• ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 127
  • จำนวนผู้ชม : 44935
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
คนคิดคนเขียน
ขบคิดเรื่องรอบตัว ถ่ายทอดมาเป้นเรื่องราว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sinesanddy2528
วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน 2562
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 222 , 10:32:49 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

เรื่องนี้ใหญ่มากๆ อาจจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้กับกรณีซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว

กรณีเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพีสร้างสายสัมพันธ์ด้วยพันธสัญญากับรัฐ เพื่อบุกเบิกเส้นทางสู่ธุรกิจใหม่ครั้งใหญ่ 2 ครั้ง จากเครือข่ายสื่อสาร สู่กิจการรถไฟความเร็วสูง

ดูจะเป็นเรื่องราวที่มีร่องรอยเชื่อมโยงกันอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะว่ากันว่าเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ จะเป็นจุดพลิกโฉมหน้าใหม่ 2 ช่วง ในประวัติศาสตร์กลุ่มธุรกิจอิทธิพลในสังคมไทย

เรื่องราวทั้งสองกรณีสัมพันธ์กับภูมิหลัง ควรย้อนกลับไปมองเมื่อราว 6 ทศวรรษที่แล้ว ณ จุดตั้งต้นซีพียุคธนินท์ เจียรวนนท์

 

จากมุมมองและประสบการณ์ว่าด้วยโอกาสทางการธุรกิจ ตามแบบฉบับชาวจีนโพ้นทะเลในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สู่ความรู้ใหม่ๆ จากโลกตะวันตกในยุคสงครามเวียดนาม จากธุรกิจค้าเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ก้าวสู่การบุกเบิกอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศไทย เป็นตั้งต้นสำคัญ สู่โมเดลธุรกิจเกษตรกรรมครบวงจร จากระบบฟาร์มพันธสัญญา (Contract Farming) สู่การผนวกประสานแนวตั้ง (Vertical Integration) ซึ่งสร้างผลสะเทือนอย่างกว้างขวาง กลายเป็นแนวทางสำคัญทางธุรกิจของซีพีตั้งแต่นั้นมา

ถือเป็นโมเดลความสำเร็จทางธุรกิจไม่เพียงประเทศไทย หากสู่ระดับภูมิภาคด้วย เป็นเวลาอันน่าทึ่งต่อเนื่องราว 2 ทศวรรษ

ซีพีได้สะสมความมั่งคั่งดูมั่นคง พร้อมๆ กับบทบาทผู้นำโดดเด่นของธนินท์ เจียรวนนท์

เมื่อภาวการณ์เชิงบวกมาถึง สถานการณ์ทั้งภูมิภาคดูมั่นคง แรงกระเพื่อมยุคสงครามเย็น สงครามประเทศข้างเคียงสิ้นสุดลง ยุคโลกาภิวัตน์เปิดฉากขึ้น ทุนและเทคโนโลยีระดับโลกเคลื่อนสู่ตะวันออก พร้อมๆ กับธุรกิจโลกตะวันตกขยายตัวเข้ามาอย่างลงลึกและหลากหลาย โอกาสทางธุรกิจได้เปิดกว้างมากๆ ในสังคมไทยด้วย

ไม่ว่ามาจากการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (โดยบริษัทอเมริกัน) และสัมปทานสื่อสารแบบใหม่ ตามกระแสโลกว่าด้วยทางด่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ

ซีพีในยุคทศวรรษ 2530 มีความพร้อม มีความสามารถตอบสนองโอกาสใหม่ๆ ในบริบทใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ เฉกเช่นเดียวกับทศวรรษ 2560 ในปัจจุบัน

 

ธนินท์ เจียรวนนท์ ขณะนั้นอายุ 50 ปี (ปี2532) เป็นทั้งจังหวะการฉลองตำแหน่งใหม่ ดูคล้ายๆ กิจการระดับโลกที่เรียกว่า Chief Executive Officer (CEO) ขณะสื่อระดับโลกโดยเฉพาะจากตะวันตกให้ความสนใจเขาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Far Eastern Economic Review (2533), Forbes (2534) Fortune, Financial Times (2535) ที่สำคัญ ในปีเดียวกันนั้น Harvard Business School ได้ทำกรณีศึกษาซีพีด้วย

ผ่านมาอีกยุคในปัจจุบัน เมื่อธนินท์ เจียรวนนท์ ประกาศวางมือจากประธานกรรมการเครือซีพี เปิดทางเปิดโอกาสให้ทายาทขึ้นมารับช่วงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เรื่องราวของเขายังมีการกล่าวถึงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องราวเรื่องเล่าฉบับพิสดาร ความยาว 30 ตอน ได้นำเสนอโดยสื่อยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น-Nikkei (ปี 2559) ทั้งภาษาญี่ปุ่น และจีน (กรกฎาคม) ก่อนมาเป็นฉบับภาษาอังกฤษ (กันยายนปีเดียวกัน) หัวข้อเรื่อง My Personal History : Dhanin Chearavanont ใน Nikkei Asian Review (http://asia.nikkei.com/ ) ดูเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นของซีพีเองไม่น้อย ได้แปลและเรียงเป็นภาษาไทยด้วย

และในที่สุด ธนินท์ เจียรวนนท์ ในวัย 80 ได้นำเสนอเรื่องราวของเขาอย่างละเอียดด้วยตนเองประหนึ่งทิ้งทวน ในหนังสือเล่ม “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” (สำนักพิมพ์มติชน 2562, 304 หน้า) เปิดตัวเป็นทางการอย่างตื่นเต้นและครึกโครมในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งล่าสุด (6 ตุลาคม 2562)

ซีพีเดินหน้าสู่ธุรกิจใหม่ จากธุรกิจสื่อสารเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว กับกิจการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งกำลังเริ่มต้น มีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายๆ กัน

เมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้วเป็นจังหวะครั้งสำคัญ ซีพีได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อตอบสนองแผนการขยายตัวครั้งใหญ่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เป็นช่วงเวลาเดียวกับซีพีทุ่มทุนครั้งใหญ่สู่ธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศไทย ด้วยแผนการสร้างสายสัมพันธ์กับธุรกิจระดับโลก

กรณีสำคัญๆ เปิดขึ้นในปีเดียวกัน (2531) เข้าสู่อุตสาหกรรมเคมี (ปี 2531 ร่วมทุน Solvay แห่งเบลเยียม) ในยุค “โชติช่วงชัชวาล” ด้วยเชื่อว่าเป็นโมเดลความมั่งคั่งใหม่ บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ ครั้งแรกในประเทศไทย ตามแรงกระตุ้นจากกระแสโลกตะวันตก (ร่วมทุนกับ SHV Holdings แห่งเนเธอร์แลนด์ เจ้าของเครือข่าย Makro เครือข่าย Hypermarket และซื้อแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จากสหรัฐอเมริกา)

ที่ตั้งใจเป็นพิเศษคือธุรกิจสื่อสาร (ร่วมทุนกับ Bell Atlantic ธุรกิจยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ) ซึ่งเป็นธุรกิจภายใต้ระบบสัมปทานครั้งแรกของซีพี

จนถึงปัจจุบัน ธุรกิจใหม่ซึ่งเริ่มต้นในครั้งนั้น ทั้งค้าปลีกและสื่อสารได้กลายเป็นธุรกิจสำคัญไปแล้ว ขณะเครือข่ายธุรกิจซีพีขยายยิ่งใหญ่ไปมากกว่าเดิมมากมายนัก ทั้งในประเทศและทั่วโลก

ในช่วงนั้นสังคมธุรกิจไทยมองสัมปทานโทรศัพท์พื้นฐานในกรุงเทพฯเป็นเรื่องใหญ่มาก ว่าไปแล้วเป็นการตื่นตัวมาจากแรงกระตุ้นธุรกิจสื่อสารไร้สายเติบโตก่อนหน้านั้นเล็กน้อย

รัฐเปิดประมูลสัมปทานระบบสื่อสารครั้งใหญ่ (ปี 2533) ใครๆ ก็มองว่ากิจการโทรศัพท์พื้นฐานมีโอกาสทางธุรกิจกว้างขวางกว่าโทรศัพท์ไร้สายมากนัก ที่แน่ๆ มี “เค้าหน้าตัก” มากกว่า

แผนการใหญ่เปิดฉากเมื่อต้นปี 2533 เพียงไม่กี่เดือนจากนั้น โครงการสัมปทานสื่อสารใหญ่ที่สุดได้บทสรุปอย่างรวดเร็ว รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ตัดสินใจเลือกซีพีเข้าร่วมลงทุนขยายโทรศัพท์ 3 ล้านเลขหมาย (กันยายน 2533) เป็นเรื่องราวฮือฮาทีเดียว

ทั้งนี้ ต้องลุ้นระทึกพอสมควร ขัดจังหวะด้วยการรัฐประหาร กับบางแนวความคิดเกี่ยวข้อง “การผูกขาด” ภายใต้รัฐบาลใหม่ (รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน)

มหากาพย์การเจรจาต่อรองดำเนินไปนานเป็นปี โดยธนินท์ เจียรวนนท์ มีบทบาทอย่างมากๆ (ฉากและเรื่องราวบางตอนให้เรื่องราวสีสันที่ว่านั้น อ่านได้จากหนังสือ “ชีวิตที่คุ้มค่า” โดยนุกูล ประจวบเหมาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในช่วงนั้น)

ในที่สุด สัมปทานได้ถูกตัดทอน “เป็นผู้ดำเนินการลงทุน จัดหา และติดตั้งควบคุม ตลอดจนซ่อมบำรุงและรักษาอุปกรณ์ในระบบสำหรับการขยายบริการโทรศัพท์จำนวน 2.6 ล้านเลขหมายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นระยะเวลา 25 ปี โดยจะสิ้นสุดสัญญาในเดือนตุลาคม 2560” (ปี 2535) ผมเองเคยวิเคราะห์ไว้ในขณะนั้นว่าเป็นการตัดทอนที่มีผลดีต่อซีพี ในการโฟกัสในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีความเป็นไปได้ทางธุรกิจมากกว่า

เป็นเรื่องที่น่ายินดีทีเดียวสำหรับซีพีในเวลานั้น ดูจะแตกต่างไปบ้างกับกรณีล่าสุด

กรณีเพิ่งลงนามสัญญา (24 ตุลาคม 2562) การร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร)

มีความผกผันจากกรณีแรกอยู่บ้าง จากโครงการซึ่งได้รับอนุมัติจากรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร (พฤษภาคม 2562) เมื่อข้ามสู่รัฐบาลใหม่ ซึ่งมีความต่อเนื่องจากรัฐบาลเก่า แม้ว่ามีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ความพยายามเร่งรัดให้มีการลงนามสัญญาโดยเร็วเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้น

ขณะซีพีกลับพยายามใช้เวลาให้มากขึ้นในการเจรจาต่อรองเงื่อนไขในสัญญา

บางคนถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ค่อยจะมั่นใจนักกับผลตอบแทนการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งใหม่ 

ผู้ลงนามสัญญาครั้งใหม่ฝ่ายซีพีคือศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้เพิ่งดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2560

ศุภชัย เจียรวนนท์ ก้าวสู่บทบาทผู้นำทั้งเครือซีพีอย่างเต็มตัวในวัย 50 ปี ช่างบังเอิญเป็นช่วงเดียวกับธนินท์ เจียรวนนท์ กำลังขยายอาณาจักรธุรกิจซีพีครั้งใหญ่ที่ว่านั้น ขณะที่เวลานั้นศุภชัย เจียรวนนท์ ซึ่งเพิ่งจบการศึกษาแล้วเข้าสู่การทำงานในเครือซีพีทันที ได้เป็นตัวละครซึ่งสะท้อนภาพเมื่อ 3 ทศวรรษนั้นด้วย

เขามีโอกาสทำงาน สะสมประสบการณ์ ตั้งแต่ระดับพนักงานฝึกงานในบริษัทร่วมทุนธุรกิจค้าปลีกในยุคก่อตั้ง (สยามแม็คโคร ปี 2532) ไปจนถึงเจ้าหน้าที่การเงินในบริษัทร่วมทุนอุตสาหกรรมเคมี (วีนิไทย ปี 2533) ก่อนจะมาปักหลักอย่างแท้จริง ณ จุดยุทธศาสตร์สำคัญในธุรกิจสื่อสารตั้งแต่ก่อตั้งเลยก็ว่าได้ (ปี 2535)

ศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นทายาทซึ่งถูกวางตัว วางบทบาทไว้ค่อนข้างเร่งรัด เข้าดูแลแผนการเชิงยุทธศาสตร์ (เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่) ขณะเป็นกรรมการบริษัทอายุน้อยที่สุด เขาใช้เวลาเพียง 7 ปี ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารธุรกิจสื่อสารอย่างเต็มตัว (ปี 2542 กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น)

ที่สำคัญ ช่วงเวลานั้นเขาได้รับบทเรียนอันอุดม ว่าด้วยการบุกเบิกธุรกิจใหม่ ธุรกิจซึ่งอยู่ภายใต้ระบบสัมปทานของรัฐ บทเรียนที่ว่านั้นมีคุณค่า พอจะเทียบเคียง ส่งต่อให้กับธุรกิจใหม่ซึ่งกำลังเริ่มขึ้น อย่างไร หรือไม่

ที่มา: Matichon Weekly ,ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]