• ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 60184
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
คนคิดคนเขียน
ขบคิดเรื่องรอบตัว ถ่ายทอดมาเป้นเรื่องราว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sinesanddy2528
วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม 2562
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 469 , 16:09:16 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

           

 

          เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส มีการจัดเวทีด้านการศึกษาที่สนใจงานหนึ่ง โดยเวทีนี้มีการเชิญบรรดาผู้นำด้านธุรกิจทุกภาคส่วนระดับโลกหลายคน มาพูดคุยถึงประเด็นเรื่องการศึกษาในโลกอนาคต ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนักธุรกิจจากประเทศไทยได้ขึ้นเวทีแสดงความคิดความเห็นด้านการศึกษา พัฒนาคนด้วย นั่นก็คือ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์  แห่งอาณาจักรซีพี ร่วมด้วยสปีคเกอร์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน อย่างแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา และ เดวิด ครุกแชงก์ ประธานบริษัท ดีลอยท์ และแขกร่วมงานที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย

           แต่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญที่น่าสนใจ ที่ทั้ง 2 ผู้นักธุรกิจระดับโลกอย่าง เจ้าสัวธนินท์ และ แจ็ก หม่า เห็นพ้องตรงกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเรียนนอกตำราผ่านการ “ลงมือทำ” ซึ่งการใช้เวลาเรียนในห้องเรียนนั้นอาจไม่ตอบโจทย์ต่อตลาดแรงงานในโลกอนาคต ที่หุ่นยนต์ หรือ Automation หรือ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เราลองมาฟังวิสัยทัศน์ 9 มุมมองของทั้ง เจ้าสัวธนินท์ และ แจ็ก หม่าแบบช๊อตต่อช๊อต ว่าสองนักธุรกิจมีมุมมองต่อทิศทางการศึกษาแห่งโลกอนาคตอย่างไร

 

9 มุมมองด้านการศึกษาแห่งอนาคตของ “ธนินท์ เจียรวนนท์”

 

1.แก่นแท้ที่ดีที่สุดต้องสร้างอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด การที่จะสร้างอาจารย์ให้ได้เยี่ยมที่สุด ก็ต้องให้เกียรติเขามากที่สุด ให้รายได้ที่มากที่สุด เพื่อที่จะทำให้คนเก่ง ๆ ในสังคมหรือในโลกนี้ต้องการที่จะหันมาประกอบอาชีพครูหรืออาจารย์

2.เราต้องสอนให้เด็กใจกว้าง อดทน และเรียนรู้ตลอดเวลา

3.ต้องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จัดหาครูที่มีความรู้ความสามารถมาใช้เทคโนโลยีการเรียนการสอนทางไกลให้กับนักเรียนและผู้คนในชนบท เพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองได้

4.การศึกษาก็เหมือนกับธุรกิจ ต้องมีการปรับตัว และต้องพิจารณาว่าตลาดแรงงานต้องการอะไร

5.เรายังต้องเรียนรู้เทคโนโลยีจากซีกโลกตะวันตก ต้องยอมรับการศึกษาในซีกโลกตะวันออกยังสู้ไม่ได้ เพราะการเป็นนักธุรกิจต้องนำเทคโนโลยีที่ดี ๆ ของทั่วโลกมาใช้

6.การศึกษาที่แท้จริง คือ ต้องได้ไปสัมผัสของจริง เผชิญปัญหาจริง ยิ่งได้เผชิญปัญหาและแก้ไขปัญหาได้มากเท่าไร นั่นจึงเรียกได้ว่าเป็นของจริง แล้วถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วย ถึงจะเรียกว่าสามารถประยุกต์ใช้ความรู้แท้จริง เพราะการอ่านแค่ในหนังสือไม่ได้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาได้แท้จริง

7.ก่อนที่การเรียนการสอนจะมีการวางหลักสูตรใหม่ ต้องศึกษาวิจัยความต้องการในโลกยุคนี้ก่อน พิจารณาว่าลักษณะบุคลากรหรือหน่วยงานใดที่บริษัทยังขาดแคลน ต้องมองตลาดความต้องการในระดับโลกไม่ใช่แค่ในประเทศไทย เพราะต่อไปในอนาคตโลกจะไร้ขอบเขตคนไทยไม่จำเป็นต้องทำงานแค่ในประเทศไทยเท่านั้น

8.การเรียนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราต้องลงมือไปปฏิบัติจริงไปสัมผัสของจริง ไม่ยึดติดกับการสอนรูปแบบเดิมในห้องเรียน แต่ต้องไปสัมผัสของจริง การศึกษาที่ดีต้องสร้างคนที่ไปทำงานได้จริงไม่ใช่เรียนแต่หนังสือ

9.การศึกษาตลอดชีวิตนั้นคนรุ่นเก่าเองก็ต้องใจกว้าง และต้องเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่ด้วย และต้องให้คนรุ่นใหม่ได้ทำเรื่องใหม่ อาทิ แจ็ก หม่า เป็นผู้ที่รู้จักใช้เทคโนโลยีจากโลกตะวันตกมาสร้างธุรกิจในจีน ทั้งที่เขาไม่ได้รับการศึกษาจากซีกโลกตะวันตกเลย

 

9 มุมมองด้านการศึกษาแห่งอนาคตของ “แจ็ก หม่า”

1.ครูเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะวางพื้นฐานการศึกษา ครูเก่งต้องไปสอนในโรงเรียนที่ขาดโอกาสมากกว่าจะสอนในโรงเรียนที่มีนักเรียนเก่งแล้ว เด็กต้องได้เรียนกับครูที่สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา ทำให้พวกเขามีความเชื่อมั่นและมั่นใจ ดังนั้นอาชีพครูต้องดึงคนเก่งเข้ามา สนับสนุนส่งเสริมด้านรายได้

2.ต้องสร้างเนื้อหาการศึกษาที่ถูกต้องเพื่อรองรับอนาคต ที่เป็นโลกของการทำงานกับหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ที่จะมาทำงานแทนมนุษย์ในส่วนงานที่เป็นตรรกะและงานที่คงที่ จึงจำเป็นต้องวางเนื้อหาการสอนใหม่ ฝึกให้เด็กมีความคิดเชิงวิเคราะห์

3.สอนให้เห็นรู้จักการทำงานเป็นทีมเวิร์ก สอนให้รู้จักโลกความจริง รู้จักการแก้ปัญหา จึงต้องให้ความสำคัญการเรียนการสอนตั้งแต่เด็กในระดับชั้นอนุบาล ประถม มัธยม

4.ต้องเปลี่ยนดัชนีวัดการเรียนรู้ของเด็กใหม่ ไม่ใช่แค่การทำแต่ข้อสอบ แต่ต้องทำให้เด็กรู้ว่าเขาเรียนหนังสือไปเพื่ออะไรในอนาคต ให้เขารู้เป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่เรียนเพื่อไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย

5.ต้องสอนให้เด็กเป็นคนที่ไม่หยุดเรียนรู้ การเรียนรู้จากสังคมและการทำงาน ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด ดังนั้นการวางหลักสูตรการเรียนการสอนต้องเร็ว และให้ความรู้ใหม่ สถานศึกษาต้องเชื่อมโยงกับบริษัท สำรวจตลาด ต้องพิจารณาว่าอนาคตจะผลิตบุคลากรแบบไหนเพื่อสอดคล้องกับตลาด

6.เด็กควรเรียนจบให้เร็วขึ้น จะได้มีโอกาสทำงานพร้อมกับการเรียนรู้ชีวิตไปด้วย เพื่อให้เข้าใจชีวิตจริง เรียนรู้จากปัญหาจริงๆ เพราะวันนี้การเรียนในระดับอุดมศึกษาไม่ได้เป็นหลักประกันในหน้าที่การงานอีกต่อไป อาลีบาบากรุ๊ปไม่ได้จ้างคนที่เพราะเขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือเอ็มไอที แต่จ้างบุคลากรที่มีความพร้อมจะเรียนรู้ มีความต้องการการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์ บุคลากรที่เราจ้างงาน คือ คนที่ต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ได้จ้างเพียงเพราะเขามีปริญญาหรือมีวุฒิการศึกษาขั้นสูง เพราะทันทีที่คุณเรียนจบได้รับวุฒิการศึกษาแล้ว นั่นก็หมายความว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่คุณต้องต่อสู้เพื่อชีวิตของคุณเอง

7.การศึกษาในอนาคต ต้องสอนให้คนรุ่นใหม่มีหัวใจ เราอาจรู้ว่าการมีไอคิว (ความฉลาดทางสมอง) และอีคิว (ความฉลาดทางอารมณ์) เป็นสิ่งที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งสำคัญในอนาคต ต้องสอนให้เด็กมี แอลคิว หรือที่เรียกว่า The Q of Love ที่เป็นความฉลาดทางจิตใจ สิ่งนี้จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่สังคมโลก และการทำงานในวันข้างหน้าจะมีหุ่นยนต์ออโตเมชั่น เครื่องจักรเหล่านี้มีเพียงชิปส์ แต่ไม่มีความคิดจิตใจเฉกเช่นมนุษย์ ดังนั้นหัวใจและความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์นี่เองที่จะทำให้เราเป็นผู้มีปัญญาญาณ (wisdom) ที่แท้จริง

8.การเรียนการสอนในอนาคตต้อง โฟกัสไปที่แนวคิดโลกไร้พรมแดน Global Vision เช่น แทนที่จะสอนเรื่องราวเส้นแบ่งเขตแดนที่ซับซ้อน แต่ควรสอนให้เด็กเรียนรู้ถึงความแตกต่าง เพื่อจะได้มีความเคารพต่อโลก เคารพความแตกต่าง เคารพทุกศาสนา เคารพทุกวัฒนธรรม เด็กทุกคนควรได้เรียนสิ่งเหล่านี้ และนี่คือคำตอบของการศึกษาโลก เพื่อให้เด็กได้เข้าใจ เรียนรู้และให้เกียรติผู้อื่น

9.สอนให้พวกเขามีความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ดังนั้นวิชาบังคับที่ควรให้เด็กได้เรียน คือ วิชาศิลปะ กีฬา เต้นรำ เป็นต้น

 

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน เห็นด้วยกับแนวคิดที่ทั้ง 2 ท่านหยิบยกขึ้นมา เพราะโลกแห่งการศึกษาปัจุบันและต่อไป ไม่ควรอยู่แต่ในห้องเรียน การที่เราเรียนจบปริญญามาคณะใดคณะหนึ่ง ใช่ว่าเราจะใช้วิชาชีพนั้นๆทำงานหาเงินได้ตลอดไป การมีความรู้แค่เพียงเฉพาะความรู้ที่จบมา ไม่มีทางอยู่รอด เพราะฟังชั่นงานปัจจุบันจำเป็นที่ต้องใช้ความรู้หลายส่วนมาประยุกต์กัน ทำให้เราต้องอัพเดทสกิลตลอดเวลา ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน ทั้งนอกและในมหาลัย ต้องหาทักษะเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสกิลการเขียน สกิลการขาย สกิลการตลาด สกิลการบริหารคน สกิลการออกแบบ สกิลการตัดต่อวีดีโอ สกิลถ่ายรูป สกิลการเขียนโปรแกรม ซึ่งทุกๆคนควรอัพเดทสกิลตัวเองตลอดเวลาเพื่อพัฒนาตัวเองให้ทันโลก ทันคู่แข่ง และทันลูกค้า คงตลกดีที่เราเรียน 4-6 ปี เพื่อใช้ทำงานที่เหลือของชีวิตอีก 30-40 ปี โดยไม่อัพเดทสกิลตัวเองเลย 

ขอยกคำพูดของเจ้าสัวธนินท์ช่วงหนึ่งที่บอกว่า  “ความรู้ของเรา ประสบการณ์ของเรา มันใช้กับสมัยใหม่ไม่ได้ ยุคก่อนอาจทำได้ แต่ยุคนี้มันไม่ใช่แล้ว มันกำลังเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ”  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 06/12/2019 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอคารวะ
ท่าน แจ๊ค หม่า

ท่านให้ข้อคิดดีจริงๆ

เรียนเสนอให้
ดูไอเดีย
โรงเรียนมีชัยพัฒนาด้วย

เพราะ
ยอดเยี่ยมจริงๆ
เช่นกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]