• สาครงค์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sinchai35@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 39
  • จำนวนผู้ชม : 82521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
วรรณกรรมสมัครเล่น
สาระพอประมาณ ประสบการณ์แลกเปลี่ยน แวะเวียนมาบอกเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij
วันอังคาร ที่ 11 กันยายน 2561
Posted by สาครงค์ , ผู้อ่าน : 1720 , 23:03:59 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน Chaoying , toondee และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

               ฟังเพื่อนขาเที่ยวเม้าส์ให้ฟังอย่างแตกฟองเสียหลายครั้งหลายครา   เรื่องการเช่ารถขับตระเวณเที่ยว รอบเกาะทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์  พอรวมความอยากและทุนทรัพย์จนได้ที่  จึงชวนภรรยาและเพื่อน ๆ อีก 2 คนรวมเป็น 4 ชีวิตกำลังเหมาะกับรถ 1 คัน ไปพิสูจน์ความงดงามของธรรมชาติบนแผ่นดินที่ได้ชื่อว่า “ สวรรค์แห่งซีกโลกใต้ ” 

             เดิมนั้นได้ชักชวนเพื่อนไว้หลายคน  แต่ได้ความพร้อมเพียง 4 คน  ก็นับว่าสะดวกไปอีกประการกับการเดินทางด้วยรถ SUV  Toyota Hylander ที่จองไว้ล่วงหน้าทาง Internet  ซึ่งเคยเห็นมาก่อนแล้วว่านั่งได้สบาย ๆ  และรองรับกระเป๋าใบใหญ่ได้พอดิบพอดี

 

                                                            ( รถคันนี้ที่พาเราไปตลอดทาง )               (  รถคันนี้ที่พาเราไปตลอดทาง )

      ทีมนักผจญภัยชุดเล็กก็ออกเดินทางในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ( Autumn )    แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง  ยังไม่ทันพ้นเขตประเทศไทย  ความตื่นเต้นเร้าใจก็มาเยือนเป็น Shot แรกที่ต้องเจอปัญหากับการออกตั๋วที่เราต้องไปขอออกที่สนามบิน  พนักงานที่เคาน์เตอร์สายการบินดันบอกเราว่าออกตั๋วให้ไม่ได้  เพราะนามสกุลใน Passport พร้อม Visa ซึ่งสะกดตรงกัน   แต่เอกสารที่สถานทูต Print ในวันที่เราไปยื่นขอวีซ่าดันไม่ตรงกัน  ซึ่งเป็นความผิดของเขาที่พิมพ์นามสกุลเราโดยไม่ใส่ Hyphen ตรงกลาง   เล่นเอาใจคอไม่ดี  นึกว่าแห้วซะแล้ววันนั้น ...

                         จากสุวรรณภูมิไปลงไครต์เชิร์ส( Christchurch ) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะใต้ตามแผนการที่ Print มา 4 หน้ากระดาษของการทัวร์เฉพาะเกาะใต้  แล้วก็ได้เวลาตื่นเต้นแบบ Adventure ตามลายแทงของหวานใจผมที่สู้อุตส่าห์ค้นหารวบรวมมาได้ซะที

               ไปรับรถก่อนเลย   ใช่ครับจองรถกับบริษัทที่มีชื่อเสียงไว้แล้ว  ลุ้นแรก “ ได้รถดีหรือเปล่า... “   ก็กลัวไปมีปัญหากลางทางละก็จะทำอะไรไม่ถูก ต้องกินข้าวลิงละก็แย่เลย    แต่ลุ้นแรกในทันใดก็ต้องเปลี่ยนไปที่ “ รถมันอยู่ตรงไหนวะเนี่ย “    เอ้าบอกให้รอตรงนั้นแล้วไหงรถไม่มาส่งให้เราตามนัดล่ะ  เอาละสิ  ผ่านไป 40 นาทีแล้วไม่เห็นรถแบบที่เราจองผ่านมาซะที  ชักกังวล  เฮ้เมื่อยแล้ว  ลงเครื่องแล้วก็เจออุปสรรคเลย  แต่ในที่สุดหลังจากโทร.ไปหาพนักงานบริษัทรถเช่านั้นเป็นรอบที่ 3   จึงได้รู้ว่ารถที่วิ่งโฉบเข้ามาตรงที่นัดหมายที่เป็นรถตู้น่ะ  เขาให้เราขึ้นไปก่อนเพื่อจะได้พาไปบริษัทเพื่อทำสัญญากันก่อน    แล้วจึงค่อยรับรถรุ่นที่ตกลงกัน

                  “ แล้วตูจะรู้มั้ยเนี่ย  ไม่บอกก่อนนี่หว่า “  เรา 4 คนรุมใส่เขา

         แล้วพอถึงบริษัทฯ ก็ต้องสุมหัวกันใส่เขาซ้ำสองอีก( แต่ออกมาฉอด ๆ กันข้างนอก Office นะ   กลัวเขาไม่ให้เราเช่า ฮ่า ๆ  )   เพราะพี่แกเล่นให้รอรถอีกเกือบชม. บอกว่าตอนนี้รถยังไม่เข้ามา  ปัทโธ่  หัวเสียแต่เช้าเลยเรา 

        เอาละ   “ อุปสรรคทำให้เราแกร่งกล้า “    ใครสักคนพูดให้พวกเราหัวเราะไว้ก่อนหลังจากเจอมา 2 อุปสรรคภายในวันแรกวันเดียว    แต่เราก็อดคิดไม่ได้ว่าจะเจออะไรอีกบ้างหว่า  เพราะต้องลุยกันไปอีกตั้ง 8 วัน   

           ก็ยังดีที่ในที่สุดได้รถสภาพค่อนข้างใหม่  เช็คเครื่องยนต์  น้ำมัน  และ GPS เรียบร้อยแล้ว  สุภาพบุรุษ อย่างเราขอเสี่ยงขับก่อนเลย   ที่ต้องใช้คำว่าเสี่ยงเนี่ยก็เพราะความปอดเล็ก ๆ จากความไม่เคยขับรถในต่างประเทศ ( สารภาพ )ซึ่งมีกฎจราจรต่างจากประเทศเราบ้าง  อีกทั้งโดนขู่จากพันทิพย์ว่าค่าปรับจราจรนั้นแพงมาก   แต่พอขึ้นจับพวงมาลัยก็จำต้องแอ๊คโชว์ความเก๋าให้ 3 สาวที่มาด้วยใจชื้นซะหน่อย 

          “  โอ๊ย..สบายมาก   ขับง่ายรถรุ่นนี้  แถมมี GPS  และเนวิเกเตอร์สาวนั่งอยู่ข้าง ๆ อีก  “ 

          “ ไป ไปเลยย...  ไปหาข้าวกลางวันกินกัน  “   เราสารพัดที่จะปลอบใจตนเอง  ฮ่า ๆ    แต่พอขับไปได้ยังไม่ทันจะพ้น Airport ดี  ปัญหาก็เกิดขึ้นอีก   ก็จะอะไรซะอีก   เจ้า GPS ที่เราลงทุนเสียตังค์เช่ามาติดไว้หน้ารถก็ดูไม่รู้เรื่อง  หรือเราไม่คุ้นกับของ ๆ เขาก็ไม่รู้   จึงต้องลองเปลี่ยนใช้ Google Map ในมือถือ และก็ปรากฎว่า    เออ..โล่งอกไปอีกเปลาะเพราะเปิดใช้แล้ว  ได้ฟังเสียงเพราะ ๆ จากสาวพูดภาษาไทย  บอกทางได้แจ๋วเลย “      เอาละเปลี่ยนเลย  ลองนำเครื่อง GPS ติดรถตัวนั้นกลับไปคืนบริษัทรถเช่า   เขาก็ยินดีคืนเงิน  NZD 55ให้    ก็เสียเวลาไปอีกนิด  ไม่เป็นไร  เดี๋ยวไปเร่งสปีดตอนกินอาหารเที่ยงดีกว่า   แล้วก็เป็นความบังเอิญที่เรายังเซ่อซ่ากับสถานที่อยู่   เจอร้าน Mc Donald ก่อนที่จะสะเปะสะปะหาร้านอาหาร  เราก็เลยแวะเติมพลังก่อนออกลุย

                                                            อาหารมื้อแรก

                 Let’s go…ผมแกล้งส่งเสียงบอกสาวในโปรแกรม GPS ( ก็ในโทรศัพท์มือถือน่ะแหละ )  หลังตั้งค่าเป้าหมายและกดเริ่มต้น   พลันเธอก็เปล่งเสียงอันไพเราะตอบมา  “ ไปทางตะวันตกบนถนนหมายเลข...”   สร้างความอุ่นใจในรถขึ้นมาทันที    กระนั้นก็ยังคิดว่าผู้โดยสาร 3 สาวเริ่มตื่นเต้นและระแวงว่าผมจะขับรถฝ่าฝืนกฎจราจรของประเทศนี้   เพราะถูกเตือนกันมาตั้งแต่ที่เมืองไทย  มีทั้ง Speed limit  ทั้งการขับรถข้ามสะพาน  หรือการจอดรถข้างถนน  ล้วนต่างจากบ้านเรา   เสียงเตือนกึ่งดุจากคนที่นั่งข้าง ๆ จึงดังเป็นระยะ ๆ 

               “ เร็วไป ๆ เขาให้ขับแค่ 80 พี่เห็นป้ายรึเปล่า “ 

           “  อ้าวเหรอ  ก็พี่เห็นถนนมันโล่ง  แทบจะไม่มีรถวิ่งเลย  “  ผมแก้ตัวทั้ง ๆ ที่เหลือบเห็นป้ายตัวเลขข้างทางเหมือนกัน    เอาละเราต้องใจเย็น ๆ ชมวิวข้างทางสวย ๆ  แบบไปเรื่อย ๆ ดีกว่า   จุดหมายแรกของเราวันนี้คือทะเลสาบเทคาโป ( Lake Tekapo )  และพักที่ “ The Godley Hotel “  ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบ    ระหว่างทางที่ใจเรานำหน้าไปถึงทะเลสาบนั้นแล้วได้ภาพเบื้องซ้ายขวาสวยงามประทับใจมาก  เพราะประเทศเขามีแต่ทิวทัศน์ที่เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี    ภูเขา  ประกอบกับฝูงแกะนับพันตัว

 

 

        สวยจนอยากจะจอดรถเพื่อถ่ายภาพ   แต่ก็ทำไม่ค่อยจะได้ เพราะต้องจอดในช่วงที่เขาทำไหล่ทางกว้างเท่านั้น   มิฉนั้นจะเป็นการกีดขวางรถคันอื่นที่ตามมา  เนื่องเพราะถนนเขาเป็นถนนกว้างเพียง 2 เลน  เว้นแต่ในเมืองใหญ่   เราจึงได้แต่ยกกล้องมือถือถ่ายภาพผ่านหน้ารถ  หรือบางครั้งก็ทำเป็นชลอรถเพื่อกดชัตเตอร์ให้ได้ภาพนิ่ง ๆ บ้าง     อันที่จริงการที่เขาจำกัดความเร็วในช่วงระยะทางไกลไว้แค่ 100 กม./ ชั่วโมงนั้น  ก็นับว่าเป็นผลดีกับการขับกินลมชมวิวในประเทศเขา  เพราะจะได้อิ่มเอมกับบรรยากาศมาก   ใครมาที่นี่แล้วติดนิสัยซิ่งรถแก้ไม่หายก็คงลำบาก  ดีไม่ดีโดนปรับแบบไม่รู้ตัว เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย  ซึ่ง เจอ Jackpot  กันมาหลายรายแล้ว 

             ผมขับรถตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่นั่งข้าง ๆ มาแบบจำยอม  เพราะแกกำกับตลอด   แต่พอผ่านไปประมาณ 1 ชม. ก็เริ่มจะคุ้นกับสภาพถนน  ทำให้แม่คุณสงบปากลงได้บ้าง  อิๆ   แต่พอดูแผนที่ ๆ บอกระยะทางใน GPS แล้วก็อยากจะเหยียบซะ 120 เหลือเกิน   แต่ก็ต้องสงบเท้าไว้ ยอมไปถึงทะเลสาบช้าหน่อยดีกว่าโดนปรับ    ยังไงก็ทันไปหาอาหารเย็นแถวนั้นกิน   และก็เป็นไปตามคาด  เราไปถึงทะเลสาบเกือบค่ำแล้ว

       

                                                  

                  พอเช็คอินที่โรงแรมเสร็จ  เราก็รีบเดินฝ่าลมหนาวขนาดประมาณ 12 องศาไปหาร้านอาหารมื้อเย็นมื้อแรก   ก็เป็นอาหารฝรั่งที่เราสั่งมาทดสอบกันพอตึงท้อง 

            เช้าตรู่แรกในนิวซีแลนด์   ลมแรงสุด ๆ  ยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่  กับการตื่นแต่เช้า  พระอาทิตย์ยังโผล่หน้ามาไม่ถึงครึ่งดวง  พวกเราก็รีบเดินออกจากที่พักไปเยือนริมทะเลสาบเทคาโป( Lake Tekapo ) ที่รู้สึกว่ามันสวยงามกว่าทะเลสาบประเทศอื่น ๆ ทั้งหมด     พอสายหน่อยก็ได้เห็นความเข้มของท้องฟ้าประดับด้วยเมฆแปลกตา  ควบคู่กันกับสีเทอร์คว้อยซ์ของผืนน้ำที่มี Background เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนที่มีหิมะขาวปกคลุม  ทำให้ภาพเบื้องหน้างดงามยิ่งนัก 

                                               (  ทะเลสาบเทคาโปยามเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ) 

 

 

 ตรงริมทะเลสาบมีโบสถ์หลังเล็ก ๆ ที่เขาบอกว่าหลังนี้เล็กที่สุดในประเทศของเขาชื่อ Church of Good Shepherd  ซึ่งน่าจะมีความเชื่อมโยงกับ อนุสาวรีย์สุนัขต้อนแกะที่อยู่ข้าง ๆ โบสถ์ที่มีคำอธิบายว่าสร้างขึ้นโดยกลุ่มผู้ประกอบกิจการในท้องถิ่นที่ซาบซึ้งในคุณค่าของสุนัขเลี้ยงแกะพันธุ์คอลลี่   แต่โบสถ์เขาเปิดสายมาก  พวกเราเลยได้แต่ยืนชมและเก็บภาพโบสถ์เท่ห์ ๆ ไว้เป็นที่ระลึก

               หลังอาหารเช้าด้วยกาแฟและขนมรองท้องที่เราเตรียมมาจาก กทม.   ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อตามลายแทง คือเม้าท์คุก( Mount Cook ) ยอดเขาที่สูงที่สุดบนเทือกเขาเซาเทิร์นแอลป์   อากาศแจ่มใสมาก  ท้องฟ้าสีครามแต่ก็ยังมีฝนโปรยปรายลงมาพอที่ไอน้ำจะสะท้อนแสงแดดเกิดเป็นรุ้งกินน้ำอย่างเจิดจ้าโค้งเต็มวง  สวยและตื่นตาจนเราอดที่จะจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูปไม่ได้  แม้แต่ลมที่พัดมาปะทะเราแรงปานพายุอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน    และก็เช่นเดียวกับรถที่ตามมาอีก 2 คันที่จอดต่อท้ายแล้วลงมาประกวด Action กับรุ้งแข่งกับเรา 

 

                                                        (  เห็นรุ้งจากกระจกมองข้างรถก่อนที่จะจอดลงไปถ่ายรูป )

               อะฮ้า..เช้าแรกของการท่องเที่ยวมีรุ้งสวย ๆ ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราซะด้วย  นับว่าเป็นฤกษ์ดีจนผมอดไม่ได้ที่จะโชว์ลูกคอให้เพื่อนหมั่นไส้กับเพลง  “ Pocketful of Rainbow “ ของเอลวิส  เพรสลีย์( https://www.youtube.com/watch?v=8cOFNPgnxNs )ประกอบ Scene ไปด้วย

              เมื่อเวลาไม่เคยคอยใคร  เราจึงต้องทิ้งรุ้งแสนสวยให้อยู่เบื้องหลัง  ออกเดินทางตามคำสั่งสาวเสียงใสใน GPS  มุ่งสู่ ทะเสสาปวานาก้า (Lake Wanaka )  โดยเรา Set  เป้าหมายไว้ที่ Wanaka Kiwi Holiday Park & Motels  

              วันนี้เราเริ่มคุ้นชินกับการขับรถ  แต่ก็จำได้ว่าฝ่าฝืนป้ายจำกัดความเร็วตอนผ่านเมืองเล็ก ๆ ที่จำกัดแค่ 50 กม./ชม. เพราะลดคันเร่งไม่ทัน  ก็เห็นยังกะเมืองร้าง  ไม่เห็นผู้คนเลย  แหม  จะให้ขับช้าไปถึงไหน ( บ่นในใจ)    และก็มัวแต่แวะถ่ายรูปโน่นนี่  เลยต้องกินอาหารกลางวันเอาเมื่อเวลาบ่ายแก่ ๆ แล้ว   โชคดีที่ได้ Pizza อร่อยมากที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เลยอิ่มแปล้ไปตาม ๆ กัน  

    

             

            วันนี้ถึงที่หมายประมาณบ่าย 4 โมง  หลังจาก Check in  เข้าที่พัก  ตรวจสอบเครื่องครัวในห้องมีพร้อม  จึงออกไป Super Market ใกล้ ๆ  ซื้อเสบียงสำหรับมื้อเย็นและมื้อเช้าซึ่งไม่แพงมาก   แม่ครัวมือเอกของเราสองคน ประเดิมอาหารทำเองมื้อแรกด้วยสเต็กเนื้อราดน้ำเกรวี่  ตามด้วย ไวน์แดง Cabernet Sauvignonของออสเตรเลียพอได้ครึกครื้นยามค่ำ     อร่อยจนต้องเล็งไว้ว่าจะแอบหาซื้อไวน์ราคาแสนถูกนี้กลับบ้านให้ได้

          เช้าวันเสาร์  แม่ครัวเราจัด ขนมปังไข่ดาวไส้กรอก  เรียกว่า American Breakfast กันเลยทีเดียว  อิ่มแล้วก็ช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถไปเที่ยวกันต่อ  

            ออกจากที่พักมาแวะถ่ายรูปกันที่ริมทะเลสาบวานากา ( Lake Wanaka)    เป็นทะเลสาบแสนสวยอีกแห่งหนึ่งที่มีชายหาด ให้ลมหนาว ๆ พัดคลื่นเล็ก ๆ ขึ้นมากระทบฝั่งเสียงดังซ่า ๆเหมือนเรายืนอยู่ริมทะเลปานนั้น

         

 

                                                 ( สะพานไม้ที่ยื่นออกไปในทะเลสาบที่เป็ดและนกมารออาหาร ) 

                                                      (  ไม่โยนอาหารนะ  ขอถ่ายรูปกับนกด้วยละกัน ) 

 

ที่ดีไปกว่าทะเสสาบอื่นก็ตรงที่มีฝูง นกนางนวลส่งเสียงเกี๊ยวกร๊าวบินวนรอขออาหารจากนักท่องเที่ยวอยู่ตรงสะพานไม้เล็ก ๆ    เฮ้อ  ได้สัมผัสธรรมชาติ..ฟินเว่อร์ เสียดายนิดนึงที่ไม่ได้เห็นต้นไม้ใหญ่เท่ห์บนชายหาด ที่ใครมาก็ต้องถ่ายมุมนี้  แต่มองหาแล้วไม่ยักเห็น  อาจเป็นเพราะอยู่คนละมุมของทะเลสาบ  แต่ก็ช่างเถอะ  ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร  

               จากทะเลสาบวานากา  เรามุ่งหน้าไปครอมเวลล์ ( Cromwell )  เมืองแห่งผลไม้ของประเทศนิวซีแลนด์   เราไม่มีเวลาเข้าไปในเมืองเพื่อถ่ายภาพกับสัญญลักษณ์ของเมืองที่เป็นหุ่นปั้นแอปเปิ้ลยักษ์   แต่ก็แวะดูร้านผลไม้ที่ขึ้นชื่อของเขาซะหน่อย  ซึ่งก็ตรงกับจุดที่เราเห็นแล้วต้องลงไปถ่ายรูปต้นสนเปลี่ยนเป็นสียืนเหลืองอร่ามพอดี 

                                                             (ร้านผลไม้และไอศกรีมชื่อดัง )

                                                  ( ต้นสนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองที่ถนนด้านหน้าร้านผลไม้ )

                                              ( ถนนสาย Autumn Leaves  ที่คนขับรถทริปนี้ร้องเพลงนี้ไปด้วยจนผู้โดยสารรำคาญ )

             อันที่จริงเราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีตามทางที่เราผ่านมาเยอะแล้ว  แต่ตรงจุดนี้มันเด่นมากด้วยสีสันที่ต้นสนพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองออกมาตั้งแถวบอกว่ากำลังจะขอพักผ่อนในช่วงฤดูหนาวแล้วนะ 

            ถ่ายรูปต้นไม้เปลี่ยนสีกันจนพอใจก็ขับรถต่อ    ผ่าน Devil's Staircase เส้นทางวกไปเวียนมา  เลาะเขาเลียบทะเลสาบ  Wakatipu  แต่ไงแม้จะเป็นทางที่ขับไม่ง่ายนัก  ก็ยังดีกว่าแม่ฮ่องสอนของเราเยอะ  กว่าจะหลุดช่วงนี้ออกมาได้ เล่นเอาเครียดเล็ก ๆ  

     

                                              (ช่วงนี้แม้ถนนจะคดเคี้ยวก็งดงามด้วยใบไม้เปลี่ยนสี )

               แวะซื้ออาหารสดกับเติมน้ำมันที่ เทอะนาว (Te Anau) กันก่อน    ที่ปั๊มน้ำมันเล็ก ๆ ที่มี Super Market ขนาดย่อม ๆ อยู่ด้วย เนื้อที่ ประมาณ 1 ใน 4 ของปตท.บ้านเรา  เราตื่นเต้นเล็กน้อยหลังจากลงไปรุมล้อมตู้จ่ายน้ำมันแบบเติมเองพร้อมกันทั้งคันรถจนฝรั่งที่มาต่อคิวอมยิ้มแบบว่าเวทนาพวกเราเหลือเกินที่ต้องหาวิธีเอาน้ำมันเบนซิน 95 ลงถังแล้วมันไม่ยอมไหลออกมา   จนเสียงสาวแคชเชียร์ที่สาวเท้าฉับ ๆ ออกมาบอก    “ No, no  you can’t  use any cameras  here  ….”   เราจึงได้ถึงบางอ้อว่า  การใช้กล้องวีดีโอขนาดเล็ก ๆเท่าฝ่ามือที่ผมอุตริจะทำคลิปมานำเสนอก็ไม่สามารถใช้ได้  เพราะมันจะมีปัญหากับหัวจ่ายน้ำมันให้ล็อคไม่ให้น้ำมันไหลออกได้     นอกจากเราไปยืนถ่ายไกล ๆ  โอ้ย...รู้สึกผิดและอายจัง  คิดว่าห้ามใช้เฉพาะโทรศัพท์มือถือซะอีก

             ค่ำนี้สาหัสหน่อย ตรงที่ที่พักอยู่ชั้นสอง  เราต้องเอากระเป๋าเสื้อผ้ามากางที่ Lobby เพื่อจัดกระเป่าใบเล็ก ไม่งั้นแบกขึ้นไม่ไหว  แถมห้องครัวก็เป็นครัวรวม แต่ก็ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ  คืนนี้เรารีบกินรีบนอน  เพราะพรุ่งนี้ต้องออกตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไป Milford Sound ซึ่งนับว่าเป็น Highlight  ของทุกทริปและทุกทัวร์ที่มาเกาะใต้ 

              รุ่งขึ้นเราตื่นตั้งแต่ตี 4  เพราะเราต้องรีบตื่นขึ้นมาชิงพื้นที่ในครัวก่อนห้องอื่น ๆ   นอกจากนั้นวันนี้เราก็ต้องเดินทางไกลด้วย   หลังอาหารเช้าแบบง่าย ๆ  ความเซ่อเชย ๆอย่างเราก็บังเกิดอีก   เพราะพอเดินฝ่าความหนาวไปเช็ดกระจกหน้ารถแล้วต้องอึ้งกิมกี่กับน้ำแข็งบาง ๆ ที่เกาะกระจกหน้าอย่างแน่น 

    “  อ้าวเฮ้ยเอาน้ำฉีดกระจกมันก็ไม่ออกซะด้วย  ที่เมืองไทยมันไม่มีงี้นี่หว่า “   ผมแจ้นกลับไปบอกเพื่อน  แล้วก็ถูกเพื่อนแชร์ความโง่ของผมให้เพื่อนอีกคนได้หัวเราะ  เพราะเขามีประสบการณ์มาก่อนเรา

             “  ทำตื่นเต้นไปด้าย  รถรุ่นนี้มันมี Heater กระจกหน้าหลัง  ไม่รู้จักดูให้ดี “   เพื่อนเยาะเย้ยเรา   คนถูกเยาะเย้ยก็ได้แต่หัวเราะแหะ ๆ  แล้วไปกดปุ่มให้ Heater  ทำงานสักพักจนน้ำแข็งละลาย  ส่วนกระจกข้างก็ใช้ผ้าชุบน้ำร้อนมาเช็ดกันจนสะอาด   จึงได้ฤกษ์ล้อหมุน

           เช้ามืดวันใหม่นี้ได้บรรยากาศการขับรถฝ่าความมืดในนิวซีแลนด์    ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นกับแสงสลัวตัดกับไฟหน้ารถและสภาพถนนที่มีความต่างจากเส้นทางที่ผ่านมา  โดยช่วงแรก ๆ  คล้ายขับรถเข้าป่าตอนกลางคืน  รู้สึกลึกลับยังไงชอบกล  พลันใจก็คิดไปถึงภาพยนต์สนุกเรื่อง The Lord of The Rings ว่าถนนสายนี้รึป่าวน้อที่ใช้ถ่ายทำ  แล้วจะมีต้นไม้เดินได้  พูดได้ด้วยออกมารึเปล่า    (  คำถามหลังนี่  ผู้โดยสารในรถพูดแบบเพ้อเจ้อน่ะ  55 )

              กว่าฟ้าจะสว่างก็เล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้อง   แต่ด้วยความงามและทิวทัศน์อันหลากหลายของเส้นทางนี้จึงได้รับเลือกให้เป็น World Heritage Highway  ใครที่เมารถง่ายเส้นทางนี้อาจต้องพึ่งยาแก้เมาไว้หน่อย
ก่อนถึง   Milford sound จะผ่านอุโมงค์โฮเมอร์ (Homer Tunnel) อุโมงค์ที่เจาะทะลุภูเขาโดยใช้เวลาสร้างถึง 20 ปี  เป็นอุโมงค์ที่น่าระทึกอยู่ไม่น้อย  แม้จะรู้มาก่อนว่าถนนในอุโมงค์นั้นเล็กและวิ่งได้เลนเดียวแบบว่ารถสองฟากของอุโมงค์ต้องผลัดกันไปผลัดกันมาด้วยระยะทางถึง 1.2 กม.ก็ตาม   แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ว่าขับเข้าไปแล้วจะเจออะไร    เนวิเกเตอร์เราเห็นป้าย Tunnel แล้วแต่ไกลก็เตือนว่าให้ดูสัญญานไฟหน้าอุโมงค์ก่อน   พอถึงหน้าอุโมงค์  เออ...พอดีเป็นไฟแดงให้เราหยุดทำใจ  รอรถที่จะโผล่ออกมาก่อนสักอึดใจใหญ่  แล้วก็ถึงคิวเราเข้าไปลุ้นตอนที่ไฟเขียวขึ้นในขณะที่ความตาขาวของคนขับก็แอบบ่นว่า   “ มุดอุโมงค์เข้าไปกิโลกว่า จะเจอรถสวนเลนแบบบ้านเรารึเปล่าน้อ "  แล้วก็โล่งอกเมื่อพบแสงสว่างปลายอุโมงค์พร้อมกันทั้ง 4 คน  เย้......

             ท่านตามมาเที่ยวเกาะใต้นิวซีแลนด์กับสว.ทั้ง4 ของพวกเราได้ยังไม่ถึงครึ่งทาง   แต่เผอิญ บก.หรือกูรูบล็อคนี้เคยแนะนำให้แบ่งเป็นตอน ๆบ้าง  เพื่อไม่ให้เนื้อหายาวเกินไป 

            ก็เลยต้องขอยกยอดไปต่อภาค 2 ซึ่งมีฉากตื่นเต้นในเร็ววันนี้  ขอบคุณที่ติดตามและเสนอแนะครับ...

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
VartHart from mobile วันที่ : 22/05/2019 เวลา : 04.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Countries
เหล่าเดอะค็อป.....เราเป็น เราคือ LiverBird ^^ The Klop 

น่าเที่ยวจัง

ความคิดเห็นที่ 8 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
toondee วันที่ : 30/01/2019 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

อยากไปเที่ยวแบบนี้บ้างค่ะน่าสนุกจริงๆ ตอนนี้หาสมาชิกได้หนึ่งแล้วค่ะ คือ ทุนดีเอง ขาดอีกสามค่ะ คุณสมบัติเด่น ขับรถได้สบายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สาครงค์ วันที่ : 18/10/2018 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

ขอบคุณที่ชมนะครับคุณวงศาลี ได้คำชมจากคุณช่วยกระตุ้นให้ขยันเขียนภาค 2 ต่อเร็วขึ้น แล้วก็คงเขียนแนวนี้ต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 6 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วงศาลี วันที่ : 13/10/2018 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OneCupOfCoffee
วิศิษฐ ศึกษาการ

เขียนหนังสือสนุก มีอารมณ์ฮิวเมอร์ลิส(ผมใช้ภาษาเก่า) อ่านแล้วเพลินไปพร้อมๆกับชมภาพ แต่..ข้อเสียของการนำเพลงเอลวิส เพรสเล่ย์ มาลิงค์ ผมเป็นเด็กยุคเบบี้ บูม ท่าทางเป็น สว.เหมือนคนเขียน เลยกดลิ้งค์ไปฟังเพลง..สายรุ้งเต็มกระเป๋า..แล้วก็เลยฟังเพลงเอลวิสต่อ เพลงโน้นเพลงนี้ จนลืมกดลิ้งค์กลับมาอ่านข้อเขียนคุณ โอ้โหเป็นได้ไง..ล้อเล่น อ่านเรื่องคุณจบตอน 1 แล้ว กำลังรอตอน 2 3...ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วงศาลี วันที่ : 13/10/2018 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OneCupOfCoffee
วิศิษฐ ศึกษาการ

เขียนหนังสือสนุก มีอารมณ์ฮิวเมอร์ลิส(ผมใช้ภาษาเก่า) อ่านแล้วเพลินไปพร้อมๆกับชมภาพ แต่..ข้อเสียของการนำเพลงเอลวิส เพรสเล่ย์ มาลิงค์ ผมเป็นเด็กยุคเบบี้ บูม ท่าทางเป็น สว.เหมือนคนเขียน เลยกดลิ้งค์ไปฟังเพลง..สายรุ้งเต็มกระเป๋า..แล้วก็เลยฟังเพลงเอลวิสต่อ เพลงโน้นเพลงนี้ จนลืมกดลิ้งค์กลับมาอ่านข้อเขียนคุณ โอ้โหเป็นได้ไง..ล้อเล่น อ่านเรื่องคุณจบตอน 1 แล้ว กำลังรอตอน 2 3...ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 20/09/2018 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

ขอบคุณทั้ง 3 ท่านครับ ถ้าไงติดตามตอนที่เหลือนะครับ ดราม่าเล็กน้อย แต่สนุกแบบแปลก ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 20/09/2018 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อ่านไปมันส์ตามไปด้วยเลยค่ะ แถมอร่อยตามกันไปอีก มีความสุขเลยล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 12/09/2018 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ประเทศเขาสวยสงบ น่าไปเที่ยวมาก
การจำกัดความเร็วเป็นข้อดี การเกิดอุบัติเหตุก็น้อย ประเทศนี้เกือบไม่เคยได้ข่าวอุบัติเหตุร้ายแรง

ความคิดเห็นที่ 1 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 12/09/2018 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เที่ยวเอง
ช็อปปิ้งเอง
ทำกับข้าวเอง

เป็น
อะไรๆ ที่ยิ่งกว่าฝันของนักท่องเที่ยวเลย...

ขอให้
เที่ยวสนุก สะดวก ปลอดภัย
ทุกๆ ท่าน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน