• ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 44
  • จำนวนผู้ชม : 14972
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
คนคิดคนเขียน
ขบคิดเรื่องรอบตัว ถ่ายทอดมาเป้นเรื่องราว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sinesanddy2528
วันอังคาร ที่ 17 เมษายน 2561
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 870 , 17:36:00 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

               นับเป็นข่าวดีของแวดวงอุตสหกรรมการส่งออกของไทยอีกเรื่องหนึ่งที่ล่าสุด  ไทยสามารถกลับมาส่งออกไก่สดไปยังประเทศจีนได้อีกครั้ง หลังจากที่ถูกจีนระงับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เพราะฤทธิ์ของไข้หวัดนก  ทำให้ไทยถูกแช่แข็งการส่งออกนับตั้งแต่นั้นร่วมระยะเวลา 14 ปี อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้จีนรวมถึงหลายๆประเทศที่เคยเป็นคู่ค้าของไทย  กลับมาเชื่อมั่นในคุณภาพไก่ของเราอีกครั้ง ลองมาดูเหตุผลกัน

 

1.พิษไข้หวัดนกแพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก 

              ข่าวการตรวจพบสัตว์ปีกที่ติดเชื้อสายพันธุ์ H5 ในฟาร์มหลายแห่งในหลายประเทศของโลก กระทบกับการส่งออกและนำเข้าเนื้อไก่ในหลายประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ไทยได้เปิดตลาดส่งออกไปยังตลาดโลกอีกครั้ง อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น และตลาดใหญ่อย่างจีน เนื่องจากไทยมีมาตราฐานด้านความปลอดภัยในระดับมาตราฐานสากล และประสบความสำเร็จในการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนกมาเกือบ 10 ปี

 

2.กรมปศุสัตว์เชิญคณะตัวแทนจีน เพื่อมาตรวจสอบมาตราฐานก่อนส่งออกจริง

              ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศส่งออกไก่ไทยไปจีนอย่างเป็นทางการ  ประมาณปี 2560 หลายคนในแวดวงอุตสาหกรรมสัตว์ปีกคงได้ข่าวผ่านตามาบ้างว่า  ทางกรมปศุสัตว์ได้มีการเชิญคณะเจ้าหน้าที่จีน เพื่อเข้ามาทำการตรวจสอบระบบการกำกับดูแลผลิตเนื้อสัตว์ปีกของไทย และตรวจสอบโรงงานเชือดสัตว์ปีกเพื่อส่งออกจำนวน 19 แห่ง ซึ่งหลังการตรวจสอบเสร็จสิ้น ฝ่ายจีนมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก จนนำไปสู่การร่วมจัดทำพิธีสาส์นว่าด้วยเงื่อนไขหลักเกณฑ์การตรวจสอบ การกักกัน และสุขอนามัย ในการนำเข้าไก่แช่แข็งและชิ้นส่วนไก่จากราชอาณาจักรไทย ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างสำนักงานกำกับการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบ และกักกันแห่งชาติ (AQSIQ) สาธารณรัฐประชาชนจีน และกรมปศุสัตว์ ราชอาณาจักรไทย (ที่มา :ไก่สดไทยรีเทิร์น

 

3. ระบบดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

               เมื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ มีการนำระบบ  “คอมพาร์ทเมนต์” มาใช้เพื่อควบคุมและป้องกันความเสี่ยงในการนําโรค โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนก ซึ่งเป็นผลดีทำให้ประเทศไทยปลอดไข้หวัดนกมาเกือบสิบปี ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกต่างประสบปัญหาไข้หวัดนกระบาด  ซึ่งการนำระบบคอมพาร์ทเม้นต์มาใช้ทำให้ในฟาร์มนั้นๆ ทีมีระบบแยกส่วนการเลี้ยงชัดเจน ทราบถึงสถานะสุขภาพสัตว์ตลอดเวลาการเลี้ยง ภายใต้หลักปฏิบัติการจัดการที่ดี ภายในฟาร์ม  ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกขั้นตอนของการเลี้ยง จนกระทั่งเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้าโรงงานแปรรูปอาหาร จะปราศจากการปนเปื้อนของโรคไข้หวัดนก ซึ่งเป็นไปตามมาตราฐานสากล ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ซึ่งบริษัทในประเทศไทยผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ อาทิ ซีพีเอฟ ,สหฟาร์ม ,กรุงเทพโปรดิ๊วส์  ต่างก็นำระบบดังกล่าวมาใช้ควบคุมจัดการระบบฟาร์มแทบทั้งสิ้น 

 

           

              สำหรับไก่ไทยที่ส่งออกไปยังจีนนั้น  เป็นไก่แช่แข็ง ซึ่งคนจีน นิยมบริโภคเนื้อไก่ส่วน Mid-joints  อาทิ ปีก น่อง เครื่องใน คอไก่ และอุ้งเท้า ซึ่งการส่งออกในล็อตแรกนี่จะมาจากทั้งหมด 7 โรงงาน รวม 14 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่าทั้งหมด 35 ล้านบาท ผ่านทางท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 โดยเท่าที่กรมปศุสัตว์ประเมิน มูลค่าการส่งออกไก่แช่แข็ง เฉพาะ 7 โรงงาน  น่าจะได้รายได้เข้าประเทศ ปีนี้กว่า 7,000 ล้านบาท และรวมโรงงานที่มีอยู่ทั้งหมด16 โรงงาน คาดว่า จะทำเงินได้กว่า 20,000 ล้านบาท ถือเป็นความหวังหนึ่งให้ตลาดไก่ของไทย นอกจากตลาดที่ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป หรือ อียูแล้ว ก็ยังมีตลาดจีนรองรับด้วย

 

 

             ซึ่งปัจจุบันไทยส่งออกไก่แช่แข็งเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก บราซิล และสหรัฐอเมริกา ในเอเซียน หรือ อาเซียนด้วยกัน ไม่มีประเทศไหนสู้ประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นการันตีได้ว่า คุณภาพไก่ที่ส่งไปจีนในครั้งนี้เป็นที่ยอมรับแน่นอน แถมท้ายด้วยเกร็ดตามความเชื่อของคนจีนเกี่ยวกับเรื่องไก่ๆ สักหน่อยแล้วกัน

 

 


 

 

ไก่เป็นสัตว์สิริมงคลที่คนจีนรักชอบ ว่ากันว่าประเทศจีนเป็นประเทศแรกในโลกที่เลี้ยงไก่

โดยมีประวัติศาสตร์การเลี้ยงไก่ยาวนานกว่า 7,000 พันปี

แรกเริ่มเดิมที บรรพบุรุษของคนจีนเลี้ยงไก่

เพื่อใช้ในการแจ้งเวลา โดยเห็นว่าไก่เป็นสัตว์ที่เรียนรู้เวลา แต่ไหนแต่ไรมา

จีนให้ความสำคัญกับการเลี้ยงไก่ เมิ่ง จื่อ ปรัชญาเมธีสมัยโบราณของจีนสั่งสอนไว้ว่า 

หากว่าครอบครัวหนึ่งเลี้ยงไก่ 5 ตัว และหมู 2 ตัว

ครอบครัวนั้นก็หมดห่วงที่ไม่มีเนื้อกิน ตามประเพณีของจีน

เมื่อถึงเทศกาลต่าง ๆ หรืองานเลี้ยงสำคัญ ๆ ไก่เป็นจานหนึ่ง

ที่ขาดเสียมิได้บนโต๊ะอาหารด้วยประการฉะนี้แล.

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน