ferry  ที่รับส่งนักท่องเที่ยว )

     ก่อนเวลาอาหารกลางวัน  เราไปต่อกันที่อนุสรณ์สถาน 9/11( National September 11 Memorial)   ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน โดยนั่งรถบัสต่อไปประมาณ 15 นาที  คราวนี้ได้มายืนอยู่ใกล้ ๆ อาคาร World Trade Center หลังใหม่  เป็นอาคารที่ถูกสร้างทดแทนตึกแฝด World Trade Center เดิมทั้งสองตึกที่ถูกเครื่องบินที่ผู้ก่อการร้ายขับพุ่งชนโดยเจตนาเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544  เรียกใหม่ว่า New World Trade Center ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่ 5 หลัง  แต่ตึกที่โดดเด่นสวยงาม และสูงที่สุดคือ ตึก One  World Trade Center  ที่ผู้คนถือว่าหลังนี้แหละเรียกว่าตึก New World Trade  โดยมีรูปทรงโมเดอร์นที่ดูแล้วเหมือนแท่งแก้วปริซึมสีเงินวาววับปลายเรียวแหลมขึ้นไป แต่แท้จริงแล้วโครงสร้างเป็นอาคารคอนกรีตสี่เหลี่ยมด้านเท่าที่ถูกห่อหุ้มด้วยสเตนเลสสตีลสะท้อนแสงเห็นชัดแต่ไกล มีความสูง 541 เมตร  บนพื้นที่ใช้งานจำนวน  104 ชั้น

               

        

                 ตรงนี้จึงเหมือนเป็นสัญญลักษณ์ที่ใครต่อใครต้องมายืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แบบว่าช่างภาพต้องตะแคงคอถ่ายให้เห็นถึงยอดตึกตามฟอร์มเดิมอีก  และต้องไม่ลืมที่จะไปยืนตรงที่ฐานของตึก World Trade เดิมทั้ง 2 ตึก ที่เขาไม่ได้สร้างอาคารใหม่คร่อม  แต่ได้ทำเป็นสระคอนกรีตสี่เหลี่ยมด้านเท่าขนาดใหญ่ ภายในมีน้ำตกไหลจากขอบสระลงไปในสู่หลุมสี่เหลี่ยมตรงกลางทุกด้าน ประหนึ่งจะหลอมรวมจิตใจคนที่ยืนรายล้อมนั้นให้ระลึกถึงดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตที่ถูกทับถมจมอยู่ใต้นั้น  เรียกว่า South Pool  และ North Pool แทนที่ แล้วจารึกชื่อผู้เสียชีวิตบนแผ่นแกรนิตรอบ ๆ ขอบสระ ซึ่งแม้ปัจจุบันก็ยังเห็นมีช่อดอกไม้วางอยู่ตรงชื่อเหล่านั้นอยู่ประปราย

                                                 (   สระน้ำคอนกรีตสร้างแทนที่ตึก World Trade Center  )

               

                 

   พวกเราวนเวียนถ่ายรูปและอ่านป้ายคำอธิบายต่าง ๆ อยู่ตรง South Pool  อย่างระรื่น   แต่ที่จริงเราก็ลืมไปว่าควรจะตีหน้าราบเรียบให้เข้ากับบรรยากาศแทนที่จะยิ้มโชว์ตีนกาถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เพราะเป็นสถานที่ไว้อาลัย กระทั่งเรียกบริเวณนี้ว่า Ground  Zero  ไม่ใช่มาแสดงความยินดีเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป   Oh.. I ‘m sorry  ผิดไปแล้วจ้า ( ได้แต่นึกอยู่ในใจ)   

            แล้วก็ได้เวลาที่ท้องเราเรียกร้องให้เติมของอร่อย ๆ   มื้อแรกบนแผ่นดินอเมริกาเป็นบุฟเฟท์อาหารญี่ปุ่น   บ๊ะนี่ฉันไม่ถนัดอาหารประเภทนี้ซะด้วย   แต่พอย่างเท้าเข้าไปในร้าน  โห... ฉันต้องเปลี่ยนใจตัก ๆ  ๆ  แล้วก็ตักอาหารบนถาดที่หลากหลายเสียจนไม่สามารถชิมได้หมด   และเราก็พากันชมว่า  “ เออของเขาเยอะอย่างชนิดที่ไม่เคยเห็นในเมืองไทยมาก่อน  “ 

              อิ่มท้องแล้วไปขึ้นตึกเอ็มไพร์สเตท [Empire State Building] กันดีกว่า

                  

             ใครที่เคยขึ้นตึกเบิร์ดคาลิฟาที่ดูไบแล้ว อาจจะร้อง  “ เชอะ ตึกนี้สูงไม่เท่าไหร่หรอก ”    แต่สว.อย่างเรายังไงก็ตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นตึกที่คิงคองเคยขึ้นมาขย่มในหนังฮอลลีวูดดังเมื่อตอนเรายังเป็นวัยรุ่น ฮ่า ๆ แล้วเราก็จะได้ชมเมืองนิวยอร์คแบบพาโนราม่าด้วย  และแล้วหลังจากแต่ละคนถือตั๋วราคา $ 22 ( แพงจัง ) เพื่อต่อคิวยาวเหยียด และผ่าน Security Screening ตามธรรมเนียม  เราก็ปรื๊ดขึ้นมาถึงชั้นที่ 86 จากความสูง 102 ชั้นของตึก  ได้เห็นวิวตึกสูงจำนวนมากเบียดเสียดกัน  เห็นตึกสำคัญ ๆรวมทั้งตึก World Trade Center  ไกลออกไปหน่อยเป็นทะเลที่สามารถมองเห็นเทพีเสรีภาพอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ไกลลิบลับ   และบางมุมที่เราสามารถเดินเป็นวงกลมรอบตึกก็จะเห็นแม่น้ำซึ่งเป็นสีน้ำเงินเชื่อมต่อจากทะเล

              

           

                สรุปว่าเราได้เก็บเกี่ยวอาหารตาบนมุมสูงลิ่วแบบ 360 องศาของเมืองดังระดับโลกจนอิ่มเอมเลยทีเดียว

Times Square  &  Central Park

         บ่ายแก่ ๆ แล้ว หลังจากเราดื่มด่ำกับศิลปะในตึกเอ็มไพร์สเตทกับวิวของเมืองนิวยอร์คแล้ว  เราก็ไปต่อกันที่ ย่านการค้าที่โด่งดังและเจริญที่สุดของอเมริกา นั่นคือ Times Square  ที่อยู่ตรงจุดตัดระหว่างถนนบรอดเวย์กับถนนเซเว่นเอเวนิว กลางมหานครนิวยอร์ค  ไกด์ทัวร์ให้เวลาเราชิล ๆ กับหนุ่มสาวชาวอเมริกันและนักท่องเที่ยวนา ๆ ชาติบนทางเท้า 2 ฟากถนน 1 ชม.เต็ม กับการชมสถานที่ ๆ เราเคยพบเห็นในภาพยนต์หลายเรื่อง  อีกทั้งเคยเห็นการ Count Down สู่ปีใหม่ที่ตระการตาทุกปี

                  

                                                          (   สองสาวท้าลมหนาวที่ Time Square )

                                                           ( Naked Cowboy คนนี้จะโชว์อะไรกันแน่  ไม่ยักจะมีหมวกวางไว้ )

 เออ  ก็ดูจะเฮฮาปาร์ตี้  คึกคัก ไปกับบรรยากาศของตึกสูง  ฝูงชน  ปนแหล่งบรรเทิง  ของนครที่มีชื่อเสียงระดับโลก  บางครั้งก็แอบถ่ายรูปกับฝรั่งที่แต่งแฟนซีแปลก ๆ เพื่อรอค่าทิปจากเรา ทำให้เราลืมคำว่าสว.ของเราไปพักหนึ่งเหมือนกัน

            เมื่อยนักก็ซื้อกาแฟไปนั่งจิบบนอัฒจรรย์คอนกรีต ( ทำไว้ทำไมก็ไม่รู้  ) เหล่ผู้คนปะปนกับวัยรุ่นให้เท่ ๆ เสียงั้น  มิใช่อะไร  เมื่อยมากครับ และเดินมาเจอที่นั่งพอดี

                

               เราก็ได้เพียงแต่นั่งเมียงมองสาว ๆบ้าง ตึกสำคัญ ๆ อย่างตึกนิวยอร์คไทม์บ้าง  โรงละครบรอดเวย์ทั้งหลายบ้าง    และก็รวมทั้งป้ายไฟขนาดมหึมาเต็มท้องฟ้าบ้าง พอที่จะเก็บเกี่ยวไว้ใน SD Card ของกล้องเรา   กระทั่งกาแฟรสจืดชืด หมดแก้วก็พอดีได้เวลาไปต่อที่ Central Park  สวนสาธารณะที่ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

              แต่แล้วก็รู้สึกผิดหวังอย่างแรงที่ได้เข้าไปสูดอากาศภายใน Central Park  ได้เพียง 20 นาที ไม่ทันจะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันแท้จริงของความอลังการณ์แห่งธรรมชาติของสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่มีเนื้อที่ถึง 2132.79 ไร่ ( 843 เอเคอร์)   “  ก็เวลาเรามีแค่นั้น “  เป็นคำพูดปลอบใจกันเองของลูกค้าทัวร์ของบริษัทนี้   แต่เอาละอย่างน้อยเราก็ได้ทำเนียนไปนั่งอยู่กลางกลุ่มของหนุ่มสาวที่เขาพากันมานั่งเล่น นอนเล่นอาบแดดกันที่สนามหญ้าอันเขียวขจี

             

            

     “ แค่นี้เองแย่จัง นึกว่าจะได้เดินไปถึงทะเลสาปกลางสวน “  ผมบ่นให้คนข้าง ๆ ฟัง   แล้วก็มีเสียงสะท้อนกลับว่า  “ อยากมากับชะโงกทัวร์ก็เป็นงี้แหละ “  เออ  จริงของเธอ    แล้วก็เป็นอันว่าพวกเราต้องทิ้งความเสียดายที่ไม่ได้เดินไปชมส่วนต่าง ๆ ของสวนสาธารณะที่วางแปลนไว้สุดจะหลากหลาย  อาทิมีทะเลสาปขนาดใหญ่  สนามเด็กเล่น สวนสัตว์  ลานกีฬา  ส่วนแสดงรูปปั้นแกะสลัก   สถานบันเทิง  สวนดอกไม้ ฯลฯ  เพราะได้เวลาอาหารเย็นที่ร้านอาหารจีน และเข้าที่พัก( โรงแรม ฮิลตัน ) 

                 ก็เป็นอันว่าเรื่องเล่านิวยอร์คแบบย่อ ๆ ของผมก็คงต้องเอวังลงด้วยประการที่จะให้มีสาระพอประมาณ  ไม่ยืดยาวดั่งสารคดีท่องเที่ยว  ก่อนจบผมอยากจะบอกท่านเหมือนเพลงที่คุณลุง Frank Sinatra แกร้องเพลง New York , New York ช่วงหนึ่งว่า“ I want to wake up in the city that  never sleeps “

              ครับวันนั้น ผมคิดในใจตามนั้นเลย  แล้วพบกันใหม่ภาค 2 ครับ  





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
nitimada วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

ซองที่ระลึก กอล์ฟโลก ครั้งที่ ๒๓ - ๓ ธันวาคม ๒๕๑๘

"ผมเพิ่มเติมข้อมูลให้ว่า การแข่งกอล์ฟครั้งนั้นจัดขึ้นที่สนามกอล์ฟนวธานี ถนนเสรีไทย กรุงเทพฯครับ ยังมีป้ายติดอยู่ที่ประตูทางเข้าสนาม"

ขอบคุณมากค่ะ เพื่อนๆ อ่านแล้วก็จะได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอีก

ดีจัง กรุณาเติมให้บ่อยๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 30/06/2016 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

เคยไปค่ะ แต่ที่ไม่เคยเห็นก็คนโป๊นี่แหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
nitimada วันที่ : 29/06/2016 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

แสตมป์ Elvis Presley "Like a river flows surely to the sea Darling, so it goes .. hm"


"ตกลง Stamp Elvis มีจริง ๆ เหรอ คงเป็นของมีค่าเนอะ ผมต่อเพลงนั้นให้อีกหน่อย something are meant to be. Take my hand take my whole life too..5555 พอละ "

แสตมป์เอลวิส มีจริงๆ 20 ดวงตามที่ลงไปน่ะค่ะ บล็อกนี้เป็นบล็อกนักสะสมสะเปะสะปะ หากลงแสตมป์ภาพนก ก็จะพาดหัว "นกน้อยเจ้าโผบิน..." อะไรทำนองนี้ค่ะ อย่างวันนี้ลงแสตมป์ภาพเหยี่ยวและนกเงือก ดิฉันก็พาดหัวว่า

แสตมป์จีน "เหินฟ้าถลาลม กางปีกบังพโยมว่อนฟ้า" คนไม่คุ้นอย่างคุณอ่านแล้วก็งง เพราะจะเสนอความรู้เรื่องเหยี่ยว เรื่องแร้งดำหิมาลัยค่ะ

ขอเชิญไปชมแบบค่อยๆ ชม มีแสตมป์ มีเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึกของจังหวัดต่างๆ ในไทย กับหนังสือพระราชนิพนธ์ค่ะ

ยังมีแสตมป์คนดัง อย่างมาริลิน มอนโร เจมส์ ดีนส์ สองคนดังที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุไม่มากและ ฯลฯ อีกค่ะ

ขอบคุณแรกที่ต่อเพลงให้อีกหน่อย มีเพื่อนบล็อกนำลิงค์เพลงมาลงให้ด้วยแล้วค่ะ

ขอบคุณสอง ที่กลับไปบล็อกดิฉันอีกครั้ง
ขอเชิญไปอีกด้วยความยินดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nitimada วันที่ : 29/06/2016 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

แสตมป์ Elvis Presley "Like a river flows surely to the sea Darling, so it goes

"เป็นแฟนเพลงเอลวิสเหมือนกัน แต่อ่านแล้วเนื้อเรื่องเป็นประวัติเอลวิสซึ่งไม่ตรงกับหัวข้อเรื่องวันนี้เลยครับ นึกว่ามีการออกแสตมป์ประเทศไหน อย่างไรน่ะครับ"

ขออภัยค่ะ
ภาพเอลวิส ถือไมโครโฟนอยู่ ดิฉันเลยงึมงำร้องเพลงตามน่ะค่ะ

ครั้นจะลงเนื้อเพลง ดิฉันนำเพลงมาลงไม่เป็น แฟนานุแฟน ก็จะต่อว่า เลยลงประวัติเอลวิสสั้นๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เฟื่อง วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

หนุกจัง
ตังค์อยู่ครบ

ความคิดเห็นที่ 5 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Konpakkred วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konpakkred



เยี่ยมมาก !
ภาพ Naked Cowboy น่าจะมี Front side นะ... 5555

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สาครงค์ วันที่ : 15/06/2016 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

ตอบนายยั้งคิด ถูกต้องแล้วครับ พวกเราจะไม่ค่อยเท่าไหร่ คนจีนเฮฮามากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยายนวล วันที่ : 15/06/2016 เวลา : 08.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vansuk

ภาพสวย สำนวนปนอารมณ์ขัน

อยากไปจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/06/2016 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เฉพาะบริเวณ 9/11 สำรวมกันหน่อยก็จะเหมาะกว่านะครับ คนไทยไม่ค่อยจะดูกาละเทศะกันเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 12/06/2016 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เมื่อก่อนขึ้นไปในเทพีเสรีภาพได้เลยครับ จะเป็นบันไดวนไปจนถึงมงกุฏสามารถชมวิวได้เลยครับ http://www.oknation.net/blog/nfedlion/2012/09/13/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน